ต้นเดือนมีนาคม 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานข่าวว่า กทม. ยืนยันยกเลิกแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมอีก 2 สะพาน ทำให้ในโซนใจกลางเมืองตอนนี้ เหลือสะพานรถยนต์ในแผนอยู่แค่สะพานเกียกกายที่กำลังก่อสร้างอยู่เท่านั้นครับ

ใครที่อยู่ฝั่งธนคงจะเคยชินกับการฝ่ารถติดข้ามไปข้ามมาระหว่าง 2 ฝั่งเจ้าพระยา ด้วยสะพานที่มีอยู่ 13 สะพานในพื้นที่ กทม. ไล่จากสะพานพระราม 7 ลงไปจนถึงสะพานภูมิพล 1 (ถ้านับรวมสะพานรถยนต์ข้ามแม่น้ำทั้งหมดในพื้นที่วงแหวนกาญจนาภิเษก จะมี 24 สะพาน)
แทบทุกสะพานมักมีปัญหาคอขวดในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น จากจำนวนสะพานและความจุที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมหานครอื่นๆ ที่มีแม่น้ำผ่ากลางเมืองแบบเรา
สะพานข้ามเจ้าพระยาที่เคยอยู่ในแผน
นอกจากสะพานใหม่ๆ ในเขตชานเมืองรอบนอกที่ทยอยสร้างเพิ่มไปบ้างแล้ว ในพื้นที่กลางเมืองเองก็เคยมีแผนจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเพิ่มอยู่หลายสะพาน ได้แก่
- สะพานบริเวณแยกเกียกกาย
- สะพานท่าราชวงศ์-ท่าดินแดง
- สะพานลาดหญ้า-มหาพฤฒาราม
- สะพานจันทน์-เจริญนคร
- สะพานพระราม 2-พระราม 3
- สะพานบางกระเจ้า-นราธิวาสราชนครินทร์
โดยสะพานที่มีข่าวออกมาเรื่อยๆ เดี๋ยวล้มเลิก เดี๋ยวรื้อฟื้น มีอยู่ 3 สะพาน คือ สะพานท่าราชวงศ์-ท่าดินแดง, สะพานลาดหญ้า-มหาพฤฒาราม และสะพานจันทน์-เจริญนคร
สะพานท่าราชวงศ์-ท่าดินแดง เคยมีแผนทำเป็นสะพานเตี้ยๆ 2 เลน และมีข่าวตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯ อัศวินว่าล้มไปแล้ว เพราะเสียงต่อต้านจากชาวสำเพ็งแข็งแรงมาก บวกกับค่าเวนคืนที่สูงมากเช่นกัน
ส่วนข่าวล่าสุดที่ประชาชาติรายงานเมื่อ 6 มีนาคม 2569 กทม. ได้ยืนยันล้มแผนอีก 2 สะพาน คือ สะพานลาดหญ้า-มหาพฤฒาราม และสะพานจันทน์-เจริญนคร ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ
สะพานลาดหญ้า-มหาพฤฒาราม
ยกเลิกเพราะ “กายภาพปัจจุบันไม่เหมาะสม” เนื่องจากมีอาคารสูงเกิดขึ้นใกล้กับทางขึ้นลงของสะพาน ทั้งอาคารใหม่ของโรงพยาบาลตากสิน (ของ กทม. เอง) และคอนโดสูงของเอกชน ซึ่งน่าจะหมายถึง Supalai Premier ที่อยู่ตรงหัวมุมแยก รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง (ของ กทม. เอง) ที่มีโครงสร้างพาดผ่านเชิงลาดทางลงสะพาน ทำให้เป็นอุปสรรคในการออกแบบก่อสร้าง
อีกเหตุผลคือมีโบราณสถานอยู่โดยรอบ ต้องศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งปกติงานสะพานแบบนี้ก็ต้องทำ EIA อยู่แล้ว ส่วนตัวเลยมองว่าไม่น่าเอามาเป็นเหตุผลเท่าไหร่
สะพานจันทน์-เจริญนคร
ยกเลิกเพราะ “พื้นที่ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่เคยจะใช้สร้างทางขึ้นลงสะพานฝั่งธน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโครงการศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว” และยังมีวัดเศวตฉัตรซึ่งเป็นโบราณสถานอยู่ข้างๆ ต้องทำ EIA อย่างละเอียด (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องทำอยู่แล้ว) รวมถึงมีประชาชนในพื้นที่คัดค้านเยอะ เลยต้องยกเลิกไป
ที่ข่าวไม่ได้พูดถึงคือ ที่ดินว่างข้างโรงเรียนวัดสุทธิฯ ที่ยังโล่งอยู่ตอนวางแผนตำแหน่งสะพาน ปัจจุบันกลายเป็นคอนโด Four Seasons ตึกสูงติดอันดับ TOP 5 ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว โดยแปลงนี้เป็นที่ดินของสำนักงานพระคลังข้างที่ (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) ที่ให้เอกชนเช่าทำคอนโดแบบ Leasehold ครับ
เหลือแค่สะพานเกียกกาย
เท่ากับว่าในโซนใจกลางเมืองตอนนี้ นอกจากสะพานเกียกกายที่กำลังก่อสร้างไปอย่างช้าๆ (เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2565) ก็ไม่เหลือสะพานรถยนต์ในแผนอนาคตอีกแล้วครับ
สะพานเกียกกายแบ่งก่อสร้างเป็น 3 ช่วง และเริ่มสร้างไม่พร้อมกัน กำหนดเสร็จตามสัญญา (ณ มีนาคม 2569) เป็นดังนี้
- ช่วงที่ 1 ทางลงฝั่งธนบุรี : มิถุนายน 2569
- ช่วงที่ 2 ช่วงกลางแม่น้ำ : ธันวาคม 2569
- ช่วงที่ 3 ทางลงฝั่งพระนคร : สิงหาคม 2570 (เพิ่งลงนามสัญญาเมื่อปี 2568)
แต่อย่างที่รู้กันว่าโครงการของ กทม. แทบทุกโครงการมีแถมขยายเวลาแทบทั้งนั้น อย่างสัญญาช่วงที่ 1 และ 2 จริงๆ ต้องเสร็จตั้งแต่ปี 2567 แต่ขยายเวลามาจนถึงปี 2569
สะพานใหม่ที่ยังเดินหน้า : สะพานสามโคก ปทุมธานี
ในขณะที่ใจกลางเมืองไม่เหลือสะพานรถยนต์ใหม่ในแผนแล้ว พื้นที่รอบนอกยังมีสะพานข้ามเจ้าพระยาทยอยสร้างเพิ่มอยู่ หลังเขียนเรื่องนี้ วันถัดมา (9 มีนาคม 2569) ผมเลยแวะไปดูหน้างานสะพานใหม่ล่าสุด คือ “สะพานสามโคก” ที่ปทุมธานีมาครับ

สะพานสามโคกเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางหลวงสายใหม่ เชื่อมเชียงราก-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ไปถึงถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก (กาญจนาภิเษก) ชื่อโครงการทางการคือ บ.พร้าว-บ.บางเตย ซึ่งคนนอกพื้นที่อาจไม่คุ้นเท่าไหร่
ใครใช้ถนนเชียงรากช่วง ม.ธรรมศาสตร์ ถ้าวิ่งไปทางทิศตะวันตกจนสุดทาง ตอนนี้จะเจอสามแยกตัดกับถนนสาย 347 เลี้ยวซ้ายไปเมืองปทุม เลี้ยวขวาไปบางปะอิน แต่ในอนาคตจุดนี้จะกลายเป็นสี่แยกต่างระดับ วิ่งตรงต่อไปได้เลย
จากนั้นแนวเส้นทางจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแถวๆ วัดบัวทอง วัดปทุมทอง และวัดสะแก ไปตัดกับทางหลวง 3111 (ปทุม-สามโคก-เสนา) แล้วไปสิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก ตรงร้านปลาเผาอี๊เต้งอี๊ต้อย ใกล้ปากทางถนนเทศบาล 3 ต.บางเตย อ.สามโคก รวมระยะทางถนนสายใหม่ประมาณ 10 กิโลเมตร
ส่วนคนที่มาจากฝั่งเชียงราก ที่แยกต่างระดับเชียงรากใหญ่ก็มีสร้างสะพานต่างระดับเพิ่ม รวมถึงสะพานเลี้ยวขวาให้ขึ้นไปสะพานสามโคกได้ด้วยครับ
หน้าตาสะพาน

หน้าตาสะพานค่อนข้างแปลกตา คนว่าสวยก็ชมว่าสวยไปเลย คนว่าไม่สวยก็ติกันไปเลย ส่วนผมอยู่ฝั่งไหน ขอเก็บไว้ในใจก่อนครับ
แนวคิดการออกแบบสอดแทรก “ดอกบัว” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี ทำเป็นซุ้มโค้งให้รถลอดทั้งสองฝั่ง โดยมีเสาโยงขึงซุ้มเอาไว้ สายเคเบิลมีไว้เพื่อความสวยงามและความมั่นคงของซุ้มโค้งเท่านั้น ไม่ได้ช่วยรับน้ำหนักตัวสะพาน อันที่จริงทั้งซุ้มและเสาขึงเคเบิลเป็นโครงสร้างแยกต่างหาก ไม่ได้สัมผัสตัวสะพานเลยด้วยซ้ำ
พื้นที่ริมน้ำใต้สะพานทั้งสองฝั่งจะทำเป็นลานสาธารณะ ให้คนในพื้นที่มาพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย
ความคืบหน้าล่าสุด

จุดที่ผมไปดูอยู่ฝั่งตะวันตก (ฝั่งสามโคก) ซึ่งดูจะคืบหน้ามากที่สุด เริ่มขึ้นเสาตอม่อของสะพานข้ามแม่น้ำแล้ว ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำคือวัดปทุมทอง

ตัวเลขความคืบหน้าล่าสุดที่ผมหาเจอเป็นข้อมูลช่วงปลายปี 2568 อยู่ที่ 5.52% และโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาในวันที่ 15 กันยายน 2570 ครับ
ส่วนผมเองก็ใช้วนๆ อยู่ 2 สะพาน ไม่สะพานตากสินก็สะพานพระราม 3 นี่แหละครับ รถติดวนไป
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ (6 มี.ค. 2569)

