เดือนพฤษภาคม 2567 ชาวฝั่งธนเตรียมรับการก่อสร้างขยายถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตลอดทั้งเส้น ปรับปรุงครั้งใหญ่ด้วยงบกว่า 2,000 ล้านบาท ทำเป็น 6 ช่องจราจรตลอดสาย พร้อมวางท่อระบายน้ำ ท่อประปา ทำทางเท้าใหม่ และวางระบบท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินไปในคราวเดียว
ถนนที่สร้างนานที่สุดในบรรดาพุทธมณฑลสาย 1-8
สำหรับคนที่เกิดและโตในย่านฝั่งธน หรืออยู่แถวนี้มานาน ถ้าพูดถึงถนนพุทธมณฑลสาย 1 หลายคนคงมีภาพจำว่าเป็นถนนที่สร้างนานที่สุด เสร็จช้าที่สุดในบรรดาพี่น้องพุทธมณฑลสาย 1-8 เพราะถนนสายนี้เป็นหนึ่งในโครงการสร้าง “พุทธมณฑล” ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ราวปี 2495
ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ติดปัญหาทั้งเรื่องการเวนคืนและการก่อสร้าง สร้างบ้างหยุดบ้าง แหว่งเป็นช่วงๆ มาตลอด จนกระทั่งปี 2553 จึงก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้รถวิ่งได้ตลอดสาย
ทำไมถนนเส้นนี้น้ำท่วมขังง่าย
ด้วยความที่เป็นโครงการเก่าที่ใช้เวลาสร้างหลายสิบปี รูปแบบถนนจึงออกแนวชนบทอยู่หน่อย การระบายน้ำใช้คูน้ำบนเกาะกลางถนน ส่วนสองข้างทางไม่ได้วางท่อระบายน้ำไว้ เพราะเดิมพื้นที่แถบนี้เป็นท้องร่องสวน น้ำจากถนนก็ไหลลงข้างทางได้เอง
แต่ทุกวันนี้ถนนพุทธมณฑลสาย 1 กลายเป็นทำเลทองใกล้ใจกลางเมือง ท้องร่องสวนริมทางกลายสภาพเป็นร้านอาหาร ตึกแถว และหมู่บ้านจัดสรร น้ำบนถนนจึงไหลลงข้างทางแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว เวลาฝนตกหนักก็เกิดน้ำท่วมขังเพราะน้ำไม่มีทางไป
กทม. รวมงานทุกอย่างไว้ในโครงการเดียว
กรุงเทพมหานครจึงมีโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ ยกเครื่องถนนพุทธมณฑลสาย 1 ใหม่ทั้งเส้น โดยรวมงานทุกอย่างไว้ในโปรเจกต์เดียว จะได้ขุดสร้างกันทีเดียวจบ ได้แก่
- ขยายถนนเป็น 6 ช่องจราจร
- วางท่อประปาใหม่ ขนาด 300 มม. ตลอดสาย
- วางระบบท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพักตลอดสาย
- วางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ทั้งสองข้างทาง ขนาด 1.0-1.2 เมตร
- ทำทางเท้าและทางเข้าซอย/ทางเข้าบ้านตามมาตรฐานใหม่ Gen4 พร้อมทางจักรยาน
- ปรับปรุงสวนหย่อมบนเกาะกลางที่เป็นคูน้ำบางช่วง เพิ่ม Jogging Track สำหรับออกกำลังกาย
หมายความว่าถ้าโครงการนี้แล้วเสร็จ ถนนสายนี้ก็น่าจะไม่ต้องขุดวางอะไรเพิ่มอีก อย่างน้อยก็น่าจะหลายสิบปี
โครงการแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ทำไปพร้อมกัน โดยมีจุดตัดกับถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 เป็นจุดแบ่งครึ่ง (อ่านเรื่องถนนพรานนกตัดใหม่เพิ่มเติม) และการขยายครั้งนี้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่เดิมทั้งหมด ไม่มีการเวนคืนเพิ่ม
ส่วนพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่เคยออกมาเมื่อปี 2563 เป็นการตีกรอบพื้นที่คร่าวๆ ไว้สำหรับการปรับปรุงแบบจัดเต็ม สร้างทางแยกต่างระดับหลายจุดตามนโยบายของผู้บริหาร กทม. ชุดก่อน ซึ่งยังไม่ได้มีการเวนคืนตามประกาศนั้น จากที่ได้คุยกับทาง กทม. ผู้บริหารชุดปัจจุบันไม่เน้นทางแยกต่างระดับใหญ่โต ขยายเท่าที่จำเป็นแล้วเอางบไปทำเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าก่อน
อย่างไรก็ดี ตามระบบราชการ ถ้าไม่มีประกาศยกเลิกออกมา ก็ถือว่ายังไม่ยกเลิก แค่ชะลอไว้ก่อน และพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่มีอายุ 5 ปี ก็ต่ออายุออกไปได้เรื่อยๆ มีให้เห็นมาหลายโครงการแล้ว
การขยายแนวถนนรอบนี้ยังเผื่อไว้สำหรับเชื่อมกับถนนตัดใหม่สาย ฉ.4 ด้วย โดยเขตทางที่จะเป็นถนนจริงของ ฉ.4 กว้างราว 50-60 เมตร ส่วนแนวกว้างๆ ที่เห็นในพระราชกฤษฎีกาเวนคืนทุกฉบับ เป็นเพียงเขตสำรวจที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บข้อมูล จึงตีกรอบไว้กว้างกว่าที่จะใช้จริง
ทางฝั่งเหนือ ปลายถนนพุทธมณฑลสาย 1 ยังมีถนนต่อเชื่อมตามผังเมืองรวมนนทบุรี เป็นถนนขนาดเล็กวิ่งไปเชื่อมกับวงเวียนหอนาฬิกาบางเลน บางส่วนเป็นการขยายซอยเดิม ซึ่งน่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.นนทบุรี
หน้าตาถนนหลังปรับปรุง

จากภาพตัดขวางจะเห็นว่าเป็นการขยายถนนออกด้านข้าง เพิ่มช่องจราจรและทำทางเท้า ส่วนคูน้ำบนเกาะกลางจะมีทางเดินวิ่ง Jogging Track อยู่ด้านในรั้วแบริเออร์กันชน ทุกวันนี้ช่วงเย็นมีคนมาวิ่งบนไหล่ทางกลางถนนกันเยอะ ซึ่งอันตรายมาก
ทางเท้าแบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนคนเดินที่มี Braille Block นำทาง โซนปลูกต้นไม้และตั้งป้าย ตู้ไฟฟ้าต่างๆ ฝั่งชิดขอบถนน และโซนทางจักรยานในช่วงที่ทางเท้ากว้างพอ
ช่วงนี้เวลาขับรถบนถนนสายหลักในเมือง จะเห็นการขุดถนนแล้วปิดฝาปูนใหญ่ๆ ไว้ พร้อมป้ายบอกว่าเป็นงานก่อสร้างบ่อพักสายไฟใต้ดิน การเอาสายไฟลงดินไม่ใช่การทำท่อยาวแล้วร้อยสายไฟไปตลอดถนน เพราะสายไฟต้องแยกส่งไฟฟ้าเข้าบ้านริมถนนและในซอย จึงต้องมีจุดแยกสายจากเส้นหลัก อยู่ในบ่อคอนกรีตขนาดใหญ่ใต้ผิวถนนที่เรียกว่า “บ่อพัก” ยิ่งถนนมีชุมชนใหญ่ มีซอยลึก ก็ยิ่งมีบ่อพักเยอะ
ตอนก่อสร้างจะขุดหลุมใหญ่แล้วทำงานในหลุม กลางวันต้องเปิดให้รถวิ่งก็เอาฝาคอนกรีตมาปิดไว้ ตกกลางคืนค่อยยกฝาออกทำงานต่อ พอสร้างเสร็จจะเห็นเป็นฝากลมเรียงกัน 3 ฝา สำหรับถนนพุทธมณฑลสาย 1 จะมีฝาบ่อพักสายไฟฟ้าใต้ดินอยู่กลางถนนตลอดแนว รวมแล้วน่าจะราว 66 บ่อ
งานท่อสายไฟที่ทำพร้อมกันนี้เป็นแค่การขุดบ่อพักและวางท่อสำหรับร้อยสายไฟ ส่วนการย้ายสายส่งจากเสาไฟฟ้าลงใต้ดินแล้วตัดเสาเดิมออก ยังไม่มีโครงการในเร็วๆ นี้ เป็นการเตรียมพื้นที่ไว้ก่อน เมื่อการไฟฟ้านครหลวง (MEA) พร้อมก็ลากสายตั้งตู้หม้อแปลงได้เลย ไม่ต้องมาขุดถนนใหม่ เหมือนถนนเพชรเกษมช่วงท่าพระ-บางแค ที่ขุดบ่อพักและวางท่อร้อยสายไฟเสร็จไว้หลายปีแล้ว แต่ MEA ยังไม่มีแผนย้ายระบบไฟฟ้าลงดิน
ผมลองเอาแบบโครงการมาทาบบนภาพดาวเทียมให้ดูบางช่วง พื้นที่ที่เป็นตารางถี่ๆ คือบริเวณที่จะเป็นทางเท้า


ช่วงสะพานข้ามถนนบรมราชชนนียังใช้สะพานเดิมฝั่งละ 2 ช่องจราจร และถนนแถวนั้นก็เป็น 6 ช่องจราจรอยู่แล้ว น่าจะเป็นแค่การวางท่อต่างๆ เพิ่ม (ดูเรื่องต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีประกอบ)
ทางเท้า Gen4 ต่างจากทางเท้าแบบเดิมยังไง
ทางเท้าแบบเก่า Gen1-2 ใช้วิธีอัดทรายแล้ววางกระเบื้องเรียงบนพื้นทราย พอน้ำซึมลงไป หรือมีมอเตอร์ไซค์วิ่งกดน้ำหนักบ่อยๆ ทรายก็ไหลลงใต้ดินบ้าง หลวมเป็นโพรงบ้าง กระเบื้องจึงไม่แน่นเหมือนเดิม ฝนตกน้ำไหลลงใต้พื้น พอเหยียบลงไปน้ำก็พุ่งขึ้นมา

Gen3 รองพื้นด้วยปูนเหมือนกัน แต่เป็นปูนเทบางๆ จึงยังมีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนักและความคงทนในระยะยาว

Gen4 ที่ใช้ในปัจจุบัน เทคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นฐาน (น้ำซึมผ่านไม่ได้) แล้วใช้ปูนซีเมนต์ปรับระดับปูกระเบื้องให้ติดแน่นกับฐาน คล้ายการปูพื้นห้องน้ำ ที่เดินแล้วกระเบื้องไม่ขยับและไม่มีน้ำใต้พื้นกระเด็นขึ้นมา กระเบื้องชั้นบนสุดเป็นแค่ผิวหน้าเพื่อความสวยงาม สิ่งสำคัญคือชั้นฐานที่รับน้ำหนัก และทุกชั้นหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน

เมื่อกระเบื้องเป็นแค่เรื่องความสวยงาม จึงมี Gen4 แบบที่ 2 ที่ทดลองไม่ใช้กระเบื้อง แต่ทำฐานคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วลาดยางแอสฟัลต์ทับทั้งผืนแทน ประหยัดค่าใช้จ่ายและทำได้เร็วกว่า

ถ้าทำถูกต้องตามแบบ ทางเท้าจะลาดเอียงลงหาขอบถนน น้ำบนทางเท้าจะไหลลงท่อระบายน้ำ หรือถ้าทางเท้ากว้างหน่อยก็จะไหลลงดินตรงร่องต้นไม้
เริ่มสร้างเมื่อไหร่ เสร็จเมื่อไหร่
จากการสอบถามสำนักการโยธา กทม. เมื่อเดือนมีนาคม 2567 โครงการนี้ประมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างช่วงกลางปี ราวเดือนพฤษภาคม 2567 ระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 450 วัน (ประมาณ 1 ปี 3 เดือน)
แต่จากสถิติการก่อสร้างที่ผ่านมาของ กทม. ผมว่า 450 วันไม่น่าจะเอาอยู่ครับ
ที่มา: สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร
ภาพทางเท้า: กรุงเทพมหานคร

