SNAP

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำไมต้องลงทะเบียนในแอปทางรัฐ ทั้งที่มีบัตรโดยสารอยู่แล้ว

หลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวว่ารัฐบาลกำลังจะเริ่มใช้นโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียง และมีแผนจะเริ่มใช้จริงภายในปี 2568

เป้าหมายของโครงการคือลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางข้ามหลายสาย จากเดิมที่อาจต้องจ่ายค่าโดยสารวันละหลายสิบบาทหรือหลายร้อยบาท เมื่อโครงการเริ่มใช้จริงจะจ่ายไม่เกิน 20 บาทต่อเที่ยว ไม่ว่าจะนั่งกี่สายก็ตาม “ถ้า” ลงทะเบียนล่วงหน้าและใช้บัตรที่รองรับ

แต่สิ่งที่คนเริ่มพูดถึงกันมากขึ้นคือ “ทำไมต้องลงทะเบียนอีกแล้ว” และ “ก็มีบัตรโดยสารอยู่แล้ว ทำไมไม่เปิดสิทธิให้อัตโนมัติ”

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำไมต้องลงทะเบียนในแอปทางรัฐ ทั้งที่มีบัตรโดยสารอยู่แล้ว รถไฟฟ้า 20 บาท ทำไมต้องลงทะเบียนก่อน

ภาพรวมของโครงการ

รัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนสิงหาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นแอปกลางของภาครัฐ ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะใช้สิทธิค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายได้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นต้นไป รถไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการครอบคลุมทั้งหมด 8 สาย ได้แก่

  • สายสีเขียว (BTS สายสุขุมวิทและสายสีลม รวมถึงส่วนต่อขยายทั้งหมด)
  • สายสีน้ำเงิน (MRT ท่าพระ-หลักสอง)
  • สายสีม่วง (MRT เตาปูน-คลองบางไผ่)
  • สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน)
  • สายสีทอง (กรุงธนบุรี-คลองสาน)
  • สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
  • สายสีชมพู (ศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี)
  • แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ)

ปัจจุบันแต่ละระบบมีบัตรโดยสารของตัวเอง เช่น Rabbit, MRT Card, MRT Plus และ ARL Smart Pass ซึ่งยังเชื่อมข้อมูลข้ามระบบกันไม่ได้ ส่วนบัตร EMV (บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่แตะเข้าได้) ก็ยังมีบางสายที่ไม่รองรับ


3 เหตุผลที่รัฐให้ประชาชนลงทะเบียนเอง

1. ระบบต้องรู้ว่าบัตรทั้งหมดเป็นของคนคนเดียวกัน
บัตรโดยสารรถไฟฟ้าไม่มีข้อมูลระบุตัวบุคคล อย่างบัตร MRT หรือ Rabbit ใครถือก็ใช้ได้ ถึงจะมีการเชิญชวนให้ลงทะเบียน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกใบจะลงทะเบียนไว้ และคนหนึ่งอาจซื้อบัตรหลายใบ เก็บเป็นที่ระลึกบ้าง ให้คนอื่นใช้บ้าง ถ้าไม่ผูกบัตรใบที่ใช้เป็นหลักเข้ากับเลขบัตรประชาชน รัฐก็จัดสิทธิรายบุคคลไม่ได้

ดังนั้นถ้าใครมี 2-3 ใบจากรถไฟฟ้าแต่ละเจ้า ต้องลงทะเบียนทุกใบให้ผูกอยู่กับคนเดียวกัน ระบบจึงจะรู้ว่านี่คือการเดินทางเที่ยวเดียวกัน

2. ระบบหลังบ้านของแต่ละสายยังไม่คุยกัน
ตอนนี้รถไฟฟ้าแต่ละสายยังใช้ระบบแยกกัน MRT ไม่รู้ว่าเราเพิ่งแตะเข้า BTS และ BTS ก็ไม่รู้ว่าเรากำลังจะไปต่อ ARL ระบบกลางที่ใช้คำนวณค่าโดยสารแบบรวมจึงทำงานอัตโนมัติไม่ได้ ทางออกชั่วคราวคือให้ประชาชนลงทะเบียนผูกบัตรทั้งหมดเข้ากับตัวบุคคลผ่านระบบกลางของแอปทางรัฐ แล้วระบบจะใช้ข้อมูลนี้คิดค่าโดยสารแบบตลอดสาย ควบคุมสิทธิ และวางแผนการชดเชยจากภาครัฐ

3. สิทธินี้ให้เฉพาะบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
การลงทะเบียนช่วยกรองเบื้องต้นไม่ให้ชาวต่างชาติหรือนิติบุคคลใช้สิทธิ นอกจากนี้ข้อมูลการเดินทางยังใช้วางแผนการชดเชยและปรับระบบตั๋วร่วมในอนาคตได้ด้วย เพราะรัฐต้องจ่ายเงินชดเชยให้เอกชนหรือหน่วยงานเจ้าของสายรถไฟฟ้า ทุกครั้งที่มีคนใช้สิทธิ 20 บาทแทนราคาจริง

ตัวอย่างการเดินทาง

นาย A ลงทะเบียนบัตรแรบบิทและบัตร EMV ไว้ แต่ไม่ได้ลงทะเบียนบัตร ARL แล้วเดินทางจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ (สายสีแดง) บางซื่อ-สวนจตุจักร (สายสีน้ำเงิน) และหมอชิต-พญาไท (สายสีเขียว) รวมกันจ่าย 20 บาท แต่ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ ที่ใช้บัตร ARL ซึ่งไม่ได้ลงทะเบียน ต้องจ่ายเต็มราคา 45 บาท


ถาม-ตอบจากคอมเมนต์ใต้โพสต์ Facebook

  • ไม่มีบัตร MRT ก็ได้ ใช้บัตร EMV แตะเข้าแทนได้
  • บัตรเดบิตที่ใช้แตะได้ตอนนั้นมีแค่บัตรของธนาคารกรุงไทยกับ UOB ยกเว้นสายสีแดงที่ใช้ได้ทุกธนาคาร
  • ตามข่าวในตอนนั้น รัฐตั้งใจทำให้ทันวันที่ 30 กันยายน 2568 และมีแผนทำเป็น QR Code สำหรับสแกนเข้าทุกระบบในปี 2569
  • ส่วนสายที่ราคาเดิมไม่ถึง 20 บาท เข้าใจว่าจะปรับเพดานราคาสูงสุดลงมาที่ 20 บาท

จุดยืนของ LivingPop

เราทำอินโฟกราฟิกนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยอธิบายว่าทำไมต้องลงทะเบียน และเหตุผลเบื้องหลังระบบที่ยังไม่เชื่อมกันตามที่เราเข้าใจ แต่ขอชี้แจงไว้ชัดๆ ว่าเพจ LivingPop ไม่ได้เชียร์นโยบายนี้

เราเห็นด้วยกับเป้าหมายที่ต้องการลดภาระประชาชน แต่คิดว่าราคา 20 บาทตลอดสายอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน เพราะต้องใช้เงินภาษีจำนวนมากชดเชยรายได้ให้เอกชน ซึ่งอาจกระทบความมั่นคงทางการคลังในระยะยาว และอาจทำให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ต้องชะลอออกไป

สิ่งที่ควรเป็นในระยะยาวคือค่าโดยสารตามระยะทางอย่างเป็นธรรม โดยตั้งเพดานไม่เกิน 15-45 บาท และใช้บัตรใบเดียวหรือระบบตั๋วร่วมที่แท้จริงได้ทุกสาย ซึ่งผมกำลังร่วมผลักดันผ่านร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในสภาครับ

ก่อนหน้านี้เราเคยชวนดูว่าถ้าไม่มีนโยบาย 20 บาท ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายใหม่จะเป็นเท่าไหร่ อ่านได้ที่ ค่าโดยสารสายสีส้มตะวันออก 17-62 บาท กับราคาที่ BEM ลดให้

ขอให้ข้อมูลชุดนี้ช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวได้ทัน ไม่เสียสิทธิ และเข้าใจบริบทของนโยบายได้ครบขึ้นครับ

Related posts
SNAP

12-18 ตุลาคม เลี่ยงเส้นทางรอบศูนย์ประชุมสิริกิติ์

SNAP

คนหายจาก BTS ไปขึ้นสายอื่นหรือเปล่า? วิเคราะห์ตัวเลขจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย ย้อนหลัง 4 ปี

SNAP

คนขึ้น BTS สายสีเขียวหายไป ~5% เพราะอะไร? วิเคราะห์ตัวเลขผู้โดยสารรายวันย้อนหลัง 4 ปี

SNAP

ใน 1 วันมีคนขึ้นรถไฟฟ้ากี่คน? ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันรถไฟฟ้า 8 สาย เดือนกันยายน 2569