กรกฎาคม 2567 รถ BRT กรุงเทพฯ ได้ไปต่ออีก 5 ปี ให้บริการโดย BTSC เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า EV และมีเส้นทางกับจุดจอดเพิ่ม หลังจาก กทม. สรุปผลการประกวดราคาโครงการพัฒนาระบบการเดินรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เพราะสัมปทานเดิมหมดอายุไปตั้งแต่ปลายปี 2566
ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ BTSC (เจ้าเดิม) ที่ราคา 465 ล้านบาท ชนะ Thai Smile Bus ไปแบบห่างๆ ต่างกันประมาณ 23 ล้านบาท
สรุปเงื่อนไขจากเอกสาร TOR
- สัญญาจ้างระยะเวลา 5 ปี เริ่มเดือนกรกฎาคม 2567
- จัดหารถใหม่เป็นรถโดยสารไฟฟ้า (EV) แบบชานต่ำ ไม่น้อยกว่า 23 คัน มีประตู 2 ด้าน เปิดรับส่งผู้โดยสารฝั่งทางเท้าได้ และต้องเป็นรถที่ผลิตใหม่ในประเทศไทย
- ความถี่ชั่วโมงเร่งด่วน 10 นาทีต่อคัน นอกช่วงเร่งด่วนไม่เกิน 15 นาทีต่อคัน
- ต้องเชื่อมต่อ GPS แสดงตำแหน่งรถกับแอปที่ กทม. กำหนด (เข้าใจว่าเป็น ViaBus)
- TOR กำหนดให้จอดป้ายรถเมล์ “ตลอดแนวเส้นทาง” ด้วย แต่ในแผนผังไม่ได้ระบุตำแหน่งป้ายบนถนนพระราม 3 ไว้ จึงยังไม่แน่ใจว่าจะจอดทุกป้ายจริงหรือเปล่า
รายละเอียดตัวรถที่ต้องสั่งผลิตใหม่ในเอกสาร TOR เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตความจุไม่น้อยกว่า 150 kWh พื้นทางเข้าออกแบบ Low Floor มีที่สำหรับรถเข็นวีลแชร์ ติดกล้อง CCTV และระบบ GPS ติดตามตำแหน่ง
เส้นทางเดิมและเส้นทางใหม่
เส้นทางให้บริการยาวประมาณ 20 กม. มีสถานีและป้ายรวม 14 จุด (สถานีเดิม 12 สถานี และป้ายใหม่ 2 ป้าย) แบ่งเป็น
- เส้นทางที่ 1 สายเดิม สถานีสาทร-สถานีราชพฤกษ์ (ปลายทางเชื่อม BTS ตลาดพลู)
- เส้นทางที่ 2 สายใหม่ แยกด่วนสาธุประดิษฐ์-สาทร-MRT ลุมพินี
- อนาคตจะต่อขยายไปตามถนนวิทยุจนถึง BTS เพลินจิต
ช่วงถนนสาทร รถไฟฟ้า BTS วิ่งอยู่บนเกาะกลางระหว่างถนนสาทรใต้กับสาทรเหนือ
สถานีและค่าโดยสาร
TOR ไม่ได้รวมงานปรับปรุงสถานีเดิม ซึ่งในแผนระบุว่าจะปรับชานชาลาให้สูงจากระดับถนน 30 เซนติเมตร และสร้างสถานีจุดจอดใหม่อีก 2 สถานี เข้าใจว่าส่วนนี้ กทม. น่าจะดำเนินการเอง
และเพราะโครงการนี้เป็นการที่ กทม. จ้างเอกชนเดินรถ ไม่ใช่การให้สัมปทาน เรื่องค่าโดยสารจึงเป็น กทม. ที่กำหนดราคาเองได้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 รถ BRT ยังเปิดให้นั่งฟรีอยู่ ส่วนราคาหลังเปลี่ยนผู้เดินรถต้องรอ กทม. ประกาศอีกครั้ง
ที่มา: กรุงเทพมหานคร เอกสาร TOR โครงการพัฒนาระบบการเดินรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) (ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2567)

