เจาะจุดเด่นโครงการ

เจาะจุดเด่น “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” คอนโดบรรยากาศสงบ ใกล้หาดเขาเต่า-หัวหิน ติดกับอ่างเก็บน้ำ 170 ไร่ เริ่ม 3.59 ลบ.*

ถ้าพูดถึงคอนโด “ที่หัวหิน” หลายๆ คนก็น่าจะต้องนึกถึงคอนโดใกล้ชายหาด หรือริมทะเลอะไรแบบนั้นใช่ไหมครับ แต่วันนี้ เราจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับคอนโดในทำเลที่ “ไม่เหมือนใคร” คือที่นี่ก็ยังเป็นคอนโดใกล้ทะเลนี่แหละครับ เพียงแค่ 400 เมตรถึงหน้าหาดเลย แต่ยิ่งกว่านั้น คือที่นี่เป็นคอนโดติด “อ่างเก็บน้ำ” ขนาดใหญ่กว่า 170 ไร่ด้วยครับ กับโครงการ

“ศุภาลัย คราม เขาเต่า”

คอนโดใหม่ล่าสุดที่เพิ่งสร้างเสร็จไปหมาดๆ บนทำเลย่านเขาเต่า ที่มีจุดเด่นในด้านความสงบ แต่ยังเชื่อมต่อตัวเมืองหัวหินได้ง่าย เพียง 10-15 นาทีก็ถึง ที่นี่ก็จะใกล้ทั้งหาดเขาเต่าในระยะเดินไปได้เลย ส่วนอ่างเก็บน้ำก็ติดในระยะที่แค่ข้ามถนนเหมือนมี Lake เป็นของตัวเองแล้วครับ ซึ่งจุดเด่นด้านความสงบของที่นี่ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวทำเลแค่นั้น แต่ตัวโครงการเอง ก็มียูนิตที่น้อยกว่าคอนโดทั่วไปมากๆ ครับ เพียงแค่ 84 ยูนิต และมีจำนวนห้องต่อชั้นแค่ 5 ห้องเท่านั้น

ได้ห้องใหญ่ ในราคาคุ้มค่าตามสไตล์ศุภาลัย กับห้อง 2 Bedroom ขนาด 59 ตร.ม. ที่เริ่มต้นอยู่ในช่วงแค่ 3 ล้านกลางๆ หรือเฉลี่ย 77,000 บาท/ตร.ม. ต่ำกว่าคอนโดใกล้หาดโครงการใหม่ในย่านหัวหินส่วนใหญ่อยู่พอตัวเลย และราคานี้พร้อมเฟอร์ครบทั้งห้องด้วยครับ



ที่นี่จะเป็นยังไง มีมุมไหนของโครงการที่น่าสนใจบ้าง สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดพักผ่อนตากอากาศอยู่ วันนี้เราจะขอพาไปเจาะจุดเด่นของโครงการนี้กันครับตอนนี้โครงการก่อสร้างเสร็จ 100% พร้อมอยู่แล้วครับ และพิเศษ สำหรับวันที่ 19-20 กันยายนนี้ โครงการจะมีงาน Grand Opening

  • ฟรี ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ชิ้น (ทีวี / ไมโครเวฟ / ตู้เย็น / เครื่องดูดฝุ่น)*
  • ส่วนลดพิเศษสูงสุด 10%*

ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้าน* สำหรับห้อง 2 ห้องนอน 59.5 ตร.ม. ขายแบบ Fully Furnished ครบทั้งลอยตัวและบิ้วด์อิน

สำหรับใครที่สนใจ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษโครงการ : https://supalai.ly/4oxz6xE


จุดเด่นโครงการ


จุดเด่นทำเลโครงการ

ใกล้หาดเขาเต่าแค่ 400 เมตร แถมยังใกล้อ่างเก็บน้ำกว่า 170 ไร่

ใกล้หน้าหาดและอ่างเก็บน้ำ 170 ไร่

จุดเด่นแรกของโครงการนี้เป็นเรื่องของ “ที่ตั้งโครงการ” ครับ คือถ้าเราจะหาคอนโดติดหาดหรือใกล้หน้าหาดบนทำเล “หัวหิน” ตัวเลือกในย่านนี้ถือว่ามีเพียบนะ แต่สำหรับ “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” ในด้านของหาด ที่นี่ยังใกล้ครับ มีระยะอยู่ 400 เมตร แต่จุดไฮไลท์เลย อยู่ที่ตัวโครงการจะติดกับอ่างเก็บน้ำเขาเต่า พื้นที่กว่า 170 ไร่ แบบอยู่หน้าโครงการเลย ทำให้บรรยากาศของที่นี่ ต่างจากคอนโดริมทะเลทั่วๆ ไป ทั้งๆ ที่ Location ของโครงการอยู่ใกล้ทะเลเหมือนกันครับ

และตัวทำเลเขาเต่าเอง ก็เป็นทำเลที่ค่อนข้างมีความสงบกว่าคอนโดโซนตัวเมืองหัวหินพอสมควร มีความเป็นคอนโดตากอากาศที่หนีจากความวุ่นวายของเมืองครับ แต่ก็ยัง Connect ขับรถไปโซนหัวหินได้ง่าย ห่างกันไม่กี่กิโลครับ

นอกจากนี้ที่เขาเต่าเอง ก็มีรถไฟตัดผ่านด้วยนะครับ จากโครงการนี่ก็จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟแค่ 300 เมตรเท่านั้นเอง (มีขบวนรถจากกรุงเทพฯ จอดวันละขบวน) สามารถเปลี่ยน Mood ขึ้นรถไฟมาเที่ยว มาพักผ่อนได้เลย ลากกระเป๋าจากสถานีมาแป๊บเดียวก็ถึงครับ จะถือว่าเป็นคอนโดที่ใกล้ทั้งอ่างเก็บน้ำ, ใกล้ทะเล และรถไฟเลย


จุดเด่นเขาเต่า “ความเงียบสงบ” 

หน้าหาดยาว ในบรรยากาศพักผ่อน ที่ไม่พลุกพล่าน

จุดเด่นของทำเลตรงนี้คือบรรยากาศครับ ไม่ว่าจะเป็น Vibe ของหน้าหาด และบรรยากาศรอบข้าง ที่จะมีความสงบกว่าโซนตัวเมืองหัวหิน ด้วยจุดเริ่มต้นของทำเลแถบนี้ที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมชายฝั่ง ก่อนที่จะเริ่มมีการพัฒนา มีโครงการพระราชดำริอย่างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า และปัจจุบันก็ยังเป็นโซนที่พักอาศัยที่ชุมชนยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอยู่

หน้าหาดตรงนี้ก็ถือว่าค่อนข้างยาวด้วยครับ เป็นหาดที่ขนาบด้วยเขา 2 ฝั่ง ตั้งแต่เขาตะเกียบลงมา ผ่านหาดสวนสนประดิพัทธ์ ผ่านหาดเขาเต่า ก่อนไปสุดที่เขาเต่าที่มีหาดทรายน้อย โครงการคอนโดและโรงแรมในย่านตรงนี้ก็ยังถือว่ามีไม่เยอะมาก ฟีลลิ่งต่างๆ ก็จะต่างกับคอนโดใกล้ทะเลในโซนเมืองที่จะมีความวุ่นวายหน่อย ถือว่าเด่นกันคนละแบบครับ


“สงบ” แต่ก็ยัง “สะดวก”

ใกล้ตัวเมืองหัวหิน แต่มาในบรรยากาศที่แตกต่าง

แล้วถามว่าที่นี่ใกล้ตัวเมืองหัวหินแค่ไหน?? ถ้าดูจากระยะ ก็จะห่างกันประมาณ 10 กิโลเท่านั้นเองครับ ขับรถประมาณ 10-15 นาทีก็ถึง ดังนั้นจุดเด่นของโซนนี้ก็หนีไม่พ้นความที่ยังเป็นทำเลที่อิงความใกล้ ความสะดวก และความเจริญต่างๆ จาก “ตัวเมืองหัวหิน” ครับ

อย่างเวลาใครถามว่าเขาเต่าอยู่ไหน ก็แค่บอกว่าเลยหัวหินลงมานิดนึง เชื่อว่าก็เป็นอันเข้าใจกัน คุยกันรู้เรื่อง เลยเป็นทำเลที่มีความสงบ แต่พอวันหยุด อยากไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตที่มีความเป็นเมืองหน่อย ก็ออกไปได้แค่ใกล้ๆ ที่นี่เลยตอบโจทย์ Lifestyle ได้ครบทั้ง 2 แบบครับ


เดินทางจากกรุงเทพง่ายแล้วนะ

มอเตอร์เวย์ M82 เปิดแล้ว วิ่งสบาย ลงใต้สะดวก

พูดถึงหัวหิน นอกจากคนจะนึกถึงทะเลแล้ว อีกอย่างที่หลายคนนึกถึง ก็น่าจะหนีไม่พ้น “รถติดพระราม 2” ครับ แต่จากที่รอกันมานานนนนนนนน ตอนนี้เรียกได้ว่ารถติดพระราม 2 น่าจะเป็นอดีตไปแล้วครับ เพราะเมื่อ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา “มอเตอร์เวย์ M82” ทางยกระดับพระราม 2 ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว ระยะทาง 25 กิโลเมตร เปิดให้ใช้แล้วครับ และยังวิ่งฟรีไปอีกประมาณ 2 ปี ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางไปหัวหินเหลือแค่ราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง

ซึ่งถึงแม้ว่าทางมอเตอร์เวย์ยกระดับตรงนี้ จะไม่ได้วิ่งยาวตลอดถนนพระราม 2 ไปถึงปากท่อ แต่ก็ยกระดับข้ามจุดที่รถติดหลักๆ ไปเยอะมากแล้วครับ ทั้งช่วงมหาชัย, สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน แล้วพระราม 2 ช่วงก่อนถึงวงแหวนที่การจราจรเริ่มหนาแน่น

นอกจากนี้ในอนาคตก็ยังมีแผนสร้าง “มอเตอร์เวย์สาย 8” ที่เป็นสายวิ่งลงใต้ เชื่อมต่อตรงมาจากถนนบรมราชชนนีวิ่งลงสู่ภาคใต้โดยตรง เป็นทางเลือกในการเดินทางเพิ่มเติมจากถนนเพชรเกษม ในอนาคตก็จะยิ่งเดินทางสะดวกขึ้นไปอีกครับ!! แต่อย่างน้อยๆ หัวหินวันนี้ ก็น่าจะไม่มี 5-6 ชั่วโมงรถติดก่อสร้าง ติดนู่นติดนี่แบบไม่มีเหตุผล เหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ


คอนโดใกล้ทะเลที่หัวหินอาจจะหาไม่ยาก

แต่ที่นี่ ติดกับอ่างเก็บน้ำ 170 ไร่ และใกล้ทะเลด้วย!!

ไฮไลท์ในด้านทำเลที่ตั้ง นอกจากความสงบของโซนเขาเต่า และความใกล้ทะเลแล้ว อีกอย่างที่เราไม่ค่อยจะเห็นได้บ่อยนักสำหรับคอนโดใกล้ชายหาด คือที่ตั้งที่ติดกับอ่างเก็บน้ำแบบนี้ครับ โครงการอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ขนาดกว่า 170 ไร่ เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ ที่ให้บรรยากาศและวิวที่สงบ จะมีห้องบางส่วนที่เปิดรับวิวตรงนี้จากระเบียงได้ด้วยครับ

ข้อดีไม่ใช่แค่เรื่องวิว แต่ที่ตั้งเรียกได้ว่าแทบจะติดกับโครงการเลยครับ ข้ามถนน 2 เลนถึง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็น Public Space ใหญ่ของชุมชนเลยก็ว่าได้ ในช่วงเย็นๆ เราจะเห็นคนในพื้นที่ทั้งคนไทยและต่างชาติมาออกกำลังกายกัน มีทางเดินและ Jogging Track วนรอบ ที่มีความยาวกว่า 2.4 กิโลเมตร

ด้วยความใกล้ที่แค่ข้ามถนน ทำให้คอนโดนี้เหมือนมีทะเลสาบขนาดใหญ่และพื้นที่ออกกำลังกายกว้างๆ เป็นของตัวเองเพิ่มเติมจาก Facility ต่างๆ ที่มีอยู่ในโครงการเลยครับ


หลาย “จุดเช็กอิน” รอบโครงการ

ใกล้แหล่งท่องเที่ยวโซนเขาเต่า

นอกจากความเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ “หัวหิน” แล้ว จริงๆ ก็ต้องบอกว่าโซนรอบๆ “เขาเต่า” เอง ตรงนี้ก็ใกล้กับทั้งแหล่งท่องเที่ยว จุดเช็กอิน รวมไปถึงร้านต่างๆ ครับ อย่างที่ใกล้โครงการที่สุดเลย ก็จะเป็น “อ่างเก็บน้ำเขาเต่า” ที่เราเพิ่งพูดถึงไป ตรงนี้ก็จะมี “พลับพลากลางน้ำ” ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นผู้มาพัฒนาโครงการพระราชดำริ สร้างอ่างเก็บน้ำนี้ขึ้นครับ

ส่วนด้านชายหาด ตรงนี้ก็จะมีทั้ง “หาดเขาเต่า” ที่เดินไปจากโครงการได้เลย หรือจะไปหาดที่ Private ขึ้น ก็จะมี “หาดทรายน้อย” ที่เป็นเหมือนหาดลับ ที่แทรกตัวอยู่ระหว่างเขาสองฝั่ง ตรงนี้คนจะไม่พลุกพล่าน

และก่อนถึงเขาเต่านิดเดียว ก็จะเป็น “สวนสนประดิพัทธ์” ครับ อีกหนึ่งหาดบรรยากาศสงบ ร่มรื่น มีพื้นที่กว่าพันไร่ แบ่งเป็นทั้งพื้นที่หน้าหาด สวนสน ร้านอาหาร บ้านพัก และมีสนามกอล์ฟอยู่ในพื้นที่ครับ ส่วนถ้าเลยไปหน่อย ที่เที่ยวในโซนปราณบุรีก็มีเยอะอีกเช่นกัน อย่าง “วนอุทยานปราณบุรี” ที่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนขนาดใหญ่ หรืออย่างเขากะโหลก ตรงนี้ก็เป็นอีกหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว หาดทรายกว้าง บรรยากาศไม่พลุกพล่านเท่าฝั่งหัวหิน บรรยากาศดีครับ

ซึ่งโซนปากน้ำปราณ ตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมอีกเช่นกัน ดังนั้นก็จะมีร้านอาหารต่างๆ ค่อนข้างเยอะ รวมไปถึงตลาดที่เป็นแหล่งอาหารทะเลครับ


ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก

เป็นได้ทั้งบ้านพักตากอากาศ ทั้งอยู่จริงจังแบบ Long Stay

อีกจุดเด่นนึงของทำเลโซนเขาเต่า คือความ “Balance” ระหว่างความสงบ กับความเป็นเมืองครับ คือที่นี่ ไม่ได้วุ่นวายเท่าฝั่งในเมือง ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ไม่ได้สงบจนอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างห่างผู้คน จนรอบข้างไม่มีอะไร ทำเลตรงนี้ก็ยังมีหมู่บ้าน มีชุมชน มีตลาดนัดเขาเต่าที่อยู่ห่างจากโครงการเพียงแค่ 160 เมตร หรือ 7-11 ที่อยู่ปากซอยก็ห่างไปประมาณ 1 กิโล หรือถ้าไปฝั่งปราณฯ ตรงนี้ก็จะมีทั้งตลาดของสดขนาดใหญ่ มีโลตัสปราณบุรี เรียกว่าใช้ชีวิตอยู่ได้จริงเลย

หรือถ้าไปฝั่งหัวหิน อันนี้ก็แทบจะไม่ต้องอธิบายมาก มีทั้งห้างใหญ่อย่าง BluPort, Market Village, Villa Market, Big C และตลาดต่างๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Cicada Market, Tamarind Market, ตลาดโต้รุ่งหัวหิน, Patio Oldtown Night Market, ตลาดฉัตรไชย, ตลาดอาหารทะเลสดเขาตะเกียบ และอีกหลายๆ ตลาด ใกล้โรงพยาบาลใหญ่อย่าง รพ.กรุงเทพหัวหิน ซึ่งการเชื่อมต่อเข้าไปในโซนตัวเมืองหัวหินก็ใช้เวลาแค่นิดเดียว ประมาณ 10-15 นาที

ดังนั้นด้วยตัวทำเลของโครงการ ก็ค่อนข้างที่จะครบเลยครับ ได้ทั้งสำหรับใครที่มองหาคอนโดสำหรับพักผ่อน ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ที่นี่ก็ใกล้ หรือจะใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ครบ

ศุภาลัย คราม เขาเต่า

Exclusive Living for the Discerning Resident

มารู้จักกับโครงการกันบ้างครับ สำหรับ “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” จะเป็นคอนโด Low-Rise สูง 5 ชั้น จำนวน 4 อาคาร บนที่ดินประมาณ 3 ไร่ ความหนาแน่นของโครงการที่น้อยมากๆ ครับ มีเพียงแค่ 84 ยูนิตเท่านั้นเอง เฉลี่ยแล้วตกอาคารละ 20-22 ยูนิต และชั้นหนึ่งมีแค่ 5 ห้อง

ห้องที่นี่เป็นห้องขนาดใหญ่ทั้งโครงการครับ เริ่มต้นที่ 53 ตร.ม. ไปจนถึง 82.5 ตร.ม. มีให้เลือก 4 แบบ ตั้งแต่ 1 ห้องนอน Plus ไปจนถึง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และขายแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์ทั้งบิลท์อินและลอยตัว

จุดเด่นของแบรนด์ “ศุภาลัย คราม” จะเป็นคอนโดที่เน้นเป็นที่พักผ่อนในจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นการออกแบบทั้งแปลนห้องและพื้นที่ส่วนกลาง ก็จะถูกคิดมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งเป็นบ้านหลังที่สองแต่ก็ยังรองรับการอยู่อาศัยแบบจริงจังเช่นกันครับ อย่างที่นี่ ถึงยูนิตจะน้อย แต่ส่วนกลางที่ให้มาถือว่าไม่น้อยเลย กับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพักผ่อนของครอบครัว และมีพื้นที่ Facility อื่นๆ อีกอย่างห้อง Lounge และ Fitness

จุดเด่นแต่ละด้านจะเป็นยังไง เดี๋ยวเราพาไปดูกันครับ


“ศุภาลัย คราม”

แบรนด์ใหม่คอนโดตากอากาศจากศุภาลัย

ก่อนจะไปดูจุดเด่นแต่ละด้าน อยากพาไปรู้จักแบรนด์นี้กันก่อนครับ “ศุภาลัย คราม” เป็นแบรนด์คอนโดของศุภาลัยที่เน้นทำเลหัวเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ซึ่ง “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” ที่มาในทำเลหัวหิน ก็ถือว่าเป็นโครงการแรกในแบรนด์นี้เลยครับที่เปิดตัวและเพิ่งสร้างเสร็จ 

โดยเมื่อช่วงต้นปี ศุภาลัยก็เพิ่งเปิด “ศุภาลัย คราม ศรีสุนทร ภูเก็ต” ไป ถือว่าได้การตอบรับจากชาวภูเก็ตค่อนข้างดีครับ และเร็วๆ นี้เตรียมเปิด “ศุภาลัย คราม พัทยา-วงศ์อมาตย์” อีกเช่นกัน

ภาพรวมของแบรนด์ “ศุภาลัย คราม” เลยจะเน้นเป็นคอนโดสำหรับการพักผ่อนในเมืองท่องเที่ยวครับ ทั้งสำหรับคนที่มองเป็นบ้านหลังที่ 2 หรือมองคอนโดเพื่อการพักผ่อนเป็นบ้านพักตากอากาศ โครงการก็จะมีส่วนกลางต่างๆ ให้มาใช้งานได้ทั้งครอบครัวในวันหยุด แต่ก็ยังมาในราคาที่จับต้องได้เช่นกัน อยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อแหล่งงานแหล่งท่องเที่ยวในย่านสะดวก หรือใครที่มองหาคอนโดอยู่แบบ Long Stay ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่จริง ตอบโจทย์คนไทยด้วยราคาที่ยังจับต้องได้ ขณะเดียวกันก็รองรับต่างชาติที่มองหาห้องไซส์ใหญ่เช่นกัน

และด้วยราคาที่ไม่สูงมาก ทำให้โครงการมีลูกค้าในกลุ่มซื้อลงทุนคอนโดเมืองท่องเที่ยวด้วยเช่นกันครับ


“Beach Vibes”

คอนโดในบรรยากาศริมทะเล

จาก Concept ของแบรนด์ที่เล่าไป ที่นี่เลยตีโจทย์งานดีไซน์ออกมาเป็นธีม “Beach Vibes” ครับ งานดีไซน์ของโครงการจะได้ Feeling ของความเป็นบ้านริมทะเล เล่นกับสีโทนฟ้าคราม-ขาวครีม อารมณ์เหมือนคลื่นน้ำที่ซัดฝั่งตัดกับหาดทรายสีขาวครับ เส้นสายของทั้งรูปทรงอาคาร, งาน Landscape ต่างๆ รวมไปถึงการออกแบบ Interior จะใช้เส้น Curve ที่มีความเป็นคลื่น ให้ Movement ที่ดูเคลื่อนไหว เลียนแบบรูปทรงธรรมชาติของคลื่นน้ำในทะเล 

โครงการทำออกมาเป็นสไตล์ Modern Minimal ครับ ให้บรรยากาศของที่นี่มีความเป็นรีสอร์ทริมทะเลที่ร่วมสมัย โดยจะวางตัวอาคารต่างๆ ไว้ล้อมรอบพื้นที่สวนและสระว่ายน้ำ Free Form ที่เป็นเหมือน Oasis ใจกลางโครงการครับ


ยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว

ทั้งจำนวนห้องทั้งโครงการ, ต่ออาคาร และต่อชั้น

จุดเด่นอย่างถัดมาของโครงการ คือความเป็นส่วนตัวครับ ที่นี่ถือว่ามียูนิตที่น้อยมากๆ เพียง 84 ยูนิตเท่านั้น อย่างที่ดิน 3 ไร่ของโครงการ ถ้าเป็นคอนโดในเมืองรูปแบบ Low-rise แบบนี้ ปกติถ้าสร้างเต็มพื้นที่ก็สามารถทำคอนโดขนาด 200-300 ห้องได้เลย

แต่สำหรับ Supalai Kram เขาเต่า โครงการนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากที่อื่น ส่วนนึงอาจจะด้วยข้อกำหนดผังเมืองด้วย ทำให้โครงการนี้เป็นส่วนตัวและมีความหนาแน่นของโครงการที่ถือว่าค่อนข้างน้อยเลยครับ เมื่อเทียบกับคอนโดทั่วๆ ไป

คือจาก 84 ยูนิต แบ่งออกมาเป็น 4 อาคาร อาคารละ 5 ชั้น เท่ากับว่าแต่ละอาคาร มีจำนวนห้องอยู่ที่ 20-22 ห้องเท่านั้นเองครับ แล้วถ้าดูลึกลงไปอีกของแต่ละชั้นในอาคาร เราจะมีเพื่อนบ้านในชั้นเดียวกันเพียงแค่ 5 ห้องเท่านั้นเองครับ ดังนั้นจุดขายด้านความเป็นส่วนตัวของที่นี่ ก็ถือว่าไม่เกินจริงเลย ยูนิตน้อยทั้งโครงการ, ต่ออาคาร และต่อชั้น


ความหนาแน่นน้อย

พร้อมพื้นที่เปิดโล่งในโครงการกว่า 59%

อีกจุดเด่น ที่ตามมาจากความหนาแน่นน้อย คือบรรยากาศโครงการจะโปร่งกว่าคอนโดทั่วๆ ไปครับ ตัวเลขที่น่าสนใจคือโครงการมาพร้อมกับพื้นที่เปิดโล่งสูงถึง 59% แปลว่าเกินกว่าครึ่งของพื้นที่โครงการเป็นพื้นที่โล่ง  และตัวโครงการมีการจัดวางรูปแบบตึกให้อยู่ล้อมรอบ ดังนั้นก็จะได้พื้นที่ใจกลางโครงการที่เป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่เลย

โดยโครงการจัดพื้นที่ Open Space ตรงนี้มาเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำและสวนของโครงการครับ ซึ่งพอพื้นที่โล่งเยอะ บรรยากาศการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางก็จะไม่รู้สึกอึดอัดจากตัวอาคารที่ขนาบข้างเลย

ส่วนในด้านการอยู่อาศัย พอพื้นที่เปิดเยอะ ก็เพิ่มความโปร่ง ไม่มีอาคารมาบล็อกวิวกันในระยะใกล้ๆ รวมถึงช่วยในเรื่องของ Ventilation ให้การไหลผ่านของลมดีขึ้นด้วยครับ โดยตัวโครงการออกแบบให้รับลมจากทางทิศใต้ด้วย และพอโครงการจัดอาคารล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลางแบบนี้ ก็ทำให้ยูนิตส่วนใหญ่ได้วิวพื้นที่สีเขียวและสระว่ายน้ำด้วยครับ


Facility ครบ

รองรับกิจกรรมวันหยุดของครอบครัว

พูดถึงจุดเด่นด้านการจัดวางพื้นที่ไปแล้ว ส่วนที่ได้ข้อดีนี้มาเต็มๆ คือพื้นที่ส่วนกลางของโครงการครับ พื้นที่ใจกลางของโครงการทั้งหมดที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง จะถูกจัดออกมาเป็นพื้นที่ Facility อย่างสวนและสระว่ายน้ำ Free Form ทั้งหมดเลย

งาน Landscape ต่างๆ จะเน้นเส้นสายที่เป็นเส้นโค้งทั้งตัวสวนและทางเดินต่างๆ รวมไปถึงทรงของสระว่ายน้ำ มาในสไตล์ Tropical ให้ความร่มรื่น เหมือนมาว่ายน้ำอยู่กลางสวนครับ บรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย สไตล์รีสอร์ท

นอกจากนี้ภายในอาคารเอง ก็ยังมี Facility ต่างๆ อยู่อีกเช่นกัน ทั้งห้อง Fitness, ห้อง Lounge และ Meeting Room พร้อมมีการติด solar cell ที่อาคาร A เพื่อช่วยประหยัดพลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง และมี EV Charger รองรับรถไฟฟ้าด้วยครับ


บรรยากาศส่วนกลาง

สระว่ายน้ำบรรยากาศในสวน พร้อมสระเด็ก และ Jacuzzi

ในด้านของสระว่ายน้ำ Free Form ใจกลางโครงการ จะถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซนครับ ทั้งสระหลัก ที่มีขนาดประมาณ 25 x 10 เมตร ซึ่งก็ถือว่าใหญ่เลยครับ สามารถใช้ได้ทั้งพักผ่อนหรือว่ายน้ำออกกำลังกายจริงจังได้

นอกจากนี้ยังมีโซนสระเด็กซึ่งก็ขนาดใหญ่เช่นกัน และมีโซน Jacuzzi แยกไว้ต่างหากอีกโซนนึง ตัวสระเป็นแบบ Infinity Edge บริเวณรอบข้างจะมีโซน Sunbed สำหรับมานั่งอาบแดด รวมไปถึงมีพื้นที่สวนและพื้นที่นั่งพักผ่อนอยู่บริเวณรอบสระครับ


บรรยากาศส่วนกลาง

ห้อง Lounge และห้อง Fitness วิวสระว่ายน้ำ

มาดู Facility ที่อยู่ภายในอาคารกันบ้างครับ “Lounge” ที่อาคาร A ด้านหน้าโครงการ บริเวณชั้น 1 ฟังก์ชันของห้องนี้เป็นได้ทั้ง Lobby หลักของโครงการสำหรับต้อนรับแขก หรือจะใช้เป็นห้องสำหรับมานั่งพักผ่อน หรือนั่งทำงาน พื้นที่ตรงนี้ก็สามารถรองรับได้เช่นกัน และห้องนี้จะเปิดรับวิวสระแบบเต็มๆ เลย

“Meeting Room” อีกโซนที่อยู่ในห้อง Lounge สามารถใช้เพื่อทำงานต่างๆ แบบจริงจังได้มากขึ้น ตอบโจทย์ทั้งคนที่มาพักยาวๆ แบบ Long Stay หรือทำงานแบบ Workation ก็มาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้

“Fitness” ที่อาคาร B เป็นห้องกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติ มองเห็นวิวสระและสวนระหว่างออกกำลังกาย อุปกรณ์มีครบทั้งสาย Cardio และ Weight Training ครับ ซึ่งจำนวนอุปกรณ์ที่ให้มา ก็เรียกได้ว่าเหลือเฟือเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่มีเพียง 84 ยูนิตครับ


คอนโดใกล้หาด ที่ราคาจับต้องได้จริง

หนึ่งในคอนโดใกล้ทะเล ที่ราคาต่อ ตร.ม. ต่ำสุดในย่านหัวหิน

ถ้าพูดถึงศุภาลัย อีกจุดเด่นนึงที่ติดมากับทุกโครงการ ก็หนีไม่พ้นเรื่อง “ความคุ้มค่า” ของราคาที่โครงการตั้งมาครับ อย่างที่นี่ ก็มากับราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในย่านเช่นเคย กับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 77,000 บาท/ตร.ม.

ซึ่งถ้าเราลองมาดูคอนโดที่ติดหาดหรือเดินไปหน้าหาดได้ในระยะไม่เกิน 500 เมตร ถ้าฝั่ง “ตัวเมืองหัวหิน” เลย ตอนนี้โครงการใหม่แทบทั้งหมด ก็จะเป็นคอนโด Segment ระดับ Luxury/Ultra Luxury ที่เป็น Branded Residence ระดับราคา 2 แสนต่อ ตร.ม. ขึ้นไปทั้งนั้นเลยครับ มีไปจนถึงห้องราคา 100 ล้านบาทเลย ส่วนนึงมาจากช่วงหลังๆ ที่โซนนี้ไม่มีโครงการคอนโด Segment ระดับกลางมาเปิดด้วยครับ ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะขยับไปอยู่โซนเขาตะเกียบกัน

และถ้าลองมาดูคอนโด “โซนเขาตะเกียบ” จะเห็นว่าราคาจับต้องได้มากขึ้นครับ ขยับมาเริ่มกันอยู่ที่ประมาณ 1 แสนต่อ ตร.ม. แต่ก็มีบางโครงการที่ขยับไปถึงช่วง 2 แสนเช่นกัน ก็จะขึ้นอยู่กับทำเลและความใกล้ไกลในการไปหน้าหาดครับ

ทีนี้เราลองมาดูโซน “เขาเต่า” กันบ้าง ปัจจุบันในย่านนี้ก็มีโครงการใหม่ที่เปิดขายอยู่ไม่เยอะครับ มีเพียงแค่ 2-3 โครงการเท่านั้นเอง ราคาของทำเลนี้ก็จะอยู่ในช่วงหลักหมื่นปลายๆ ถึงแสนต้นๆ ขึ้นอยู่กับระยะของความใกล้ทะเล

การมาของ “ศุภาลัย คราม” รอบนี้ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดใกล้หาดที่ราคาเริ่มต้นต่ำสุดในโซนเลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าเทียบกับในย่านเขาเต่าด้วยกัน ราคานี้ถูกกว่าหลายๆ โครงการที่เปิดในช่วง 10 ปีที่แล้วของย่านนี้อีกครับ (แต่เพื่อความ Fair ก็ต้องบอกว่าหลายโครงการก่อนหน้า มักจะตั้งอยู่ติดหน้าหาด ส่วนของศุภาลัยจะขยับมานิดนึงนะครับ แต่เดินไปหาดได้ใกล้ๆ เหมือนกัน)

ดังนั้น พอพูดถึงจุดเด่นด้านราคาของที่นี่ ถึงจะไม่ใช่คอนโดระดับ Beach Front แต่ถ้าจะหาคอนโดที่ใกล้ชายหาดขนาดนี้ โครงการนี้ก็จะเป็นตัวเลือกที่ราคาต่ำสุดในย่านแล้วครับ ในขณะที่โซนหัวหิน-เขาตะเกียบ-เขาเต่าส่วนใหญ่ ต่อให้ไม่ได้ติดชายหาดแบบ 0 เมตร ราคาก็ขึ้นแสนต่อ ตร.ม. ไปแล้ว

เป็นจุดขายที่ในราคาเท่ากัน ที่นี่ได้ห้องไซส์ใหญ่ถึงระดับ 2 Bedroom เลย


ห้องใหญ่ทั้งโครงการ

ตอบโจทย์ Demand ในย่าน ที่ต้องการพื้นที่กว้าง

มาดูในส่วนของตัวห้องพักกันบ้างครับ จุดเด่นของโครงการนี้ คือเป็นคอนโดที่ได้ห้องใหญ่ ในราคาที่จับต้องได้ ต้องบอกว่าห้องใหญ่คือใหญ่จริงนะครับ เริ่มมา 1 Bedroom Plus ก็ 53 ตร.ม. เข้าไปแล้ว แต่ยังมาในราคาเริ่มที่อยู่ระดับ 3 ล้านกลางๆ อยู่ ก็ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างน่าสนใจครับ และห้องส่วนใหญ่ของโครงการนี้ก็จะมาเป็นแบบ 2 Bedroom ครับ

  • PA1 : 1 ห้องนอน พลัส 53 ตร.ม.
  • 2A1 : 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 59.5 ตร.ม.
  • 2B1 : 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 72 ตร.ม.
  • 2C1 : 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 82.5 ตร.ม.

ก็ถือว่าเป็นห้องไซส์ที่ตอบโจทย์ทั้งอยู่เองและปล่อยเช่ากลุ่มลูกค้าที่พักแบบ Long Stay เลยครับ พื้นที่กว้าง อยู่ได้แบบจริงจัง รองรับทั้ง Lifestyle ของคนไทยและต่างชาติ ซึ่งการออกแบบตัวห้องของที่นี่ก็มาพร้อมกับไฮไลท์หลายจุดครับ อย่างแรกคือห้องเป็นห้องแบบ Open Plan พื้นที่โปร่ง เปิดโล่ง ทำให้ห้องที่กว้างอยู่แล้วดูกว้างขึ้นไปอีก

ถัดมาคือ “ทุกห้อง” จะเป็นห้องที่มี “ระเบียงกว้าง” สามารถออกมานั่งพักผ่อน วางชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาดใหญ่ได้ และเกินกว่า 60% ของโครงการ เป็นห้องที่หันเข้าหาวิวสระส่วนกลางด้วยครับและสำหรับห้อง 2 Bedroom แบบ 2 ห้องน้ำ จะพิเศษตรงที่มีอ่างอาบน้ำในห้องน้ำของห้องนอน Master ด้วยครับ

อีกไฮไลท์พอยูนิตของแต่ละอาคารน้อย ห้องพักกว่า 80% ของที่นี่เป็นห้องมุมครับ ดังนั้นก็จะมีช่องแสงเยอะ เพิ่มความโปร่งและไม่อึดอัด อ้อ แล้วที่นี่มีห้อง Rare เป็น 4 ห้องพิเศษที่ชั้น 1 ที่จะมีระเบียงแบบ Garden Access เข้าจากสวนได้ด้วยนะครับ


Fully Furnished แต่งครบ

ได้ทั้งเฟอร์ฯ Built-in และลอยตัว พร้อมอยู่ แทบไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม

ทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์แบบจัดเต็มมากครับ มีทั้งเฟอร์ Built-in และลอยตัว อันนี้คือมาแต่ตัวก็อยู่ได้เลยของจริง หรือสำหรับสายลงทุนห้องก็พร้อมไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเลย มาดูกันครับว่าแต่ละโซนได้อะไรบ้าง

  • โซนห้องนั่งเล่น

ได้โซฟา L-shape ขนาดใหญ่, มีโต๊ะกาแฟวางหน้าโซฟามาให้, ด้านหลังวางโต๊ะทำงานได้ เขาก็ให้โต๊ะทำงานกับเก้าอี้มาด้วย และที่ไม่ค่อยเห็นที่ไหนให้มาด้วยคือ Built-in กรุผนังมาให้พร้อมชั้นวางทีวีเลยครับ

  • โซนกินข้าว

ติดกับโซนนั่งเล่นก็จะเป็นมุมกินข้าว ถ้าเป็นห้องใหญ่ ก็จะได้โต๊ะกินข้าวขนาด 6 ที่นั่งพร้อมเก้าอี้อีก 6 ตัว (ขนาดโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง) และตู้เก็บรองเท้า Built-in มาให้พร้อมใช้งาน

  • โซนครัว

ได้เคาน์เตอร์ครัวพร้อมตู้เก็บของด้านบน มีช่องวางเครื่องซักผ้า ทางโครงการติดตั้งอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันมาให้แล้ว

  • Master Bedroom 

เป็นอีกห้องที่แทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม มีที่นอนขนาด 6 ฟุตพร้อมโต๊ะข้างเตียง แถมผนังหัวเตียงแต่งมาให้อีก มีไฟ LED ซ่อนมาพร้อมเลย ได้ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ มีชั้นวางของเพิ่มให้ นอกจากนี้ยัง Built-in ชั้นวางทีวีแบบยาวมาให้พร้อมกระจก เราทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ มีเก้าอี้สตูลมาให้นั่งแต่งหน้าด้วย

  • ห้องน้ำ

ได้สุขภัณฑ์ครบ มีอ่างล้างหน้า ด้านล่างเก็บของได้ ติดตั้งกระจกมาให้แล้ว ถ้าเป็นห้องไทป์ 2B1 หรือ 2C1 จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ แต่จะไม่ได้แยกห้องอาบน้ำออกมา สามารถอาบน้ำและแช่ตัวที่อ่างอาบน้ำได้เลย แต่ถ้าเป็นไทป์อื่นๆ ห้องอาบน้ำจะมีฉากกระจกนิรภัย และเพื่อความสวยงามและสะดวกต่อการใช้งาน เขาติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้เรียบร้อยแล้ว

  • ห้องนอนเล็ก

ได้ฟูกขนาด 5 ฟุต ผนังหัวเตียง Built-in มาให้เป็นชุดเดียวกันกับตู้เสื้อผ้า และมีโต๊ะข้างเตียงมาให้

2 Bedroom ขนาด 59.5 ตารางเมตร 

ได้ห้องแบบ Open Plan ห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวทั้ง 2 ห้อง

รู้จักกับโครงการกันไปแล้ว เดี๋ยวต่อไปเรามาดูห้องตัวอย่างกันบ้างครับ ที่นี่จะมีให้ดูทั้งหมด 2 ห้อง ไทป์ที่เรากำลังจะพาไปดูเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 59.5 ตารางเมตร 

จุดเด่นของห้องนี้คือเข้ามาแล้วดูโล่งและกว้างมาก เพราะเขาทำเป็น Open Plan ทำให้โซนครัว โซนกินข้าว และโซนนั่งเล่นเชื่อมต่อกันทั้งหมด ส่วนห้องน้ำจะอยู่ติดกับโซนครัว ห้องนอนทั้งสองห้องจะได้ความเป็นส่วนตัว เป็นผนังทึบ ทั้งยังได้หน้าต่างบานใหญ่ด้วย อย่างห้องนอนใหญ่ หน้าต่างกระจกกว้างเกือบเต็มผนัง ทำให้แสงเข้าถึงตลอดทั้งวัน หรือห้องนอนเล็กเองด้วยความเป็นห้องมุม จะได้ระเบียงส่วนตัว บวกกับประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น 


Living Area กว้าง ได้ช่องแสงใหญ่

ระยะห่างโซฟากับชั้นวางทีวีค่อนข้างเยอะ ติดตั้งทีวีจอใหญ่ได้

มุมนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียง ถ้าเพื่อนๆ ดูในรูปจะเห็นว่าประตูบานเลื่อนกระจกกว้างเกือบทั้งฝั่งเลย เวลาที่เราเปิดม่านออกก็จะมองเห็นวิวด้านนอกได้แบบเต็มตา ระยะห่างระหว่างโซฟากับชั้นวางทีวีเยอะครับ วางทีวีจอใหญ่ได้สบาย และถึงจะวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งกับโต๊ะกาแฟเล็กๆ แล้ว พื้นที่ตรงนี้ยังดูโล่ง ให้เราเติมเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อีก 


มุมกินข้าวเชื่อมกับ Living Area

เป็นได้ทั้งมุมกินข้าว, ต้อนรับแขก และสังสรรค์

มุมกินข้าวอยู่ตรงกลางระหว่างครัวกับมุมนั่งเล่น ทางโครงการจะให้เฟอร์นิเจอร์เหมือนกับห้องตัวอย่างเลย ไทป์นี้จะได้เป็นโต๊ะกลม พร้อมเก้าอี้ 4 ตัว ข้อดีของโต๊ะกลมคือช่วยประหยัดพื้นที่ และทำให้ห้องดูกว้างขึ้น นอกจากจะใช้เป็นมุมกินข้าวแล้ว เวลาเพื่อนๆ หรือแขกมาหาที่ห้อง หากนั่งโซฟาไม่พอ ก็สามารถนั่งที่มุมกินข้าวได้ด้วยเหมือนกัน


ครัวกว้าง วางเครื่องซักผ้าได้

ได้ชุดครัวขนาดใหญ่ พร้อมเตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันจาก Hefele

ที่นี่จะเป็นครัวเปิดทุกไทป์ ชุดเคาน์เตอร์ครัวที่ได้ก็ไม่เล็ก แถมมาพร้อมฟังก์ชันทุกอย่างครบ มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้า อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันยี่ห้อ Hafele ติดตั้งมาให้ ราวแขวนอุปกรณ์ครัวสีดำก็มีมาให้ แขวนอุปกรณ์ครัว และวาง iPad ได้ พื้นที่เก็บของก็เยอะ มีตู้เก็บของทั้งด้านล่างและด้านบน 


Master Bedroom ได้ความเป็นส่วนตัว

ห้องใหญ่ วางเตียง 6 ฟุตได้แบบเหลือๆ หน้าต่างกว้าง ทำให้ห้องสว่าง

ห้องนอนใหญ่กว้างมากครับ วางเตียงขนาด 6 ฟุตแล้วรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินไปมาได้ และถึงจะวางตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งก็ไม่ทำให้ห้องดูเล็กลง


ห้องนอนเล็กมีระเบียงส่วนตัว

ห้องปิดเป็นส่วนตัว พื้นที่กว้าง ใช้เป็นห้องนอนรองได้แบบจริงจัง

ห้องนอนเล็กก็วางเตียงขนาดใหญ่ได้เหมือนกัน มีพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะข้างเตียงด้วย ประตูบานเลื่อนกระจกที่กว้างทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ส่วนระเบียงก็ออกไปใช้งานได้จริงนะ 

2 Bedroom ขนาด 82.5 ตารางเมตร

Living Area ใหญ่ ระเบียงกว้าง เปิดรับวิวสระและพื้นที่ส่วนกลาง

ต่อไปเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 82.5 ตารางเมตร ห้องนี้ได้ 2 ห้องน้ำเลย Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัว มาพร้อมอ่างอาบน้ำด้วย ห้องนอนใหญ่ได้มุมพักผ่อนกว้าง ตู้เสื้อผ้าก็ใหญ่ขึ้น ส่วนห้องนอนเล็กได้ระเบียงส่วนตัวเหมือนเดิม

ห้องนี้ได้ Living Area ที่ใหญ่มากๆ ครับ มุมนั่งเล่นยาวขนานกับระเบียง วางโซฟา L-shape ได้แบบมีพื้นที่เหลือด้านหลังให้วางโต๊ะทำงานได้อีก มุมกินข้าวก็วางโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้ ระเบียงที่นี่ใหญ่แทบทุกห้องครับ สามารถออกไปใช้งานได้จริง วางเก้าอี้ โต๊ะกาแฟ จัดสวน ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ตอนที่ออกไปยืนตรงระเบียงและมองวิวด้านนอก บอกได้เลยว่าที่นี่เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ 


Living Area ฟังก์ชันยืดหยุ่น

เป็นได้ทั้งมุมนั่งเล่น, มุมพักผ่อน และมุมทำงาน

ด้วยความที่มุมนี้กว้างมาก สามารถใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชันเลย อย่างตัวโซฟาเองทางโครงการให้มาเป็น L-shape เหมือนห้องตัวอย่าง เราสามารถนั่งเล่นนอนเล่น ดูหนังได้สบายๆ มานั่งดูเป็นครอบครัวก็ไม่อึดอัด ถ้าไม่พอก็ซื้ออาร์มแชร์มาวางเพิ่มได้อีก 

หลังโซฟามีพื้นที่เหลือ จริงๆ จะวางเป็นตู้เก็บของเตี้ยๆ หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานเหมือนกับห้องตัวอย่างก็ได้เช่นกัน เป็นพื้นที่ Family Area ขนาดใหญ่ที่คนในบ้านสามารถทำหลากหลายกิจกรรมพร้อมกันได้ ทั้งยังมองเห็นกันได้อย่างทั่วถึงด้วย


มุมกินข้าวอยู่ติดกับครัว

วางโต๊ะกินข้าวขนาด 6 ที่นั่งได้สบายๆ

โต๊ะกินข้าวกับเก้าอี้ทางโครงการเองก็ให้มาเหมือนกับห้องตัวอย่างเช่นกัน สามารถทำอาหารจริงจัง กินข้าว จัดปาร์ตี้ในห้องได้ แล้วจุดที่วางโต๊ะกินข้าวเองก็สามารถดูทีวีที่มุมนั่งเล่นข้างๆ ได้ ทำให้คนในห้องเชื่อมต่อกันได้ทุกจุด


ได้ระเบียงห้องขนาดใหญ่

พื้นที่กว้าง วางชุดที่นั่งพักผ่อนสำหรับออกมาชมวิวได้

จุดเด่นของที่นี่คือ ได้ระเบียงใหญ่มากกกก เราสามารถวางเฟอร์นิเจอร์ที่ระเบียงได้ ทั้งเก้าอี้ โต๊ะ หรือจัดสวนต่างๆ สามารถใช้งานได้จริง ออกมารับลมชมวิว บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนมากๆ ครับ ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าห้องแทบทุกไทป์ของที่นี่ มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่หมดเลย


Master Bedroom ได้ตู้เสื้อผ้าใหญ่

เปิดรับวิวด้านนอกด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ มุมแต่งตัวเป็นสัดส่วน

Master Bedroom จะวางเตียงไว้ติดกับหน้าต่าง เอาไว้มองวิวด้านนอกได้ ฝั่งตรงข้ามเตียงนอน ทางโครงการ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งมาให้ด้วย ส่วนตู้เสื้อผ้ามาแบบ 3 ประตูเลยครับ ใหญ่สะใจ มีชั้นสำหรับวางของแยกต่างหากด้วย


Master Bathroom ได้อ่างอาบน้ำ

สุขภัณฑ์ครบ มีเครื่องทำน้ำร้อนติดตั้งมาให้

ห้องไทป์นี้ได้อ่างอาบน้ำด้วย เป็นทั้งอ่างอาบน้ำและที่อาบน้ำในตัวเลย ไม่มีห้องอาบน้ำแยกนะครับ ถ้าไม่อยากให้เปียกเวลาอาบน้ำ เราสามารถติดตั้งฉากกั้นกระจกหรือม่านเพิ่มได้ ส่วนอ่างล้างหน้ามีตู้เก็บของด้านล่าง กระจกก็จะได้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งครับ และโครงการติดตำเครื่องทำน้ำร้อนมาให้พร้อมแล้ว


ห้องนอนเล็ก แต่วางเตียงใหญ่ได้

นอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังมีระเบียงให้ออกไปรับลมด้วย

ห้องนอนเล็กเป็นผนังทึบได้ความเป็นส่วนตัว วางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ มีตู้เสื้อผ้ามาให้แล้ว ข้อดีของเตียงใหญ่คือถ้ามีสมาชิกในบ้านหลายคน ห้องนี้สามารถนอน 2 คนได้สบาย แต่ถ้าสมาชิกไม่เยอะ ทำเป็นเตียงขนาด 3 ฟุตก็ได้นะครับ จะวางโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานเพิ่มได้อีก 


ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลและจุดเด่นด้านต่างๆ ของโครงการ “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” ที่เราเอามาฝากกันครับ ตอนนี้โครงการก่อสร้างเสร็จ 100% พร้อมอยู่แล้วครับ และพิเศษ สำหรับวันที่ 19-20 กันยายนนี้ โครงการจะมีงาน Grand Opening

  • ฟรี ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ชิ้น (ทีวี / ไมโครเวฟ / ตู้เย็น / เครื่องดูดฝุ่น)*
  • ส่วนลดพิเศษสูงสุด 10%*

ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้าน* สำหรับห้อง 2 ห้องนอน 59.5 ตร.ม. ขายแบบ Fully Furnished ครบทั้งลอยตัวและบิ้วด์อิน

สำหรับใครที่สนใจ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษโครงการ : https://supalai.ly/4oxz6xE


Related posts
เจาะจุดเด่นโครงการ

เจาะจุดเด่น “SUPALAI KRAM ศรีสุนทร ภูเก็ต” คอนโดราคาจับต้องได้ ทำเลดี ใกล้ Robinson ถลาง เริ่ม 1.79 ลบ.*

เจาะจุดเด่นโครงการ

เจาะจุดเด่น “CHER ราชพฤกษ์ - พระราม 5” บ้านใจกลางย่านพระราม 5 ทำเลดี ใกล้โลตัสนครอินทร์ในระยะเดินได้!

เจาะจุดเด่นโครงการ

เจาะจุดเด่น “SUPALAI LOFT ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คอนโดทำเลดี 150 ม. MRT ท่าพระ ในราคาที่คนทำงานจับต้องได้ เริ่ม 2.15 ลบ.*

เจาะจุดเด่นโครงการ

เจาะจุดเด่น “CHER WESTVILLE ราชพฤกษ์” ทาวน์โฮมทำเลดี ในราคาที่ยังจับต้องได้ ใกล้ Central Westville