เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

สร้างบ้านแบบล้ำๆ ด้วยเทคโนโลยี 3D-PRINTED อยู่ได้จริงไม่จกตา!

เพื่อนๆ อาจจะเคยได้ยินเทคโนโลยี 3D-printed กันมาบ้างใช่มั้ยครับ? คือเจ้า 3D-printed เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา มันคือการขึ้นรูปชิ้นงานจริงแบบ 3 มิติ ขนาดของชิ้นงานที่ได้นั้น มีตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่น โมเดลจิ๋ว ของตกแต่งบ้านชิ้นเล็ก จนกระทั่งชิ้นส่วนรถยนต์เลยฮะ แต่ทราบกันมั้ยครับว่าในปัจจุบันเนี่ย มีบ้านที่สร้างจาก 3D-printed ทั้งหลังด้วยนะ แถมมีผู้เข้าพักอาศัยแล้วด้วย วันนี้เราเลยขออาสาพาเพื่อนๆ ไปดูบ้านหลังนี้กันครับ ว่าบ้านที่สร้างด้วย 3D-printed จะอยู่ได้จริงๆ รึเปล่านะ?



บ้าน 3D-printed ชั้นเดียวหลังนี้ ตั้งอยู่ที่เมือง Eindhoven, Netherlands รูปทรงจะดูคล้ายๆ กับก้อนหิน ซึ่งทางผู้ออกแบบต้องการให้รู้สึกถึงความอิสระ มีชีวิตชีวา ภายใต้พื้นที่ 94 ตารางเมตร โปรเจคนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นบ้าน 3D-printed แห่งแรกในยุโรปที่มีคนเข้าพักจริง โดยบ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในโครงการบ้าน 3D-printed 5 หลัง หรือ Project Milestone เป็นการลงทุนอสังหาฯ สร้างบ้าน 3D-printed สำหรับปล่อยเช่าโดยเฉพาะเลยครับ

ขั้นตอนการสร้างบ้าน 3D-printed

มาเริ่มที่ขั้นตอนแรกกับการวาดแปลน วางผัง จัดฟังก์ชัน ถ้าออกแบบได้ลงตัวแล้ว ก็เริ่มเตรียมไฟล์ 3 มิติ ตั้งค่าโปรแกรมที่เครื่อง คำนวณวัสดุ เวลา และความแข็งแรง จากนั้นจึงตั้งค่าเครื่องพิมพ์ 3D-printed สำหรับโปรเจคนี้จะใช้เครื่อง 3D-printed สำหรับคอนกรีตโดยเฉพาะ ทำให้พิมพ์งานได้อย่างรวดเร็ว มีความแข็งแรง และยืดหยุ่น เหมือนวัสดุคอนกรีตทั่วไปเลย

เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เครื่องก็จะเริ่มพิมพ์งานตามแบบ 3 มิติ ด้วยการพิมพ์คอนกรีตซ้อนทีละชั้นๆ จะเป็นอย่างนี้จนจบขั้นตอนการทำงาน 

ต้องบอกก่อนว่า 3D-printed เนี่ย ไม่ได้พิมพ์ทีเดียวเป็นบ้านทั้งหลังนะครับ ทางผู้ออกแบบจะทำการแยกชิ้นส่วนผนัง-หลังคาเป็นส่วนๆ แล้วค่อยนำมาประกอบที่หน้างาน เหตุผลที่ทำเช่นนี้ ก็เพราะต้องการลดขนาดชิ้นงาน ให้ขนส่งได้สะดวก ตามไซส์มาตรฐานของรถบรรทุกทั่วไป ถ้าเราทำสำเร็จรูปทั้งหลัง การขนส่งจะค่อนข้างยากและลำบากกว่าฮะ

เมื่อส่วนประกอบที่หน้างานครบพร้อมจะประกอบแล้ว ก็เริ่มการยึดบ้านกับฐานรากใต้ดิน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงได้เลย

ขั้นตอนสุดท้ายคือประกอบทุกส่วนเข้าด้วยกัน เชื่อมส่วนประกอบแต่ละชิ้นด้วยน้ำยาประสานคอนกรีต จากนั้นจึงติดตั้งหลังคา หน้าต่าง และประตู เพียงเท่านี้ก็เข้าพักอาศัยได้แล้วฮะ

แม้วิธีการสร้างจะดูง่ายๆ แบบนี้ แต่ต้องบอกเลยว่ามีการคำนวณและวิเคราะห์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผนังทรงโค้ง ซึ่งใช้การพิมพ์คอนกรีตซ้อนกันถึง 24 ชิ้นแน่ะ

ส่วนฟังก์ชันภายในก็เหมือนบ้านโดยปกติฮะ เป็นบ้านขนาด 94 ตารางเมตร มีส่วนนั่งเล่น นั่งรับประทานอาหาร และห้องครัวขนาดใหญ่ที่เปิดโล่ง เชื่อมต่อถึงกัน อีกส่วนเป็นห้องนอน 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว เรามองว่าบ้านหลังนี้แสดงให้เห็นถึง Organic Form หรือรูปทรงธรรมชาติ มีความอิสระ และอบอุ่น

Elize Lutz และ Harrie Dekkers เป็นสองผู้เช่ารายแรกของบ้าน 3D-printed หลังนี้ฮะ โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า บ้านสวย อารมณ์เหมือนอยู่ในที่หลบภัย มันทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย

Project Milestone วางแผนสร้างบ้าน 3D-printed ทั้งหมด 5 หลัง ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการใช้เทคนิคและวิธีการพิมพ์ที่หลากหลาย ทั้งหมดนี้เพื่อการทดลอง เป็นบ้าน Prototype ที่สามารถออกแบบรูปทรงได้อย่างอิสระ ใช้เวลาในการสร้างไม่นาน และราคาไม่แพง แถมยังเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น ใช้คอนกรีตให้น้อยลง เพื่อความยั่งยืน ลดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยครับ

อ้างอิง : www.dezeen.com/2021/05/06/3d-printed-home-project-milestone-eindhoven


ผมว่าก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ แต่สามารถใช้งานได้จริง เทคโนโลยีเขาพัฒนาไปเรื่อยๆ ครับ ในอนาคตหน้าตาของบ้าน ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ก็จะซับซ้อน สวยงาม และหลากหลายมากยิ่งขึ้นจากการสร้างบ้านด้วย 3D-printed ก็เป็นอะไรที่อาจจะมาตอบโจทย์เราในอนาคตก็ได้ เพราะบ้าน 3D-printed ใช้เวลาสร้างไม่นาน สร้างเสร็จก็แค่นำมาประกอบให้เข้าที่เข้าทางเท่านั้นเอง อุปกรณ์ไม่ได้เยอะ แรงงานก็ไม่ได้ใช้เยอะ ประหยัดไปได้หลายอย่างเลยฮะ แล้วก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย อันนี้ก็สำคัญนะ ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นบ้าน 3D-printed ในไทยบ้างก็ได้นะครับ


Related posts
เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

7 เทคนิค Life Hack เปลี่ยนห้องขนาดจำกัด ให้จัดพื้นที่ได้เยอะขึ้น

เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

5 เคล็ดลับดับกลิ่นในห้องน้ำ หาซื้อง่ายไม่เปลืองแรง!

เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

พรีคาสท์ vs อิฐมวลเบา วัสดุไหนใช้สร้างบ้านได้ดีกว่ากัน?

เรื่องน่ารู้ของคนมีบ้าน

ดูแลความสะอาดในบ้านแบบไหนในช่วงโควิดระบาด?