ช่วงพฤศจิกายน 2568 ทิศทางของกระทรวงคมนาคมค่อนข้างชัดแล้วครับ ว่าจะใช้การ “ขยายสัมปทาน” แลกกับให้เอกชนก่อสร้างทางด่วน Double Deck ซ้อนทับบนทางด่วนขั้นที่ 2 และลดค่าทางด่วนขั้นที่ 1 + ขั้นที่ 2 เหลือ 50 บาท

Double Deck คืออะไร ใช้งานยังไง
โครงการทางด่วนชั้นบน (Double Deck) คือการสร้าง “ทางด่วนของทางด่วนอีกที” ซ้อนทับอยู่บนทางด่วนขั้นที่ 2 ปัจจุบัน ตั้งแต่ช่วงงามวงศ์วาน ไปจนถึงอโศก-พระราม 9
รถที่ใช้ Double Deck ได้คือรถที่อยู่ในระบบทางด่วนของเดิมอยู่แล้ว ขึ้น Double Deck ได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม ประโยชน์คือใช้เป็นทางตัดข้ามเมืองได้แบบไม่ต้องเจอทางแยกและทางขึ้นลงระหว่างทาง เช่น
- มาจากแจ้งวัฒนะ จะไปทำงานที่อโศก ขึ้น Double Deck ที่งามวงศ์วาน วิ่งข้างบนไปยาวๆ มาลงที่ทางลงมักกะสัน กลับลงไปทางด่วนขั้นที่ 2 อันเดิม แล้วลงทางลงอโศกของเดิม
- กลับกัน มาจากสุวรรณภูมิ พอถึงด่านอโศกก็ขึ้น Double Deck ยิงยาวไปลงได้ 2 จุด คือบางซื่อและงามวงศ์วาน โดยไม่ต้องผ่านจุดขึ้นลงระหว่างทาง
- มาจากทางด่วนประจิมรัถยา ต้องเข้าทางด่วนศรีรัช (ขั้นที่ 2) ก่อน พอเลยสถานีกลางบางซื่อไปนิดหนึ่งจะมีทางขึ้นไป Double Deck
ทำไมต้องต่อสัมปทานให้เอกชนรายเดิม
โครงการนี้เริ่มพูดถึงตั้งแต่ราวปี 2560-2561 ตอนนั้นเป็นการเสนอให้พ่วงไปกับการต่ออายุสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ที่จะหมดในปี 2563 โดยรัฐจะขยายสัมปทานให้เอกชน แลกกับการถอนฟ้องคดีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐ 17 คดี รวมวงเงิน 58,873 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นจะขยายสัมปทานให้อีก 37 ปี (ยาวไปจนถึงปี 2600)
แต่หลังจากมีเสียงคัดค้านค่อนข้างหนัก สุดท้ายก็ตัดโครงการ Double Deck ออกไป และลดระยะเวลาต่อสัญญาเหลือ 15 ปี 8 เดือน (ไปถึงปี 2578) สิ่งที่ได้แถมมาเป็นการปลอบใจคือ “ทางด่วนฟรีวันหยุด” ที่เราใช้กันอยู่
ปี 2567 กระทรวงคมนาคมยกโครงการ Double Deck กลับมาพูดถึงอีกครั้ง พร้อมเหตุผลที่ต้อง “ต่อสัมปทาน” ให้เอกชนรายเดิมมาก่อสร้างและบริหารต่อ
- Double Deck จำเป็นต้องสร้างเพื่อแบ่งเบาความหนาแน่นของทางด่วนขั้นที่ 2 เดิม เหมือนเป็นทางด่วนในทางด่วน เอาไว้วิ่งข้ามทางขึ้นลงระหว่างทางในเมือง
- Double Deck ไม่ใช่ทางด่วนสายใหม่ แต่เข้าและออกจากทางด่วนเดิม เก็บค่าผ่านทางเท่าเดิม ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าแยกเป็นโครงการเดี่ยวจะไม่เกิดรายได้เลย
- Double Deck สร้างอยู่เหนือทางด่วนเดิมของ BEM ถ้าให้เอกชนรายอื่นมาสร้าง อาจเกิดปัญหาการจัดการพื้นที่และการจราจรระหว่างก่อสร้าง
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การทางพิเศษฯ และรัฐบาลจึงบอกว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ “จะต้องให้เอกชนเจ้าของสัมปทานเดิมเป็นคนสร้างทางด่วนนี้” โดยแลกกับการต่อสัมปทานเพิ่มอีก 22 ปี 5 เดือน จากสัญญาปัจจุบันที่สิ้นสุดปี 2578 เป็นสิ้นสุดปี 2601
ลดค่าทางด่วนเหลือ 50 บาทตลอดสาย
นอกจาก Double Deck แล้ว การแลกเปลี่ยนเพื่อขยายสัมปทานอีก 22 ปีกว่าๆ ยังพ่วงการปรับราคาทางด่วนด้วย ปัจจุบันทางด่วนขั้นที่ 1 (เฉลิมมหานคร) และขั้นที่ 2 (ศรีรัช) เก็บค่าผ่านทางร่วมกัน 50 บาทสำหรับส่วนในเมือง แต่ถ้าออกไปนอกเขตเมืองทางทิศเหนือและตะวันออก (วัดจากวงแหวนรัชดา) จะเจอด่านเก็บเงินเพิ่ม
- ด่านประชาชื่น เก็บเพิ่ม 10-15 บาท สำหรับช่วงงามวงศ์วาน-แจ้งวัฒนะ
- ด่านอโศก เก็บเพิ่ม 25 บาท สำหรับช่วงพระราม 9-ศรีนครินทร์
นโยบายใหม่จะไม่เก็บเงินเพิ่มสำหรับส่วนนอกเมืองสองส่วนนี้แล้วครับ
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ข้อมูลในช่วงนั้น โครงการยังเดินหน้าต่อ อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ คาดว่าจะลงนามสัญญากับเอกชนได้ในเดือนธันวาคม 2568 และเริ่มนโยบายค่าทางด่วน 50 บาท กับการสร้าง Double Deck ได้ในปี 2569 (ความคืบหน้าล่าสุดดูได้ที่ อัปเดตแผนงานทางด่วน-มอเตอร์เวย์ 2569)
หน้าตาโครงสร้าง Double Deck แต่ละช่วง
รูปแบบทั่วไปเป็นทางด่วน 4 เลน (ไปกลับฝั่งละ 2 เลน) เสียบเสาอยู่ตรงกลางของทางด่วนศรีรัชเดิม

ช่วงถนนพระราม 6 เลียบคลองประปา จะเป็นเสาแบบห่วงล้อมรอบทางด่วนศรีรัชเดิม

ช่วงที่ยกข้ามทางรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟความเร็วสูง จะเป็นสะพานขึง

บริเวณแยกต่างระดับมักกะสัน จะมีทางลงสำหรับรถที่วิ่งจากพญาไทไปทางอโศก คนที่จะไปอโศก-รัชดา ให้ลงตรงนี้

ปลายโครงการอีกฝั่งคือฝั่งพระราม 9 ทางด่วน Double Deck จะลงมารวมกับทางด่วนศรีรัชเดิมหลังจากข้ามด่านอโศกไปแล้ว

ภาพโครงสร้าง: รายงานการศึกษาโครงการทางพิเศษชั้นบน (Double Deck) / อ่านข่าวเพิ่มเติม: ไทยรัฐออนไลน์

