ถ้าจะพูดถึงทำเลสุขสวัสดิ์ ย่านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีหมู่บ้านต่างๆ มาเปิดกันเยอะ แต่ถ้าเรามาลองดูโครงการที่ “ติดถนนสุขสวัสดิ์” แบบจริงๆ ไม่ต้องเข้าซอย และยังอยู่ใน Prime Area ของสุขสวัสดิ์ช่วงต้นๆ ที่ยังอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ไม่ข้ามเขตไปสมุทรปราการ ตัวเลือกที่มีในตลาดตอนนี้ถือว่าน้อยมากๆ ครับ และราคาก็ค่อนข้างจะไปไกลแล้ว
แต่วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับโครงการ “บ้าน” ติดถนนสุขสวัสดิ์ ที่ราคาถือว่ายังจับต้องได้สำหรับทำเลติดถนนใหญ่แบบนี้ กับโครงการ “NUE Hybe สุขสวัสดิ์” จาก Noble Development ครับ
“NUE Hybe สุขสวัสดิ์”
จุดเด่นของที่นี่ จะเป็นบ้านติดถนนใหญ่สุขสวัสดิ์ ที่นอกจากจะเป็นถนนสายหลักของย่านนี้แล้ว ยังมีหลายโครงการใหญ่ที่กำลังก่อสร้างและทยอยแล้วเสร็จครับ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่อยู่หน้าโครงการเลย
ในอนาคตจะกลายเป็นบ้านที่เดินไปรถไฟฟ้าได้ เพียงแค่ 400 ม.
สำหรับคนที่ใช้รถ ถ้าอยากเข้าใจกลางเมือง ก็แค่ออกจากโครงการไปนิดเดียว เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานภูมิพล แป๊บเดียวก็ถึงย่านสาทร หรือถ้าเป็นทางด่วนสายใหม่ ก็อยู่ใกล้กับโครงการเพียงแค่กิโลนิดๆ เช่นกัน มาพร้อมสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ “สะพานทศมราชัน” ทำให้ที่นี่เป็นโครงการที่เลี้ยวลงมาจากทางด่วน อีกนิดก็เลี้ยวเข้าหมู่บ้านได้เลยครับ
ถือว่าเป็นทำเลที่ค่อนข้างสะดวก ทั้งอยู่ใจกลางย่านที่ค่อนข้างคึกคัก และเชื่อมต่อเข้าใจกลางเมืองสะดวก แค่ 15-20 นาที ถึงใจกลางย่าน CBD สาทร-สีลม-พระราม 4
ซึ่งใครที่กำลังมองหาบ้าน ในทำเลที่เดินทางง่าย เข้าใจกลางเมืองสะดวก วันนี้เราจะพาไปเจาะจุดเด่นของโครงการ “NUE Hybe สุขสวัสดิ์” กันครับ ว่าทั้งในเรื่องทำเล และตัวโครงการ ที่นี่จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
ตอนนี้โครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมอยู่ทั้งโครงการแล้วครับ มาพร้อมกับโปรพิเศษกับบ้าน Urban Home ที่ทำราคาใหม่ ลดลงมาต่ำกว่าตอนช่วงเปิดโครงการแรกๆ อีกครับ
เริ่ม 6.49 ล้านบาท* เพียงแค่ 3 หลังเท่านั้น
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ / ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : https://nb-url.com/4B8Wycn
จุดเด่นโครงการ
- ติดถนนสุขสวัสดิ์ ไม่ต้องเข้าซอย
- ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีราษฎร์บูรณะ เพียง 400 ม.
- อยู่ระหว่าง 4 สะพาน ขึ้นทางด่วนและสะพานภูมิพลได้ในระยะกิโลนิดๆ
- เชื่อมต่อถึง CBD สาทรใน 15-20 นาที*
- โครงการมีทั้งโซน Townhome, Home Office และ Shophouse
- แยกโซน 3 Gate ให้โซนบ้านพักยังมีความเป็นส่วนตัว
- บ้านทาวน์โฮม 3.5 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 174 ตร.ม. เริ่ม 6.49 ล้าน*
- โถง Double Volume สูง 5.7 ม. Master Bedroom เหมาทั้งชั้นบน
- ราคาเริ่มต้นใกล้เคียงคอนโดในเมือง แต่ที่นี่ได้บ้านทั้งหลัง
- แปลนบ้าน Flexible ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้
- มีไทป์รองรับทำ Home Office จอดรถได้ 4 คัน
- Clubhouse 3 ชั้น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส Business Lounge พร้อมสวนและสนามเด็กเล่น
- มี Shophouse หน้าโครงการ เพิ่มความสะดวกให้ลูกบ้าน

จุดเด่นทำเลโครงการ
ติดถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง 400 ม. เข้า CBD สาทรใน 15-20 นาที*
ติดถนนสุขสวัสดิ์ ไม่ต้องเข้าซอย
บ้านใหม่ติดถนนใหญ่ ที่แทบไม่มีให้เห็นแล้วในย่านนี้

มาเริ่มกันที่จุดเด่นแรก ที่ตั้งของโครงการที่ “ติดถนนสุขสวัสดิ์” ครับ
ถ้าเราจะหา “บ้าน” โครงการใหม่ ที่ติดถนนสุขสวัสดิ์แบบนี้ บอกเลยว่าปัจจุบันในตอนนี้แทบไม่มีเลยครับ ด้วยความที่ถนนสุขสวัสดิ์เป็นถนนเก่าแก่ของย่าน ที่ดินแปลงใหญ่สองฝั่งถนนโดยเฉพาะในช่วงสุขสวัสดิ์ตอนต้น ส่วนใหญ่ก็จะถูกพัฒนาไปหมดแล้ว หรือที่มีก็จะเป็นโครงการระดับ 30-40 ล้านอัพ
ที่ตั้งของโครงการ NUE Hybe ที่ติดถนนสุขสวัสดิ์เลยมีจุดเด่นตรงที่ เป็นบ้านที่มาในทำเลที่ไม่ได้เห็นบ้านใหม่ได้บ่อยนัก ในราคาที่ถือว่าจับต้องได้เลย
ซึ่งหลายคนก็อาจจะมีคำถามตามมาว่า แล้วติดถนนใหญ่แบบนี้มันดียังไง?
ข้อแรก โครงการเด่นครับ ใครขับผ่านก็เห็น ทำธุรกิจง่าย หรือถ้าอยู่เองไปกลับสะดวก ไม่เปลี่ยว ไม่ต้องเข้าซอย
แต่ข้อที่เด่นที่สุดก็ต้องบอกว่าถ้าพูดถึงโซนสุขสวัสดิ์ หลายคนจะนึกถึงเรื่อง “รถติด” ตามมาครับ ด้วยละแวกนี้ที่บ้านส่วนใหญ่อยู่ในซอย บางโครงการเข้าไปลึกพอสมควร พอเช้าๆ จะออกมา ก็ต้องใช้ซอยเดียวร่วมกันในการออก เราเลยจะเห็นคนบ่นเรื่องรถติด
ที่ตั้งของโครงการนี้เลยเหมือนตัดปัญหาต่างๆ ไปเลยครับ อยู่หน้าถนนสุขสวัสดิ์ ออกจากโครงการตอนเช้าเลี้ยวขึ้นสะพานภูมิพลที่ห่างไปไม่ถึงกิโลได้ทันที หรือจะกลับรถไปขึ้นทางด่วนก็ใกล้ๆ เช่นกัน
ซึ่งถ้าเทียบกับโครงการโซนในซอย ที่นี่อาจจะราคาสูงกว่าหน่อยครับ แต่ก็จะได้จุดเด่นเรื่องทำเล ถ้าบอกว่าราคาที่เพิ่มมาเป็นการซื้อเวลาคืนให้ชีวิตก็ไม่ผิดนักครับ ดังนั้นใครที่เน้นเดินทางสะดวก หรือเข้าโซนใจกลางเมืองไปทำงานทุกวัน โจทย์ในการเลือกบ้านมีเรื่องการเดินทางเป็นลำดับต้นๆ ที่นี่ก็จะตอบโจทย์นี้ได้สบายครับ
สุขสวัสดิ์ ถนนสายหลักของฝั่งธนใต้
ใกล้ห้าง ตลาด โรงพยาบาล และยังอยู่ในเขตกรุงเทพฯ

ต้องบอกว่าถนนเส้นนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ยุคจอมพล ป. เพื่อเชื่อม “กรุงเทพฯ กับพระประแดง” โดยเฉพาะครับ เป็นถนนสายเก่าที่อยู่มานาน ดังนั้นพอเมืองขยายตัว เกิดชุมชนต่างๆ ก็เรียกได้ว่าเส้นสุขสวัสดิ์เป็นแกนของย่าน ที่เกิดเป็นชุมชนและเมืองย่อยๆ ทั้งตามแนวของถนนสายนี้และในถนนสายรองอย่างประชาอุทิศ-พุทธบูชา
เราจะเห็นทั้งตลาดบางปะกอก, Big C, Lotus’s, HomePro, ไทวัสดุ, ธนาคาร, โรงพยาบาลต่างๆ ไปจนถึงตึกแถวค้าขาย ที่เป็นเศรษฐกิจดั้งเดิมของย่าน ทุกอย่างอยู่สองข้างถนนสุขสวัสดิ์ หรืออย่างตอนช่วงปลาย ที่จะเป็นย่านโรงงานและโกดังต่างๆ
ตัวทำเลโครงการ NUE Hybe เลยถือว่าเป็นทำเลที่ค่อนข้าง Prime ได้บ้านที่ติดกับถนนเส้นหลัก ได้ความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ใกล้ทั้งห้าง, แหล่งของกิน, ร้านค้า, โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ที่สำคัญคือ ตัวโครงการยังอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ ยังไม่เลยไปในเขต จ.สมุทรปราการ ดังนั้นสภาพแวดล้อม การดูแลเมืองให้สะอาดน่าอยู่ ก็จะยังมีความสมบูรณ์ในสไตล์ กทม. อยู่
ซึ่งด้วยตัวทำเลโครงการที่มี Potential แบบนี้ โครงการเลยไม่ได้ทำออกมาเพียงแค่บ้านเพียงอย่างเดียวครับ แต่วาง Concept เป็น Hybrid Home มีทั้งบ้าน Townhome และ Home Office หรือจะทำธุรกิจร้านค้า โซนด้านหน้าที่ติดกับถนนใหญ่ก็มี Shophouse รองรับการทำหน้าร้านต่างๆ ได้
ก็เรียกได้ว่าทำรูปแบบของโครงการให้เข้ากับจุดเด่นของทำเลที่ติดถนนใหญ่เลยครับ
อีกแป๊บเดียว หน้าบ้านจะมีรถไฟฟ้าแล้ว
รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีราษฎร์บูรณะ ห่างโครงการเพียง 400 ม.

จากที่เล่าว่าถนนสุขสวัสดิ์ถือว่าเป็นถนนสายหลักของย่าน การมาของรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็น่าจะยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นไปอีกครับ
ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้นี้ จะทำหน้าที่วิ่งผ่าตรงเข้าไปในเมือง พาคนจากโซนสุขสวัสดิ์, ประชาอุทิศ, ดาวคะนอง, วงเวียนใหญ่
เข้าโซนกรุงเทพชั้นในผ่านย่านเมืองเก่าไม่ว่าจะเป็นสามยอด, ราชดำเนิน, แบงก์ชาติ, สามเสน, รัฐสภาเกียกกาย และยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นอีกหลายสาย ไม่ว่าจะเป็น MRT สายสีน้ำเงิน, BTS สายสีลม หรือ MRT สายสีส้ม
ในอนาคตก็จะช่วยให้ย่านนี้เดินทางได้สะดวกขึ้นอีกพอสมควรเลย ไม่ต้องพึ่งพารถยนต์เพียงอย่างเดียว คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปี 72-73 ที่จะถึงนี้
ซึ่งโครงการ “NUE Hybe สุขสวัสดิ์” เอง ก็มีสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตั้งอยู่ในระยะที่ใกล้หน้าบ้านมากครับ เพียง 400 เมตร
“เป็นบ้านที่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้สบาย”
ก็จะสะดวกทั้งสำหรับการเดินทางของคนในบ้าน หรือใครที่ทำ Home Office หรือมีลูกค้า ก็สะดวกในการมาหาเช่นเดียวกันครับ
และถ้ายังไม่อยากเดิน ที่สถานีนี้ก็มีอาคารจอดรถ สามารถขับรถมาจอดขึ้นรถไฟฟ้าได้ด้วยนะครับ (แต่ใกล้บ้านแค่นี้เอง เดินเถอะครับ ไม่ต้องเสียค่าจอด 555)
อยู่ระหว่าง 4 สะพาน
เชื่อมเข้าใจกลางเมืองได้หลายทาง ห่างแค่กิโล-กิโลนิดๆ

อีกจุดเด่นของย่านสุขสวัสดิ์ คือ “เป็นจุดที่สามารถเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้สะดวกมาก” ครับ
ด้วยที่ตั้งของแนวถนนสุขสวัสดิ์ ที่จะเลียบไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอีกฝั่งนึงของแม่น้ำก็เป็นโซนกรุงเทพชั้นในแล้วครับ อยู่ใกล้กับโซนพระราม 3 ที่เข้าไปอีกนิดก็จะเข้าสู่โซนสาทร-สีลมได้ เรียกได้ว่าเมืองอยู่ใกล้ๆ แค่ข้ามฝั่งแม่น้ำไปนี่เอง
และที่ตั้งโครงการ NUE Hybe ถือว่าอยู่ในจุดที่สะดวกมากครับ สำหรับใครที่หาบ้านที่ใช้ชีวิตเชื่อมต่อในเมืองได้ง่าย
ด้วยที่ตั้งที่อยู่แทบจะกึ่งกลางระหว่าง 4 สะพานใหญ่เลย ห่างออกไปในระยะประมาณแค่กิโล-กิโลนิดๆ ทั้งหมด สามารถเลือกใช้ในการเดินทางได้เลยครับ
ไม่ว่าจะเป็นสะพานพระราม 9 จากทางด่วนในเมือง และล่าสุดสะพานทศมราชันที่เป็นสะพานคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 ก็เปิดเป็นที่เรียบร้อย ช่วยแบ่งเบาภาระการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนของทางด่วนให้ข้ามฝั่งแม่น้ำได้ง่ายขึ้น
พอลงทางด่วนมาก็แทบจะเลี้ยวเข้าโครงการได้เลยครับ
อีกสะพานที่สะดวกไม่แพ้กันคือสะพานภูมิพล 1 ครับ ออกจากโครงการมาก็สามารถขึ้นสะพานนี้เพื่อไปฝั่งพระราม 3 และ CBD สาทรได้
หรือจะใช้สะพานภูมิพล 2 ก็สามารถเชื่อมต่อย่านปู่เจ้า-สำโรงที่เป็นแหล่งงานโซนโรงงานได้สะดวก
เชื่อมสาทร เพียงแค่ 15 นาที*
ขึ้นทางด่วนจากถนนสุขสวัสดิ์ ห่างโครงการแค่ประมาณกิโลเดียว

สำหรับใครที่ทำงานในเมืองโซนสาทร-สีลม ย่านนี้ถือว่าเป็นอีกย่านที่เดินทางสะดวกมากๆ ครับ ด้วยทางด่วนที่มีทางขึ้นจากถนนสุขสวัสดิ์ได้เลย และห่างจากโครงการแค่ประมาณกิโลเดียว
สามารถขึ้นทางด่วนแล้วตรงเข้าสู่ย่านสาทร-สีลม-หัวลำโพงได้เลย ใช้เวลาแค่ประมาณ 15-20 นาทีในเวลาปกติ ส่วนช่วงเร่งด่วน ก็ถือว่าเป็นเส้นที่การจราจรยังคล่องตัวกว่าถนนเข้าเมืองหลายๆ สายครับ
ในระยะหลังๆ เราเลยจะเริ่มเห็น Developer ตั้งชื่อโครงการบ้านมีพ่วงชื่อสาทรต่อท้ายกันมาแล้ว ด้วยจุดขายที่อยากให้รู้ว่าใกล้ย่านสาทรจริงๆ นะ
ซึ่งในความเป็นจริง ก็ถือว่าใช้เวลาไม่นานในการเข้าใจกลางเมืองเลย นอกจากนี้ยังมีทางเลือกในการใช้สะพานภูมิพลครับ ข้ามไปที่โซนพระราม 3 เชื่อมเส้นนราธิวาสเข้าสาทรได้อีกเส้นทางนึงเช่นกัน ก็สะดวกสำหรับใครที่ไม่อยากเสียค่าทางด่วน
และยังเชื่อมไปโซนพระราม 4 ที่มีโครงการ Mixed-use เปิดใหม่หลายโครงการได้ด้วยเช่นกันครับ
บ้านในทำเลคอนโด
เริ่มต้นที่ 37,300 บาท/ตร.ม. ต่ำกว่าคอนโดในย่านแบบครึ่งๆ

ถ้าเราลองมาดูย่านรอบข้างของโครงการ ตรงนี้ก็จะเห็นว่าเป็นย่านที่มีคอนโดมาเปิดด้วยเช่นเดียวกันครับ
อย่างถ้าเป็นฝั่งพระราม 3 แน่นอนว่าฝั่งนั้นที่ใกล้กรุงเทพชั้นในกว่า ราคาคอนโดส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในหลัก 100,000 บาท/ตร.ม. อัพขึ้นไปหมดแล้วทั้งนั้นครับ ขึ้นอยู่กับว่าวิวและจุดขายต่างๆ เป็นอย่างไร ถ้าติดแม่น้ำเลย เราก็อาจจะเห็นคอนโดที่ขยับมาหลักแสนปลายๆ ได้
ส่วนในฝั่งสุขสวัสดิ์ ตั้งแต่การมาของรถไฟฟ้าสายสีม่วง คอนโดต่างๆ บนเส้นนี้ก็ตามมาเช่นกันครับ มีทั้งที่บนถนนสุขสวัสดิ์เอง และฝั่งถนนประชาอุทิศ คอนโดในย่านตรงนี้ส่วนใหญ่ก็จะราคาอยู่แถวๆ ช่วง 7-9 หมื่นบาท/ตร.ม. ครับ
ดังนั้นถ้าจะบอกว่าโครงการ NUE Hybe เอง เป็นบ้านที่อยู่ในทำเลคอนโด ก็ไม่ผิดครับ เพราะรอบข้างแถวนี้ที่ติดถนนใหญ่ มีคอนโดมาเปิดกันแล้ว
แต่จุดที่ NUE Hybe ทำได้ดี คือพอเป็นโครงการบ้านแนวราบ ราคาของที่นี่ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจเลยครับ ด้วยราคาที่เริ่ม 6.49 ล้านบาท* หารราคาต่อตร.ม.ออกมา จะเริ่มต้นอยู่ที่ 37,300 บาท/ตร.ม.!!!
ราคาต่อตร.ม.ต่ำกว่ากลุ่มคอนโดแบบครึ่งๆ เลย ซึ่งในย่านนี้เอง ปัจจุบันก็หาที่ดินแปลงใหญ่ที่สามารถทำหมู่บ้านได้ค่อนข้างยากแล้วครับ
แค่ข้ามสะพานอีกนิด
งบพอๆ กับคอนโด 2 Bedroom แต่ได้บ้านทั้งหลัง

ด้วยราคาโครงการประมาณนี้ และทำเลที่เน้นเรื่องการเข้า CBD สะดวก น่าจะมีกลุ่มลูกค้าที่เทียบกับการอยู่คอนโดกลุ่ม 2 Bedroom ด้วยเช่นกัน
จุดเด่นในด้านราคาของโครงการนี้ ที่เริ่ม 6.49 ล้าน* ในงบที่พอๆ กันกับคอนโด 2 Bedroom ทำเลใกล้เมือง ที่นี่จะเป็นตัวเลือกที่ขยับออกมาอีกนิด แต่ “ได้บ้านทั้งหลัง” ครับ
อย่างถ้าดูคอนโดในกลุ่มใกล้เมือง ที่ราคาอยู่ในช่วง 80,000 – 120,000 บาท/ตร.ม. ในงบเท่านี้ก็จะได้ห้องขนาดอยู่ที่ประมาณ 50-80 ตร.ม. ครับ (อยู่ที่ทำเลความใกล้ไกล และรูปแบบโครงการ) ซึ่งรูปแบบส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1-2 คันแบบหมุนวน
ส่วนที่ NUE Hybe ด้วยราคาโปรตอนนี้ หารออกมาจะตกเฉลี่ยเริ่มต้นตร.ม.ละ 37,300 บาท ได้พื้นที่ 174 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถในตัว 2 คัน เรียกได้ว่าได้พื้นที่เพิ่มมา 2-3 เท่าตัวเลยครับ
ก็จะตอบโจทย์สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่ใหญ่ ขยับจากคอนโดในเมืองออกมาอีกนิด แต่ยังเดินทางสะดวกอยู่ ได้บ้านที่พื้นที่เพิ่มขึ้น ใช้งานได้หลากหลาย รองรับครอบครัวในอนาคต
ย่านสุขสวัสดิ์วันนี้ พร้อมแค่ไหน
รถไฟฟ้า สะพานทศมราชัน ทางด่วนสายใหม่ และถนน ฉ1

อีกจุดที่อาจจะทำให้หลายคนลังเล คือช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นย่านนี้มีการก่อสร้างอยู่ตลอด มาถึงวันนี้ถึงโครงการต่างๆ จะยังไม่เสร็จ 100% แต่ก็ถือว่าสำหรับโซนสุขสวัสดิ์คืบหน้าไปเยอะมากและเป็นทำเลที่พร้อมอยู่ เดินทางสะดวกขึ้นแล้วครับ
เริ่มจากหน้าโครงการ ติดกับถนนสุขสวัสดิ์ ที่เป็นถนนเก่าแก่ขนาด 8 เลน ตรงนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมครับ เดินทางง่าย การก่อสร้างรถไฟฟ้าในปัจจุบันแล้วเสร็จไปเยอะมาก เกือบๆ 80% แล้วครับ
ซึ่งคาดว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2572-2573 ที่จะถึงนี้
อย่างต่อมาที่พร้อมใช้แล้ว คือสะพานทศมราชันครับ ที่เป็นสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ช่วยให้ย่านสุขสวัสดิ์สามารถเข้าใจกลางเมืองได้สะดวกมากขึ้น ส่วนงานก่อสร้างทางด่วนสายใหม่ที่ต่อไปถึงพระราม 2-วงแหวน ก็เตรียมจะเปิดให้บริการในปีหน้านี้แล้วครับ
ส่วนอีกถนนที่เตรียมมาเพิ่มความสะดวกของย่านนี้ คือถนนสาย ฉ1 (ในร่างผังเมืองล่าสุดเปลี่ยนเลขเป็น ฉ3) ที่จะวิ่งจากสะพานภูมิพลตัดเข้าย่านประชาอุทิศ-พุทธบูชา-เพชรเกษม เปิดพื้นที่สายในให้เดินทางสะดวกมากขึ้น และเชื่อมต่อย่านสำคัญของฝั่งธน เส้นนี้คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างช่วงต้นปี 2570 ครับ
NUE Hybe สุขสวัสดิ์
Live. Work. Commerce. ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และ Shophouse จาก Noble Development
รู้จักโครงการ NUE Hybe สุขสวัสดิ์
ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และ Shophouse สไตล์ Modern จาก Noble

มารู้จักกับตัวโครงการกันบ้างครับ สำหรับ “NUE Hybe สุขสวัสดิ์” เป็นโครงการบ้านที่มีทั้งทาวน์โฮม, ทาวน์โฮมกึ่งโฮมออฟฟิศ และ Shophouse ที่เป็นอาคารพาณิชย์อยู่ส่วนด้านหน้าของโครงการครับ
ตอนนี้มีร้านมาเปิดค่อนข้างเยอะแล้ว ทั้งร้านทำฟัน, คาเฟ่, เบเกอรี่, โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์, ซาลอน, คลินิกทำหัตถการ และอีกหลายๆ ร้าน ให้ฟีลเหมือนมี Community Mall ย่อมๆ อยู่หน้าบ้านครับ
จุดเด่นของโครงการคือถึงจะเป็นทั้งทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ และ Shophouse แต่ที่นี่ก็ยังให้บรรยากาศของความเป็นบ้านสำหรับการพักอาศัยอยู่ด้วยเช่นเดียวกันครับ ด้วยการแยกพื้นที่ แยกโซนต่างๆ ออกจากกันชัดเจน
รวมไปถึงบรรยากาศในโครงการที่มีต้นไม้รายล้อมให้ความร่มรื่น และมี Facility ต่างๆ พร้อม Clubhouse ขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางโครงการ
ทั้งบรรยากาศโครงการและดีไซน์ของตัวบ้าน ที่มาในรูปแบบ Modern ดูนิ่งๆ เท่ๆ ตามสไตล์บ้านจาก Noble เลย ทำให้ที่นี่แตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วๆ ไปพอสมควรครับ
ด้านทาวน์โฮมจะมีให้เลือก 2 ไทป์ด้วยกัน ไทป์แรก Urban Home สูง 3.5 ชั้น เน้นอยู่อาศัยเป็นหลัก ในราคาที่ถือว่าจับต้องได้เลย เริ่ม 6.49 ล้าน* อีกไทป์เป็น Urban Hybrid Home สูง 4 ชั้น ที่จะอยู่อาศัยก็ดีหรือทำเป็นโฮมออฟฟิศก็ได้ครับ ตอนนี้มีบ้านเหลือไม่เยอะแล้ว
จุดเด่นของทั้ง 2 ไทป์คือฟังก์ชันการใช้งานค่อนข้าง Flexible ยืดหยุ่น จะอยู่เองหรือทำโฮมออฟฟิศก็สะดวก มีชั้นที่เป็น Open Plan ให้เราปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ทำเป็นออฟฟิศเหมาชั้น แล้วชั้นบนเป็น Private Zone ก็ได้
เดี๋ยวเราจะพาไปดูจุดเด่นของโครงการนี้ในแต่ละด้านกันครับ
ทำเลติดถนนใหญ่ ต่อยอดได้มากกว่าบ้าน
มีบ้านรองรับ Home Office จอดรถได้สูงสุด 4 คัน

อย่างที่บอกไปครับ ว่าด้วยทำเลที่ตั้ง ที่ติดกับ “ถนนสุขสวัสดิ์” ที่ถือว่าเป็นถนนสายเศรษฐกิจเส้นสำคัญของย่านนี้
ดังนั้นทำเลตรงนี้เลยถือว่าค่อนข้าง Prime และมีศักยภาพที่เป็นได้มากกว่าแค่หมู่บ้านพักอาศัยปกติครับ โครงการเลยวาง Concept ให้ดึงจุดเด่นของการติดถนนใหญ่มาใช้
โดยที่ให้ด้านหน้าโครงการ เป็นโซน Shophouse สำหรับทำหน้าร้าน/ทำ Retail ต่างๆ ได้ รวมถึงก็จะเป็นโซนที่ร้านมาอำนวยความสะดวกให้คนในโครงการไปในตัว
ส่วนใครที่ทำธุรกิจ ที่นี่ก็มีบ้านที่รองรับการทำเป็น Home Office เปิดเป็นสำนักงานเล็กๆ รองรับธุรกิจ SME ได้ พร้อมที่จอดรถสูงสุด 4 คัน แบบบ้านค่อนข้าง Flexible จะแบ่งส่วนนึงอยู่ หรือเป็นออฟฟิศทั้งหมดก็ได้เช่นกัน
ส่วนใครที่มองหาบ้านเน้นอยู่อาศัย เน้นบ้านในทำเลที่ดี ที่นี่ก็ตอบโจทย์ด้วยบ้านเริ่มต้นที่ได้ทำเลโครงการติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน ในราคาที่ไม่หนีจากคอนโดในเมือง แต่ได้พื้นที่ที่ใหญ่กว่า 2-3 เท่าตัวครับ
มีทั้ง Shophouse ทั้ง Home Office แล้วจะวุ่นวายไหม?
แบ่ง 3 โซน 3 Gate คือ Commerce Zone, Work Zone และ Live Zone

คำตอบก็คือโครงการคิดเผื่อมาให้แล้วครับ ด้วยการแบ่งโครงการออกเป็น 3 โซน เพิ่มความเป็นส่วนตัว
อย่างโซนด้านหน้า เข้ามาก็จะเจอกับ Shophouse ใน “Commerce Zone” ก่อน สะดวกสำหรับทำหน้าร้านต่างๆ ที่มีคนนอกเข้ามาใช้บริการตลอดวัน ใกล้ถนนใหญ่ คนเข้าถึงได้ง่าย พร้อมที่จอดรถส่วนกลางรองรับ
ถัดเข้ามาจะเจอกับ Gate ที่ 2 เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เข้าสู่ “Work Zone” ที่ดีไซน์ไว้ให้สำหรับทั้งอยู่อาศัย ทั้งการเป็น Home Office และบ้านพัก โซนนี้ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ยังมีความเข้าถึงง่ายสะดวกสำหรับธุรกิจ
ส่วน “Live Zone” จะเป็นโซนที่ Private ที่สุดของโครงการด้วย Gate ชั้นที่ 3 ให้ความเป็นส่วนตัวสำหรับการอยู่อาศัยในบรรยากาศร่มรื่น
ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% ทุกโซน ทั้งโครงการครับ
Facility มีมาให้ครบ
Hybrid Clubhouse 3 ชั้น และ Urban Garden ใจกลางโครงการ

เราจะเห็นว่าบางโครงการพอเน้นเป็น Home Office หรือเพื่อพาณิชย์แล้ว อาจจะไม่ค่อยมี Facility ให้ใช้เหมือนโครงการบ้านทั่วไปใช่ไหมครับ
แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ครับ เพราะ Concept ของที่นี่คือให้น้ำหนักสำหรับการอยู่อาศัยเป็นบ้านด้วยเช่นกัน เป็นหนึ่งในจุดขายของโครงการนี้ ที่อยู่อาศัยก็ได้ ทำงานก็ดี
ดังนั้น Facility ต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่โครงการในรูปแบบหมู่บ้านควรจะมี ที่นี่ก็มีมาให้ครบเลยครับ ด้วยตัว Hybrid Clubhouse ที่ตั้งอยู่ใจกลางโครงการ
เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ออกแบบมาในสไตล์ Modern เป็น Theme เดียวกันกับตัวบ้านเลย มีการใช้โทนสีขาวและเทาเป็นหลัก แทรกพื้นที่สีเขียวด้วยระเบียงต้นไม้ที่ชั้น 2 และ 3 ทำให้บรรยากาศดูใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
ฝั่งตรงข้ามเองก็มี Urban Garden เป็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่ มีโซนสนามเด็กเล่น รองรับลูกบ้านที่อยู่อาศัยแบบเป็นครอบครัว
และมีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนหลากหลายมุม ด้านหลังมีต้นไม้สูงใหญ่โอบล้อมสวนเอาไว้ ช่วยให้ร่มเงา ไม่ร้อนจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีไม้พุ่มประดับกระจายอยู่ทั่วทั้งสวน มองไปทางไหนก็สบายตา เพราะเห็นแต่พื้นที่สีเขียวครับ
Urban Home (UT)
ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น 174 ตร.ม. เริ่ม 6.49 ล้านบาท*

มาดูตัวบ้านกันบ้างครับ ถ้าไม่นับ Shophouse ด้านหน้า บ้านทาวน์โฮมของที่นี่จะมี 2 ไทป์หลักๆ ครับ
คือแบบ UT หลังนี้ ที่เป็น Urban Home เน้นสำหรับการอยู่อาศัยเป็นหลัก มาในรูปแบบบ้าน 3.5 ชั้น ยังให้ความอบอุ่นและจัดพื้นที่ใช้สอยมาในแบบของบ้านทาวน์โฮม
มีพื้นที่ใช้สอยรวม 174 ตร.ม. 2 ที่จอดรถ 3 ห้องนอน พร้อมห้องพักผ่อนที่ชั้นลอย มาพร้อมไฮไลท์ Double Volume ที่ชั้น 1 เพิ่มความโปร่ง ให้ความรู้สึกต่างจากบ้านทาวน์โฮมทั่วไป ในราคาเริ่มต้นที่ถือว่าจับต้องได้ 6.49 ล้านบาท* สำหรับทำเลแบบนี้ ได้บ้านกว้าง มีพื้นที่ใหญ่สำหรับครอบครัว
และถ้าจะปรับเปลี่ยนบางส่วนให้เป็น Home Office ทำงานด้วย บ้านนี้ก็ยังรองรับด้วยเช่นกันครับ
จุดเด่นแบบบ้านไทป์ UT
หน้ากว้าง 5.4 เมตร จอดรถได้ 2 คัน

- หน้ากว้าง 5.4 เมตร จอดรถได้ 2 คัน
- ครัวติดหน้าบ้าน ขนของเข้าบ้านได้ง่าย
- ชั้น 1 มีโถงเพดานสูง 5.7 เมตร ให้บ้านโปร่ง อารมณ์ต่างจากทาวน์โฮมทั่วไป
- ชั้นลอยมี Multi-Purpose Room ใช้งานได้หลากหลาย
- ชั้น 2 ของบ้านเป็น 2 ห้องนอน ปรับเป็นห้องใช้งานด้านต่างๆ ได้
- ระแนง Double Facade ของตัวบ้าน เพิ่มความเป็นส่วนตัว
- Master Bedroom ใหญ่ เต็มพื้นที่ชั้น 3 พร้อมโซน Walk-in Closet
- ห้องน้ำ Master Bedroom กว้าง
พื้นที่ 174 ตร.ม. จัดฟังก์ชันได้ครบ
ขยับออกมาจากเมืองอีกนิด แต่ได้บ้านทั้งหลัง

สำหรับบ้านเริ่มต้น มากับขนาด 174 ตร.ม. ที่มีพื้นที่จัดฟังก์ชันออกมาได้ครบสำหรับการอยู่อาศัย ภาพนี้เอาบรรยากาศการใช้งานของพื้นที่ห้องต่างๆ มาให้ดูประกอบครับ
จะเห็นว่าพื้นที่แต่ละโซนขนาดกว้างเลยทั้งได้โถงเพดานสูง ได้ห้องนั่งเล่นชั้นลอย ได้พื้นที่ 2 ห้องนอนเล็ก ที่ปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานได้ และได้ Master Bedroom ขนาดใหญ่
ที่นี่เลยจะตอบโจทย์คนที่อยากขยับขยาย มองหาที่อยู่อาศัยที่เน้นได้พื้นที่เยอะขึ้น เมื่อเทียบกับคอนโดในเมืองที่งบเท่ากันที่ส่วนใหญ่จะได้เป็นห้อง 1-2 Bedroom
แต่ที่นี่ขยับออกมานิด ได้บ้านทั้งหลัง และก็ยังได้ทำเลที่ดี ติดถนนใหญ่ และใกล้รถไฟฟ้าครับ
เพดานสูง Double Volume
โถงสูง 5.7 เมตร พร้อมช่องแสงขนาดใหญ่

ไฮไลท์แรกเมื่อเข้ามาในตัวบ้าน จะเจอกับโถงเพดานสูงของตัวบ้าน ที่มีความสูงถึง 5.7 เมตร ให้บรรยากาศการใช้งานของบ้านโปร่ง มาพร้อมช่องแสงขนาดใหญ่ สูงตั้งแต่พื้นจนเกือบถึงเพดานครับ
ฟีลลิ่งในบ้านนี้ก็จะต่างจากบ้านทาวน์โฮมทั่วๆ ไปพอสมควรเลย
ห้องนอนใหญ่ชั้นบน
เหมาทั้งชั้น พร้อม Walk-in Closet และอ่างอาบน้ำ

อีกจุดเด่นของตัวบ้าน จะเป็นในส่วนของห้องนอนชั้นบน ที่มีขนาดกว้างแบบเหมาทั้งชั้นเลยครับ
ด้านหน้าบ้านจะเชื่อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ ให้ห้องนอนดูโปร่ง มาพร้อมกับพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ เก็บเสื้อผ้าและชุดต่างๆ ได้แบบจริงจัง
ส่วนในด้านห้องน้ำจะมาพร้อมกับอ่างอาบน้ำในตัวเลย แยกจากโซน Shower ปกติ พร้อมกระจกใสแบบ Sexy Bathroom เชื่อมกับห้องนอน เพิ่มความเปิดโล่งของห้องน้ำ ให้ดูโปร่ง ไม่อึดอัดเวลาแช่น้ำครับ
ปรับ Urban Home เป็น Home Office ได้
ชั้น 1 ชั้นลอย และชั้น 2 ปรับเป็นออฟฟิศได้ทั้งหมด

อีกจุดเด่นคือความ Flexible ในการใช้พื้นที่ของตัวบ้านครับ
เราเล่าในมุมที่ใช้งานพื้นที่เป็นบ้านพักอาศัยทั้งหลังไปแล้ว แต่ถ้าอยากจะปรับบ้านนี้เป็น Home Office ก็ยังตอบโจทย์นะ
ตัวบ้านค่อนข้างยืดหยุ่นครับ อย่างชั้น 1 ที่ปกติเป็นโซนรับประทานอาหารกับครัว ก็สามารถทำเป็นโซนออฟฟิศพร้อม Pantry
ขึ้นมาที่ชั้นลอยที่เป็นโซนพักผ่อนของตัวบ้าน ก็สามารถทำเป็นชั้นสำหรับออฟฟิศนั่งทำงานรวมได้อีก 1 จุด
ส่วนชั้น 2 ชั้นนี้อเนกประสงค์สุดเลยครับ จากที่เป็น 2 ห้องนอน จะตีรวมเป็นออฟฟิศขนาดใหญ่ หรือแบ่งทำห้องประชุมก็ได้ หรือถ้าบ้านไหนมีออฟฟิศแล้วทั้งชั้น 1 กับชั้นลอย จะทำชั้น 2 ตรงนี้เป็นโซน Living ของตัวบ้านก็ได้เช่นกัน
ส่วนที่ชั้นบนสุดชั้น 3 ที่เป็นห้องนอนใหญ่ ถ้า 3 ชั้นล่างเป็นพื้นที่ออฟฟิศไปแล้ว ตรงนี้ก็จะเป็นพื้นที่แยกออกมาให้พักผ่อนได้เป็นส่วนตัวครับ แต่ถ้าใครต้องการเป็นพื้นที่ออฟฟิศอีก ห้องนี้ก็สามารถทำเป็นห้องต่างๆ ห้องทำงาน ห้องสตูดิโอ หรือห้องผู้บริหารได้
Urban Hybrid Home (UO)
ทาวน์โฮม 4 ชั้น 256 ตร.ม. อยู่ก็ได้ ทำงานก็ดี

อีกไทป์เป็นแบบ UO ครับ หรือ Urban Hybrid Home ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นพอสมควรเลย ขยับมาเป็น 256 ตร.ม. เป็นบ้านทาวน์โฮมที่ออกแบบมาให้ “อยู่ก็ได้ ทำงานก็ดี” เพิ่มความ Flexible ขึ้นมาอีกระดับ
แต่ในมุมการใช้บ้านนี้เป็นบ้านอยู่อาศัยปกติ บ้านหลังนี้ก็ยังตอบโจทย์ได้ครบถ้วนนะครับ มาในรูปแบบบ้าน 4 ชั้นเต็ม ขยายหน้ากว้างเป็น 7.5 เมตร จอดรถได้สูงสุดถึง 4 คัน พร้อมประตูม้วนอัตโนมัติด้านหน้า ซึ่งเป็นสเปกที่คิดเผื่อสำหรับคนที่จะเปิดเป็นโฮมออฟฟิศไว้แล้วครับ แต่ถ้าใช้เป็นบ้านปกติก็ยังได้ความ Private เต็มที่ครับ
แต่ละชั้นเป็น Open Plan ปรับได้ค่อนข้างตามใจครับ จะทำเป็นออฟฟิศเหมาชั้นแล้วยกชั้นบนเป็นโซนส่วนตัว หรือจะอยู่อาศัยทั้งหลังเลยก็ได้เช่นกัน
สำหรับใครที่ทำธุรกิจ SME หรือกำลังมองหาบ้านที่เป็นได้ทั้งบ้านและออฟฟิศในหลังเดียว หรืออยากได้บ้านที่พื้นที่ใหญ่ขึ้นมาอีก Step บ้านนี้ก็จะตอบโจทย์ได้ทั้งคู่ครับ
จุดเด่นแบบบ้านไทป์ UO
หน้ากว้าง 7.5 เมตร จอดรถได้สูงสุด 4 คัน

- บ้าน 4 ชั้นเต็ม พื้นที่ใช้สอยกว้าง 256 ตร.ม.
- หน้ากว้าง 7.5 เมตร หน้าบ้านโปร่งขึ้น
- จอดรถได้สูงสุด 4 คัน แบ่งพื้นที่เป็นห้อง เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้
- ประตูโรงรถแบบม้วนอัตโนมัติ เพิ่มความเป็นส่วนตัว
- ตัวบ้านดีไซน์แบบ Open Plan ปรับเปลี่ยนได้ยืดหยุ่นมาก
- ทุกชั้นใช้เป็นบ้านหรือ Office ได้
- ห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่ พร้อมโซนพักผ่อนในตัว
Open Plan ทุกชั้น
จะเป็นบ้านหรือออฟฟิศก็ได้

ในด้านความ Flexible บ้านไทป์นี้จะยิ่งยืดหยุ่นขึ้นไปอีกครับ ด้วยดีไซน์ของตัวบ้านที่ทำมาเป็นแบบ 4 ชั้น รองรับการใช้งานเป็น Home Office แบบเต็มรูปแบบ ด้วยพื้นที่ทั้ง 4 ชั้น ที่ทำออกมาเป็นแบบ Open Plan เปิดโล่ง ไม่มีผนังกั้นครับ
แต่ถ้าจะใช้งานเป็นบ้านอยู่อาศัย พื้นที่ของบ้านก็ยังถูกออกแบบมาให้รองรับการกั้นห้อง ให้ใช้งานเป็นบ้านแบบปกติได้นะครับ
อย่างที่ชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่จอดรถ ที่จอดได้มากสุดถึง 4 คัน แต่ถ้ามีรถไม่ถึง ก็ยังปรับเปลี่ยนพื้นที่กั้นห้องเพิ่มบางส่วนได้
ขึ้นมาบนชั้น 2 ตรงนี้สามารถเป็นได้ทั้ง Office โซนทำงานแบบกว้างๆ หรือใช้เป็นพื้นที่หน้าร้านได้ แต่ถ้าทำเป็นบ้าน ตรงนี้ก็จะเป็นโซน Living ขนาดใหญ่รวมพื้นที่นั่งเล่น+รับประทานอาหาร และครัวครับ
ในส่วนของชั้น 3 พื้นที่ก็จะคล้ายกับชั้น 2 เลย สามารถทำเป็นออฟฟิศกว้างๆ ได้อีกชั้น ใครจะใช้เป็นพื้นที่ Studio หรือแบ่งโซนห้องประชุมก็ได้เช่นกันครับ ซึ่งถ้าใช้งานเป็นบ้าน ชั้นนี้ก็สามารถแบ่งออกเป็น 2 ห้องได้
ส่วนที่ชั้นบนสุดของตัวบ้าน ถ้า 3 ชั้นด้านล่างใช้เป็นพื้นที่ Office ไปแล้ว ชั้นนี้จะทำเป็นชั้นส่วนตัว เหมือนเป็นคอนโดห้องใหญ่ๆ ห้องนึงก็ได้ครับ พื้นที่รองรับให้มีโซน Living ในห้องได้ แต่ถ้าใช้เป็น Office ชั้นนี้ก็สามารถทำเป็นห้องผู้บริหาร หรือแบ่งเป็นห้องประชุมใหญ่ๆ ได้
โดยรวมพื้นที่ก็จะตอบโจทย์ได้หลากหลายครับ
จอดรถได้ 4 คัน
มีประตูม้วนอัตโนมัติ และปรับเป็นห้องเพิ่มได้

อีกจุดที่ต่างจากทาวน์โฮมทั่วไปของไทป์ UO คือเรื่องที่จอดรถที่มีมาให้ถึง 4 คันครับ
เรียกได้ว่าที่จอดรถเหมาชั้น 1 ของบ้านกันไปเลย ด้วยหน้ากว้างของบ้าน 7.5 เมตร ที่ทำให้บ้านหลังนี้มีพื้นที่จอดรถกว้าง และยังแบ่งพื้นที่ส่วนนึงเป็นโถงต้อนรับและบันไดขึ้นชั้น 2 ของตัวบ้านได้
สำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายคน มีรถของพ่อแม่ รถของลูกที่โตแล้ว หรือมีญาติแวะมาค้าง ก็จอดได้ครบครับ มาพร้อมประตูม้วนอัตโนมัติ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ในตัวบ้าน
หรือถ้าใครที่ใช้บ้านเป็น Home Office พื้นที่จอดรถ 4 คันตรงนี้ก็รองรับรถได้ทั้งของเจ้าของบ้าน, ทีมงาน รวมไปถึงลูกค้าที่แวะมาได้ครับ
แต่ถ้าอยู่กันเอง แล้วใช้ที่จอดรถไม่ถึง 4 คันล่ะ??
บ้านหลังนี้ก็ยังรองรับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ครับ จะกั้นห้องที่ชั้น 1 เพิ่มเป็นห้องต่างๆ แล้วเหลือพื้นที่จอดรถแค่ 2 คัน บ้านหลังนี้ก็ยังทำได้ มีห้องน้ำเป็น Powder Room ที่ชั้น 1 ให้ใช้งาน
หรือถ้าใช้บ้านหลังนี้เป็น Home Office จะทำชั้น 1 เป็น Showroom หรือห้องรับรองแขกก็ได้เช่นกัน
หน้ากว้าง 7.5 เมตร
โปร่งกว่าทาวน์โฮมทั่วไป แสงธรรมชาติเข้าได้ลึก

จุดเด่นอีกอย่างที่ไม่ค่อยจะเห็นได้บ่อยในบ้านทาวน์โฮม คือหน้ากว้างของบ้านที่ให้มาถึง 7.5 เมตรครับ
เทียบกับทาวน์โฮมทั่วไปที่หน้ากว้างราวๆ 5 เมตรกว่า ทำให้บ้านสามารถใส่ช่องแสงได้เพิ่ม บรรยากาศในตัวบ้านเลยจะต่างจากเดิมพอสมควร
อย่างถ้าใช้เป็นบ้านพักอาศัยปกติ ห้องต่างๆ ในตัวบ้านก็จะดูโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติเข้าได้ลึกกว่าทาวน์โฮมทั่วไป รวมถึงสามารถจัดพื้นที่ออกมาได้ยืดหยุ่นขึ้นครับ อย่างที่ชั้น 3 ของตัวบ้าน บ้านนี้ก็กว้างพอที่จะจัด 2 ห้องนอนให้รับแสงจากหน้าบ้านได้ โดยที่ห้องทั้ง 2 ขนาดไม่แคบเลย
หรืออย่างห้องนอน Master พอเป็นบ้านหน้ากว้าง ก็จะเป็นห้องที่เปิดรับแสงธรรมชาติแบบกว้างๆ พร้อมวางโซนนั่งเล่นภายในห้องนอนได้
ส่วนถ้าใช้บ้านหลังนี้เป็น Home Office หรือโชว์รูม ก็จะได้พื้นที่โปร่งขนาดใหญ่แบบหน้ากว้าง จัดวางพื้นที่ได้หลากหลายครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือรีวิวเจาะจุดเด่นโครงการ “NUE Hybe สุขสวัสดิ์” ทาวน์โฮมติดถนนสุขสวัสดิ์ ที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าอยู่หน้าบ้าน ใกล้ทางด่วน เดินทางสะดวกไม่กี่นาทีถึง CBD สาทร-พระราม 4 ครับ
ตอนนี้โครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมอยู่ทั้งโครงการแล้วครับ มาพร้อมกับโปรพิเศษกับบ้าน Urban Home ที่ทำราคาใหม่ ลดลงมาต่ำกว่าตอนช่วงเปิดโครงการแรกๆ อีกครับ
เริ่ม 6.49 ล้านบาท* เพียงแค่ 3 หลังเท่านั้น
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ / ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : https://nb-url.com/4B8Wycn
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

