สาระเรื่องบ้าน

15 สิ่งในบ้านและตัวเราที่ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไวรัสทุกวัน เพื่อป้องกัน COVID-19

ไวรัส COVID-19 เริ่มใกล้ตัวเข้ามาทุกที ประชาชนก็ตื่นตัวกันทุกหย่อมหญ้า ใครไม่ดูแลเรา เราต้องดูแลตัวเองกันแล้วนะครับ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำจุดต่างๆ ที่ควรหมั่นทำความสะอาด ทั้งตัวเราเองและบ้านที่เราอยู่อาศัยด้วย เพราะก็ไม่รู้ว่าวันๆ นึง เราไปพบเจออะไรมาบ้าง เชื้อมาติดตอนไหนก็ไม่รู้ บางคนอาจจะมีอาการ บางคนที่ติดไม่แสดงอาการก็มี ดังนั้นมันก็จะมีความยากอยู่ หากคนที่ติดเชื้อแบบไม่รู้ตัวยังคงใช้ชีวิตปกติ ไปนู่นมานี่ กลายเป็นว่าแพร่เชื้อไปให้คนอื่นๆ ด้วย

ตอนนี้หลายๆ ออฟฟิศ หลายๆ สำนักงาน หลายๆ บริษัทเริ่ม Work From Home กันแล้ว เพราะการออกมาข้างนอก พบปะผู้คนจำนวนเยอะๆ ค่อนข้างมีความเสี่ยงและอันตราย แต่บางอาชีพก็ไม่สามารถ Work From Home ได้ ก็ต้องดูแลตัวเอง หมั่นตรวจสอบร่างกายของเราว่าปกติดีรึป่าวด้วยนะครับ แต่ไม่ว่าเพื่อนๆ จะทำงานอยู่ที่บ้าน หรือยังเดินทางไปทำงานอยู่ ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดตนเองและบ้านอย่างสม่ำเสมอ มาดูกันครับว่ามีอะไรที่เราต้องใส่ใจบ้างนะ

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop

COVID-19 คืออะไร?

“COVID-19 หรือโควิด-19” คือเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ของ Coronavirus ซึ่งมันแพร่กระจายได้ง่าย จากคนสู่คนโดยตรง แต่หากจะติดต่อกันได้ต้องมีการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อ รวมไปถึงระบบทางเดินหายใจด้วย ที่เป็นตัวกลางนำพาไวรัสนี้เข้าสู่ตัวเรา เวลาเพื่อนๆ อยู่บ้าน กำลังจะออกจากบ้าน หรือกำลังจะเข้าบ้าน สำหรับคนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ก็ต้องใช้เวลาและฝ่าฟันคนมากมาย กว่าจะถึงบ้าน เราเจอคนไม่ซ้ำในแต่ละวัน ไม่มีทางจะมองออกแน่ๆ ว่าใครติดเชื้อบ้าง ดังนั้นพวกขนส่งสาธารณะควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสไม่ว่าจะเป็นเสาที่เราใช้จับ หรือมือจับด้านบน เพราะจุดนี้ไม่ได้ทำความสะอาด ไม่รู้ว่าจับต่อกันมาแล้วกี่คน เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงครับ ถ้าใครใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ดีหน่อย ไม่ต้องไปปะปนกับใคร แต่ก็ต้องทำความสะอาดพวงมาลัยและคอนโซลรถบ่อยๆ ด้วย

อ้างอิง : www.sciencedirect.com

เชื้อ Coronaviruses สามารถอยู่ได้นานกว่าที่เราคิดนะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วย ระยะเวลาก็แตกต่างกันไป อย่างภาพด้านบนที่เรานำมาให้ดูเป็นรูปจาก www.medscape.com มีข้อมูลอ้างอิงจาก www.sciencedirect.com ได้บอกเอาไว้ว่า เชื้อไวรัสติดอยู่บนพลาสติกได้ถึง 5 วัน ใครซื้อของเข้าบ้านแล้วต้องใส่ถุงพลาสติก ระวังด้วยกันก้วย ส่วนกระดาษเชื้อไวรัสก็อยู่ได้ 4-5 วัน กระจก 4 วัน ไม้ 4 วัน เหล็ก 48 ชั่วโมง ถุงมือผ่าตัด 48 ชั่วโมง เหล่าคุณหมอ คุณพยาบาลรักษาคนไข้ต้องระวังเลย ส่วนอะลูมิเนียมก็อยู่ได้ 2-8 ชั่วโมงครับ


7 จุดภายในบ้านที่ควรหมั่นทำความสะอาด

บ้านคือที่ที่เราใช้เวลาอยู่ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งตอนนี้บางคนเริ่ม Work From Home ด้วยแล้ว เราอาจจะละเลยหรือมองข้ามไป ว่าในบ้านเราเนี่ย ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อหรอก จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ยิ่งตอนนี้ประเทศเราเหมือนโดนมรสุมรุมเร้า ทั้งฝุ่น PM 2.5 และไวรัส COVID-19 สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่ทำให้เราต้องเริ่มดูแลตัวเองอย่างเร่งด่วน ซึ่งก็ตลกดีที่ประชาชนต้องดูแลตัวเอง เพราะหวังพึ่งใครไม่ได้ โดยมีวิธีง่ายๆ ในการเริ่มรักษาความสะอาดบ้านของเราจาก

1. ลูกบิดประตู

ไม่ว่าเราจะใช้ลูกบิดธรรมดา หมุนแล้วเปิดเข้าไป หรือประตู Digital Door Lock ล้วนแต่ต้องใช้การสัมผัสทั้งสิ้น ดังนั้นส่วนนี้เราจำเป็นต้องทำความสะอาดนะครับ บางทีแขกมา เพื่อนมา เราไม่รู้ว่าเขาไปไหนหรือสัมผัสอะไรมาบ้าง แถมยังเป็นด่านแรกที่จะก้าวผ่านห้องของเราเข้าไปอีก ประตูจึงเป็นเหมือนที่สาธารณะที่ต้องทำความสะอาดครับ


2. สวิตช์ไฟ

จุดนี้ก็เป็นอีกตำแหน่งที่เราต้องสัมผัสบ่อยๆ ซึ่งสวิตช์ไฟมีหลายจุดมาก อันนี้เราอาจจะเหนื่อยทำความสะอาดบ่อยนิดนึง แต่ใครที่อยู่คอนโดอาจจะสบายกว่าตรงที่สวิชต์ไฟจะไม่เยอะเท่าบ้าน หลักๆ แล้วก็จะมีที่ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียง ซึ่งสวิตช์ไฟในออฟฟิศ สำนักงาน หรือที่สาธารณะต่างๆ ก็ควรจะทำความสะอาดบ่อยๆ ด้วยเหมือนกันนะครับ


3. ที่จับ หูจับต่างๆ

พวกที่จับหรือหูจับจะอยู่ตามตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก ตู้เก็บของ เคาน์เตอร์ครัว พวกนี้จะคล้ายกับประตู เป็นที่ที่เราสัมผัสบ่อย อย่างน้อยเราจะไปอาบน้ำ เราก็เตรียมเสื้อผ้า ซึ่งต้องจับหูจับตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักเพื่อเปิดออกมาอยู่ดี ดังนั้นอย่าลืมทำความสะอาดกันน้า


4. ฝาที่นั่งชักโครก

ชักโครกนี่เป็นเหมือนแหล่งรวมเชื้อโรคและแบคทีเรียเลย เราควรจะปิดฝาเวลากดน้ำหลังจากเสร็จธุระหนักหรือเบา แล้วก็ควรจะทำความสะอาดบริเวณฝาชักโครกด้วย ไม่ใช่แค่ที่บ้านเรานะครับ ห้องน้ำสาธารณะเนี่ยตัวดีเลย ไม่รู้กี่ร้อยคนที่เข้าไปนั่งแล้วบ้าง ดังนั้นเราก็ควรจะเช็ดก่อนนั่ง เพื่อความสบายใจเนอะ


5. เคาน์เตอร์ครัว

เวลาเราซื้อของมาจากข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นของสดของแห้ง อาหาร ของใช้ต่างๆ ที่แรกที่เราจะเอามาวางไว้คือห้องครัว ยิ่งถ้าคอนโดใครมีครัวอยู่ด้านหน้าด้วยแล้วละก็ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะถูกวางกองเอาไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวครับ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่า ถุงพลาสติกหรือหีบห่อของสิ่งต่างๆ ไปเจอหรือปนเปื้อนกับอะไรมาบ้าง อย่างที่บอกไปว่าเชื้อไวรัสอยู่บนพลาสติกได้ถึง 5 วันเลยนะ ดังนั้นเราต้องทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวเอาไว้ตลอด


6. รีโมตแอร์หรือทีวี

รีโมตเป็นอะไรที่เราจับบ่อย ยิ่งถ้าใครชอบดูทีวีด้วยแล้ว อย่างน้อยเราก็ต้องหยิบขึ้นมาเปลี่ยนช่องแน่ๆ แถมเจ้าพวกรีโมตยังเป็นอะไรที่เปลี่ยนคนจับง่าย เดี๋ยวแม่ก็เอาไปเปลี่ยน เดี๋ยวพี่ก็เอาไปเปลี่ยน ดังนั้นก็จะได้รับสัมผัสค่อนข้างบ่อยและหลายคน แต่ถ้าใครอยู่คนเดียวก็ดีหน่อย ไม่มีใครมาจับของเราแน่นอน แต่ว่ารีโมตก็ยังเป็นตัวสะสมเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสอยู่ดี ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องทำความสะอาดครับ


7. จาน ชาม ช้อนส้อม หลอด และแก้ว

ตอนนี้เราต้องหยุดใช้ช้อมส้อมร่วมกันแล้วนะครับ ถ้าหลีกเลี่ยงการใช้จานและชามเดียวกันได้ด้วยก็จะยิ่งดี คือต่างคนต่างกินไปเลย ไม่ต้องกินร่วมกัน เพราะว่าเราอาจจะสัมผัสกันผ่านทางน้ำลายได้โดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงแก้วน้ำและหลอดด้วย โดยเฉพาะใครที่มีเพื่อนชอบดูดหลอดเดียวกัน ช่วงนี้ขอให้งดไปก่อนนะ เพื่อความปลอดภัยครับ


8 อย่างใกล้ตัวที่ต้องทำความสะอาดทุกวัน

เมื่อกี้เราแนะนำจุดต่างๆ ที่ควรทำความสะอาดภายในบ้านไปแล้ว เราจะมาแนะนำสิ่งของรอบตัวที่เราใช้เป็นประจำแล้วต้องทำความสะอาดทุกวันกันบ้างครับ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. มือถือ

อยากให้มือถือมาอันดับหนึ่งเลย เพราะทุกคนจะต้องจับและสัมผัสมือถือของตัวเองแน่ๆ บางคนอาจจะเล่นมือถือตลอดทั้งวันด้วยซ้ำไป นอกจากมือจะจับแล้ว บางทีเวลารับสายโทรเข้า เราก็ต้องเอามาแนบหูแนบแก้ม โดนหน้าโดนตาไปหมด แถมเรายังเอาออกมาเล่นตามที่สาธารณะ ไม่รู้ว่าเชื้อโรค เชื้อไวรัสจะมาโดนตอนไหน นอกจากจะสกปรกแล้ว ยังจะทำให้สิวขึ้นด้วย หรือถ้าเราให้คนอื่นยืมมือถือไปใช้ ก็ทำให้สัมผัสคนอื่นมาติดเราอีก ดังนั้นทำความสะอาดเถอะครับ


2. แว่นตา

ไม่ว่าเราจะใส่แว่นตาตลอดเวลา หรือใส่เฉพาะช่วงที่ต้องทำงาน ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เยอะๆ ก็ต้องทำความสะอาดแว่นตาทุกวัน เพราะแว่นตาอยู่ข้างนอก เจอกับ ฝุ่น ควัน มลพิษ แบคทีเรียมากมาย แล้วสมมติว่ามีคนจามน้ำลายกระเด็นมาติดแว่นเราจะทำยังไง สิ่งที่เราทำได้คือทำความสะอาดและฆ่าเชื้อมันเสียครับ


3. เครื่องประดับ

ไม่ว่าจะเป็นแหวน สร้อยคอ กำไลข้อมือ ต่างหู หรือนาฬิกา ที่เราสวมใส่เนี่ย จะคล้ายกับแว่นตาครับ เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีฝุ่น มลพิษ เชื้อโรค แบคทีเรียหรือไวรัสมาติดตอนไหน มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นถ้าเราใส่แหวนวงไหน กำไลข้อมือเส้นไหน ต่างหูคู่ไหน สร้อยคอเส้นไหน หรือนาฬิกาเรือนไหน อย่าลืมเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว ทำความสะอาดกันด้วยนะ


4. โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด และเมาส์

ไม่ว่าเราจะเอาโน้ตบุ๊กไว้ที่ทำงาน หรือนำกลับไปที่บ้าน ก็ต้องทำความสะอาดทุกวันนะครับ เพราะเราสัมผัสเยอะมากๆ แป้นคีย์บอร์ดที่โดนเรากดยิกๆ ทุกวัน ถ้าเราไม่หมั่นล้างมือ เชื้อโรคและไวรัสติดได้แน่ๆ หรือคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด และเมาส์ต่างๆ เอง เราก็ต้องทำความสะอาดเหมือนกัน เพราะบางทีเราสัมผัสคีย์บอร์ดเสร็จ เราเอามาจับหน้า จับตาต่อ โดยที่ยังไม่ได้ล้างมือ ก็ทำให้สกปรกและมีเชื้อโรคติดมาได้ง่ายๆ เลย บางทีเราไอ เราจามใส่คีย์บอร์ด โดนทั้งแป้น โดนทั้งมือ เสร็จแล้วเอามือมาจับหน้าจับตา อันนี้ก็ไม่ได้นะครับ หรือถ้าเราเอามือเราไปสัมผัสคนอื่นหลังไอและจามเสร็จอีก คนอื่นก็สามารถติดเชื้อเราได้อีก ดังนั้นเราต้องทำความสะอาดบ่อยๆ นะ

5. Gadget

ทุก Gadget ที่มี อาทิ iPad, Tablet หรือหูฟังต่างๆ ก็เป็นอีกสิ่งที่เราต้องสัมผัสบ่อยๆ บางคนก็พก iPad ออกไปทำงานข้างนอก หรือหูฟังก็ใส่เวลาไปไหนมาไหน ซึ่งมันโดนเชื้อโรค เชื้อไวรัสต่างๆ แน่นอน ดังนั้นเวลากลับมาถึงบ้าน หรือถ้าพกอุปกรณ์ทำความสะอาดไปด้วย ก็หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ ก็ได้นะครับ


6. บัตรหรือการ์ดต่างๆ

เวลาเราเดินทางไปทำงานหรือกลับบ้านด้วยขนส่งสาธารณะ ยิ่งถ้าเป็นรถไฟฟ้าอย่าง BTS และ MRT ด้วยแล้ว เวลาเราเข้าไปด้านในต้องใช้บัตรแตะ ซึ่งก่อนหน้าเราก็มีเป็นร้อยๆ พันๆ คนแตะไปแล้ว ซึ่งเราก็ไม่รู้อีกว่าแต่ละคนเอาบัตรไปโดนอะไรมาบ้าง ดังนั้นบัตรก็เป็นอีกอย่างที่เราควรจะทำความสะอาดทุกวันครับ


7. กระเป๋า

กระเป๋าที่เราใส่ของออกไปข้างนอก จะใบเล็ก ใบใหญ่ ก็อาจสกปรกและติดเชื้อโรคได้ง่ายๆ เป็นสิ่งที่เราอาจจะละเลยและมองข้าม แต่ถ้ามีใครจามแล้วน้ำลายกระเด็นมาใส่กระเป๋าเราโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วเราก็เอามือไปสัมผัสกระเป๋าอีก เชื้อไวรัสก็สามารถติดได้เหมือนกันนะครับ ดังนั้นเราควรทำความสะอาดกระเป๋าทุกชนิด ทุกวันเมื่อเรากลับมาถึงบ้านด้วย


8. กุญแจ

จากประสบการณ์โดยตรง ตอนขึ้นลิฟต์ที่คอนโดของผม มีผู้พักอาศัยคนอื่นใช้กุญแจในการกดชั้นแทนการใช้มือ มันก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เราไม่ต้องสัมผัสกับลิฟต์โดยตรง แต่เมื่อเราใช้เสร็จแล้ว เราก็ควรจะทำความสะอาดกุญแจด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสะสมที่กุญแจน้า


เพื่อนๆ อาจจะคิดว่า สิ่งที่เราต้องทำความสะอาดมันแสนจะเยอะแยะมากมาย ใครจะทำหมด บางคนอาจจะขี้เกียจ ไม่ทำก็ได้ครับ แต่ว่าเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสมันก็ยังคงติดอยู่ คือถ้าอย่างน้อยเราทำความสะอาด เราฆ่าเชื้อโรคสิ่งของของเราเอง หรือบ้านของเราเองแล้วเนี่ย เรายังชื้นใจว่าเราดูแลตัวเองนะ ระวังตัวเอง ป้องกันตัวเอง พอเราสะอาดปราศจากเชื้อโรคแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าตัวเราจะเอาอะไรไปติดคนอื่นครับ นอกจากจะมีประโยชน์ต่อตัวเองแล้ว ยังไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นด้วย


เราควรจะใช้น้ำยาอะไรที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไวรัสได้

ถ้าเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าจะใช้น้ำยาอะไรเช็ดทำความสะอาด เราจะมาแนะนำกันครับ ซึ่งนอกจากจะทำความสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ แล้ว ยังสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ด้วย ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปหรือสั่งออนไลน์ก็ได้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ประเภทของน้ำยาฆ่าเชื้อ

ประสิทธิภาพสูงจะมีส่วนผสมของ กลูตารัลดิไฮด์ (Glutaraldehyde) 2-3% และก๊าซเอทิลีนออกไซด์ (ethylene oxide) สามารถทำลายเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี
ประสิทธิภาพปานกลางจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ (Alcohol), ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde), ไอโอโดฟอร์ (Iodophores) และโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (Sodium hypochlorite) ถ้าน้ำยายิ่งเข้มข้นมาก ก็จะยิ่งกำจัดพวกเชื้อโรคและเชื้อไวรัสได้ดีมาก
ประสิทธิภาพต่ำเป็นน้ำยาที่ไม่อาจจะกำจัดสปอร์แบคทีเรีย เชื้อโรค หรือเชื้อไวรัสได้ เหมาะสำหรับการทำความทั่วๆ ไปมากกว่า

น้ำยาฆ่าเชื้อสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป

เรายกตัวอย่างน้ำยาที่ทำความสะอาดได้ ฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา รวมถึงเชื้อไวรัสได้ด้วย มาทั้งหมด 4 ยี่ห้อด้วยกัน ซึ่งน่าจะมีมากกว่านี้อีกเยอะนะครับ เพื่อนๆ สามารถแนะนำและแบ่งปันผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามาได้เลย เราจะได้นำไปแชร์และบอกต่อให้คนอื่นๆ ได้นะครับ

KEEEN

น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสยี่ห้อ KEEEN เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ประกอบด้วยสารสกัดจากพืช และสารประกอบออกไซด์เข้มข้น สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.99% แถมยังฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรค คราบไขมัน คราบตะกรัน ที่สำคัญช่วยดับกลิ่นได้ด้วยนะครับ จะมีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน

  • Germ Killer Concentrate
    • ผสมน้ำเปล่าสัดส่วน 1 : 10 เช็ดทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ได้ถึง 99.99%
    • ผสมน้ำในสัดส่วน 1 : 100 กับเครื่องพ่นละอองฝอย ฉีดพ่นทั้งบนพื้นผิว และในอากาศ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ได้ถึง 99.99% 
  • Germ Killer Bio Disinfectant
    • สามารถใช้ได้เลย ไม่ต้องผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติม เพราะเป็นสูตรสำเร็จรูป

UMONIUM

ใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อเฟอร์นิเจอร์ ทั้งพื้นผิวระดับสูงและต่ำ ฆ่าเชื้อสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ สิ่งทอ เสื้อผ้าที่สวมใส่ปฏิบัติงาน รองเท้าทั่วไป รองเท้าบู๊ท ถุงมือ และแว่นตาที่สัมผัสกับสารปนเปื้อน โดยน้ำยาฆ่าเชื้อตัวนี้สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ด้วย สำหรับยี่ห้อนี้แนะนำรุ่น Master เพราะว่ารุ่นอื่นๆ จะใช้กับเครื่องมือทางการแพทย์เป็นหลักครับ


BOSSKLEIN

ยี่ห้อ Bossklein ส่วนใหญ่จะใช้กับเครื่องมือแพทย์ เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งทุกตัวสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ทั้งหมด เราจะมาแนะนำทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละอันจะมีวิธีผสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราต้องอ่านรายละเอียดให้ดีก่อนจะใช้งานนะครับ

  • รุ่น Multitype Enzyme
    • สามารถขจัดคราบสารตกค้าง คราบไขมัน สารคัดหลั่ง ย่อยสลายสารอินทรีย์ เชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่างๆ คลิ๊ก วิธีการใช้ เพื่อดูขั้นตอนการใช้งานได้เลยครับ
  • รุ่น Rely+On™ PeraSafe™
    • อันนี้ก็เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้กับเครื่องมือแพทย์เหมือนกันครับ เป็นผงละลายน้ำ สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา รวมถึงสปอร์ของแบคทีเรียด้วย คลิ๊ก วิธีการใช้ เพื่อดูขั้นตอนการใช้งานได้เลยครับ
  • รุ่น neoform MED rapid
    • น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรพร้อมใช้ ให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่กว้าง ทั้งเชื้อแบคทีเรีย (Bactericidal), รา (Yeasticidal), วัณโรค (Tuberculocidal), ไวรัส (Enveloped Virus includes HIV, HBV, HCV)  ในเวลาที่จำกัด ฉีดพ่นน้ำยา neoform Med rapid แบบเข้มข้นบนพื้นผิวที่สะอาด และแห้ง หรือฉีดพ่นน้ำยาบนผ้าสะอาดแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และเช็ดถูพื้นผิวที่ต้องการฆ่าเชื้อ รุ่นนี้จะใช้งานง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องไปผสมอะไรต่อ แต่อีก 2 รุ่นด้านบนนั้นต้องผสมต่ออีกครับ 

DETTOL

ตัวที่แนะนำของ Dettol คือตัวยาคลอโรไซลีนอล ตัวนี้จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส ใช้ชำระล้างบาดแผลได้ หรือจะใช้เพื่ออนามัยส่วนตัว ครัวเรือน รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ก็ได้เช่นกันครับ ค่อนข้างอเนกประสงค์เลย


ก่อนที่เพื่อนๆ จะเริ่มฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาด อยากจะแนะนำว่าให้ใส่ถุงมือ หน้ากากป้องกันเวลาทำความสะอาดด้วยนะครับ หรือถ้าใครมีแว่นตาป้องกันด้วยจะยิ่งดีมากๆ เลย เพราะบางทีน้ำยาพวกนี้มันแรง อาจจะเป็นอันตรายต่อมือเราได้ ดังนั้นอย่าลืมหา ถุงมือ หน้ากาก และแว่นตามาป้องกันกันด้วยน้า


สรุปแล้วต้องทำความสะอาดอะไรบ้างนะ

สรุปแล้วทั้งในบ้านและตัวของเรามีสิ่งที่ควรจะทำความสะอาดทุกวันมีทั้งหมด 15 อย่างด้วยกัน ซึ่งจะทำความสะอาดวันละกี่รอบก็แล้วแต่เพื่อนๆ จะสะดวกเลยครับ

ลูกบิดประตู
รีโมต
โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด และเมาส์
สวิตช์ไฟ
Gadget ต่างๆ
จาน ชาม ช้อนส้อม หลอด และแก้ว
ที่จับหรือหูจับ
โทรศัพท์มือถือ
บัตรหรือการ์ด
ฝานั่งชักโครก
แว่นตา
กระเป๋า
เคาน์เตอร์ครัว
เครื่องประดับ
กุญแจ

น้ำยาฆ่าเชื้อมีอะไรบ้างนะ

น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสจริงๆ แล้วอาจจะมียี่ห้ออื่นอีกมากมาย แต่เราเลือก 4 ยี่ห้อที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัส เชื้อโรค แบคทีเรียต่างๆ แถมยังทำความสะอาดคราบหนักได้ด้วย ก็อยู่ที่เพื่อนๆ จะเลือกยี่ห้อไหนหรือสูตรไหนนะครับ

KEEEN
UMONIUM
BOSSKLEIN
DETTOL

และนี่ก็เป็นจุดที่เราควรจะใส่ใจและระมัดระวังนะครับ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะ Work From Home หรือยังต้องเดินทางไปทำงานอยู่ ล้วนแล้วแต่ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไวรัสเป็นประจำ เพราะเจ้าไวรัสมันดื้อ เราต้องชิงกำจัดมันก่อนที่มันจะมากำจัดเรา หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อย อย่าลืมล้างมือบ่อยๆ ออกไปไหนก็ใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่คนเยอะๆ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อไวรัสในบ้านและตัวเราเองด้วยนะครับ ด้วยความห่วงใยจาก LivingPop ^^


Related posts
สาระเรื่องบ้าน

5 เทคนิคง่ายๆ ช่วย "คุมโทน" สีห้องและของใช้ในบ้าน

สาระเรื่องบ้าน

3 เทคนิคหาไอเดียแต่งห้องคอนโดด้วยตัวเองจากสถานที่จริง

สาระเรื่องบ้าน

Lighting Mood "แสงไฟ" สร้างบรรยากาศ เลือกแบบไหนถึงเหมาะกับบ้านเรา

สาระเรื่องบ้าน

ต้องปรับบ้านแบบไหน เมื่อมีผู้สูงวัยอาศัยอยู่ด้วยในบ้าน?