เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคคตัส

แคคตัสราคาเท่าไหร่? ดูยังไงให้รู้ว่าแพง!!

เมื่อพูดถึงกระบองเพชร หรือ “แคคตัส” ที่เป็นต้นไม้ยอดฮิตติดลมบน เป็นต้นไม้อันดับต้นๆ ที่สายรักษ์โลกเลือกมาเลี้ยงและสะสมก็ว่าได้ ด้วยสีสันและรูปทรงที่สวยงามสะดุดตา มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางสายพันธุ์เป็นที่ต้องการในตลาดทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ จึงทำให้แคคตัสบางสายพันธุ์มีราคาค่อนข้างสูง และหากสายพันธุ์ไหนพบเจอยาก เพาะพันธุ์ยาก หรือสวยแบบไร้ที่ติ จะมีราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว วันนี้ Livingpop จะพาเพื่อนๆ มาเจาะลึกถึงความมีมูลค่าของเจ้าแคคตัสกันครับ ว่ามันมีลักษณะพิเศษอย่างไร ทำไมบางต้นถึงค่าตัวสูงปรี๊ดดดดด



จะรู้ได้ยังไงว่าต้นไหนแพง?

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้นไหนแพง แล้วไม้ที่เรามีอยู่มีราคาเท่าไร เพื่อนๆ หลายคนคงเกิดคำถามนี้ใช่มั๊ยฮะ ตามธรรมชาติของโลกเป็นที่รู้กันว่า อะไรที่หายาก หรือมีอยู่น้อยจะมีราคาแพง ตามกลไก Demand & Supply แคคตัสเองก็เช่นกันครับ สายพันธุ์ไหนที่สวยสะดุดตา มีลักษณะสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น มีลักษณะด่าง ที่เราเรียกกันว่าแคคตัสด่าง หรือด่างเทพ แคคตัสสายพันธุ์ที่เพาะพันธุ์ได้ยาก หายาก มีอยู่น้อย เป็นที่ต้องการของตลาด ที่มักเรียกกันว่าไม้แรร์ (Rare item) ก็จะมีราคาสูง

ยิ่งถ้าแคคตัสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครแล้ว ราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ขนาดของลำต้นก็มีผลต่อราคาเช่นกัน ยิ่งต้นมีขนาดใหญ่ราคาก็จะสูงขึ้น เนื่องจากผู้เลี้ยงต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ต้นขนาดนี้ สีด่างว่ามีผลแล้ว สีดอกก็มีผลครับ ถ้าเป็นสายพันธุ์ไหนให้ดอกเก่ง หรือให้ดอกที่สวยแบบไร้ที่ติก็จะยิ่งแพง ความผิดปกติหรือกลายพันธุ์ก็มีผลทำให้ราคาสูงได้ เช่น การเป็นลักษณะคริสตาตา (Cristata) หรือคล้ายตัวหนอน

นอกจากแคคตัสจะมีราคาสูงตามความสวยงามและความหายากแล้ว แคคตัสบางสายพันธุ์เมื่อมีคนดังหรือดาราที่มีชื่อเสียงนำมาถือถ่ายรูปลงในโซเชียล สายพันธุ์นั้นก็จะกลายเป็นกระแสแคคตัสฟีเวอร์ขึ้นมาทันทีเชียวแหละครับ สุดท้ายความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายก็มีความสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่นๆ แม้จะเป็นแคคตัสที่อาจไม่ใช่สายพันธุ์โด่งดัง แต่ผู้ซื้อมีความต้องการอยากครอบครองสูง และยินดีจะให้ราคาสูง แคคตัสต้นธรรมดาก็สามารถมีค่าตัวที่แพงได้ ซึ่งลักษณะความสวยงามเฉพาะตัวต่างๆ ที่ทำให้เจ้าแคคตัสมีราคาสูงนั้นพบได้ในทุกสกุลของแคคตัสฮะ ทั้งแอสโตรไฟตัม ยิมโนคาไลเซียม แมมมิลาเรีย และสกุลอื่นๆ ลักษณะของแต่ละสายพันธุ์จะมีดังนี้ฮะ


ยิมโนคาไลเซียม มิฮาโนวิชิอาย ด่าง 

สายพันธุ์แรกที่มาแรงในยุคนี้ ก็คือ ยิมโนคาไลเซียม มิฮาโนวิชิอาย ด่าง  (Gymnocalycium mihanovichii variegate) หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ยิมมิฮา” เป็นแคคตัสสกุลยิมโนคาไลเซียมที่ได้ความนิยมมากในกลุ่มนักสะสม ยิ่งถ้ามีความ “ด่างเทพ” หรือ “ด่างแรร์” ด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นที่หมายปองมากๆ ครับ แล้วความ “ด่างเทพ”หรือ “ด่างแรร์” มันเป็นยังไง วิธีดูไม่ยากเลย

ยิมโนคาไลเซียมที่มีการด่างกระจายของสีต่างๆ สลับกับสีเขียวดั้งเดิมครบทุกพูของลำต้น ลักษณะด่างที่เป็นเส้นๆ เรียงตามบั้ง (ด่างลงบั้ง) สมมาตรครบในทุกพู หรือลักษณะด่างที่มีการซึมของสีเข้าไปตามร่องของลำต้น (ด่างเข้าร่อง) บางสายพันธุ์ถูกพัฒนาจนมีลักษณะไม่มีหนาม (ไร้หนาม) ลักษณะเหล่านี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ยิมโนคาไลเซียม มิฮาโนวิชิอาย ด่าง ได้อย่างไม่สิ้นสุดครับ เพราะการที่จะได้แคคตัสด่างลักษณะพิเศษเหล่านี้ เกิดขึ้นค่อนข้างยากในการปรับปรุงพันธุ์หรือผสมเกสรแต่ละครั้ง ต้องมีการเพาะเมล็ดหลายหมื่นหลายพันเมล็ดถึงจะมีหลุดความแรร์นี้ออกมาซักต้น ความแรร์ไอเท็มนี้จึงทำให้ยิมโนคาไลเซียมด่าง ขายได้ราคาค่อนข้างสูงในกลุ่มผู้ที่สะสมแคคตัสด่างครับ

ในสกุลของยิมโนคาไลเซียม นอกจากยิมโนคาไลเซียม มิฮาโนวิชิอาย แล้ว ยังมี ยิมโนคาไลเซียม แอลบี ไฮบริด ด่าง ลูกผสม (Gymnocalycium LB hybrid variegate) ที่เกิดจากการผสมเกสรระหว่างยิมโนคาไลเซียม มิฮาโนวิชิอาย ด่าง กับยิมโนคาไลเซียม แอลบี เกิดเป็นลูกผสมใหม่ ถ้าเมื่อใดที่มีหน้าตาสวยงามและมีเอกลักษณ์ตามที่เล่าในตอนต้น ก็จะมีมูลค่าราคาสูงเชียวแหละครับ 


แอสโตรไฟตัม แอสทีเรียส วีไทป์ 

ตระกูล Astrophytum มีลักษณะพิเศษที่นักสะสมแย่งกันเก็บสะสม พร้อมเปย์ไม่อั้นเพื่อให้ได้มาครอบครอง ที่นิยมกันมากก็คือ แอสโตรไฟตัมวีไทป์ (V type) เช่น Astrophytum asterias “Super kabuto V type  และลักษณะวีไทป์แบบอื่นๆ เหตุที่แอสโตรไฟตัมวีไทป์ ราคาสูงนั้น เกิดจากนักปรับปรุงพันธุ์ได้ทำการพัฒนาสายพันธุ์ให้เกิดลักษณะวีที่หนาขึ้น เหมือนตัวอักษร V ในภาษาอังกฤษที่เป็นตัวหนา (Bold) 

บางครั้งมีการพัฒนาลักษณะวีไทป์ให้มีความหนามาก จนเวลามองแล้วคล้ายกับรูปหัวใจ ซึ่งการเกิดลักษณะนี้ก็ทำให้ค่าตัวแรงขึ้นมากเช่นกันฮะ การที่จะเจอต้นที่ให้ทรงวีไทป์ สวยๆ ซักต้นนั้น นักปรับปรุงพันธุ์ต้องคัดและเพาะเมล็ดหลายร้อย หลายพันต้น กว่าจะเห็นต้นวีทรงสวยสักต้นหนึ่ง แม้แต่บางครั้งการผสมเกสรจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะวีไทป์ทั้งคู่ ก็ไม่ได้ลูกที่เป็นวีไทป์ทุกต้นเสมอไป ความยากและความท้าทายนี่แหละครับเลยทำให้เจ้าแคคตัสตระกูล Astrophytum ที่มีลักษณะพิเศษนี้ราคาสูงเฉียดดาวอังคาร

นอกจากนี้ในตระกูลแอสโตรไฟตัมก็ยังมีอีกลักษณะที่ราคาลอยลิ่วไม่แพ้กัน เป็นแอสโตรไฟตัม พูเกลี้ยงๆ ไม่มีลวดลาย ไม่มีสีขนขาว แต่กลับบั้งหยักขนาดใหญ่ หรือลักษณะนูนสูงขึ้นคล้ายเต้าหลังเต่า เรียกลักษณะพิเศษนี้ ว่า กิ๊กโก๊ะ  ยิ่งหากบั้งลึก คมชัด หรือเต้านูนสูง ก็จะยิ่งมีราคาแพงครับ


แมมมิลลาเรีย เลนต้า

ตระกูลแมมมิลลาเรีย เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความน่าสนใจในกลุ่มนักสะสมพอสมควร ราคาของแคคตัสสายพันธุ์นี้นอกจากความสวยงามแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความมีเอกลักษณ์พิเศษ ขยายพันธุ์ได้ยาก และหายากด้วย ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากเท่าไร ราคาก็จะแปรผันตามครับ เรียกได้ว่าความสวยเป็นรองความต้องการของตลาดก็ไม่ผิดครับ

แมมมิลลาเรีย สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและยกถูกให้เป็น “ราชินีแห่งแมม” คือ แมมมิลลาเรีย เลนต้า (Mammillaria lenta) ด้วยลักษณะพิเศษของดอกที่สวยงามที่มีการให้ดอกพร้อมๆกันบนต้นเดียว การเรียงของดอกคล้ายมงกุฏดอกไม้ คนไทยมักเรียก “มงลง” มาจากคำว่า มงกุฏลง  ซึ่งมีความสวยงามสมฉายา “ราชินีแห่งแมม” เลยแหละฮะ ด้วยความสวยงามนี้บวกกับการขยายพันธุ์ก็ค่อนข้างยาก และโตช้ามากถึงมากที่สุด จึงทำให้แมมเลนต้ามีค่าตัวสูงพอสมควร นอกจากนี้เมล็ดที่มีการขายกันในตลาดก็มีราคาแพง เรียกได้ว่าแพงตั้งแต่เมล็ดยันต้นเลยครับ


แอริโอคาร์ปัส

แอริโอคาร์ปัส เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์แคคตัสที่หายาก แรกเริ่มนำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่สามารถเพาะเลี้ยงและเติบโตในสภาพอากาศของเมืองไทยได้ ในปัจจุบัน แอริโอคาร์ปัสที่มีราคาแรงแพงลิบลิ่ว ได้แก่ Ariocarpus fissuratus cv. “Godzilla”  หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ก็อตซิลล่า” กับอีกสายพันธุ์ที่นักสะสมต้องมี ไม่มีไม่ได้คือ Ariocarpus cv. “Cauliflower”  ที่เรียกชื่อแบบนี้เพราะมีลักษณะคล้ายดอกกระหล่ำ ค่าตัวเริ่มต้นมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท 

แล้วแพงจากอะไร?? จะเรียกว่าแอริโอคาร์ปัสเป็นแคคตัสปราบเซียนก็ว่าได้ฮะ เพราะเป็นแคคตัสที่โตช้ามากในช่วง 1-2 ปีแรก ต้องการการดูแลเอาใจใส่แบบพิเศษใส่ไข่ ให้ดอกยากมาก ออกดอกเพียงฤดูหนาว การผสมเกสรจึงทำได้ปีละครั้งเท่านั้น คนที่จะเลี้ยงสายพันธุ์นี้นอกจากความดูแลเอาใจใส่ที่ต้องการมากกว่าแคคตัสสายพันธุ์อื่นแล้ว ต้องมีความอดทนมากๆ  ถือเป็นความท้าทายของสาวกแอริโอคาร์ปัสเลยฮะ


อูเบลแมนเนีย หรือ แผงคอม้า

อูเบลแมนเนีย (Uebelmannia) หรือคนไทยเรียกว่า แผงคอม้า ตามลักษณะของต้นรูปทรงมีหนามคล้ายกับแผงคอของม้า มีถิ่นกำเนิดจากประเทศบราซิล เป็นแคคตัสกลุ่ม Rare item อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่โตช้ามาก และมีราคาสูงเสียดฟ้า ต้นเล็กๆ ขนาด 2-3 เซนติเมตร มีราคาสูงถึงพันบาท  แผงคอม้านั้นมีหลายหลากสี เช่น แผงคอม้าเขียว แผงคอม้าม่วง แผงคอม้าด่าง ซึ่งถ้าเป็นแผงคอม้าด่างแล้ว ก็จะมีค่าตัวที่สูงตามมาครับ


เป็นไงฮะ แคคตัสต้นเล็กๆ แต่ราคาไม่เล็กเหมือนขนาดต้นเลยใช่มั๊ยล่ะครับ ในปัจจุบันราคาก็ขึ้นๆ ลงๆ ตามต้องการของตลาด ขึ้นอยู่กับความหายาก การเจริญเติบโต ขนาด ความสมบูรณ์ของสายพันธุ์นั้นๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ยังขึ้นกับคุณค่าทางจิตใจและความพึงพอใจทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย คำกล่าวที่ว่า “ถูกใจไม่มีคำว่าแพง” ยังใช้ได้เสมอในวงการแคคตัส

แต่สำหรับนักล่าแคคตัสตัวแรร์ ไอเท็ม มือใหม่ ก่อนซื้อควรพิจารณาความสมเหตุสมผลของราคาด้วยนะฮะ ควรเช็กราคาของแคคตัสตามเพจหรือกลุ่มแคคตัสเลิฟเวอร์ต่างๆ เพื่อหาราคากลางที่เหมาะสม เพราะสินค้าที่มีราคาแพงมักจะมีมิจฉาชีพแฝงอยู่ในนั้นเพื่อหลอกขายในราคาที่เกินจริง แล้วพบกับสวนหลังบ้านได้ใหม่ในบทความถัดไป เราจะพาไปดูอะไร อย่าลืมติดตามนะค้าบบบบบ 😉



Related posts
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคคตัส

หลากหลายเรื่องกระถาง ใช้กระถางแบบไหน? ให้เหมาะกับแคคตัส

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคคตัส

"ศัตรูแคคตัส" ที่ชาวไม้หนามต้องรู้จักก่อนจะสาย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคคตัส

"วัสดุโรยหน้ากระถางแคคตัส" เลือกแบบไหนดี? มีประโยนช์อะไรบ้าง?

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคคตัส

25 คำศัพท์ ที่มือใหม่หัดเลี้ยงแคคตัสต้องรู้!