ถ้าพูดถึงบ้านโซน “เลียบด่วน” ปัจจุบันถนนสายนี้แทบจะเป็นถนนของบ้าน Ultra Luxury ล้วนไปแล้วครับ ยิ่งถ้าเป็นบ้านที่ติดเส้นเลียบด่วนเลย อันนี้ก็แทบจะมีตัวเลือกน้อยมาก และราคาไปไกลระดับแตะ 100-200 ล้านกันแล้ว
แต่บทความนี้เราจะขอพามารู้จักกับบ้านทาวน์โฮมหรู ที่อยู่ใจกลางทำเลบ้านระดับ Ultra Luxury ใจกลางย่าน Lifestyle ของเลียบด่วน ใกล้ The Crystal และยังติดถนนเลียบด่วน ที่ราคาเริ่ม 10.9 ล้านครับ กับโครงการ
“Noble Curve”
จุดเด่นด้านทำเลคือแทบจะเป็นตัวเลือกหนึ่งเดียวในตอนนี้เลยครับ ถ้าจะหาบ้านใหม่ในราคา 10 ล้านต้นๆ แล้วเป็นบ้านติดถนนเลียบด่วน
ใครที่กำลังมองหาบ้านใกล้เมืองในทำเลที่ขยับจากคอนโดในเมืองมาสักนิดนึง ด้วยทำเลเชื่อมต่อ 10-15 นาทีเข้าเอกมัย-ทองหล่อ ในงบที่พอๆ กัน แต่ได้พื้นที่ใหญ่กว่า 2-3 เท่าตัว หรือใครที่กำลังมองหาบ้านที่เป็นทั้งบ้านและ Home Office ได้ มาพร้อมกับดีไซน์บ้านที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ในบรรยากาศร่มรื่น
บทความนี้เราขอพาไปรู้จัก และเจาะจุดเด่นด้านต่างๆ ของโครงการนี้กันครับ
สำหรับใครที่สนใจ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษโครงการ : https://nb-url.com/3UpplrU
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
จุดเด่นโครงการ
- เป็นบ้านทาวน์โฮมที่ติดถนนเลียบด่วนแบบจริงๆ
- ใกล้ The Crystal เลียบด่วน
- ใจกลางโซน Lifestyle ที่คึกคักที่สุดของย่านเลียบด่วน
- ใกล้เมือง เชื่อมตรงเข้าเอกมัย-ทองหล่อได้ภายใน 10-15 นาที
- เริ่มต้น 10.9-25 ล้าน แต่ได้ทำเลแบบเดียวกับบ้านหลัก 100-200 ล้าน
- อนาคตใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีเทาและทางด่วนสายใหม่
- ดีไซน์บ้านโดดเด่น ด้วย Shape ทรงเรขาคณิต
- แบบบ้าน Flexible รองรับที่พักอาศัยและเป็น Home Office
- มีให้เลือกหลายขนาด ทั้งแบบ 3 ชั้นและ 4 ชั้น
- บ้านไทป์ใหญ่มาพร้อมลิฟต์ในตัว
- มีไทป์ที่ได้ Double Master Bedroom
- จอดรถได้สูงสุด 6 คัน
- ส่วนกลางครบ ในบรรยากาศร่มรื่น
จุดเด่นทำเลโครงการ
ติดถนนเลียบด่วน ใจกลางย่าน Lifestyle
ติดถนนเลียบด่วนแบบจริงๆ
ที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนประดิษฐ์มนูธรรม
จุดเด่นแรกของที่นี่คือ “ที่ตั้ง” ของโครงการ ที่อยู่ติดกับถนนเลียบด่วนเลยครับ ด้วยที่ตั้งที่เป็นที่ดินผืนใหญ่ ที่ทาง Noble ได้มา ในนี้ก็จะแบ่งเป็นหลายโครงการ เป็นเหมือน Community ที่อยู่อาศัยที่มีเพื่อนบ้านเป็นโครงการของ Noble ด้วยกัน
อย่างด้านหน้าที่เข้ามา ก็จะเจอ Noble Create ที่เป็นโครงการคอนโด ก่อนจะถึง Noble Curve ที่เป็นโครงการบ้านทาวน์โฮมครับ ในอนาคตก็จะมีโครงการอื่นๆ ตามมาอีก ซึ่งปัจจุบันถ้าจะหาบ้านทาวน์โฮมที่ “ติด” ถนนเลียบด่วนประดิษฐ์มนูธรรมแบบทางเข้าติดถนนใหญ่เลยแบบนี้ ก็แทบไม่มีแล้วครับ
ใจกลางโซน Lifestyle ที่คึกคักที่สุดของเลียบด่วน
ไม่ใช่แค่อยู่ “ติดถนน” แต่อยู่ใจกลางย่าน
จุดเด่นอย่างถัดมาของโครงการนี้ คือความที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Lifestyle ของถนนเลียบด่วนจริงๆ ครับ ในระยะที่แทบจะเดินไปได้เลยก็ว่าได้
อย่างก่อนถึงหน้าโครงการนิดเดียว ก็จะเป็นห้าง The Crystal ถัดไปอีกนิดเป็น Central Eastville ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ CDC หรือห้างอย่าง Lotus’s, HomePro, Makro, The Walk, Design Village นี่ก็มีอยู่ในระยะใกล้ๆ แถวนี้หมดเลยครับ ถึงได้บอกว่าจุดตรงนี้เป็นศูนย์กลางแหล่ง Lifestyle ของถนนเลียบด่วนเลย
หลายห้างรอบบ้าน
แล้วแต่ละห้าง น่าสนใจยังไงบ้าง?
ขอสรุปข้อมูลอัปเดตห้างในย่านนี้เล็กน้อยครับ อย่างโซนนี้ ทางกลุ่มเจ้าของ The Crystal ก็มี Plan จะปั้นย่านนี้เป็น “Palm Hills District” ครับ ด้วยความที่บริเวณนี้มีโครงการในเครือเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น 111Praditmanutham, The Crystal, CDC, Crystal Sport และ Crystal Sport G และหลาย Project ก็กำลังมีแผนที่จะปรับปรุงเพิ่มครับ อย่าง The Crystal เตรียม Rebrand พร้อมกับชื่อใหม่ The Crystal Palm Hills เตรียมเพิ่ม Experience และร้านใหม่ๆ เข้ามา
ส่วน CDC นี่ก็กำลังจะถูก Renovate ครั้งใหญ่ด้วยงบกว่า 200 ล้าน เพิ่มพื้นที่สวน Public Space กว่า 19 ไร่ และเตรียมยกระดับเป็นพื้นที่สำหรับคนรักงานดีไซน์และเป็นพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตมากขึ้นครับ นอกจากนี้ CDC เองก็ยังมีพื้นที่รอทำเฟสใหม่ เป็น Project Mixed-use ที่จะทำเพิ่มในอนาคตครับ
ส่วนด้าน Central Eastville อันนี้หลายคนก็น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เป็นศูนย์กลาง Lifestyle ของย่าน มีทั้งพื้นที่สำหรับคนและสัตว์เลี้ยงพร้อมร้านต่างๆ เพียบ
ส่วน Community เชิง Lifestyle ย่านนี้ก็มีมาเปิดหลายโครงการใหม่ครับ อย่าง The Flavorhood ของกลุ่ม Maguro ที่ยกร้านเรือธงในเครือมารวมไว้ อย่าง MAGURO, Hitori Shabu และปิ้งย่างเกาหลี SSAMTHING TOGETHER หรือ The Ground คอมมูนิตี้เปิดใหม่อีกแห่ง ที่รวมทั้งคาเฟ่ ร้าน Brunch อย่าง CinCin และบาร์ Turaz ไว้ในโปรเจกต์เดียว เป็นได้ตั้งแต่ที่นั่งทำงานตอนกลางวัน ยันที่แฮงเอาต์ตอนกลางคืน
รวมถึงย่านนี้ยังมีร้านอาหาร-ร้านกินดื่มอีกเพียบตลอดสาย รวมถึงเป็นแหล่งรวม Lifestyle มีทั้ง Sport Complex, สนามไดร์ฟกอล์ฟ และ Spa ชื่อดังครับ
ใจกลางย่านบ้าน Luxury แต่บ้านยังเริ่ม 10 ล้านต้นๆ
ได้อยู่ทำเลเดียวกับบ้านระดับ 100 ล้าน
ถ้าพูดถึงบ้านในโซนถนนเลียบด่วน ย่านนี้ในปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งถนนสายบ้านหรูอันดับต้นๆ เลยครับ โครงการในย่านนี้มีตั้งแต่ระดับราคาหลายสิบล้าน ไปจนถึงหลัก 200-300 ล้านเลยทีเดียว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทำเลและรูปแบบบ้านของแต่ละโครงการครับ
และยิ่งถ้าจะหาบ้านที่ “ติดถนนเลียบด่วน” เลย ราคาก็ค่อนข้างจะยิ่งไปไกล เพราะในปัจจุบัน ตัวเลือกบ้านติดถนนแบบไม่ต้องเข้าซอยเลยตรงนี้ เป็นบ้านระดับ Ultra Luxury กันไปหมดแล้วครับ ทำให้สำหรับ Noble Curve ที่นี่เลยแทบจะเป็นตัวเลือกเดียวในตอนนี้เลยครับ ที่จะหาบ้านใหม่ติดถนนเลียบด่วน ในราคาเริ่ม 10 ล้านต้นๆ ได้ แต่ได้อยู่บ้านในทำเลเดียวกับบ้านระดับ 100 ล้าน
ซึ่งก็จะเหมาะกับคนที่มองหาบ้าน และให้น้ำหนักกับเรื่องทำเลเป็นอันดับแรกๆ ครับ ด้วยตัวทำเลที่ขยับออกมาจากใจกลางเมืองอย่างทองหล่อ-เอกมัยหน่อย แต่ได้บ้านที่พื้นที่เพิ่มขึ้น อย่างในงบเท่ากัน 10 ล้านกลางย่านทองหล่อ-เอกมัย อาจจะได้พื้นที่เป็นคอนโด 2 Bedroom แต่มาที่นี่ได้บ้านทาวน์โฮม ที่แม้แต่บ้านขนาดเริ่มต้น ก็มีพื้นที่น้องๆ ห้อง Penthouse แล้วครับ
เชื่อมต่อตรงเข้าใจกลางเมือง ย่าน “เอกมัย-ทองหล่อ”
ทั้งถนนประดิษฐ์มนูธรรม ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนศรีรัช
อีกจุดนึงที่ทำให้ย่านนี้มีบ้าน Luxury มาเปิดโครงการกันเยอะ ก็ต้องบอกว่าด้วยตัวทำเลเอง ที่มีความเชื่อมต่อเมืองแบบค่อนข้างที่จะ Seamless ครับ
อย่างตัวถนนประดิษฐ์มนูธรรมนี่ก็ตรงเข้าไปสู่กลางเอกมัยได้เลย นอกจากนี้ก็ยังมีทางด่วนฉลองรัช ที่วิ่งตรงเข้าเชื่อมต่อย่านสุขุมวิท และทางด่วนสายในอย่างเส้นศรีรัช ไปเชื่อมต่อย่านอโศก-พระราม 9-รัชดาได้ เลยทำให้ย่านนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งย่านของบ้านที่ใกล้เมืองมาก และเชื่อมต่อกันง่ายครับ
อนาคตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเทาและทางด่วนสายใหม่
รถไฟฟ้าอีก 2 สาย และทางด่วนตามแนวเกษตร-นวมินทร์
นอกจากนี้ในอนาคตย่านนี้ก็ยังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่จะมาช่วยให้การเดินทางเข้าออกเมืองและไปยังโซนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ มีความสะดวกมากขึ้น ทั้งทางด่วนสายใหม่ และรถไฟฟ้าอีก 2 สาย คือสายสีเทา และสายสีน้ำตาลครับ
เริ่มจากรถไฟฟ้าก่อน บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เส้นเลียบด่วน) มีแผนจะก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่คือ “รถไฟฟ้าสายสีเทา” ซึ่งจะเริ่มจากแยกวัชรพล (เชื่อมสายสีชมพู) วิ่งมาตามถนนเลียบด่วนผ่านแยกตัดกับเกษตรนวมินทร์ (เชื่อมสายสีน้ำตาล) ตรงต่อไปผ่านลาดพร้าว (เชื่อมสายสีเหลือง) ไปจนถึงพระราม 9 (เชื่อมสายสีส้ม) เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทองหล่อ ไปสุดที่ปากซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท (เชื่อม BTS สายสีเขียว) จะเห็นว่าเป็นเส้นทางตัดตรงเข้าใจกลางเมือง ที่มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นเยอะเลยครับ
โครงการนี้เดิมอยู่ในความดูแลของ กทม. แต่เพิ่งมีการโอนมาให้ รฟม. รับแทน ล่าสุดทาง รฟม. กำลังมีการศึกษาทบทวนรายละเอียดโครงการอีกครั้งว่ารายงานที่ กทม. เคยศึกษาไว้ ยังเหมาะสมอยู่หรือเปล่า หรือควรปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเจริญในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งตามแผนจะมีการก่อสร้างในปี 2573 และจะเปิดบริการในปี 2576
มาต่อกันที่ทางด่วน ในแผนงานของการทางพิเศษ จะมีการก่อสร้างทางด่วนตามแนวถนนเกษตร-นวมินทร์ (ถนนประเสริฐมนูกิจ) เดิมทีจะได้ยินกันในชื่อ “ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N2-N3” ที่จะเชื่อมทางด่วน 4 สายเข้าด้วยกันในแนวตะวันออก-ตะวันตก ตั้งแต่ทางด่วนศรีรัชตรงประชาชื่น โทลล์เวย์ที่บางเขน ทางด่วนฉลองรัชตรงนี้ และถนนวงแหวนตะวันออก เพื่อให้สามารถวิ่งข้ามเมืองในโซนเหนือได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น
ซึ่งถ้าใครตามข่าวก็จะได้ยินว่าจะสร้างนานแล้ว แต่ติดขัดช่วงที่ผ่าน ม.เกษตรศาสตร์ ทำให้ต้องศึกษาโครงการใหม่หลายครั้ง แต่ล่าสุดการทางพิเศษ มีการตัดแบ่งทางด่วนสายนี้ออกเป็น 2 ช่วง โดยเอาช่วงที่ไม่ได้ติดขัดอะไรเยอะมาสร้างก่อน นั่นก็คือช่วงฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันออก (กาญจนาภิเษก) ครับ โดยมีการออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะส่งให้ ครม. พิจารณาอนุมัติให้เดินหน้าเปิดประมูลต่อไป คาดว่าจะเริ่มสร้างในปี 2572 และเปิดใช้งานในปี 2575
ส่วนที่เหลือคือช่วงแคราย-ฉลองรัช ซึ่งจะมีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงรูปแบบโครงการ และเจรจากับ ม.เกษตรศาสตร์อีกครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะเป็นทางด่วนรูปแบบไหน จากการวางแผนเบื้องต้นน่าจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี และน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2573 และเปิดใช้งานในปี 2576 (แต่ก็อาจจะมีการขยับ timeline ออกไปถ้ายังตกลงกันไม่ได้อีก)
ส่วนอีกสายนึงก็คือ “รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล” ที่จะเริ่มจากแยกแคราย วิ่งตามเส้นงามวงศ์วาน ผ่านแยกบางเขน (เชื่อมสายสีแดง) แยกเกษตร (เชื่อม BTS สายสุขุมวิท) เข้าถนนเกษตร-นวมินทร์ ผ่านย่านเลียบด่วน (เชื่อมสายสีเทา) เลี้ยวขวาเข้านวมินทร์ไปสุดสายที่แยกลำสาลี (เชื่อมกับสายสีส้มและสีเหลือง) ซึ่งดูแล้วก็เป็นสายที่ผ่านจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นเยอะเช่นเดียวกัน
สำหรับสายสีน้ำตาล เดิมมีการออกแบบเสร็จแล้วตามแผนทางด่วนของเดิมที่จะยกระดับผ่าน ม.เกษตร โดยเกาะไปตามแนวใต้ทางด่วน แต่ปัจจุบันแผนงานของทางด่วนมีการเปลี่ยนแปลงยังไม่นิ่ง สายสีน้ำตาลก็เลยยังเดินหน้าไม่ได้เช่นกัน ต้องรอไปก่อน ซึ่งก็คาดว่าจะเริ่มสร้างและเปิดใช้งานไล่เลี่ยกับส่วนของทางด่วนช่วงแคราย-ฉลองรัชครับ
ข้อมูลแผนรถไฟฟ้าและทางด่วน ณ เดือนกันยายน 2569
Noble Curve
Luxury Townhome สไตล์ Mid Century Modern
Luxury Townhome 187 หลัง บนที่ดิน 23 ไร่
มีทั้งบ้าน 3 ชั้นปกติ ไปจนถึงบ้าน 4 ชั้นที่ทำเป็นโฮมออฟฟิศได้
มาดูตัวโครงการกันบ้างครับ สำหรับโครงการนี้จะเป็นบ้าน Luxury Townhome ที่มีทั้งแบบ 3 ชั้นปกติ ไปจนถึงบ้านขนาด 4 ชั้น ที่สามารถทำเป็นโฮมออฟฟิศได้ ตัวเลือกของไทป์บ้านเลยจะมีค่อนข้างหลากหลายให้เลือก ตามฟังก์ชันของบ้านที่ต้องการครับ ขนาดโครงการมีจำนวนบ้าน 187 หลัง บนที่ดินใหญ่ 23 ไร่
จุดเด่นอยู่ที่งานดีไซน์ของตัวบ้านที่ค่อนข้างแหวกแนวบ้านทั่วไป มาในสไตล์ Mid Century Modern พร้อม Facade หน้าบ้านที่เป็นวงกลมรูปแบบต่างๆ เอาเป็นว่าถ้าเห็นดีไซน์บ้าน ก็รู้เลยครับว่าเป็นที่นี่แน่ๆ นอกจากนี้ตัวโครงการก็ยังมาพร้อมกับส่วนกลางขนาดใหญ่ และบรรยากาศโครงการที่ต่างจากทาวน์โฮมทั่วๆ ไป ด้วยอุโมงค์ต้นไม้ที่ต้อนรับตั้งแต่หน้าโครงการ บรรยากาศภายในร่มรื่น พร้อมสายไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งโครงการ
ส่วนตัวบ้าน ก็ออกแบบพื้นที่ใช้สอยมาต่างจากบ้านทาวน์โฮมทั่วๆ ไปพอสมควรเลย จุดเด่นแต่ละด้านของโครงการนี้จะเป็นยังไง เดี๋ยวเราพาไปดูกันครับ
“Mid Century Modern”
หน้าตาบ้านที่ทำให้ไม่เหมือนทาวน์โฮมทั่วไป
อีกอย่างที่ทำให้ Noble Curve ไม่เหมือนทาวน์โฮมทั่วไป คือ “หน้าตาบ้าน” ที่นี่ครับ จริงๆ ต้องบอกว่าเรื่องงาน Design บ้านของ Noble เค้าก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครในทุกๆ โครงการจริงๆ เป็นจุดเด่นที่บ้านของ Noble แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ เสมอมา อย่างที่สโลแกนของค่ายนี้บอกไว้ว่า “Be Different, Be Noble” จริงๆ
ซึ่งตัวบ้านที่นี่ออกแบบมาในสไตล์ Mid Century Modern มีความเท่ โมเดิร์น และเอาเส้นสายเรขาคณิตมาเป็นพระเอกของงานดีไซน์ครับ ดีไซน์สไตล์นี้ก็จะถูกใช้ในพื้นที่ต่างๆ ของโครงการ ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าโครงการ บรรยากาศของบ้านทั้งโครงการที่มาในรูปแบบเดียวกัน รวมไปถึงตัวอาคารพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Clubhouse ที่ตั้งอยู่กลางสวน ก็มีดีไซน์สไตล์ Mid Century Modern ทั้งภายนอกและงานตกแต่งภายในครับ
Iconic Facade
รูปทรงวงกลมที่เป็นซิกเนเจอร์ของบ้าน
จุดที่เป็นซิกเนเจอร์สุดของที่นี่ หนีไม่พ้น Facade หน้าบ้านที่เป็น Iconic มากๆ ครับ ด้วยรูปทรงเรขาคณิตทรงวงกลม ที่ถูกจัดออกมามี Pattern สไตล์ต่างๆ ตามแต่ละแบบบ้านของทั้ง 4 ไทป์ ทำให้บ้านแต่ละหลังเลยมีจังหวะของเส้นโค้งที่ไม่ซ้ำกัน ให้บรรยากาศของโครงการดูมีมิติที่แปลกตา ผสมกับความร่วมสมัย
ซึ่งไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นครับที่แตกต่าง แต่จากภายในตัวบ้านเวลามองออกมา ในบางห้อง ก็จะเป็นช่องแสงที่ผ่าน Facade วงกลม ทำให้ Silhouette ของแสงที่ผ่านผ้าม่านที่นี่ ดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเลยครับ
เอาว่าเห็นหน้าบ้านปุ๊บ ก็น่าจะรู้ปั๊บเลยว่าเป็นโครงการนี้
บ้านที่ฟังก์ชันไม่เหมือนใคร
จะเป็นบ้านอยู่ปกติ หรือทำเป็น Home Office ก็รองรับ
อีกจุดเด่นที่ทำให้บ้านของโครงการนี้ “แตกต่าง” จากบ้านทาวน์โฮมทั่วไป นอกจากงานดีไซน์แล้ว คือฟังก์ชันบ้านของที่นี่ ที่จะทำออกมาให้มีความยืดหยุ่น รองรับการใช้งานที่หลากหลายครับ จะเป็นบ้านอยู่ปกติก็ได้ หรือทำเป็น Home Office ก็ยังรองรับ จุดเด่นของฟังก์ชันบ้านที่นี่ก็อย่างเช่น
- พื้นที่รองรับหลายรูปแบบ ใหญ่สุด 454 ตร.ม.
- หน้ากว้างสูงสุด 8 เมตร
- พื้นที่ Open Space เพดานสูง
- มาพร้อมกับลิฟต์ในบ้าน
- จอดรถได้สูงสุด 6 คัน
- Double Master Bedroom
- Inner Courtyard กลางบ้าน
- ห้องน้ำในตัวทุกห้อง
- Smart Home Automation
พื้นที่จอดรถใหญ่ และปรับเปลี่ยนได้!!
บ้านไทป์ใหญ่สุดจอดรถได้ถึง 6 คัน
ในด้านที่จอดรถ สำหรับบ้านใหญ่สุดของโครงการนี้ จะได้ที่จอดรถขนาดใหญ่ถึง 6 จอดเลยครับ ก็คือพื้นที่บ้านชั้น 1 เนี่ย จะจอดได้ยาวตั้งแต่หน้าไปจนถึงหลังบ้านเลย ซึ่งสำหรับใครที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ มีรถเยอะ หรือทำโฮมออฟฟิศที่มีคนเยอะ แบบนี้ก็จะตอบโจทย์ครับ
และด้วยความใหญ่ของพื้นที่ ตรงนี้ก็จะค่อนข้าง Flexible ครับ คือถ้าใช้ไม่หมด จะเปลี่ยนพื้นที่จอดรถส่วนนึงมาทำเป็นห้องต่างๆ ก็ได้เช่นกันนะ (มีบ้านในโครงการทำจริงๆ ครับ) อย่างเช่น ลดที่จอดเหลือสัก 4 คัน แล้วกั้นห้องเพิ่ม ทำเป็นโซนรับรองลูกค้าที่ชั้น 1, ทำโชว์รูมสินค้า, ทำเป็นพื้นที่ออฟฟิศเพิ่ม หรือใครมีรถคันโปรด จะทำเป็นห้องจอดรถแยก ก็ยังได้เช่นกัน ภาพรวมพื้นที่ตรงนี้เลยค่อนข้างที่จะยืดหยุ่นครับ
บ้านทาวน์โฮมที่ Flexible ปรับเปลี่ยนได้
ใช้เป็นบ้านทั้งหลัง หรือแบ่งเป็น Home Office บางส่วนก็ได้
จุดเด่นของบ้านในโครงการนี้ ก็จะเป็นความที่ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และมีความยืดหยุ่นมาให้ตั้งแต่แรกครับ จะใช้เป็นบ้านพื้นที่ใหญ่ทั้งหลัง หรือแบ่งเป็น Home Office บางส่วน ก็ทำได้เช่นกัน
อย่างชั้น 1 ที่จอดรถได้ 6 คันก็ปรับเปลี่ยนใช้จอดบางส่วนอีกส่วนทำห้องเพิ่มได้ หรือขึ้นมาที่ชั้น 2 ตรงนี้ก็จะเป็นโซน Open Space ขนาดใหญ่เพดานสูง ที่จัดวาง Layout ต่างๆ ได้ยืดหยุ่นเลย รองรับทั้งเป็น Home Office หรือพื้นที่ Living ปกติ
ส่วนชั้น 3 และ 4 ก็ยืดหยุ่นเช่นกัน ถ้าใช้เป็นบ้านปกติก็อาจจะใช้เป็น 2 Master + 2 ห้องนอนเล็ก หรือ 2 ห้องอเนกประสงค์ได้ แต่ถ้าใช้พื้นที่ชั้นล่างเป็น Office ไป โซนพื้นที่ชั้น 3-4 ข้างบนก็ยังตอบโจทย์ในการปรับเปลี่ยนครับ ให้ชั้น 3 ปรับมาเป็นโซนพื้นที่ Living และเป็น Master Bedroom + ห้องนอนเล็กที่ชั้น 4 แทนได้
จะแบ่งชั้นนึงเป็น Office หรือจะปรับเป็น Living Room กว้าง บ้านนี้ก็รองรับ เดี๋ยวเราพาไปดูฟังก์ชันแต่ละด้านแบบละเอียดกันครับ
Open Space ที่ชั้น 2
ปรับเปลี่ยนเป็น Home Office ได้ เพดานสูง 3.75 เมตร
อีกหนึ่งความ Flexible ของบ้านที่นี่ คือที่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านจะมาพร้อมกับห้องแบบ Open Space ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมกันตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้านเลยครับ นอกจากนี้ โครงการยังยกเพดานให้สูงพิเศษเป็น 3.75 เมตร ทำให้การใช้งานของห้องนี้ทำได้ค่อนข้างหลากหลาย
อย่างตัวโครงการ ก็จะใช้ห้องนี้เป็น Sales Gallery ให้ดูเลย ว่าพื้นที่ทำได้นะ แต่สำหรับใครที่อยากทำเป็นอย่างอื่น ก็ยังปรับเปลี่ยนได้ทั้งทำเป็น Home Office, ห้อง Studio หรือเป็นโซน Living ของบ้านปกติครับ ซึ่งชั้นนี้ก็ยังมีโซนที่เป็นห้องครัวแยกต่างหากให้ด้วยเช่นกัน
Inner Courtyard
ช่องแสงขนาดใหญ่ ใจกลางชั้น 3-4 ของบ้าน
จุดนึงที่บ้านทาวน์โฮม ให้ความรู้สึกต่างกับบ้านเดี่ยว ก็น่าจะเป็นเรื่องของช่องแสงต่างๆ ที่ไม่เปิดโล่งเท่า แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ครับ ด้วยตัวบ้านที่หน้ากว้างสูงสุดถึง 8 เมตร ทำให้บ้านไทป์ใหญ่ของที่นี่ สามารถใส่ Courtyard เป็นช่องโปร่งขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางบ้าน ชั้น 3-4 ได้ครับ
ซึ่งช่องนี้ก็จะมีประโยชน์ เป็นอีกช่องแสงธรรมชาติของตัวบ้าน ให้ความรู้สึกไม่อึดอัด จัดพื้นที่เป็นสวน ให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ แม้จะอยู่บนชั้นด้านบนอย่างชั้น 3 ทำให้ทุกห้องของบ้านชั้น 3 และ 4 จะได้ช่องแสงที่เปิดจากทั้งด้านหน้าและหลังของตัวห้องเลย
อย่างในบ้านตัวอย่าง ห้องด้านหน้าของชั้น 3 ที่เป็น Master Bedroom ก็ปรับมาเป็นพื้นที่ Living ได้ ในกรณีที่ชั้น 2 เอาพื้นที่ไปทำเป็น Home Office ครับ
“Double Master Bedroom”
ห้องนอน Master ขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่ 1 แต่มีถึง 2
สำหรับบ้าน 2 ไทป์ใหญ่สุดของโครงการ Noble Curve จะมาพร้อมกับฟังก์ชันที่บ้านชั้น 3 และชั้น 4 เหมือนกันแทบจะเป๊ะครับ เท่ากับว่าทุกอย่างจะถูกวางไว้แบบ X2 เลย ทั้งห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่ ที่มี Walk-in Closet และห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำติดหน้าต่าง และห้องนอนรองด้านหลังที่มีห้องน้ำในตัว
ขึ้นมาบนพื้นที่ชั้น 4 ก็ยังได้แบบเดียวกัน ใครที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ อยากได้หลายห้องนอน ฟังก์ชันนี้ก็จะตอบโจทย์ครับ หรือใครจะรวบพื้นที่ชั้น 4 ทำเป็นห้องนอน Master แบบเหมาฟลอร์ ก็ได้เช่นกัน
แต่ถ้าพื้นที่ชั้นล่างทำเป็น Home Office ไปแล้วล่ะ? ตัวพื้นที่ตรงนี้ก็ยัง Flexible พอที่จะให้เปลี่ยนห้อง Master Bedroom ด้านล่างเป็นโซน Living และเปลี่ยนห้องนอนด้านหลังเป็นโซนรับประทานอาหาร ให้พื้นที่ชั้น 3-4 เป็นพื้นที่บ้านส่วนตัว แยกมาจากโซนออฟฟิศชั้น 1-2 ได้ครับ
ส่วนขึ้นมาชั้น 4 ก็จะเป็น Master Bedroom อีกห้องที่ขนาดเท่ากัน นอกจากนี้ก็ยังมีห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ที่ใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้ครับ (รวมมี 4 ห้องนอน)
แบบบ้าน 4 ไทป์
แล้วที่นี่มีแบบบ้านไทป์ไหนให้เลือกบ้าง?
ก็ต้องบอกว่าฟังก์ชันของบ้าน “Noble Curve” มีหลากหลายครับ มีให้เลือกใหญ่สุดถึง 454 ตร.ม. เป็นบ้านหลังที่ใหญ่มากๆ หลังนึงเลย และไม่ใช่โครงการนี้จะมีแค่ Home Office แค่นั้นนะครับ แต่ก็มีบ้านไทป์เล็กที่ราคาเริ่มต้นไม่สูงมากนักให้เลือกด้วยครับ สำหรับคนที่อยากได้บ้านทำเลเลียบด่วน
Octa : บ้านพร้อม Open Space ขนาดใหญ่ มีลิฟต์ในตัว
แบบบ้านใหญ่สุด บ้านนี้จะได้หน้ากว้าง 8 เมตรเลยครับ พื้นที่ใช้สอย 454.5 ตร.ม. ทำให้ชั้นล่างสุดจอดรถได้ 6 คัน ขึ้นมาจะเจอกับพื้นที่แบบ Open Space เพดานสูง สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Living Room, ห้อง Office, ห้อง Studio, Show room หรืออื่นๆ ได้ มาพร้อมกับลิฟต์ในตัวและ Courtyard ที่ชั้น 3-4 ของตัวบ้าน
Helix : บ้านที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ ทำโชว์รูมได้บางส่วน
บ้านหลังนี้ จะมาพร้อมกับ 4 จอดที่ด้านล่าง หน้ากว้าง 6.5 เมตรครับ จุดเด่นคือความเล่นระดับของตัวบ้านที่ชั้น 2 ที่จะทำให้โซน Living เพดานสูง ปรับเป็นพื้นที่โชว์รูมหรือทำกิจการต่างๆ นอกเหนือจากเป็นบ้านปกติได้ ส่วนด้านบนจะมาพร้อมกับ 2 Master Bedroom และอีก 2 ห้องนอน
Sphere : แบบบ้าน 4 ชั้น 3 จอด ที่พื้นที่เน้นความเป็นบ้านมากขึ้น
บ้านนี้จะมีการจัดฟังก์ชันที่เน้นการเป็นบ้านทาวน์โฮมสำหรับอยู่อาศัยเป็นหลักครับ แต่ก็ยังได้พื้นที่ที่กว้างกว่าบ้านทาวน์โฮมปกติทั่วไป จอดรถได้ 3 คัน พร้อมมีห้อง Maid เพิ่มขึ้นมา ส่วนโซน Living จะถูกย้ายมาไว้ที่ชั้น 2 ด้านชั้น 3-4 จะเป็นส่วนของพื้นที่ห้องนอน
Arc : แบบบ้านเริ่มต้น 3 ชั้น ฟังก์ชันลงตัว
บ้านนี้ก็จะเหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง พื้นที่ 175.5 ตร.ม. มี 3 ห้องนอน 3+1 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คันครับ ได้ห้องนอน Master Bedroom แบบเหมาฟลอร์ เป็นไซส์ที่อยู่กำลังสบายครับ
บ้านของ Noble Curve จะมีให้เลือกหลายไซส์เลยครับ เริ่มตั้งแต่ 10.9-25 ล้าน อย่างไทป์ใหญ่สุด 4 ชั้น พร้อมลิฟต์ ขนาดถึง 454 ตร.ม. เลย เป็นบ้านที่ทำได้ทั้งบ้านปกติและ Home Office มีหน้ากว้างถึง 8 เมตรครับ
บ้านตัวอย่างไทป์ Octa
4 ชั้น 454.5 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ
มาดูแบบบ้านจริงกันบ้างครับ ไทป์ Octa จะเป็นไทป์ใหญ่สุดของโครงการเลย สูง 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 454.5 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน มีลิฟต์ติดตั้งมาให้ พื้นที่ชั้น 1 จะเป็นที่จอดรถซะส่วนใหญ่ ด้านหลังบ้านจะมีห้องแม่บ้านกับลานซักล้างด้วย ด้านในบ้านจะมีโถงสำหรับเดินขึ้นบันไดหรือขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนได้
ชั้น 2 เป็น Open Space กว้างๆ แบบเปิดโล่งเลย ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการทำเป็นอะไร จะเป็นโฮมออฟฟิศเหมือนกับบ้านตัวอย่างก็ได้ ถ้าทำเป็นออฟฟิศทั้งชั้น จำนวนห้องนอนชั้นบนก็จะลดลง แต่ถ้าทำเป็น Living Area ก็จะได้ห้องนอนเพิ่มขึ้นครับ สามารถเลือกได้
ชั้น 3 ถ้าเป็นแปลนบ้านปกติจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน ด้านหน้าบ้านเป็น Master Bedroom คั่นกลางด้วย Courtyard ตรงกลาง และด้านหลังเป็นห้องนอนเล็ก ข้อดีคือเราสามารถมองเห็นต้นไม้สีเขียวได้จากห้องนอนเลย มีความใกล้ชิดธรรมชาติ ช่วยพักสายตาได้ดี แต่ถ้าเป็นบ้านตัวอย่างก็จะเป็นห้องนั่งเล่นด้านหน้า มุมทานข้าวด้านหลัง เป็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้านที่ทำให้เราได้วิวต้นไม้เหมือนกัน ฟีลลิ่งก็จะคนละแบบครับ ส่วนชั้น 4 พื้นที่โดยรวมก็จะคล้ายกับชั้น 3 เลยครับ
หน้ากว้าง 8 เมตร จอดรถได้ 6 คัน
ห้องงานระบบจัดไว้เป็นที่เป็นทาง
มาเริ่มดูตัวบ้านกัน ด้วยความที่เป็นไทป์ใหญ่สุด บ้านก็จะหน้ากว้างที่สุดด้วยครับ 8 เมตรไปเลย สามารถจอดรถได้ 6 คันซ้อนคันจากหน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน ด้านหน้าจะเป็นระบบไฟ วางแทงก์น้ำ และระบบต่างๆ ที่ใช้ภายในบ้าน ทางโครงการทำเป็นห้องมาให้ ดูสวยงามและเรียบร้อยดีครับ เวลาซ่อมหรือต้องตรวจเช็กก็อยู่เป็นที่เป็นทาง ด้านในบ้านจะเป็นโถงที่ไม่ได้ใหญ่มาก เปิดเข้ามาเจอบันไดเลย ส่วนลิฟต์จะอยู่ด้านข้างติดกับประตู สำหรับห้องแม่บ้านจะเข้าจากทางลานจอดรถเท่านั้นครับ
ชั้น 2 แต่งเป็นโฮมออฟฟิศ
Open Space เพดานสูงพิเศษ 3.75 เมตร
บ้านตัวอย่างของไทป์นี้ทางโครงการใช้เป็นสำนักงานขายด้วย ชั้น 2 เลยแต่งเป็นโฮมออฟฟิศครับ เป็น Open Space ขนาดใหญ่ที่เราสามารถออกแบบเองได้ เพดานที่ได้สูง หน้าต่างบานใหญ่ ทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่ง เพดานสูงเป็นพิเศษ 3.75 เมตร แต่ถ้าเราไม่ได้ทำเป็นโฮมออฟฟิศ ชั้นนี้ก็จะได้ Living Area ที่ใหญ่และเชื่อมกันทั้งหมดเลยครับ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ตัวบ้านก็แบ่งพื้นที่สำหรับครัวปิดแยกไว้ให้ต่างหากด้วยแล้วครับ
ชั้น 3 Living Area กับ Courtyard กลางบ้าน
นั่งดูทีวีก็มองเห็นต้นไม้
พอชั้น 2 ทำเป็นโฮมออฟฟิศแล้ว ชั้น 3 เลยกลายเป็น Living Area ที่มี Courtyard อยู่ใจกลางบ้านแทนครับ ด้านหน้าบ้านทำเป็นห้องนั่งเล่น ได้พื้นที่กว้างขวาง ด้านหลังเป็นพื้นที่ครัวปิดขนาดใหญ่
ถ้าดูในรูปก็จะเห็นว่าถ้าเรานั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น เราสามารถมองเห็นต้นไม้ที่โซน Courtyard ได้ด้วย ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แม้จะอยู่บนชั้นสูง แล้วด้วยความที่บ้านพื้นที่ใหญ่ ขนาดชั้นนี้มีทั้ง Living Room, ห้องรับประทานอาหาร, ห้องครัวขนาดใหญ่ และพื้นที่ Courtyard ก็ยังดูกว้าง มีพื้นที่เหลือๆ ครับ
โซนทานอาหารและครัวปิด
โต๊ะ 8 ที่นั่ง ได้แสงทั้งจากหลังบ้านและ Courtyard
ด้านหลังทำเป็นโซนทานอาหาร วางโต๊ะ 8 ที่นั่งสบายๆ ช่องแสงก็ได้ทั้งจากหลังบ้านและ Courtyard เลย ครัวปิดคือใหญ่มากครับ เอาจริงใหญ่พอๆ กับโซนทานอาหารเลย เราสามารถใช้งานจริงจังได้ ทั้งยังมีพื้นที่เล็กๆ ทำเป็นบาร์เอาไว้ เผื่ออยากนั่งทานข้าวด้านใน ก็จะเป็นอีกบรรยากาศนึงครับ
Master Bedroom ชั้น 4
ห้องน้ำ His & Her กับช่องแสงวงกลมติดอ่างอาบน้ำ
จากที่ชั้น 2 ทำเป็นโฮมออฟฟิศ ชั้น 3 ทำเป็น Living Area มุมทานข้าวและห้องครัวแล้ว ชั้น 4 ก็เลยจะเป็นห้องนอน 2 ห้องครับ
ด้านหน้าบ้านเป็น Master Bedroom โซนห้องนอนมีระเบียงส่วนตัวด้วย สามารถเดินออกไปรับลมรับแสงแดดยามเช้าได้ หรือถ้านั่งทำงานมุมที่ติดหน้าต่างด้านในบ้าน มองลงไปก็จะเห็น Courtyard ตรงกลาง ในอนาคตถ้าต้นไม้โตแล้ว ก็จะทำให้เราเห็นต้นไม้จากห้องนอนได้ด้วยเหมือนกัน
ห้องน้ำค่อนข้างกว้างเลย อ่างล้างหน้ามาเป็น His & Her ตรงข้ามเป็นอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ มองวิวด้านนอกได้ ห้องอาบน้ำจะแยกออกมา ข้อดีของที่นี่คือ ห้องน้ำเขาแต่งมาให้เหมือนกับบ้านตัวอย่างเลยครับ และความ Iconic ของที่นี่คือช่องแสงติดอ่างอาบน้ำที่เป็นวงกลมนี่แหละครับ ทำให้ Mood ของห้องนี้ดูแตกต่างจากบ้านทั่วๆ ไปเลย
คือส่วนใหญ่ที่ไปดูบ้านมา ห้องน้ำก็จะไม่ได้ตกแต่งมาเยอะเท่าไหร่ เน้นเป็นผนังขาวๆ กับกระเบื้อง ไม่ได้มีสีสันอะไรมากนัก แต่ที่นี่เขาแต่งมาแบบจัดเต็ม Top หินสีเข้ากับผนังกระเบื้องยาวไปถึงอ่างอาบน้ำ ดูเป็น Theme เดียวกันดีครับ แล้วห้องนอนเล็กห้องน้ำที่ได้ก็จะเป็นคนละสีกัน แต่แต่งเต็มเหมือนกัน เป็นอะไรที่ดูใส่ใจดีครับ
ห้องนอนเล็กฝั่งหลังบ้าน
มี Walk-in Closet และห้องอาบน้ำขนาดใหญ่
ห้องนอนเล็กอยู่ฝั่งด้านหลัง เอาจริงก็ไม่ได้เล็กเลยครับ เพราะวางเตียงขนาดใหญ่แล้วยังวางโต๊ะทำงาน ชั้นวางทีวี โต๊ะข้างเตียงได้แบบมีพื้นที่เดินไปมาเหลือๆ แถมยังมี Walk-in Closet แยกโซนมาให้ อยู่ติดกับห้องน้ำอีก ห้องน้ำก็จะมาในโทนสีน้ำตาล ไม่มีอ่างอาบน้ำ แต่จะเป็นห้องอาบน้ำขนาดใหญ่แทน แถมได้หน้าต่างบานใหญ่ แสงเข้ามาตลอดทั้งวัน แทบไม่ต้องเปิดไฟ
บ้านตัวอย่างไทป์ Helix
370.5 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
บ้านตัวอย่างหลังต่อไปเป็นไทป์ที่ใหญ่รองลงมา ไทป์ Helix มีพื้นที่ใช้สอย 370.5 ตารางเมตร มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน บ้านหน้ากว้าง 6.5 เมตร เป็นไทป์ที่มีเยอะที่สุดในโครงการครับ
ชั้น 1 จะจอดรถเป็นตอนลึกได้ทั้งหมด 4 คัน แต่โถงบ้านจะใหญ่และกว้างกว่าไทป์ Octa แบ่งฝั่งบันไดกับลิฟต์ ไทป์นี้ไม่ได้มีลิฟต์ติดตั้งมาให้ แต่ทำพื้นที่เผื่อเอาไว้ให้แล้วสำหรับคนที่อยากติดลิฟต์เพิ่ม และโถงบ้านก็มีพื้นที่เชื่อมต่อไปยังหลังบ้านได้เลย โดยที่เราไม่ต้องเข้าจากโรงจอดรถ เป็นโซนของแม่บ้าน มีห้องนอน ห้องน้ำ และมุมซักล้าง
ชั้น 2 จะเป็นชั้นไล่ระดับครับ ห้องแรกที่เจอจะเป็น Living Area ก่อน สามารถทำเป็นโฮมออฟฟิศได้เช่นกัน เพราะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ได้เพดานสูง ห้องดูกว้างมากๆ และถ้าเดินขึ้นบันไดไปอีกไม่กี่ขั้นจะเจอโซนทานข้าว มีครัวปิดอยู่ด้านใน และมีห้องน้ำเช่นกัน ก็ดูมีลูกเล่นดีครับ ไม่ได้เป็นชั้นเรียบๆ โล่งๆ
ชั้น 3 กับชั้น 4 Layout เหมือนกันเป๊ะ ข้อดีคือได้ Master Bedroom ไปเลย 2 ห้อง คือด้านหน้าบ้านของชั้น 3 และ 4 ทั้งสองห้องมีมุมเตียงนอน มุมนั่งเล่น มุม Walk-in Closet ในตัว ห้องน้ำก็มีอ่างอาบน้ำติดตั้งมาให้ ส่วนห้องนอนเล็กก็แบ่งโซนพักผ่อน กับโซน Walk-in Closet แยกกันครับ ทุกห้องทุกชั้นมีระเบียงส่วนตัวของตัวเองหมดเลย แต่ถ้าไม่อยากใช้เป็นห้องนอนหมด จะปรับเป็นห้องอเนกประสงค์ก็ได้เช่นกัน
หน้ากว้าง 6.5 เมตร จอดรถได้ 4 คัน
โถงบ้านกว้าง เพิ่มแสงด้วยบล็อกแก้ว
หลังนี้หน้ากว้าง 6.5 เมตร จอดรถได้ 4 คัน แบบ 2 แถวซ้อนกันครับ ห้องงานระบบต่างๆ ก็ Built-in มาให้เหมือนกัน ตำแหน่งเดียวกัน ชั้น 1 ของไทป์นี้มีการใช้บล็อกแก้วเข้ามาเพิ่มช่องแสงและความสว่างให้กับโถงทางเดินด้วย ถ้าเราเข้ามาในบ้านจะเป็นโถงบ้านใหญ่ๆ โล่งๆ ฝั่งขวาเป็นบันไดให้เราเดินไปข้างบนได้เลย ฝั่งซ้ายมีพื้นที่สำหรับลิฟต์ ส่วนตรงกลางจะเป็นประตูเชื่อมไปด้านหลังบ้าน
Living Area ชั้น 2 เพดานสูง
บ้านตัวอย่าง 2 หลัง แต่ง 2 แบบ
เดินขึ้นมาหน่อยก็จะเจอ Living Area ใหญ่ๆ แบบนี้เลย ไทป์นี้จะมีบ้านตัวอย่าง 2 หลัง โครงการแต่งเป็น 2 แบบให้ดู หลังนึงทำเป็นบ้านอยู่อาศัยจริง ส่วนอีกหลังทำเป็นออฟฟิศดีไซเนอร์ มีโชว์รูมสำหรับโชว์เสื้อผ้าครับ
หลังที่ทำเป็นห้องนั่งเล่นก็คือกว้างมาก ทำเป็นห้องนั่งเล่น 2 โซนได้เลย หรือจะเป็นทั้งห้องนั่งเล่นที่มีมุมทานข้าว มุมทำงานก็ไม่ดูอึดอัด เพราะนอกจากห้องที่ใหญ่แล้ว เพดานก็ยังสูง ทำให้ห้องดูโปร่งยิ่งขึ้นไปอีก ไฮไลท์ของบ้านนี้จะเป็นการเล่นระดับของตัวบ้านครับ ทำให้พื้นที่โซนนี้ได้เพดานสูงกว่าปกติ ดูโปร่งขึ้น ใช้สอยได้หลากหลายขึ้น
มุมทานข้าวไล่ระดับ
แบ่งโซนด้วย Step โดยไม่ต้องใช้ห้องกั้น
แล้วตัวบ้านจะใช้การมี Step ในการแบ่งโซนพื้นที่ครับ อย่างส่วนหลังของตัวบ้านเดินขึ้น Step มาอีกสักนิดนึง สองสามขั้น ก็จะเจอมุมทานข้าวอยู่โซนด้านหลังบ้านครับ เอาจริงไม่ค่อยเจอทาวน์โฮม Layout แบบนี้เท่าไหร่นะ แปลกดีเหมือนกันครับ โซนนี้มีทั้งห้องน้ำและห้องครัว ก็เป็นบ้านที่ดูมีดีไซน์แตกต่าง และยังแบ่งโซนได้ชัดเจน โดยไม่ต้องใช้ห้องกั้นครับ
Master Bedroom ทั้ง 2 ห้อง
Layout เดียวกัน แต่ Mood & Tone ต่างกัน
ถัดมาชั้น 3 จะเข้าโซนของห้องนอนครับ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ชั้น 3 กับชั้น 4 ของที่นี่ Layout แทบจะเหมือนกันเป๊ะ ดังนั้น Master Bedroom ที่อยู่ด้านหน้า Layout ก็เหมือนกัน แต่เขาตกแต่งออกมาให้ Mood & Tone ต่างกันครับ
Walk-in Closet และห้องน้ำ
อ่างอาบน้ำมองวิวด้านนอก ห้องอาบน้ำแยก
ด้านในมี Walk-in Closet กับห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำ สามารถมองวิวด้านนอกได้เหมือนกัน ห้องอาบน้ำแยกต่างหาก เราสามารถอาบน้ำเสร็จแล้วออกไปแต่งหน้าแต่งตัวต่อที่โซน Walk-in Closet ได้เลย
ห้องนอนเล็ก 2 ห้อง
ปรับเป็นห้องอเนกประสงค์ได้
ห้องนอนเล็กจะอยู่ฝั่งหลังบ้านเหมือนกัน บ้านตัวอย่างจะแต่งห้องนึงเป็นห้องนอน ส่วนอีกห้องเป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ครับ จริงๆ ด้วยความที่มีห้องนอนเยอะ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา และสมาชิกในบ้าน ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าห้องนอนเหลือก็เอาไว้เป็นห้องอเนกประสงค์เพื่อใช้สอยอย่างอื่นได้
“The Arch House”
อาคาร Clubhouse ส่วนกลาง 3 ชั้นกลางสวน
สำหรับที่นี่จะมี “The Arch House” ที่เป็นอาคาร Clubhouse ส่วนกลางครับ มีการออกแบบ Facade ที่มีการใช้องค์ประกอบรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ ดีไซน์ค่อนข้างโดดเด่น ตัว Facade ไม่ได้แค่ทำให้ด้านนอกอาคารดูสวย แต่ยังช่วยบังแดดและหักเหแสงที่จะเข้ามาตกกระทบกับพื้นที่ส่วนกลางด้านในอาคาร ทั้งยังให้ความเป็นส่วนตัวเวลาที่เราใช้พื้นที่ต่างๆ ในอาคารด้วย
Flow Pool กลางสวน
บรรยากาศร่มรื่น อุโมงค์ต้นไม้ และสายไฟลงดินทั้งโครงการ
บรรยากาศบริเวณ The Arch Clubhouse ก็จะรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีร่มรื่นและเหมาะกับการพักผ่อน ซึ่งใจกลางสวนจะเป็นพื้นที่ของสระว่ายน้ำครับ ตัว Flow Pool จะแบ่งออกเป็น 3 โซน คือโซนที่เป็น Lap Pool ว่ายน้ำออกกำลังกายไปกลับได้, โซน Jacuzzi แช่น้ำมองวิวธรรมชาติรอบตัวได้ชิวๆ และโซนสระเด็กที่มีสไลเดอร์สีขาวโดดเด่น และยังมีมุมพักผ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ในสวนด้วย เป็น Clubhouse ที่มีความร่มรื่น บรรยากาศเงียบสงบ
นอกจากนี้ตัวโครงการก็จะมีการแทรกพื้นที่สีเขียวไว้ในจุดต่างๆ อย่างทางเข้าโครงการที่เป็นอุโมงค์ต้นไม้ และมีการเอาสายไฟลงดิน ทำให้บรรยากาศของโครงการนี้ดูร่มรื่นสบายตาครับ
ส่วนกลางในอาคาร 3 ชั้น
Kids Arcadia, Curve Society Club, Curve Gym และ Flow Chamber
ในอาคารจะมีทั้งหมด 3 ชั้น
- ชั้น 1 มีห้อง Kids Arcadia และ Steam Room อยู่ในห้องน้ำแบบแยกชายหญิง
- ชั้น 2 มี Curve Society Club เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ที่ให้ลูกบ้านมาพบปะสังสรรค์กัน มานั่งทำงาน อ่านหนังสือ พักผ่อน หรือนัดพบแขกได้ มองเห็นวิวสระว่ายน้ำและต้นไม้ด้านนอกด้วย
- ชั้น 3 ชั้นนี้เป็นชั้นออกกำลังกาย แบ่งเป็น 2 ห้อง คือ Curve Gym มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบ ได้วิวสระว่ายน้ำ กับอีกห้อง Flow Chamber เป็นห้องโยคะ มีความเป็นส่วนตัว สามารถจ้างครูมาสอนได้ครับ
และทั้งหมดนี้คือเจาะจุดเด่นของโครงการ “Noble Curve” บ้านทาวน์โฮมใกล้เมือง ที่แค่ Step เดียวถึงทองหล่อ-เอกมัยครับ
สำหรับใครที่สนใจ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษโครงการ : https://nb-url.com/3UpplrU
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569













































