EXCLUSIVE STORY

แค่อยู่บ้านก็เหมือนได้พักผ่อน กับ 4 สัมผัสธรรมชาติ ที่ทำให้เราผ่อนคลายได้ไม่รู้จบ

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก SC ASSET

ชีวิตของมนุษย์มีธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะแบ่งแยกหรือตัดขาดกันได้ ดังนั้นมนุษย์จึงโหยหาการพักผ่อนในที่ที่มีธรรมชาติ อาจจะเป็นทะเล ภูเขา นํ้าตก ป่าไม้ อุทยาน ทุกสถานที่ทําให้เราต้องออกจากบ้านไปตามหา กว่าจะไปถึงก็ต้องเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง บางทีการเดินทางไปต่างจังหวัดก็เสียเวลาน้อยกว่ารอรถติดในกรุงเทพฯ เสียอีก แต่ถ้าจะให้เดินทางทุกคร้ังที่ต้องการพักผ่อน อาจจะได้รับความเหนื่อยล้าแทนความสบายใจที่อยากได้ ดังนั้นมันคงจะดีถ้ามีธรรมชาติอยู่ในเมือง ซึ่งเราสามารถพักผ่อนได้โดยไม่ต้องไปไหนไกล

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop


ถ้าใครใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ คงรู้ดีว่าวันๆ นึงมันวุ่นวายมากแค่ไหน ไม่ว่าจะการเดินทางที่ต้องฝ่าฟันผู้คนแถมร่างกายเราต้องเบียดเสียดกับสภาพอากาศที่ไม่ได้เอื้ออํานวยให้ออกมาข้างนอกเลย ไม่ต่างจากการจราจรบนถนนหนทางที่แออัด เลนจะกว้างแค่ไหนก็ดูแคบด้วยรถที่ติดไฟแดง ความเป็นเมืองคอยกดทับความสะดวกสบายจนน่าอึดอัด ดังนั้นการได้กลับมาถึงบ้าน จึงกลายเป็นความผ่อนคลายที่ทําให้เราสามารถใช้ชีวิตแบบ Slow Life ได้ ช้าลงบ้าง ให้จิตใจ ร่างกายและสมองของเราได้พัก แล้วมันจะดียิ่งขึ้นไปอีก หากรอบตัวเรามีธรรมชาติประดับประดาอยู่ มองไปทางไหนก็สบายสายตา สบายใจ


สัมผัสจากธรรมชาติ

ธรรมชาติไม่ได้มีประโยชน์แค่เป็นความผ่อนคลายให้กับร่างกายและจิตใจของเรานะครับ เพราะธรรมชาติสามารถให้เราได้รับรู้ทั้งสายตากลิ่น เสียง และการสัมผัส ซึ่งจะตอบสนองให้เราสบายใจเวลาอยูท่ามกลางธรรมชาติ ไมว่าจะเป็นต้นไม้ ใบหญ้า หรือดอกไม้นานาพันธุ์ เป็นเหมือนธรรมชาติบําบัดที่ช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้ วันนี้ลองมาดูกันว่าเราสามารถนําเอาธรรมชาติมาช่วยให้เราผ่อนคลายได้ยังไงบ้างครับ


สัมผัสทางสายตา

ปกติเวลาเราได้มองสีเขียวจากต้นไม้ต่างๆ จะรู้สึกสบายตา สดช่ืนและปลอดโปร่งมากขึ้น ยิ่งถ้าเราจ้องคอมหรือมือถือนานๆ จะทําให้สายตาเราอ่อนล้า ดังนั้นต้นไม้และสีเขียวนี่แหละที่จะช่วยให้เราผ่อนคลายได้ ช่วงนี้หลายๆ คนต้อง Work From Home ใช่ไหมครับ ลองหาต้นไม้มาดึงดูดสายตาของเราดู จะวางบนโต๊ะทํางาน วางที่ระเบียง มุมห้อง ชั้นวางทีวี หรือมุมไหนที่สายตาของเราสามารถไปหยุดพักก็ได้ นอกจากจะสบายตาแล้ว ยังตกแต่งห้องของเราให้สวยขึ้นได้ด้วยนะ


สัมผัสทางกลิ่น

เวลาเราไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เคยได้กลิ่นของธรรมชาติ แล้วอยากเก็บกลับบ้านมาสูดต่อไหมครับ เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมมากมายที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านของเราอบอวลไปด้วยกลิ่นจากธรรมชาติ อย่างเช่นว่าเราซื้อเครื่อง Aroma Diffuser เป็นตัวกระจายกลิ่นและช่วยเพิ่มความชื้นให้กับห้องของเรา ซึ่งเราสามารถซื้อกลิ่นต่างๆ มาเปลี่ยนได้ตลอดทั้งวัน โดยนํ้ายาหอมระเหยหรือนํ้ายา Aroma สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปเลย มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก แต่ละแบรนด์ก็จะให้กลิ่น ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไป สมมติว่าเราชอบกลิ่นของดอกไม้ ส่วนใหญ่ก็มีกลิ่นดอกกุหลาบ, กล้วยไม้, ลาเวนเดอร์, โรสแมรี่, คาโมมายล์, ดอกเจอราเนียม, ลีลาวดี, ดอกมะลิ, ดอกแก้ว หรือดอกกระดังงา หรือถ้าใครชอบกลิ่นพวกชาเขียว ใบชา โรสวู๊ด เบอร์กาม็อต ส้ม ตะไคร้ ยูคาลิปตัส เปปเปอร์มินต์ และเลมอน ก็มีเหมือนกัน

จริงๆ กลิ่นอโรม่ามีอีกมากมายหลากหลายชนิดเลย ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบกลิ่นไหนก็ซื้อกลิ่นนั้นมาใช้ได้ครับ ข้อดีของเครื่องอโรม่า คือเราจะเปลี่ยนกลิ่นบ่อยแค่ไหนก็ได้ หรือจะใช้กลิ่นเดิมซํ้าๆ ก็ได้ สุดท้ายแล้วกลิ่นที่เราชอบก็จะอยู่เต็มห้องของเรา นอกจากความหอมก็ยังช่วยลดความตึงเครียด และทําให้เราผ่อนคลายได้ บางกลิ่นก็ทําให้เราหลับสบายตลอดทั้งคืนได้ด้วยนะครับ


สัมผัสทางเสียง

เสียงที่เราฟังส่วนใหญ่ ถ้าอยูที่บ้านก็ไมพ้นทีวีหรือเพลง อยู่บนรถไปทํางาน ไปรับส่งลูกก็มีเสียงวิทยุที่อยู่เป็นเพื่อนของเรา แต่บางคร้ังถ้าเราต้องการใช้สมาธิ โดยที่ยังต้องฟังเสียงอยู่ การฟังเสียงโดยไม่มีเนื้อร้องหรือคนพูด ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากๆ เคยเสิร์ช Youtube เพื่อหาเสียงธรรมชาติ พวกเสียงในป่า เสียงนกร้อง เสียงนํ้าตก เสียงคลื่นทะเล เสียงสิ่งมีชีวิตต่างๆ หรือแม้แต่เสียงเครื่องดนตรีที่มาในจังหวะเบาสบายให้เราเคลิ้มๆ และคล้อยตามไปกับเสียงเหล่านั้น แค่นี้เราก็ไม่จำเป็นต้องไปไหนแล้วครับ แค่อยู่บ้านก็ได้ทุกอรรถรสเหมือนกับไปเที่ยวธรรมชาติยังไงยังงั้นเลย


สัมผัสทางกาย

มากกว่าที่ตาเห็นคงเป็นการจับต้องธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า เราจะได้รับรู้ Texture ความมั่นคงของต้นไม้ ความพริ้วไหวของใบหญ้า ความเย็นสบายของสายนํ้า ความอิสระของสายลม ซึ่งเราสามารถสัมผัสธรรมชาติได้ทั้งตัว อยากจะทิ้งตัวลงนอนเอื่อยๆ บนสนามหญ้าที่บ้าน อยากจะปิคนิคก็มีสวนสาธารณะในหมู่บ้าน พาลูกไปวิ่งเล่น ไปพบปะผู้คน ทํากิจกรรมกันแบบครอบครัวได้ แม้จะอยูที่บ้านก็ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติที่ร่มรื่นตลอดทั้งวัน


ทุกการรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นสายตา กลิ่น เสียง หรือการสัมผัส เมื่อมารวมกันแล้ว ล้วนทําให้จิตใจของเราเบิกบาน สงบสุข มีแรงบันดาลใจ และได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในเมืองหลวงที่แสนจะวุ่นวายและเต็มไปด้วยฝุ่นควันนี้ มันคงจะดีถ้าในทุกๆ วันเราสามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างสบายใจแม้จะอยู่ในบ้านของตัวเอง ถ้าพูดถึง “บ้าน” คงเป็นสถานที่ที่ทําให้เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองได้ดีที่สุด เวลาที่เหลือนอกเหนือจากการทํางานเราก็อยู่บ้าน อยากไปเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปไหน เราก็อยู่บ้าน ดังนั้นถ้าเรามีบ้านอยู่ท่ามกลาง ธรรมชาติล่ะ จะดีสักแค่ไหน


มีโครงการบ้านเดี่ยวอยู่แห่งหนึ่งครับ ที่มีแนวคิดแบบ Organic Living ให้เราได้ใช้ชีวิตและพักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ คือไม่ใช่แค่บ้านคุณที่จะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่ทั่วทั้งโครงการยังมีธรรมชาติคอยโอบล้อมต้ังแต่หน้าประตูโครงการ สวนส่วนกลาง ยาวไปจนถึงหน้าบ้านแต่ละหลังเลยแหละ วันนี้เราจะพาไปรู้จักที่นี่กันครับ

“แค่อยู่บ้านก็เหมือนยกธรรมชาติมาไว้ตรงหน้า”

โครงการที่เราพูดถึงก็คือ “Venue พระราม 9” บ้านเดี่ยวที่มีเพียง 143 หลัง มาพร้อมต้นไม้และพื้นที่สีเขียว มี Jogging Track ให้เราได้วิ่งไปพร้อมกับต้นไม้ที่เรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง หรือจะปั่นจักรยานก็มี Bike Lane ให้ จะ มาปั่นเป็นครอบครัวก็ยังได้ ที่สําคัญคือ นอกเหนือจาก Club House ของโครงการแล้ว ยังมีมุม Relax ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้เราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ เป็นสวนส่วนกลางขนาดใหญที่ทํามาเอาใจคนรักธรรมชาติกันแบบสุดๆ

Club House มีสระว่ายนํ้าระบบเกลือยาว 15 เมตร ฟิตเนส และ Kid’s Club มาตอบรับกับครอบครัวที่มีลูกๆ ด้วย ส่วนใหญ่โครงการบ้านเดี่ยวที่อยู่ในเมืองมากๆ มักจะไม่สามารถสร้างสวนสาธารณะเป็นของตัวเองได้ เพราะข้อจํากัดทางด้านพื้นที่ แต่กับ Venue พระราม 9 ขยับออกมาหน่อย แต่ได้ทั้งสวน ได้พื้นที่พักผ่อน ได้พื้นที่วิ่งเล่น ได้พื้นที่ทํากิจกรรมกันเป็นครอบครัว แถมยังเดินทางสะดวก จะไปโรงเรียน ไปทํางาน หรือไปเที่ยวก็ง่ายนิดเดียวครับ คือถ้าเราเป็นคนนึงที่กําลังตามหาบ้านเดี่ยวในเมืองที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จะบอกว่า “Venue พระราม 9” ก็คือคําตอบ

ที่นี่มีบ้านทั้งหมด 3 Type มีพื้นที่ใช้สอยต้ังแต่ 163 – 234 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 7-10 ล้านบาทครับ


HAZEL

พื้นที่ใช้สอย 163 ตารางเมตร มี 3 ห้องนอน 3 ห้องนํ้า 2 ที่จอดรถ


ROWAN

พื้นที่ใช้สอย 213 ตารางเมตร มี 4 ห้องนอน 3 ห้องนํ้า 2 ที่จอดรถ


WILLOW

พื้นที่ใช้สอย 234 ตารางเมตร มี 4 ห้องนอน 3 ห้องนํ้า 2 ที่จอดรถ


Balance ได้ทั้งชีวิตติดธรรมชาติและการเดินทาง

คงจะมีไม่กี่คร้ังที่จะมีถนนตัดใหม่แล้วอยู่ใกล้เมือง ปัจจุบันถ้าจะหาบ้านใหม่ซักหลังที่ใกล้ชิดธรรมชาติในราคาเริ่มต้น 7-10 ล้านบาท ก็คงต้องบอกว่าส่วนใหญ่อาจจะได้ทําเลที่ไกลหรือเข้าไปในซอยลึก ด้วยปัจจัยราคาของที่ดินในปัจจุบัน

แต่สําหรับโครงการ “Venue พระราม 9” ได้เปรียบตรงที่เป็นโครงการในทําเลเกิดใหม่ใกล้เมือง ต้ังอยู่ติดกับถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้กับถนนตัดใหม่ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ซึ่งการมาของถนนสายนี้ก็ช่วยเปิดทําเลใหม่ในย่านที่ไม่ไกลเมืองอย่างย่านกรุงเทพกรีฑา ให้เดินทางสะดวกมากขึ้น ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการเดินทาง แต่ก็ยังได้กลิ่นอายของการอยู่อาศัยท่ามกลางธรรมชาติอยู่ครับ

ถ้าพูดถึงการเดินทางจากเส้นถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าตัดใหม่นี้ สามารถตรงไปออกศรีนครินทร์หรือเช่ือมไปออกพระราม 9/เพชรบุรี/รามคําแหงได้เลย เดินทางเข้าเมืองค่อนข้างสะดวก สามารถเช่ือมต่อทางด่วนเพื่อไปย่านรัชดา/สุขุมวิทได้ไม่ยาก หรือถ้าทํางานในโซนร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ถนนเส้นนี้ก็สามารถตรงไปถึงร่มเกล้าได้เช่นเดียวกัน สะดวกกับผู้ที่ทำงานในย่านนิคมและสนามบิน อย่างที่นี่จะห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิแค่ประมาณ 9 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับทั้งถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกและถนนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ที่เป็นถนนสายหลักสําหรับเดินทางไปยังภาคตะวันออกอย่างชลบุรีหรือระยองด้วย

ด้านรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับโครงการในปัจจุบัน มี Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีศรีกรีฑา) บนถนนศรีนครินทร์ และสายสีส้ม (สถานีราษฎร์พัฒนา) บนถนนรามคําแหงด้วยครับ ซึ่งปัจจุบันทั้งสองโครงการกําลังก่อสร้างอยู่ ถ้าอยากจะไปช็อปปิ้งเดินห้าง โครงการก็ไม่ไกลจากแหล่ง Lifestyle ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The Nine พระราม 9, Central พระราม 9, The Paseo Town รามคําแหง/ลาดกระบัง, The Mall รามคําแหง, Fasion Island หรือ Mega Bangna


ที่นี่จึงถือเป็นทําเลศักยภาพเกิดใหม่ที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลเพื่อสัมผัสความเป็นธรรมชาติ คุณก็สามารถเป็นเจ้าของความสะดวกสบาย ความผ่อนคลาย ความเงียบสงบได้ด้วยตัวเอง เปลี่ยนคุณภาพชีวิตในเมืองที่แสนวุ่นวาย มาสู่ความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกการใช้ชีวิตได้ทุกวันด้วย “Venue พระราม 9” ครับ

โปรโมชั่น พ.ค. นี้ เปิดบ้านเดี่ยว 4นอน 234 ตร.ม. “อยู่ฟรี 24 เดือน” รับเป็น 1,000,000*


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1749

เวนิว พระราม 9 Super Free พ.ค.นี้ อยู่ฟรี 24 เดือน*

เวนิว พระราม 9Super Free พ.ค.นี้ " อยู่ฟรี 24 เดือน" รับเป็น1,000,000*ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : http://bit.ly/2TF3xaeบ้านเดี่ยว แปลงใหญ่ 234 ตร.ม. 4ห้องนอน จากแนวคิด Organic Living ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ ในแบบวิถีคนเมือง บนที่สุดของทำเลถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เชื่อมทุกความสุข..ให้อยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียง 15 นาทีสู่ใจกลางเมืองเริ่ม 7 – 10 ล้าน*📢เปิดจองผ่าน Online ชมภาพจริง บรรยากาศจริง ตลอด 24 ชม. ได้แล้ววันนี้ : https://bit.ly/2JKKoxyสำนักงานขายเปิดให้ลูกค้าทุกท่านเข้ามาเยี่ยมชมโครงการได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 18.00 น. เพิ่มเติมโทร.063-197-4666 หรือ Line : @vnpr9————————————————-ติดตามโครงการ คฤหาสน์หรู, บ้านหรู, บ้านเดี่ยว, บ้าน, บ้านแฝด, ทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ และคอนโด จาก SCASSET ได้ที่Website : scasset.comTwitter : bit.ly/tw_scassetInstagram : bit.ly/IG_scassetPinterest : bit.ly/pinterest_scYoutube : bit.ly/YT_scassetLinkedin : bit.ly/linkedin_scassetLine@ : @scasset (line.me/R/ti/p/%40scasset)#VENUE #VENUERama9 #เวนิว #เวนิวพระราม9#SCASSET #ForGoodMornings #LivingSolutionsProvider#บ้านโครงการใหม่ #บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ #บ้านเดี่ยวพระราม9#บ้านใกล้ทางด่วน

โพสต์โดย SC ASSET เมื่อ วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2020

Related posts
EXCLUSIVE STORYบอกเล่าเก้าสิบ

"พระปกเกล้า สกายพาร์ค" จากซากสะพานร้างอายุ 30 ปี สู่สวนลอยฟ้าวิวดีๆ กลางเจ้าพระยา

EXCLUSIVE STORYเจาะลึก Location

เปิดอาณาจักรจุฬาฯ “สยาม-สามย่าน” ศูนย์รวมย่านการค้าและมหาวิทยาลัย กับที่ดินกว่า 1,000 ไร่ใจกลางเมือง

EXCLUSIVE STORYการเดินทาง

ทำความรู้จัก "รถไฟฟ้าสายสีทอง" รถไฟล้อยางบนรางปูน เปิดพื้นที่ฝั่งธนเลียบเจ้าพระยา

EXCLUSIVE STORYพักผ่อนหย่อนใจ

7 ปรากฏการณ์ "Jewel" เดินห้างและสวนไปพร้อมๆ กัน ใจกลางสนามบินสิงคโปร์