สวนหลังบ้าน

วิธีเพาะพันธุ์กระบองเพชร (แคคตัส) ง่ายๆ ทำตามได้แบบ Step-by-Step

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวสวนหลังบ้าน LivingPop วันนี้เราจะกลับมาต่อเรื่องของแคคตัส หรือเจ้ากระบองเพชรนั่นเอง ทีนี้เรามาดูกันที่เรื่องการเพาะพันธุ์แคคตัสกันบ้าง ซึ่งวิธีการที่เราจะพาไปลองทำพร้อมๆ กันก็คือ “วิธีการเพาะเมล็ด” นั่นเองครับ

เพื่อนๆ คงสงสัยกันใช่มั้ยว่าเจ้าแคคตัสมันมีเมล็ดด้วยหรอ แล้วเมล็ดมันหน้าตาเป็นแบบไหน จะหาซื้อได้จากที่ไหนบ้าง แล้วมีวิธีการเพาะยังไง ต้องใช้เวลานานแค่ไหน วันนี้สวนหลังบ้านของเราจะมาสอนเพื่อนๆให้รู้จักการเพาะเมล็ดปคคตัสกัน บอกเลยว่าทำง่ายมากๆ เอาไปทำเองได้ที่บ้านแน่นอนครับ ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลยว่ามีขั้นตอนอะไรกันบ้าง


กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop


หน้าตาของเมล็ดแคคตัส

ก่อนอื่นมาดูหน้าตาของเจ้าเมล็ดแคคตัสกันก่อน เมล็ดแคคตัสจะมีรูปร่างที่แตกต่างกันไปแล้วแต่สายพันธุ์ โดยขนาดเมล็ดของมันจะมีขนาดที่เล็กมากๆ ถ้าเพื่อนๆ หาซื้อมาจากเว็บหรือตามเพจต่างๆ ควรเช็คจากรีวิวหรือคอมเมนต์ของร้านค้านั้นๆ ก่อนว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ บางร้านอาจจะเอาเมล็ดอื่นที่ไม่ใช่แคคตัสมาขายเราก็ได้ (นึกภาพว่าปลูกแคคตัสแต่ต้นออกมาเป็นกะหล่ำปลีอะไรแบบนั้น!)

สำหรับการเพาะพันธุ์แคคตัสนั้นทำได้ง่ายมาก แต่ต้องใช้เวลานานกว่าเมล็ดจะกลายเป็นต้นใหญ่ บางสายพันธุ์อาจใช้เวลาหลายปีเลยครับ

เมล็ดของกระบองเพชรหรือแคคตัส ดูเผินๆ ก็ไม่ต่างกับเมล็ดกะเพราเท่าไหร่ครับ ฮ่าๆ

อุปกรณ์ที่ใช้

สำหรับอุปกรณ์ในการเพาะเมล็ดแคคตัสที่ต้องใช้มีดังนี้

  1. เมล็ดแคคตัส
  2. กระถางสำหรับเพาะเมล็ด
  3. กาบมะพร้าวสับ
  4. หินภูเขาไฟเบอร์ 01
  5. น้ำยา B1
  6. สตาร์เกิลจี
  7. ปุ๋ยออสโมโค้ท สูตร 13-13-13
  8. ถุงพลาสติกห่ออาหาร, ยางรัด
  9. พีทมอส

เตรียมดินใส่กระถาง

ขั้นตอนแรกให้เรานำกระถางแคคตัสแบบที่มีรูระบายน้ำ ขนาด 5-6 นิ้ว ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นนำกาบมะพร้าวรองก้นกระถาง ใส่ประมาณ 2/4 ส่วนของกระถาง จากนั้นตามด้วยหินภูเขาไฟเบอร์อีก 1/4 ส่วน

เสร็จแล้วตามด้วยปุ๋ยออสโมโค้ท สูตร 13-13-13 และ สารกำจัดแมลงสตาเกิ้ลจี อย่างละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ตามภาพข้างล่างครับ

จากนั้นใส่พีทมอสตามลงไป ใส่ให้เต็มกระถางโดยเหลือพื้นที่เอาไว้ประมาณครึ่งนิ้ว แล้วกดหน้าดินให้เรียบ โดยใช้มือหรือก้นแก้วกาแฟก็ได้ เสร็จแล้วนำกระถางไปแช่น้ำในกะละมัง ใส่น้ำให้เกือบพอดีกับกระถางเพาะเมล็ด ใส่น้ำยา B1 และยาฆ่าเชื้อราตามลงไป แล้วทิ้งไว้จนกว่าน้ำจะซึมเข้ากระถางจนดินเริ่มเปียกตามรูปข้างล่าง


เริ่มลงเมล็ดแคคตัสของเรา

เสร็จแล้วนำเมล็ดแคคตัสที่เราเตรียมไว้ โรยให้ทั่วกระถาง ไม่ต้องโรยเยอะมาก เพราะเวลาต้นเริ่มโตจะเบียดกัน ทำให้โตช้าได้ จากนั้นฉีดพ่นน้ำลงไปอีกที


ติดแท็กกันลืม

เมื่อฉีดน้ำเสร็จแล้ว ให้เราหาพลาสติกแข็งมาตัดทำเป็นแท็กสำหรับบอกวันที่เพาะเมล็ด และสายพันธุ์ของเมล็ด หรือจะใช้ปากกาเขียนที่ข้างกระถางก็ได้ เขียนไว้สำหรับกันลืมว่าเพาะเมล็ดอะไรไป และจะได้จำวันที่เพาะเมล็ดได้ว่าต้นแคคตัสของเราโตขึ้นขนาดไหนแล้ว เพราะหลังจากนี้ต้องทิ้งไว้อีกนาน


ช่วงเวลาแห่งการรอคอย

จากนั้นใช้ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหาร ใส่กระถางเพาะเมล็ดของเราลงไปใส่น้ำลงไปนิดหน่อย จากนั้นมัดปากถุงเอาไว้ แล้วนำไปไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึงประมาณ 50% ห้ามให้โดนแสงแดดแรงๆ เพราะจะทำให้ต้นอ่อนไหม้แดดตาย

ผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน ให้เราเปิดถุงเพาะดูว่าต้นแคคตัสของเราเป็นยังไงบ้าง ถ้าน้ำแห้งเกินไปก็เติมน้ำใส่ลงไปในถุง ถ้าโตช้าไปก็ใส่ปุ๋ยออสโมโค้ท หรือน้ำยา B1 สำหรับเร่งราก จากนั้นปิดถุงไว้เหมือนเดิม


แยกกระถางปลูก

เมื่อผ่านไปประมาณ 5-6 เดือน ต้นแคคตัสของเราก็จะมีขนาดที่แยกใส่กระถางได้แล้ว ก็ให้เรานำมาแยกใส่กระถาง โดยใส่ดินสำหรับปลูกแคคตัสทั่วไป 1 กระถางให้ปลูกรวม 2-3 ต้น ตามภาพข้างล่าง

เมื่อต้นเริ่มใหญ่ขึ้นก็ให้เรานำมาแยกปลูกใส่กระถางต้นเดียว และเริ่มให้โดนแสงแดดมากยิ่งขึ้น ปลูกไปได้สักพักก็จะมีดอกออกมาให้เราได้ชมกันแล้วครับ

รางวัลแห่งการรอคอย 😀

เห็นมั้ยครับว่าวิธีเพาะเมล็ดแคคตัสแบบเพาะเมล็ดทำง่ายนิดเดียว แต่ก็ต้องใช้เวลากว่าจะโต ถือว่าเป็นการฝึกสมาธิและเป็นงานอดิเรกไปในตัว แต่เมื่อเราปลูกจนได้เห็นดอก รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เรารอคอยอย่างแน่นอน สำหรับวันนี้คอลัมน์สวนหลังบ้าน LivingPop ต้องขอตัวลาไปก่อน อย่าลืมติดตามเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับต้นไม้ใบหญ้า เรื่องง่ายๆ ที่คนเมืองอย่างเราๆ สามารถทำเองได้หลังบ้าน ได้ที่เว็บไซต์ LivingPop.com และเพจ LivingPop บน Facebook นะคร้าบ แล้วพบกันใหม่ฮะ ^^

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop

Related posts
สวนหลังบ้าน

"บัวบกโขด" ไม้โขดสุดฮิตแห่งปี 2020

สวนหลังบ้าน

"ไม้โขด" ต้นไม้สุดแปลก... ที่ต้องมีไว้ติดบ้านสักต้น

สวนหลังบ้าน

"กวักมรกต" ต้นไม้อึดถึก สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา

สวนหลังบ้าน

6 ผักสลัดยอดฮิต ปลูกง่ายกินยังไงก็ไม่อ้วน

Worth reading...
รวมแคคตัส 9 สายพันธุ์ กับความสวยแปลกตาที่ไม่เลี้ยงไม่ได้แล้ว