30 ตุลาคม 2568 กทม. นัดจ่ายหนี้ค่าจ้างเดินรถ BTS ที่เหลือทั้งหมดแล้วครับ ช่วงบ่ายวันนั้น BTS ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าได้รับการยืนยันจาก กทม. ให้เข้าไปรับเช็คจ่ายหนี้ค่าเดินรถพร้อมดอกเบี้ย รวมประมาณ 36,444 ล้านบาท

ก้อนนี้ประกอบด้วยค่าจ้างเดินรถเดือนมิถุนายน 2564 ถึงตุลาคม 2565 ที่ กทม. แพ้คดีและศาลสั่งจ่ายเป็นก้อนที่ 2 ราวๆ 12,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าจ้างค้างจ่ายตั้งแต่พฤศจิกายน 2565 จนถึงกันยายน 2568 ที่ BTS ยังไม่ได้ไปยื่นฟ้อง
กทม. จ่ายหนี้ BTS ไปแล้ว 3 ก้อน
- 2 เมษายน 2567 ค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลในส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-เคหะ และหมอชิต-คูคต) เงินต้น 20,088 ล้านบาท ดอกเบี้ยราว 3,004 ล้านบาท
- 29 พฤศจิกายน 2567 ค่าจ้างเดินรถตั้งแต่เมษายน 2560 ถึงพฤษภาคม 2564 รวม 14,549 ล้านบาท เป็นเงินต้น 11,755 ล้าน ดอกเบี้ยราว 2,794 ล้านบาท
- 30 ตุลาคม 2568 ค่าจ้างเดินรถตั้งแต่มิถุนายน 2564 ถึงกันยายน 2568 รวม 36,444 ล้านบาท เป็นเงินต้น 31,482 ล้าน ดอกเบี้ยราว 4,962 ล้านบาท
ในจำนวนนี้เป็นส่วนของดอกเบี้ยที่จ่ายล่าช้ารวม 10,760 ล้านบาท (คิดดอกเบี้ย MLR+1% ต่อปี ประมาณ 7-8%)
ยังเหลืออีกก้อนคือค่าก่อสร้างส่วนต่อขยายที่ 2 ที่ กทม. รับโอนมาจาก รฟม. เงินต้น 55,704 ล้านบาท ดอกเบี้ย 13,401 ล้านบาท (ยอด ณ 28 พฤษภาคม 2561) ซึ่ง กทม. อยู่ระหว่างหาแนวทางให้รัฐบาลช่วยจ่าย
หลังจากนี้ค่าจ้างเดินรถเดือนละเท่าไหร่
BTS ได้รับคำสัญญาจาก กทม. ว่าจะจ่ายตรงเวลา โดย BTS จะวางบิลทุกวันที่ 3 และ กทม. ต้องชำระค่าจ้างภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน ค่าจ้างเดินรถเฉพาะส่วนต่อขยายตอนนี้อยู่ที่ราวเดือนละ 740 ล้านบาท
หลังหมดสัมปทานเส้นทางหลักในใจกลางเมืองในปี 2572 กทม. ได้ทำสัญญาจ้างให้ BTS เดินรถตลอดทั้งสายไว้ล่วงหน้าแล้วจนถึงปี 2585 (ทำสัญญาไว้ตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ บริพัตร) ค่าจ้างเดินรถตลอดทั้งสายจะอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,400 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนค่าโดยสารจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ในตอนนั้น
ทำไมหนี้ก้อนนี้ถึงค้างนาน
ช่วงที่จะสร้างส่วนต่อขยายเมื่อปี 2562 มีคำสั่ง คสช. ให้ กทม. กับ รฟม. เจรจาโอนทรัพย์สินงานส่วนต่อขยายกัน และให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าจะบริหารงานยังไงให้ต่อเนื่องทั้งสาย จะขยายสัมปทานให้เอกชนแลกกับการที่เอกชนมาวางระบบและเดินรถให้ หรือจะเปิดร่วมทุนรูปแบบไหน
ระหว่างนั้น กทม. ก็ “หยุดจ่ายค่าจ้างส่วนต่อขยายที่ 1” ด้วยเหตุผลว่ารอผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ พอตกลงกันไม่ได้ กทม. ก็ให้บริษัทลูก (กรุงเทพธนาคม) ทำสัญญาจ้าง BTS มาวางระบบส่วนต่อขยายที่ 2 และเดินรถไปก่อน
แต่พอ คสช. ยุบไป คณะกรรมการชุดนี้ก็แตกเพราะไม่มีใครกล้าตัดสินใจต่อ เรื่องเลยค้างคาว่าจะต้องจ่ายหรือไม่ กทม. ไม่กล้าจ่ายเพราะยังอ้างอิงคำสั่ง คสช. อยู่ และมีการยื่น ป.ป.ช. ว่าสัญญาที่ไปจ้างผิดหรือไม่ BTS จึงต้องนำหนี้ไปฟ้องศาลปกครองให้พิพากษาสั่งจ่าย พอศาลสั่งว่าสัญญาถูกต้อง กทม. ต้องจ่าย ก็เลยทยอยจ่ายหนี้กันพร้อมดอกเบี้ยที่พอกพูนครับ
ย้อนดูชาร์ทยอดหนี้ก่อนจ่ายก้อนสุดท้ายได้ที่ ศาลปกครองสั่ง กทม. จ่ายหนี้ BTS ก้อนที่ 3 และดูเรื่องสัมปทานรถไฟฟ้าแต่ละสายต่อได้ที่ ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าคืออะไร
ที่มา: งานแถลงข่าว BTS Group 30 ตุลาคม 2568

