#SNAP

โมโนเรลรุ่นเดียวกับสายสีชมพู-เหลือง ที่เซาเปาโลเจออะไรบ้าง? 9 เหตุใหญ่ใน 12 ปีของสายสีเงิน

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 ที่เซาเปาโล บราซิล เครนของบริษัทเอกชนข้างแนวรางล้มเข้ามาขวางทางวิ่งโมโนเรลสายสีเงิน (Linha 15-Prata) แล้วขบวนที่วิ่งมาก็ชนเข้าเต็มๆ จนเครนหักร่วงลงถนน

โมโนเรลรุ่นเดียวกับบ้านเรา ที่เซาเปาโลเจออะไรบ้าง? สายสีเงิน เซาเปาโล บราซิล 9 เหตุใหญ่ใน 12 ปี

เหตุเกิดราวเที่ยงวันบนถนน Anhaia Mello ย่าน Vila Prudente ใกล้สถานี Oratório พยานในที่เกิดเหตุบอกว่าพื้นยางมะตอยใต้เครนทรุดตัว เครนเลยเอียงจนปลายบูมยื่นเข้ามาในแนวราง พอขบวนชนเข้า บูมก็หักร่วงลงถนน ทับต้นไม้ ดึงสายไฟจนเกิดประกายไฟ และพังกำแพงอาคารพาณิชย์ข้างทางไปบางส่วน เศษชิ้นส่วนบางชิ้นหล่นใส่รถที่วิ่งอยู่ข้างล่าง ผู้โดยสารบนขบวนไม่มีใครบาดเจ็บ ทุกคนถูกพาลงจากขบวนอย่างปลอดภัย ส่วนคนขับเครนถูกส่งโรงพยาบาล หน้าขบวนรถเสียหายตรงกระจกและฝาครอบด้านหน้า ตำรวจกำลังตรวจที่เกิดเหตุหาสาเหตุ สายนี้หยุดวิ่งช่วง Vila Prudente-São Lucas ไปครึ่งวัน ใช้รถเมล์วิ่งรับส่งแทน และกลับมาเดินรถปกติตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม

ที่ผมหยิบข่าวนี้มาเล่า เพราะสายสีเงิน (Linha 15-Prata) ใช้รถรุ่น Innovia Monorail 300 รุ่นเดียวกับ “สายสีชมพู” และ “สายสีเหลือง” ของบ้านเรา ต่างกันแค่ของเขาขบวนหนึ่งมี 7 ตู้ (ของเรา 4 ตู้)

เส้นทางสายนี้เปิดตั้งแต่สิงหาคม 2557 ระยะทางยาว 14.6 กม. 11 สถานี มีรถ 27 ขบวน เปิดก่อนเราราว 9 ปี มีเหตุการณ์อุบัติเหตุค่อนข้างเยอะ ผมเลยไล่ข่าวบราซิลย้อนหลังทั้ง 12 ปี คัดเหตุใหญ่ๆ มาแยกตามสาเหตุให้ดูกันครับ


เหตุจากตัวรถและล้อ

ตุลาคม 2559 – ที่สถานี Oratório ขบวนพยายามปิดประตูให้ตรงจังหวะกับประตูกั้นชานชาลาอยู่หลายรอบ แล้วจู่ๆ ก็ออกตัวไปทั้งที่ประตูยังเปิด โชคดีพนักงานกดหยุดฉุกเฉินได้ทัน ไม่มีใครตกจากรางที่สูงราว 15 เมตร เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยจนสหภาพพนักงานปล่อยคลิปกล้องวงจรปิดออกมา ทาง Metrô ชี้แจงว่าผู้ผลิตเปลี่ยนซอฟต์แวร์ควบคุมขบวนให้แล้ว

กุมภาพันธ์ 2563 – คือเหตุใหญ่ที่สุดของสายนี้ ราว 6 โมงครึ่งเช้า ยางของขบวน M20 ระเบิดตอนออกจากสถานี Jardim Planalto ชิ้นส่วน run flat (วงแข็งด้านในยางที่ช่วยให้รถวิ่งต่อได้ตอนยางแบน) หลุดหล่นลงถนน Sapopemba ข้างล่าง คนงานแถวนั้นเล่าว่าเป็นชิ้นแข็งและหนัก เกือบโดนร้านค้าข้างทาง มุกตลกว่า “รถไฟยางแตก” ที่ไว้แซวเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มุกนี้เลยกลายเป็นเรื่องจริงไปเลยครับ

หลังจากนั้น Metrô กับ Bombardier สั่งปิดทั้งสายแบบไม่มีกำหนด ถอนรถออกมาตรวจ 23 ขบวน กว่าจะกลับมาเปิดบางช่วงได้ก็ 1 มิถุนายน 2563 และครบทั้งสาย 18 มิถุนายน รวมปิดไป 94 วัน ระหว่างนั้นรัฐต้องจ่ายค่ารถเมล์วิ่งแทนไป 28.6 ล้านเรียล (คิดเป็นเงินไทยราว 190 ล้านบาท ตามค่าเงินเดือนตุลาคม 2569) ภายหลังมีข้อสรุปว่าเกิดจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งผิวคานที่ออกแบบและสร้างไม่เรียบ และปัญหาการออกแบบผลิตประกอบตัวรถ จนชิ้นส่วน run flat ไปเสียดสีกับเนื้อยางด้านใน ต้องกลับไปปรับทั้งผิวคานและลดขนาดชิ้นส่วน run flat ลง

กันยายน 2566 – ล้อประคอง (ล้อที่หนีบข้างคานไว้บังคับให้ขบวนวิ่งไปตามแนวราง และช่วยประคองไม่ให้ส่าย) หลุดออกจากขบวนที่กำลังวิ่งช่วง Jardim Planalto-Sapopemba โชคดีตกค้างอยู่บนตะแกรงตรงกลาง ไม่หล่นถึงถนน ผู้โดยสารเห็นเลยแจ้งเจ้าหน้าที่ อีกแค่ 2 สัปดาห์ต่อมา ยาง 1 ใน 84 เส้นของอีกขบวนก็แฟบกลางทาง ต้องให้ผู้โดยสารลงแล้วถอนขบวนออกอีกรอบ


เหตุจากคนและระบบเดินรถ

มกราคม 2562 – ราว 5 ทุ่ม ขบวนเปล่าที่กำลังวิ่งไปจุดกลับรถ ชนท้ายอีกขบวนที่จอดอยู่ที่สถานี Jardim Planalto ซึ่งตอนนั้นยังไม่เปิดรับผู้โดยสาร สายนี้เป็นรถไร้คนขับ ใช้ระบบสัญญาณอัตโนมัติคุมระยะห่างระหว่างขบวน ผลสอบของ Metrô ชี้ว่าการกระทำของคนทำให้ระบบมองไม่เห็นขบวนที่จอดอยู่ แต่สหภาพพนักงานแย้งผลนี้ ส่วน Bombardier ยืนยันว่าระบบไม่ได้พัง

สองขบวนนั้นซ่อมไม่ได้ ชิ้นส่วนที่ยังใช้ได้ถูกถอดเก็บเป็นอะไหล่ ส่วนซากตัวรถเพิ่งถูกเอาขึ้นประมูลขายเมื่อปลายกันยายน 2569 ราคาเริ่มต้นราว 2.85 แสนเรียล หรือราว 1.9 ล้านบาท

มีนาคม 2566 – ราวตี 4 ครึ่ง ก่อนเปิดบริการ ขบวน M14 กับ M15 ชนประสานงากันระหว่าง Sapopemba-Jardim Planalto กล้องจับภาพได้ว่าขบวนหนึ่งวิ่งย้อนศรมาบนรางฝั่งเดียวกับอีกขบวน พนักงานที่ประจำบนขบวนบาดเจ็บ 1 คน ถนนข้างล่างต้องปิดบางส่วนเพราะกลัวชิ้นส่วนหล่น

รถไฟหยุดวิ่งทั้งสายกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ต้องใช้รถเมล์ 40 คันวิ่งแทน และที่หลายคนอาจจะไม่เชื่อคือ วันรุ่งขึ้นระหว่างลากสองขบวนนี้ออกไป ยังชนกันซ้ำอีกรอบ ภายหลัง Metrô ไล่พนักงานที่เกี่ยวข้องออก 3 คน ทั้งคนคุมขบวนสองคนและคนดูแลระบบเดินรถ

ปลายเดือนนั้น Metrô ยอมรับว่ามีรถใช้งานไม่ได้ 6 ขบวนแล้ว จากทั้งหมด 27 ขบวน


เหตุจากคานและอุปกรณ์ทางวิ่ง

กันยายน 2565 – ตอนกลางคืน ชิ้นคอนกรีตจากคานทางวิ่งหล่นใส่ทางจักรยานบนถนน Anhaia Mello ตอนแรก Metrô ชี้แจงว่าเป็นการสกัดปูนส่วนเกินออกระหว่างซ่อมบำรุง แต่ผู้เชี่ยวชาญที่สื่อไปถามแย้งว่าดูแล้วแตกหลุดชัดๆ

ต่อมาฝ่ายตรวจสอบของอัยการพบว่างานซ่อมคานบางจุดใช้วัสดุไม่เหมาะสม และคอนกรีตที่ใช้ซ่อมมีโอกาสหดตัวแตกร้าวก่อนเวลา ถึงจะยังไม่มีความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนจะหลุดทันที แต่ถ้าไม่แก้ก็กระทบความทนทานในระยะยาว ทั้งที่ตามคู่มือโครงสร้างนี้ควรใช้งานได้อย่างน้อย 100 ปี

อีกจุดที่เจอปัญหาซ้ำคือช่วงสถานีที่เปิดบริการในช่วงแรก Vila Prudente-Oratório ตั้งแต่ปี 2566 มีอย่างน้อย 5 ครั้ง เริ่มจากมกราคม 2566 เจ้าหน้าที่พบคอนกรีตบนคานเคลื่อน บางช่วงต้องปิด บางช่วงวิ่งรางเดียวสลับกันไปมา ลากยาวเกือบ 12 ชั่วโมง ตามด้วยกรกฎาคม 2566 ตัวสับรางเสีย ต้องตัดไฟซ่อม กระทบราว 6 ชั่วโมง แล้วก็อุปกรณ์ทางวิ่งเสียอีก 3 รอบในปี 2567-2568 รอบล่าสุดเมษายน 2568 ต้องจัดคิวผู้โดยสารด้านล่างให้ทยอยขึ้นชานชาลาทุกสถานีกันคนล้นชานชาลา


ผู้โดยสารลงเดินทางเดินฉุกเฉิน

พฤษภาคม 2568 – ช่วงบ่ายโมง ขบวนเสียจอดค้างระหว่าง Oratório-São Lucas ผู้โดยสารกลัวว่าขบวนหลังจะวิ่งมาชน เลยกดปุ่มฉุกเฉินเปิดประตูแล้วลงเดินทางเดินข้างรางกันเอง ฝั่ง Metrô บอกว่ากำลังส่งขบวนมารับอยู่แล้ว ทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย แต่ผู้โดยสารเปิดประตูก่อนเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำ

มีนาคม 2569 – สื่อบราซิลรายงานภาพผู้โดยสารเดินบนทางเดินที่ความสูงราว 15 เมตร ใกล้สถานี Vila Prudente ครั้งนี้ลามไปให้รถไฟใต้ดินสายสีเขียวที่มาเชื่อมกันวิ่งช้าตามไปด้วย Metrô ชี้แจงแค่ว่ามีสิ่งกีดขวางบนทางวิ่งใกล้สถานี Oratório ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าคืออะไร


12 ปีกับเหตุใหญ่ 9 ครั้ง รวมเหตุเครนล่าสุดแล้ว ถ้าแยกสาเหตุดีๆ จะเห็นว่าที่มาจากตัวรถจริงๆ มีแค่ 3 ครั้ง (แต่ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับระบบแบบนี้ที่เรื่องความปลอดภัยควรจะต้องเป๊ะ) ที่เหลือเป็นเรื่องคน, Defect จากงานก่อสร้าง, ปัจจัยภายนอก และอีก 2 ครั้งที่ไม่มีใครบอกสาเหตุชัดๆ ครับ

แล้วตอนที่เซาเปาโลเจอแต่ละเรื่อง สายสีชมพูกับสายสีเหลืองของเรากำลังทำอะไรอยู่ บางเรื่องก็บังเอิญตรงกันพอดี ผมจะเอามาวางเทียบให้ดูในบทความตอนต่อไปครับ


ข้อมูลจาก
เครนล้มขวางราง (ต.ค. 2569): Diário do Transporte / Metrópoles / SBT News / Metrô CPTM
ขบวนออกตัวทั้งที่ประตูเปิด (ต.ค. 2559): Diário do Transporte
ยางระเบิด ปิด 94 วัน (ก.พ. 2563): Diário do Transporte / ค่ารถเมล์วิ่งแทน / รายงานอัยการ / Noticiando
ล้อประคองหลุด และยางแฟบ (ก.ย. 2566): Diário do Transporte / Metrô CPTM / ยางแฟบ
ขบวนชนกัน (ม.ค. 2562): Diário do Transporte / ประมูลซากรถ
ชนประสานงา (มี.ค. 2566): Diário do Transporte / Folha Vitória / รถใช้งานไม่ได้ 6 ขบวน
คอนกรีตหล่นจากคาน (ก.ย. 2565): Diário do Transporte
ช่วง Vila Prudente-Oratório: ม.ค. 2566 / ก.ค. 2566 / ก.ค. 2567 / เม.ย. 2568
ผู้โดยสารลงเดินทางเดินฉุกเฉิน: Folha VP (พ.ค. 2568) / Metrópoles (มี.ค. 2569)
ภาพประกอบในอินโฟกราฟิก: Diário do Transporte / The Rio Times / Metrópoles / X @rick_sinceroo

Related posts
#SNAP

12-18 ตุลาคม เลี่ยงเส้นทางรอบศูนย์ประชุมสิริกิติ์

#SNAP

คนหายจาก BTS ไปขึ้นสายอื่นหรือเปล่า? วิเคราะห์ตัวเลขจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย ย้อนหลัง 4 ปี

#SNAP

คนขึ้น BTS สายสีเขียวหายไป ~5% เพราะอะไร? วิเคราะห์ตัวเลขผู้โดยสารรายวันย้อนหลัง 4 ปี

#SNAP

ใน 1 วันมีคนขึ้นรถไฟฟ้ากี่คน? ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันรถไฟฟ้า 8 สาย เดือนกันยายน 2569