29 กันยายน 2568 ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ กทม. จ่ายหนี้ก้อนที่ 3 ให้ BTS แล้วครับ เป็นค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงเดือนมิถุนายน 2564 จนถึงตุลาคม 2565 รวมดอกเบี้ยประมาณ 12,600 ล้านบาท

กทม. ยังขออุทธรณ์ได้ แต่ดอกเบี้ยก็จะเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจ่าย
อัปเดตยอดหนี้สายสีเขียว
ตอนนั้นจ่ายไปแล้ว 2 ก้อน
- ค่าจ้างติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของส่วนต่อขยายหมอชิต-คูคต และแบริ่ง-เคหะ 23,091 ล้านบาท (จ่าย 2 เมษายน 2567)
- ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง ตัดจบที่เดือนพฤษภาคม 2564 จำนวน 14,549 ล้านบาท (จ่าย 29 พฤศจิกายน 2567)
ก้อนที่ศาลพิพากษาให้จ่ายเพิ่มอีก 1 ก้อน
- ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง มิถุนายน 2564-ตุลาคม 2565 เงินต้นราว 10,127 ล้านบาท ดอกเบี้ยราว 2,486 ล้านบาท รวมประมาณ 12,600 ล้านบาท (ดอกเบี้ยยังเดินเรื่อยๆ จนกว่าจะจ่าย)
ยังเหลือค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงที่ BTS ยังไม่ได้ฟ้องศาล ช่วงพฤศจิกายน 2565 ถึงธันวาคม 2567 อีกประมาณ 17,600 ล้านบาท (เงินต้นราว 15,762 ล้าน ดอกเบี้ยราว 1,833 ล้าน) และค่าจ้างเดินรถตั้งแต่มกราคม 2568 เป็นต้นมาที่ กทม. ยังไม่เริ่มจ่าย ส่วนนี้ก็จะงอกเพิ่มไปเรื่อยๆ พร้อมดอกเบี้ย
หนี้อีกก้อนที่ไม่ใช่ของ BTS
นอกจากหนี้ระหว่าง กทม. กับเอกชนอย่าง BTS รถไฟฟ้าสายสีเขียวยังมี “หนี้ค่าก่อสร้างส่วนต่อขยาย” ที่ กทม. รับโอนมาจาก รฟม. มีเจ้าหนี้คือกระทรวงการคลัง อีกกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท (55,704 ล้านบาท เฉพาะเงินต้น ยังไม่รวมดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2561) ซึ่งยังอยู่ระหว่างหาทางออกว่าจะจ่ายคืนกันอย่างไร
ทำไม กทม. ไม่จ่ายมาตั้งแต่แรก กทม. เคยบอกว่ามีคำสั่ง คสช. ให้หยุดจ่ายแล้วเจรจาเรื่องส่วนต่อขยายให้เสร็จก่อน หลังจากนั้น กทม. ก็ไม่จ่ายอีกเลย
ต่อมาฝ่ายบริหาร กทม. ตั้งงบประมาณจ่าย 3 ก้อนที่ยังค้าง (ส่วนสีแดงและสีเหลืองในชาร์ท) เข้าสภา กทม. เพื่อเตรียมปลดหนี้ และวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ก็จ่ายก้อนสุดท้ายไปแล้ว อ่านต่อได้ที่ กทม. ปลดหนี้ค่าจ้างเดินรถ BTS สายสีเขียว
ข้อมูลยอดหนี้จาก: กรุงเทพธุรกิจ

