ก่อนหน้านี้ผมโพสต์เรื่องคนขึ้น BTS สายสีเขียวหายไป ~5% ไว้ใน Facebook แล้วมีหลายคนถามในคอมเมนต์ว่า “คนย้ายไปขึ้นสายอื่นหรือเปล่า” ผมเลยลองเอารถไฟฟ้าทั้ง 8 สายมากองรวมกันเป็นกราฟเดียว ย้อนหลัง 4 ปี แล้วก็เจอคำตอบที่น่าสนใจครับ 🚝

แต่ละสีในกราฟคือรถไฟฟ้าแต่ละสาย วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ยิ่งชั้นไหนหนา ก็แปลว่าเดือนนั้นมีคนขึ้นสายนั้นเยอะ ส่วนความสูงของทั้งกองก็คือยอดรวมทุกสายรวมกันนะครับ
ภาพรวมทั้งระบบโตขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าดูภาพรวมตั้งแต่ ต.ค. 65 (ปีงบประมาณ 66) ถึงปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้งานรถไฟฟ้าทั้งระบบมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ปีงบ 66 รถไฟฟ้าทั้ง 8 สายมีคนขึ้นรวมกัน ~437 ล้านคน-เที่ยว (หลังจากนี้ผมขอเรียกสั้นๆ ว่า “เที่ยว” นะครับ) พอมาปีงบ 69 ขยับขึ้นไปเป็น ~508 ล้านเที่ยว หรือถ้านับเป็นวันก็จาก ~1.2 ล้าน เป็น ~1.4 ล้านเที่ยวต่อวัน
แต่ชั้นล่างสุดที่เป็นสีเขียวกลับแบนเกือบเป็นเส้นตรงตลอด 4 ปี ปีงบ 66 สายสีเขียวมีคนขึ้น ~257 ล้านเที่ยว ปีล่าสุดเหลือ ~249 ล้านเที่ยว น้อยกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนอีก
คนที่เพิ่มขึ้นมา ~71 ล้านเที่ยวต่อปี ไปอยู่ที่สายอื่นแทบทั้งหมด
- สายสีน้ำเงิน เพิ่มขึ้น ~27 ล้านเที่ยว
- สายสีชมพู เพิ่งเปิดเมื่อปีงบ 66 ตอนนี้มีคนขึ้น ~24 ล้านเที่ยวต่อปีแล้ว
- สายสีเหลือง เพิ่มขึ้น ~12 ล้านเที่ยว
- สายสีม่วงกับสายสีแดง เพิ่มขึ้นรวมกัน ~13 ล้านเที่ยว
ผลคือสัดส่วนของสายสีเขียวค่อยๆ หดลง จากที่เคยมีคนขึ้น ~59% ของทั้งระบบ ปีนี้เหลือ ~49% เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ไม่ถึงครึ่ง ทั้งที่สายสีเหลืองกับสายสีชมพูซึ่งเปิดใหม่ก็มีสถานีเชื่อมกับสายสีเขียวทั้งคู่
ปีแรกที่ยอดรวมทั้งระบบลดลง
ที่น่าสนใจคือเรื่องที่ผมเล่าไว้ในโพสต์ก่อนหน้า ปีล่าสุดถือเป็นปีแรกที่ภาพรวมของกองนี้เตี้ยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าครับ
ยอดรวมทั้งระบบหายไป ~14 ล้านเที่ยว (~3%) ซึ่งพอแยกดูทีละสาย แค่สายสีเขียวสายเดียวก็หายไปแล้ว 14.4 ล้านเที่ยว มากกว่าที่ทั้งระบบหายไปเสียอีก เพราะสายอื่นรวมกันยังเพิ่มขึ้นนิดหน่อย สายสีชมพูกับสายสีเหลืองยังโตอยู่ มีแค่สายสีม่วงที่ลดลง ซึ่งอาจเป็นผลพวงจาก
- สิ้นสุดมาตรการ 20 บาทตลอดสาย (สายสีม่วงและสายสีแดง)
- กทม. ขึ้นราคาส่วนต่อขยายสายสีเขียวเป็น 17-45 บาท
ในคอมเมนต์ใต้โพสต์ Facebook มีบางคนคิดว่าการแข่งขันลดราคารถยนต์ EV ช่วงปลายปี 68 ก็มีผลทำให้คนหันไปซื้อรถขับกันมากขึ้น บางคนคำนวณค่าผ่อนรถ ค่าชาร์จไฟ และต้นทุนเวลาที่เสียไปกับการเดินทาง แล้วพบว่าคุ้มค่ากว่าการใช้รถไฟฟ้า
ซึ่งจริงๆ ตัวผมเองก็เปลี่ยนมาใช้รถ EV ช่วง ธ.ค. 68 เหมือนกัน
อีกเรื่องที่เห็นชัดจากกราฟคือ เดือนเมษายนนี่เฮี้ยนจริงครับ ยอดผู้โดยสารร่วงเป็นหลุมทุกปี ซึ่งก็ตรงกับช่วงสงกรานต์ที่คนกลับต่างจังหวัด ออฟฟิศและโรงเรียนหยุดยาว
ต้นปี 2570 ต้องจับตาต่อ
ต้นปีหน้าโครงการ 17-45 บาทจะเริ่มแล้ว ถ้าราคาค่าโดยสารเป็นตัวแปรใหญ่จริง ชั้นสีเขียวในกราฟนี้ก็น่าจะหนาขึ้นได้ รวมถึงปริมาณผู้ใช้งานทั้งระบบก็ควรจะเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตาครับ
ไว้เรามาดูสถิติช่วง 3 เดือนแรกของปี 2570 ด้วยกันอีกที
ข้อมูลจาก: ปริมาณผู้โดยสารรายวันของกรมการขนส่งทางราง ต.ค. 2565 ถึง ก.ย. 2569

