SNAP

ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าคืออะไร? PPP Net Cost กับ Gross Cost ต่างกันยังไง แต่ละสายสัญญาถึงปีไหน

ช่วงนี้ข่าวเรื่องการ “ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า” กลับมาอีกครั้งครับ โดยครั้งนี้ (พฤษภาคม 2569) รัฐให้เหตุผลว่าต้องการซื้อคืนเพื่อเปลี่ยนรูปแบบสัญญา ให้รัฐได้บริหารจัดการเอง และกำหนดราคาค่าโดยสารตามนโยบายได้

สัมปทานรถไฟฟ้า แต่ละสาย สัมปทานยาวถึงปีไหนบ้าง? BTS ส่วนแรก สัมปทาน 2572 จ้างเดินรถ 2585 สายสีน้ำเงิน 2592 สายสีม่วง 2585 แอร์พอร์ตเรลลิงก์ 2612 สายสีทอง 2593 สายสีแดง ปีต่อปี สายสีเหลือง 2596 สายสีชมพู 2596 สายสีส้ม 2601

รถไฟฟ้าบ้านเรามีรูปแบบการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สัมปทาน”) อยู่ 2 รูปแบบหลักๆ คือ PPP Net Cost และ PPP Gross Cost ถ้าใช้คำเฉพาะแบบนี้ก็ดูจะยากเกินไป บทความนี้เลยขอเล่าแบบภาษาชาวบ้าน ให้อ่านข่าวช่วงนี้แล้วเข้าใจง่ายขึ้นครับ


แบบที่ 1 PPP Net Cost · เอกชนบริหารเองทั้งหมด

รูปแบบนี้รัฐจะร่วมลงทุนบางส่วน เช่น ค่าเวนคืนที่ดิน หรือซัพพอร์ตค่าก่อสร้างบางส่วน ที่เหลือเอกชนลงทุนเอง ตั้งแต่ก่อสร้าง วางระบบรถไฟฟ้า ไปจนถึงบริหารงาน

ค่าโดยสารจะเก็บเข้าเอกชนรายนั้นๆ โดยกำหนดราคาไว้ตามสัญญาที่ทำกันตอนแรก เช่น “12-42 บาท ปรับตามเงินเฟ้อทุก 2 ปี” เป็นต้น เอกชนรับภาระขาดทุนเองหากผู้โดยสารไม่ถึงเป้า ถ้าผลการศึกษาโครงการตอนแรกชี้ว่าอาจไม่คุ้มทุน รัฐก็อาจช่วยสนับสนุนค่าก่อสร้างบางส่วน เอกชนเจ้าไหนขอรับการสนับสนุนจากรัฐน้อยที่สุดก็จะได้สายนั้นไป

เส้นทางที่ใช้รูปแบบนี้ ได้แก่

  • สายสีเขียวส่วนแรก (หมอชิต-อ่อนนุช / สนามกีฬา-สะพานตากสิน)
  • สายสีน้ำเงิน
  • สายสีเหลือง
  • สายสีชมพู
  • สายสีส้ม
  • แอร์พอร์ตเรลลิงก์ในอนาคต เมื่อดำเนินการตามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ปัจจุบันยังเป็นแบบรัฐจ้างวิ่ง)

แบบที่ 2 PPP Gross Cost · รัฐจ้างเอกชนเดินรถให้

รูปแบบนี้รัฐลงทุนค่าเวนคืนที่ดิน ค่าก่อสร้าง และค่างานระบบรถไฟฟ้าทั้งหมด เอกชนรับหน้าที่บริหารการเดินรถ ซ่อมบำรุง และจัดเก็บค่าโดยสารส่งมอบให้หน่วยงานรัฐ โดยได้ผลตอบแทนเป็นค่าจ้างตามราคาที่กำหนดไว้ตามปริมาณงานที่ทำจริง

รัฐจึงกำหนดราคาค่าโดยสารเองได้ การขึ้นหรือลดราคาไม่มีผลกับเอกชนที่เดินรถ เพราะได้ค่าจ้างแบบ fixed rate อยู่แล้ว แต่ถ้าลดราคาจนต่ำกว่าต้นทุน ก็อาจต้องนำเงินภาษีจากส่วนอื่นมาจ่ายหนี้ค่าก่อสร้างแทน

เส้นทางที่ใช้รูปแบบนี้ ได้แก่

  • สายสีเขียวส่วนต่อขยายทั้งหมด
  • สายสีทอง
  • สายสีม่วง
  • สายสีแดง
  • แอร์พอร์ตเรลลิงก์ในปัจจุบัน โดยรัฐจ้างวิ่งไปจนกว่าจะดำเนินการตามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แล้วจึงโอนทรัพย์สินไปให้เอกชนดำเนินการเองทั้งหมด

สัมปทานแต่ละสายยาวถึงปีไหน

  • BTS ส่วนแรก: สัมปทานถึงปี 2572 · จ้างเดินรถถึงปี 2585
  • BTS ส่วนต่อขยาย: จ้างเดินรถถึงปี 2585
  • สายสีน้ำเงิน: สัมปทานถึงปี 2592
  • สายสีม่วง: จ้างเดินรถถึงปี 2585
  • แอร์พอร์ตเรลลิงก์: สัมปทานถึงปี 2612
  • สายสีทอง: จ้างเดินรถถึงปี 2593
  • สายสีแดง: จ้างเดินรถแบบปีต่อปี
  • สายสีเหลือง: สัมปทานถึงปี 2596
  • สายสีชมพู: สัมปทานถึงปี 2596
  • สายสีส้ม: สัมปทานถึงปี 2601

อุปสรรคของแต่ละสาย ถ้ารัฐอยากลดค่าโดยสาร

เพราะรถไฟฟ้าแต่ละสายมีรูปแบบสัมปทานต่างกัน ถ้ารัฐต้องการลดค่าโดยสาร และ/หรือ รวมการคิดค่าโดยสารเป็นระบบเดียว เพื่อให้กำหนดราคาเองหรือจัดโปรโมชันอย่าง “40 บาทตลอดวัน” ได้ ก็จะเจออุปสรรคต่างกันเป็น 3 กลุ่ม

  • กลุ่มที่ 1 รัฐสั่งลดราคาได้เลยโดยไม่กระทบสัญญาเอกชน แต่รัฐต้องรับภาระขาดทุนจากรายได้ที่หายไปเอง ได้แก่สายสีม่วงและสายสีแดง ซึ่งจะเห็นว่าเป็น 2 สายที่ได้โปรพิเศษก่อนใครตลอด
  • กลุ่มที่ 2 รัฐกำหนดราคาได้ แต่ต้องประสานงานข้ามหน่วยงาน คือสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีงบประมาณแยกเป็นของตัวเอง ถ้าต้องทำตามนโยบายรัฐส่วนกลาง ก็อาจต้องจ่ายชดเชยรายได้ที่หายไปให้ กทม. หรือโอนจาก กทม. กลับไปให้ รฟม. ดูแลเองเลย
  • กลุ่มที่ 3 รัฐต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาให้เอกชน หรือซื้อคืนสัมปทานกลับมา แล้วออกสัมปทานใหม่เป็นแบบ “จ้างวิ่ง” แทน ซึ่งดูจากทิศทางของข่าวแล้ว รัฐบาลพยายามจะไปทางนี้

คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะไปต่อยังไง ระหว่างนี้ใครอ่านข่าวเรื่องซื้อคืนสัมปทาน ก็ลองกลับมาดูว่าสายที่พูดถึงเป็นสัมปทานแบบไหน และสัญญายาวไปถึงปีไหนครับ

Related posts
SNAP

12-18 ตุลาคม เลี่ยงเส้นทางรอบศูนย์ประชุมสิริกิติ์

SNAP

คนหายจาก BTS ไปขึ้นสายอื่นหรือเปล่า? วิเคราะห์ตัวเลขจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย ย้อนหลัง 4 ปี

SNAP

คนขึ้น BTS สายสีเขียวหายไป ~5% เพราะอะไร? วิเคราะห์ตัวเลขผู้โดยสารรายวันย้อนหลัง 4 ปี

SNAP

ใน 1 วันมีคนขึ้นรถไฟฟ้ากี่คน? ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันรถไฟฟ้า 8 สาย เดือนกันยายน 2569