เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

ประสาทสัมผัสทั้ง 5 กับสภาพแวดล้อมในห้องนอน ที่ช่วยให้คุณหลับสนิทตลอดคืน

ช่วงนี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆ หลายคนหลายอาชีพ พบว่าปัญหาที่แทบทุกคนพบเจออยู่ คือเรื่องการนอน ทั้งนอนไม่หลับ หลับไม่สนิทตื่นระหว่างคืน หรือแม้แต่การตื่นง่ายจากเสียงรบกวนเพียงน้อยนิด ทั้งหมดนี้เป็นอาการของการนอนไม่หลับทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเป็นปัญหาการนอนแบบใดก็ตาม มันจะส่งผลต่อร่างกายและสมองของเราโดยตรง เช่น

  • ในระยะสั้น การพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายรู้สึกไม่สดชื่น สมองไม่ปลอดโปร่ง ความจำก็จะพลอยแย่ลงไปด้วย นอกจากนั้นผิวพรรณก็จะฟื้นฟูได้ช้าลง ทั้งเรื่องรอยต่างๆ บนใบหน้า รวมไปถึงอาการหน้ามัน เพราะผิวขาดน้ำ
  • ในระยะยาว ถ้ายังมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง อาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงได้มากมาย ทั้งโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เพราะในขณะที่นอนหลับ ร่างกายจะผลิตภูมิคุ้มกันออกมาป้องกันเชื้อโรค

เห็นหรือยังว่าเรื่องนอนไม่หลับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะนิ่งนอนใจได้ เราจึงต้องหาทางแก้ไขหรือตัวช่วยให้นอนหลับสนิทตลอดคืนนั่นเอง โดยสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เอื้อต่อการนอนหลับที่จะปลอบประโลมประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเรา และจะเป็นวิธีไหนได้บ้าง มาดูกันครับ



ประสาทสัมผัสที่ 1 : ดวงตา

เมื่อพูดถึงการนอนหลับ อย่างแรกที่ผมนึกขึ้นมาได้ คือเรื่องของดวงตาครับ เพราะเมื่อจะนอนหลับ เราก็ต้องหลับตาอยู่แล้ว และถ้าสภาพแวดล้อมในห้องไม่ได้เอื้อต่อการพักผ่อนของสายตาเลย การนอนหลับคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อย่างแรกเราจึงต้องเริ่มที่ส่วนที่ดวงตาเห็นชัดที่สุดคือ สีของห้อง

โดยข้อแนะนำในการเลือกสีห้อง คือการใช้สีโทนสว่าง อย่างสีขาว สีครีม หรือสีชมพู เพราะทั้งสองสีนี้จะช่วยให้ห้องของเราดูโล่งโปร่งสบาย พร้อมให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับผู้อยู่อาศัย แต่ไม่ต้องกลัวว่าห้องสีอ่อนจะดูโล่งจนเกินไป เราสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทน อย่างสีน้ำตาลเข้ม สีกรมท่า หรือสีเทา เพิ่มความเข้มของห้อง พร้อมตัดสีให้ห้องดูมีมิติมากขึ้นด้วย

อย่างที่สองคือเรื่องแสงไฟ ข้อนี้เป็นเรื่องที่นานาจิตตังมาก บางคนสามารถหลับได้ใต้แสงจันทร์ ในขณะที่บางคนต้องอยู่ในห้องที่มืดสนิทจริงๆ ถึงจะหลับได้ ใครที่ชอบแสงไฟอ่อนๆ โทนส้มๆ สามารถหาโคมไฟหรือหลอดไฟในโทนสีนั้นมาติดตั้งได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ ทำให้เรื่องแสงเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปแล้ว เพราะมีหลอดไฟอัจฉริยะเกิดขึ้นมามากมาย พร้อมทั้งฟังก์ชันตอบรับการนอนทุกรูปแบบ ทั้งการเปลี่ยนสีหลอดไฟ การตั้งเวลาเปิดปิด รวมไปถึงเซ็นเซอร์เปิดปิดอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้ สามารถสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนได้ทั้งหมด ยอมลงทุนสักนิด เพื่อการนอนที่มีประสิทธิภาพของตัวเราเองนะครับ


ประสาทสัมผัสที่ 2 : หู

เรื่องเสียงในการนอนก็สำคัญไม่แพ้กันนะ ถึงขั้นมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมายืนยันแล้วว่า การใช้คลื่นเสียงบางชนิดจะช่วยให้นอนหลับได้สนิทยิ่งขึ้น ถึงขั้นมีการบำบัดด้วยคลื่นเสียงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วนะ ซึ่งเหมาะสำหรับกรณีที่นอนไม่หลับแบบเรื้อรัง ถ้าเราไปถึงขั้นนั้นแล้วจริงๆ ก็ไปพบแพทย์เถอะครับ น่าจะช่วยได้ดีที่สุด

แต่ถ้าเรายังไม่ไปถึงระดับนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้เสียงเข้ามาช่วยไม่ได้นะ เพราะการสร้างบรรยากาศในห้องด้วยเสียงธรรมชาติ จะทำให้เราหลับสบายยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเสียงที่ถูกจริตและส่งเสริมการนอนหลับของตัวเองได้ดีขึ้นต่างกันออกไป นึกถึงตอนที่เราไปนอนเปลริมทะเล แล้วผล็อยหลับไปกับเสียงคลื่นซัดฝั่ง หรือแม้แต่วันที่นอนฟังเสียงฝนกระทบหน้าต่างจนหลับไปนั่นละครับ

พูดมาแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าให้หนีไปนอนที่ทะเล หรือวิ่งไปหาที่ฝนตกถึงจะนอนหลับได้นะ เพราะมีแอปพลิเคชันมากมาย ในสมาร์ทโฟนของเราก็สามารถทำเสียงพวกนี้ได้ มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน สามารถหาดาวน์โหลดได้ทั้งใน App Store และ Google Play ครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไร ก็เนรมิตให้เราได้หมด ตั้งแต่เสียงธรรมชาติของน้ำตก ลำธาร จิ้งหรีด ไปจนถึงเสียงแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะฟังแล้วหลับอย่างเสียงการจราจรบนถนนก็มีกับเขาด้วย ลองโหลดมาใช้กันได้ อาจจะช่วยให้หลับเพลินจนลืมเวลาตื่นไปเลยนะ

ตัวอย่าง Playlist ช่วยให้หลับสบาย ใน Spotify


ประสาทสัมผัสที่ 3 : จมูก

ศาสตร์ของการใช้กลิ่นนี่ดูจะเห็นได้ชัดที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์เข้าสปาอโรมาอะไรพวกนี้ ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้แพ้กลิ่นสมุนไพรหรือดอกไม้ใดๆ น่าจะถูกใจวิธีนี้ กลิ่นหอมของสมุนไพรหรือดอกไม้จะเข้าสู่ระบบประสาท ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย ส่งผลให้หลับสบายยิ่งขึ้น โดยขอแนะนำเป็นกลิ่นดอกไม้ต่างๆ เช่น มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือคาโมมายล์

ในท้องตลาด จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างกลิ่นหอมในห้องนอนหลากหลายรูปแบบ และมีวิธีใช้แตกต่างกันออกไป วิธีเบสิกที่เราแนะนำคือ การใช้เทียนหอม เพราะมีราคาไม่แพง และใช้ได้นาน เพียงแต่มีข้อควรระวังเล็กน้อย คือห้ามจุดเทียนทิ้งไว้แล้วนอนเลยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการรมก๊าซในห้องนอนที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และอาจเกิดเหตุไฟไหม้ได้ จึงควรจุดเทียนให้ได้ปล่อยควันหอมออกมา แล้วดับทิ้ง รับรองว่าหอมฟุ้งไปทั้งห้องแน่นอน

แต่สำหรับคนที่มีเงินขึ้นมาหน่อย ก็สามารถใช้เป็นชุดก้านไม้หอมปรับอากาศ ตามร้านสปาจะมีขายเป็นชุดๆ มีกลิ่นให้เลือกมากมาย หรือจะแอดวานซ์ ไปสมัครคอร์สเรียนปรุงกลิ่นของตัวเองขึ้นมาก็ยังได้ ข้อเสียคือ การควบคุมปริมาณที่ระเหยออกมาทำได้ยาก จึงอาจจะสิ้นเปลืองเล็กน้อย แต่ถ้าเพื่อการนอนของเรา ก็คิดเสียว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าครับ


ประสาทสัมผัสที่ 4 :สัมผัส

พอมาถึงหัวข้อนี้ บางคนอาจจะคิดไปไกลว่า เอ๊ะ! จะให้หาคนมานวดให้หรือยังไง? หรือต้องหาอะไรมาสัมผัสตัวให้ฉันหลับสบายหรือเปล่านะ ไม่ใช่แล้ว หัวข้อนี้ผมหมายถึงการเลือกเครื่องนอนที่จะได้มา “สัมผัส” ตัวเราครับ เพราะชุดเครื่องนอนจะอยู่กับเราไปทั้งคืน ถ้าเกิดความไม่สบายตัวจากหมอนหรือผ้าห่ม ก็คงยากที่จะหลับได้อย่างสบายตัวจริงไหมครับ

เริ่มตั้งแต่หมอนที่มีหลายประเภทให้ได้เลือก แบ่งจากวัสดุภายใน ทั้ง ขนสัตว์ ใยสังเคราะห์ หรือนุ่น โดยอาจจะต้องลองหลายๆ แบบจนกว่าจะเจอหมอนที่ใช่ และมีข้อแนะนำในเรื่องของความสูง ที่เมื่อนอนแล้ว ศีรษะไม่สูงไปกว่าคาง เพราะอาจเกิดอาการปวดคอตามมาได้ และอย่าลืมสวมปลอกหมอนทุกครั้ง เพื่อป้องกันไรฝุ่นที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และการระคายเคืองนะครับ

อย่างที่สองคือเรื่องผ้าห่ม เพราะบ้านเรามีอากาศที่ค่อนข้างร้อนอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าไม่ห่มผ้าก็อาจจะไม่สบายได้ เราจึงแนะนำให้ใช้ผ้าห่มที่ทำจากวัสดุที่ระบายความร้อนได้ดีและมีน้ำหนักเบา อย่าง ผ้าฝ่าย ผ้าลินิน และผ้าป่าน และหลีกเลี่ยงวัสดุจำพวกโฟม เพราะโฟมดูดความร้อนเก็บไว้ได้ดี แค่ห่มไว้สักพักรับรองว่าเหงื่อชุ่มแน่ๆ


ประสาทสัมผัสที่ 5 :ปาก

ประสาทสัมผัสสุดท้าย คือปาก หลายคนอาจจะงงว่า แล้วเราสร้างบรรยากาศในห้องนอนอะไรที่มันเกี่ยวกับปากได้ด้วยหรอ แล้วปากเกี่ยวกับการนอนอย่างไรกันนะ เกี่ยวสิครับ เพราะปากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการกิน และการกินก็ส่งผลโดยตรงกับการนอน การเตรียมสิ่งของบางชนิดเกี่ยวกับปากไว้ในห้อง จะช่วยให้เราหลับสบายยิ่งขึ้น

อย่างแรกคือ น้ำดื่ม เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะการเปิดแอร์ในห้องนอนจะดูดความชื้นในอากาศไปจนเราเกิดอาการคอแห้งได้ การได้ดื่มน้ำก่อนนอนจะช่วยลดอาการนี้ ยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นจะดีมากก็ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น ควรดื่มประมาณหนึ่งแก้วเพื่อไม่ให้ปวดปัสสาวะกลางดึกนะครับ

อย่างสุดท้ายคือ วิตามินที่ช่วยให้หลับสบาย จำพวกเมลาโทนินหรือสารสกัดจากคาโมมายล์ คนที่หลับยากจริงๆ ควรจะมีติดห้องนอนไว้ ในปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายมากแล้ว ทั้งตามร้านขายยาทั่วไปหรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ มีให้ได้เลือกเยอะแยะ โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาเพียง 20 นาที จะทำให้เริ่มง่วงนอน และจากที่ถามคนรอบตัว ส่วนใหญ่จะบอกว่าหลับสนิทยันเช้าเลยละครับ


เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีช่วยสร้างบรรยากาศการนอนหลับให้กับประสาทสัมผัสทั้ง 5 หวังว่าจะทำให้เพื่อนๆ ทุกคนนอนหลับสบายและสนิทมากยิ่งขึ้นนะครับ พบกันใหม่บทความหน้าครับ ^^


Related posts
เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

7 เทคนิค Life Hack เปลี่ยนห้องขนาดจำกัด ให้จัดพื้นที่ได้เยอะขึ้น

เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

สร้างบ้านแบบล้ำๆ ด้วยเทคโนโลยี 3D-PRINTED อยู่ได้จริงไม่จกตา!

เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

5 เคล็ดลับดับกลิ่นในห้องน้ำ หาซื้อง่ายไม่เปลืองแรง!

เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

พรีคาสท์ vs อิฐมวลเบา วัสดุไหนใช้สร้างบ้านได้ดีกว่ากัน?