SNAP

คนขึ้น BTS สายสีเขียวหายไป ~5% เพราะอะไร? วิเคราะห์ตัวเลขผู้โดยสารรายวันย้อนหลัง 4 ปี

ตอนที่กรมการขนส่งทางรางประกาศตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันของรถไฟฟ้าเดือนกันยายน 2569 ผมสะดุดตรงตัวเลขของสายสีเขียว

คนขึ้น BTS สายสีเขียวลดลง 5.4% ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวัน ต.ค. 68 ถึง ก.ย. 69 เทียบปีก่อน 722,494 เหลือ 683,119 คน-เที่ยวต่อวัน

เพราะเคยคุ้นตาว่า BTS สายสุขุมวิท+สายสีลม มีคนใช้อยู่ที่หลัก 7-8 แสนต่อวัน บางวันก็เคยแตะ 9 แสนจนเกือบล้าน แต่ทำไมเดือนล่าสุดถึงลงมาอยู่ที่ “6 แสนปลาย”?

ผมเลยไปเปิดข้อมูล “รายวัน” ของกรมการขนส่งทางรางย้อนหลัง 4 ปี ดูว่าเลขนี้เป็นมานานหรือยัง แล้วก็เจอเรื่องที่น่าสนใจกว่าที่คิดครับ


ปกติสายสีเขียวก็เคยลงไปแถว 6 แสนปลายเหมือนกัน แต่จะเป็นแค่ช่วงปิดเทอมกับสงกรานต์ พอเปิดเทอมเดือนมิถุนายน ตัวเลขก็กลับขึ้นไปเกิน 7 แสนทุกปี

ปีนี้กลับไม่ขึ้นครับ

ตั้งแต่มีนาคม 2569 ค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 7 แสนติดกันมา 7 เดือนแล้ว ทั้ง 12 เดือนล่าสุด (ต.ค. 68 ถึง ก.ย. 69) เฉลี่ยเหลือ ~6.8 แสนเที่ยวต่อวัน ลดลง ~5% จากปีก่อน วันที่คนแน่นระดับ 9 แสนขึ้นไปก็แทบหายไป ปีก่อนมี 14 วัน ปีนี้เหลือวันเดียว

เกร็ดเล็กๆ ระหว่างไล่ดู วันที่คนแน่นที่สุดแทบทั้งหมดเป็น “วันศุกร์” ส่วนสถิติสูงสุดเกือบ 1.2 ล้านเที่ยว คือวันที่ 31 ม.ค. 68 ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่รัฐให้ขึ้นรถไฟฟ้าฟรีช่วงฝุ่น PM2.5


ค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่เปลี่ยนไป

พอไล่หาว่าคนหายไปไหน เรื่องแรกที่เห็นชัดคือค่าโดยสาร

ตั้งแต่ 1 พ.ย. 68 กทม. เปลี่ยนค่าโดยสารส่วนต่อขยายสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต / อ่อนนุช-เคหะฯ / วงเวียนใหญ่-บางหว้า) จากเหมาจ่าย 15 บาท เป็น “17-45 บาทตามระยะทาง” ถ้านั่งต่อเข้าเมืองจ่ายสูงสุด 65 บาท

จังหวะเวลาตรงกันพอดีครับ เดือนตุลาคมตัวเลขยังเท่าปีก่อน พอพฤศจิกายนก็เริ่มลด แล้วลดต่อมาทุกเดือน เฉลี่ยคนหายไป ~4.3 หมื่นเที่ยวต่อวัน และวันหยุดหายมากกว่าวันทำงาน ซึ่งก็พอเข้าใจได้ คนไปทำงานยังไงก็ต้องนั่ง แต่คนออกไปเที่ยววันหยุดเลือกได้


แล้วรายได้ BTS ลดตามไหม?

ผมเลยไปลองเปิดรายงานประจำปีของกองทุน BTSGIF ซึ่งเก็บรายได้เฉพาะสายสีเขียวส่วนหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช / สนามกีฬาฯ-สะพานตากสิน) ปีบัญชีล่าสุด เม.ย. 68 ถึง มี.ค. 69 คนนั่งส่วนหลักลดลง ~3% รายได้ค่าโดยสารลดลง ~1.5% เหลือ ~6,700 ล้านบาท

ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนต่อเที่ยวขยับขึ้นนิดหน่อย แต่ไม่ได้เพราะขึ้นราคา ส่วนหลักยังเก็บ 17-47 บาทเท่าเดิม ที่ขยับเพราะปีก่อนมีสัปดาห์ขึ้นฟรี ฐานเลยต่ำกว่าปกติ

ที่น่าสนใจคือส่วนหลักลดแค่ ~3% ขณะที่สายสีเขียวทั้งเส้นช่วงเดียวกันลด ~4% แปลว่าคนหายไปจาก “ส่วนต่อขยาย” มากกว่า ตรงกับส่วนที่ขึ้นราคาพอดี


สายสีม่วงกับสายสีแดงก็เจอแบบเดียวกัน

แต่ถ้าโทษค่าโดยสารอย่างเดียวก็ยังไม่ครบ ช่วงกลางปี 68 ก่อนปรับราคา ตัวเลขก็เริ่มอ่อนลงจากปีก่อนอยู่แล้ว ~2% เหมือนขาลงเริ่มมาก่อน แล้วค่าโดยสารใหม่มาเร่งให้ลงเร็วขึ้น

ที่น่าสนใจคือเรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่กับสายสีเขียว สายสีม่วงกับสายสีแดงเคยอยู่ในโครงการ “20 บาทตลอดสาย” ช่วงนั้นค่าโดยสาร 2 สายนี้ถูกปรับเป็น 14-20 บาทไปเลย แตะบัตรอะไรก็จ่ายแค่นั้นจบ ใครนั่งข้ามจากสายสีม่วงไปสายสีแดงด้วยบัตร EMV ใบเดียวกัน ส่วนที่เกิน 20 บาทก็ได้คืน

โครงการนี้หมดอายุไปเมื่อ 30 พ.ย. 68 ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 68 เปลี่ยนเป็น “40 บาทตลอดวัน” แทน ถ้าแตะบัตร EMV แล้วนั่งไปกลับวันละ 2 เที่ยว จ่ายแทบไม่ต่างจากเดิม แต่คนที่นั่งวันละเที่ยวเดียว หรือไม่ได้ใช้บัตร EMV ต้องกลับไปจ่ายราคาเต็ม และทุกคนต้องสำรองจ่ายราคาปกติไปก่อน แล้วรอเงินส่วนต่างคืนเข้าบัตร 1-3 วันทำการ จากเดิมที่แตะแล้วจบในทีเดียว

ตัวเลขก็ตอบรับทันทีครับ สายสีม่วงที่เคยทรงตัว เริ่มลดลง 5-10% ทุกเดือน ส่วนสายสีแดงที่เคยโตปีละ 10% กว่าๆ ก็หยุดโต แล้วติดลบตั้งแต่กลางปี 69 ทั้งสองสายบอกเหมือนกัน แม้ราคาจะขึ้นแค่กับบางกลุ่ม แต่ถ้าขั้นตอนยุ่งยากขึ้น คนก็นั่งน้อยลงได้

ภาพนี้เทียบ “ก่อน” กับ “หลัง” เปลี่ยนค่าโดยสารของทั้ง 3 สายให้เห็นชัดๆ ครับ

เปลี่ยนค่าโดยสารแล้ว คนหายทั้ง 3 สาย เทียบผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันก่อนและหลังเปลี่ยนค่าโดยสาร สายสีเขียว -2.2% เป็น -5.1% สายสีม่วง -1.0% เป็น -7.0% สายสีแดง +12.5% เป็น -1.0%

ที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดคือสายสีแดง เดิมโตเกือบ 13% แต่พอเลิก 20 บาทตลอดสาย ก็กลายเป็นติดลบทันที ทั้งที่ไม่ได้ขึ้นราคากับทุกคน แค่ต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วรอเงินคืน


แล้วคนย้ายไปขึ้นสายอื่นหรือเปล่า?

ถ้าย้ายจริง ยอดรวมทั้งระบบน่าจะใกล้เคียงเดิม แต่ยอดรวมรถไฟฟ้าทุกสายลดลง ~2% สายสีน้ำเงินที่ไม่ได้เปลี่ยนราคาก็แทบไม่ขยับ สายที่โตมีสายสีชมพูกับสายสีเหลือง แต่สายสีชมพูเพิ่งเปิดส่วนต่อขยายเมืองทองธานีไปเมื่อมิถุนายน 68 รวม 2 สายเพิ่มขึ้นแค่ ~6 พันเที่ยวต่อวัน ยังห่างจาก 4.3 หมื่นที่หายไปอีกเยอะ

คนส่วนใหญ่ที่หายไปน่าจะเลิกนั่งรถไฟฟ้าไปเลย จะหันไปขับรถ นั่งรถเมล์ ขี่มอเตอร์ไซค์ หรืออาจจะแค่ออกจากบ้านน้อยลง

ส่วนเรื่องเศรษฐกิจกับประชากรที่คนชอบยกมา ตัวเลขยังไม่ค่อยเชื่อมโยงกันครับ อัตราว่างงานไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.0% ขยับจาก 0.9% นิดเดียว ประชากรกรุงเทพฯ ตามทะเบียนราษฎรก็ลดลงไม่ถึง 1% อาจมีส่วนบ้าง แต่คงอธิบายไม่ได้ว่าทำไมสายสีเขียวหายไป ~5% ขณะที่สายสีน้ำเงินแทบไม่ลดเลย


ปีหน้าจะดีขึ้นไหม

อย่างที่ผมเคยโพสต์ไว้ใน Facebook ว่าตั้งแต่ 1 ม.ค. 70 รัฐบาลจะเริ่มโครงการค่าโดยสารรถไฟฟ้า “17-45 บาทแบบเปลี่ยนสายได้” ลงทะเบียนผูกบัตรไว้ในเป๋าตังค์ นั่งไปแล้วถ้าเกิน 45 บาท รัฐโอนส่วนที่เกินคืนให้

กลุ่มที่ได้ประโยชน์ตรงที่สุดน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่หายไป คือคนที่นั่งไกลจากปลายสายเข้าเมือง กับคนที่ต้องต่อหลายสาย ลองคิดเป็นเงินดูครับ

บ้านรังสิต ทำงานอโศก
นั่งสายสีแดงมากรุงเทพอภิวัฒน์ 42 บาท ต่อ MRT ไปสุขุมวิทอีก 42 บาท รวมเที่ยวละ 84 บาท

ตอนนี้สายสีแดงมีเพดานวันละ 40 บาทอยู่แล้ว ไปกลับทั้งเดือน (22 วัน) เลยจ่ายจริง 2,728 บาท พอเป็น 17-45 บาท เหลือ 1,980 บาท ประหยัด 748 บาทต่อเดือน

บ้านคู้บอน เรียนจุฬาฯ
นั่งสายสีชมพูมาวัดพระศรีมหาธาตุ 37 บาท ต่อ BTS ไปสยามอีก 65 บาท รวมเที่ยวละ 102 บาท

ไปกลับทั้งเดือน (22 วัน) จาก 4,488 บาท เหลือ 1,980 บาท ประหยัด 2,508 บาทต่อเดือน

สำหรับบางบ้าน เงินส่วนนี้เท่ากับค่าน้ำค่าไฟทั้งเดือนเลยครับ


แต่ผมว่าจุดที่ต้องลุ้นคือความยุ่งยาก ต้องลงทะเบียน ต้องผูกบัตร 3 อย่าง ขึ้น MRT ใช้บัตรหนึ่ง ขึ้น BTS ใช้อีกบัตร แล้วยังต้องสำรองจ่ายไปก่อน ตอนนี้ยังมี 2 คำถามที่ยังรอคอนเฟิร์มคำตอบ

  • เงินจะคืนเข้าเป๋าตังค์ภายในกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน (ของเดิมคือ 1-3 วันทำการ พอมีหลายสายมากขึ้น มีแรบบิทมาร่วมด้วย จะใช้เวลานานขึ้นมั้ย)
  • ลงจากสายหนึ่งแล้วต้องแตะเข้าอีกสายภายในกี่นาที ถึงจะนับเป็นเที่ยวเดียวกัน ถ้าแวะซื้อกาแฟหน้าสถานีจะยังนับไหม จุดเชื่อมต่อทุกจุดให้เวลาเท่ากันหรือเปล่า (ของเดิมให้เวลาเปลี่ยนสาย 30 นาทีเท่ากันทั้งที่บางซ่อน ลาดพร้าว ศูนย์ราชการนนท์)

จากที่เห็นในสายสีม่วงกับสายสีแดง แค่ต้องสำรองจ่ายแล้วรอเงินคืน คนก็นั่งน้อยลงได้แล้ว สำหรับคนที่เลิกนั่งไปแล้ว ส่วนลดที่ยังมีเงื่อนไขไม่ชัดแบบนี้อาจยังไม่พอดึงให้กลับมา (เผลอๆ อาจจะถอยมอไซมาขับไปแล้ว) คนที่ใช้สิทธิ์ก่อนใครน่าจะเป็นคนที่นั่งประจำอยู่แล้วมากกว่า

ต้นปีหน้าจะเป็นการทดสอบที่ดีมาก ถ้าโครงการเริ่มแล้วสายสีเขียวกลับขึ้นไปเกิน 7 แสนได้ ก็พอบอกได้ว่าเรื่องราคาเป็นตัวแปรใหญ่จริง ถ้าไม่ขึ้น ก็แปลว่ามีอย่างอื่นที่เรายังมองไม่เห็นครับ ไว้เดี๋ยวตัวเลขสิ้นเดือนมกราออกแล้วมาดูกันอีกที

ใครเลิกนั่ง BTS หรือนั่งน้อยลงในปีนี้ มาเล่าให้ฟังได้ที่คอมเมนต์ใต้โพสต์ Facebook ของ LivingPop นะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าทุกคนหันไปใช้อะไรแทน


ข้อมูลจาก: ปริมาณผู้โดยสารรายวันของกรมการขนส่งทางราง ต.ค. 2565 ถึง ก.ย. 2569 / รายงานประจำปี 2568/69 กองทุน BTSGIF / การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) / สำนักงานสถิติแห่งชาติ / กรมการปกครอง

Related posts
SNAP

12-18 ตุลาคม เลี่ยงเส้นทางรอบศูนย์ประชุมสิริกิติ์

SNAP

คนหายจาก BTS ไปขึ้นสายอื่นหรือเปล่า? วิเคราะห์ตัวเลขจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย ย้อนหลัง 4 ปี

SNAP

ใน 1 วันมีคนขึ้นรถไฟฟ้ากี่คน? ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันรถไฟฟ้า 8 สาย เดือนกันยายน 2569

SNAP

ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ (ประจิมรัถยา) 15 ธ.ค. 69 ขึ้นเป็น 80 บาท อีก 20 ปีจะแพงขึ้นเท่าไหร่?