สาระอสังหาสาระเรื่องบ้าน

จะซื้อคอนโดต้องรู้! “ค่าใช้จ่ายวันโอน” มีอะไรบ้าง? ต้องมีเงินเท่าไหร่กันนะถึงจะพอ

ช่วงนี้เราจะเห็นว่าวงการอสังหาฯ ทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมต่างๆ ทำแคมเปญออกมากันเยอะมากกกก โดยเฉพาะ “ฟรีโอน” หรือไม่ก็ “ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน” เพื่อนๆ เคยสงสัยกันมั๊ยครับกับคำว่า “ค่าใช้จ่ายวันโอน” มันคือค่าอะไร? ใครเป็นคนจ่าย? ทำไมต้องจ่าย? แล้วต้องจ่ายทั้งหมดกี่บาท?

ถ้าเราเป็นนักซื้อคอนโดมือใหม่ หรือกำลังมองหาคอนโดดีๆ สักที่อยู่ สิ่งแรกที่เราต้องรู้เลยคือ การซื้อคอนโดมีค่าใช้จ่ายหลายสิ่ง ไม่ใช่ว่าจ่ายค่าจอง ทำสัญญา กู้ธนาคารแล้วจะได้อสังหาฯ มาครอบครองเลย ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกที่เราต้องจ่ายในวันโอน ซึ่งวันนี้แหละครับ เราจะพามาหาคำตอบกันว่า จริงๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายวันโอนเนี่ย มันจ่ายอะไรบ้าง ต้องเสียเท่าไหร่ และเราต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอกันนะ

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop


สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโด มองหาคอนโด หรือจะผ่อนดาวน์คอนโดอยู่ก็ตาม แล้วเกิดสงสัยว่า “ค่าใช้จ่ายวันโอน” คืออะไร แล้วแคมเปญ “ฟรีโอน” คือฟรีค่าอะไรบ้าง แล้วเมื่อไหร่จะถึงวันที่เราต้องโอน วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ

ค่าใช้จ่ายวันโอนคืออะไร?

ค่าใช้จ่ายวันโอน คือ ค่าใช้จ่ายที่เราหรือผู้ซื้อบ้านหรือคอนโดต่างๆ ต้องเสียเพิ่ม นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ คือวันโอนเราต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนอยู่แล้วถูกมั๊ยครับ แต่มันไม่ได้มีแค่ค่านี้ค่าเดียว มันยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราต้องเสียเพิ่มอีกในวันที่เราไปโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายวันโอน มีดังนี้ฮะ

  • ค่าโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าจดจำนอง
  • ค่าทำประกันอัคคีภัย
  • ค่าประเมินราคา
  • ค่าใช้จ่ายที่ต้องให้โครงการ (ค่ากองทุน, ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้ากับน้ำ)
  • ค่าอากรแสตมป์
  • ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

เห็นรายการแล้วอย่าเพิ่งท้อนะครับ ถึงแม้รายละเอียดจะเยอะ แต่มันก็คุ้มค่ากับห้องที่เราต้องการนะ ไม่ใช่ว่าเราจะโอนกันบ่อยๆ ครับ รอบเดียวเท่านั้น แต่เห็นรายการบางคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้อาจจะยังไม่เข้าใจว่า แต่ละรายการจ่ายไปทำไม จ่ายเพื่ออะไร เดี๋ยวเราจะมาอธิบายแต่ละตัวกันเลยว่ามันคืออะไร และเราจะต้องจ่ายเท่าไหร่

ค่าโอนกรรมสิทธิ์

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ คือ เงินที่เราต้องจ่ายให้กับกรมที่ดิน ปกติคิดเป็น 2% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (จะคิดจากราคาที่สูงกว่านะครับ) ส่วนใหญ่ก็จะออกคนละครึ่งนะครับ เราออก 1% และผู้ขายออกอีก 1% สมมติว่าเราซื้อคอนโดราคา 3,000,000 บาท แต่ราคาประเมินอยู่ที่ 2,500,000 บาท เราจะเอาราคาที่สูงกว่ามาคิด คือ 3,000,000 บาท เท่ากับว่าเราต้องเอา

ราคาขายหรือราคาประเมิน x 2%

ตัวอย่างเช่น

ราคาคอนโด 3,000,000 บาท x 2% (ค่าธรรมเนียมการโอน)
= 60,000 บาท
จ่ายคนละครึ่ง ก็เหลือ 30,000 บาท

ดังนั้นเราจะต้องจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ 30,000 บาท

ค่าจดจำนอง

ค่าจดจำนอง คือค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนกับกรมที่ดิน คิดเป็น 1% ของวงเงินจำนอง หรือยอดเงินกู้ (ถ้าเราขอสินเชื่อกับธนาคาร) ถ้าเราไม่ได้กู้ก็ไม่ต้องเสียครับ สมมติว่าเราซื้อคอนโดราคา 3,000,000 บาท และกู้กับทางธนาคาร เราก็จะเสียค่าจดจำนอง 1% เท่ากับว่า

ราคาบ้าน x 1%

ตัวอย่างเช่น

ราคาคอนโด 3,000,000 บาท x 1%
= 30,000 บาท

ในส่วนนี้เราเป็นผู้จ่าย ก็จะต้องจ่ายทั้งหมด 30,000 บาท

ค่าทำประกันอัคคีภัย

ค่าทำประกันอัคคีภัย เป็นค่าที่เวลาเราไปยื่นกู้ธนาคาร เขาก็จะบังคับให้ทำประกันตัวนี้ไปด้วย ราคาของแต่ละธนาคารก็จะไม่เหมือนกันครับ แต่เงินส่วนนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคอนโดของเราล่ะก็ ธนาคารจะได้ผลประโยชน์ไป แต่มันก็จะไปหักลบกับหนี้ที่เรากู้มานะ ซึ่งการเรียกเก็บของแต่ละธนาคารก็แตกต่างกันอีก ทั้งนี้แนะนำให้คุยกับทางธนาคารก่อนนะครับ

ค่าประเมินราคา

ค่าประเมินราคา คือเงินที่ธนาคารเก็บจากเราเป็นค่าดำเนินการประเมินมูลค่าคอนโด บ้าน หรืออสังหาฯ ของเรา เพื่อนำมาคำนวณวงเงินสินเชื่อให้เรา เพื่อนๆ จำค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อธิบายไปด้านบนได้มั๊ยครับ ว่าค่าโอนกรรมสิทธิ์เนี่ย จะคิดจากราคาขายหรือไม่ก็ราคาประเมิน ตรงที่ธนาคารไปประเมินให้นี่แหละ เขาเรียกว่าค่าประเมินราคา จะมีราคาอยู่ที่ 1,000 – 3,000 บาทโดนประมาณ (แล้วแต่ธนาคาร) เท่ากับว่าถ้าเรายื่นกู้หลายธนาคาร เราก็ต้องเสียค่าประเมินให้กับทุกธนาคารด้วยนะ

ค่าใช้จ่ายที่ต้องให้โครงการ

ค่าใช้จ่ายที่ต้องการให้โครงการ คือ ค่ากองทุน, ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้ากับน้ำ โดยค่ากองทุนจะจ่ายเพียงครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการว่ากำหนดราคาไว้ที่เท่าไหร่ แล้วนำมาคูณกับพื้นที่ของห้องเรา เท่ากับว่า

ค่ากองทุน x พื้นที่ของห้อง

ตัวอย่างเช่น

คอนโดผมค่ากองทุนอยู่ที่ 500 บาท/ตารางเมตร เป็น 1 ห้องนอนขนาด 35 ตารางเมตร คิดได้เป็น
500 x 35 = 17,500 บาท คือราคาที่เราต้องจ่ายสำหรับค่ากองทุน

ค่าส่วนกลางก็ขึ้นอยู่กับทางคอนโดกำหนดเช่นกัน นำค่าส่วนกลางมาคูณกับพื้นที่ของห้องเรา แต่ค่าส่วนกลางนี้ต้องจ่ายทุกเดือนนะครับ สมมติต่อจากข้างบน จะเท่ากับ

ค่าส่วนกลาง x พื้นที่ของห้อง

ตัวอย่างเช่น

ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 50 บาท/ตารางเมตร คูณกับขนาดห้องผม 35 ตารางเมตร คิดได้เป็น
50 x 35 = 1,750 บาท คือเงินที่เราต้องจ่ายให้กับโครงการทุกเดือน

ส่วนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและน้ำ จะเก็บตามที่การไฟฟ้าและการประปากำหนด ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่ขนาด มาตรวัด และกระแสไฟหรือน้ำที่ปล่อยได้ เช่น มิเตอร์น้ำขนาด 1/2 นิ้ว เสียค่าประกันมิเตอร์ = 200-400 บาท ขนาด 3/4 นิ้ว เสียค่าประกันมิเตอร์ = 300-600 บาท ขนาด 1 นิ้ว เสียค่าประกันมิเตอร์ = 1,500 บาท และมิเตอร์ไฟขนาด 1/2 นิ้ว เสียค่าประกันมิเตอร์ = 535 บาท ขนาด 3/4 นิ้ว เสียค่าประกันมิเตอร์ = 1,070 บาท หรือขนาด 1 นิ้ว เสียค่าประกันมิเตอร์ = 1,605 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประปาและไฟฟ้าด้วยว่าเรทราคาเป็นเท่าไหร่ตอนที่ต้องเสีย และในบางครั้งเราก็ต้องเสียค่าติดตั้ง ค่าประกันการใช้น้ำกับไฟฟ้าด้วย

ค่าอากรแสตมป์

ค่าอากรแสตมป์ คิดเป็น 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับว่าราคาไหนสูงกว่าก็ใช้ราคานั้นในการคิดค่าอากรแสตมป์ แต่ปกติแล้วคนที่เสียค่าอากรแสตมป์คือคนขายนะครับ เราไม่ต้องเสีย หรือถ้าผู้ขายจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะไปแล้วก็ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ เช่น ราคาคอนโดที่เราซื้ออยู่ที่ 3,000,000 บาท ราคาประเมินคือ 2,500,000 บาท เราก็เอาราคาที่เราจะซื้อมาคิดเพราะมีราคาสูงกว่า จะคิดได้เป็น

3,000,000 x 0.5% = 15,000 บาท
ทางคอนโดที่เราซื้อก็จะต้องเสียทั้งหมด 15,000 บาท

ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ

ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ เราจะคิดก็ต่อเมื่อเราซื้ออสังหาฯ มา แล้วขายออกไปในเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยอัตราของภาษีธุรกิจเฉพาะอยู่ที่ 3.3% ของราคาขายจริงหรือราคาประเมิน (ใช้เกณฑ์เหมือนกันคือราคาไหนสูงกว่าใช้ราคานั้น) แต่ถ้าเราย้ายทะเบียนบ้านเข้าอยู่เกิน 1 ปี ก็จะไม่ต้องเสียภาษีนี้ หรือถ้าเสียภาษีนี้แล้วก็ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ เท่ากับว่า

เราจะขายคอนโด 3,000,000 บาท คูณกับภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%
เป็น 3,000,000 x 3.3% = 99,000 บาท อันนี้คือราคาที่คนจะขายต้องจ่ายครับ

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนนี้เป็นเงินที่เราต้องจ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน ส่วนใหญ่ผู้ขายจะเป็นคนออกเงินตรงนี้ครับ บอกก่อนว่าตรงนี้มีหลายขั้นตอน เดี๋ยวเราจะไล่ไปทีละสเต็ปนะ เริ่มจากเอาราคาขายหรือราคาประเมิน (อันไหนสูงกว่าก็เอาอันนั้น) – % เงินได้ที่นำมาคำนวนณภาษีตามจำนวนปีที่ถือครอง และหารจำนวนปีที่ถือครอง (ถ้าใครไม่รู้ว่า % ของเงินได้ที่นำมาคำนวณภาษีตามจำนวนปีที่ถือครองคือเท่าไหร่ เรามีตารางด้านล่างให้ดูนะฮะ)

หักค่าใช้จ่ายตามปีที่ถือครอง

จำนวนปีที่ถือครองร้อยละของเงินได้
1 ปี92
2 ปี84
3 ปี77
4 ปี71
5 ปี65
6 ปี60
7 ปี55
8 ปีขึ้นไป50

จากตัวอย่างของเราก็จะได้ ราคาขาย 3,000,000 บาท – 77% = 690,000 บาท แล้วนำมาหารจำนวนปีที่ถือครองคือ 3 ปี = 230,000 บาท จากนั้นเราจะเอาเงินจำนวนนี้ไปคิดตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อครับ

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้สุทธิชำระเงินได้สุทธิอัตรภาษี (%)
0 – 300,000300,0005
300,001 – 500,000200,00010
500,001 – 750,000250,00015
750,001 – 1,000,000250,00020
1,000,001 – 2,000,0001,000,00025
2,000,001 – 5,000,0002,000,00030
5,000,001 ขึ้นไป35

โดยเราจะคำนวณ ดังนี้

เงินได้ x อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา x จำนวนปีที่ถือครอง
230,000 x 5% x 3
= 34,500 บาท นี่คือภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่ทางผู้ขายจะต้องเสีย และจะเสียครั้งเดียวจบครับ


ใครเป็นคนจ่าย?

สำหรับ “ค่าใช้จ่ายวันโอน” นี้ จะต้องจ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หรือก็คือทั้งเราและคอนโดที่เราซื้อ โดยเราสร้างเป็นตารางให้ดูนะครับ แบ่งออกเป็นฝั่งผู้ซื้ออย่างเรา และฝั่งผู้ขายอย่างคอนโดที่เราซื้อเลย จะได้เห็นภาพชัดเจนว่าใครเสียค่าอะไรกันบ้าง

ฝั่งผู้ซื้อฝั่งผู้ขาย
– ค่าโอนกรรมสิทธิ์
– ค่าจดจำนอง
– ค่าประกันอัคคีภัย
– ค่าประเมินราคา
– ค่าใช้จ่ายที่ต้องให้กับโครงการ (ค่ากองทุน, ค่าส่วนกลาง และค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้ากับน้ำ)
– ค่าโอนกรรมสิทธิ์
– ค่าอากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ
– ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ลองคำนวณจากราคาสมมติทั้งหมดที่เราคำนวณมาตั้งแต่ต้นดูจะได้

ฝั่งเราหรือผู้ซื้อจะต้องเสีย

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ + ค่าจดจำนอง + ค่าประกันอัคคีภัย + ค่าประเมินราคา + ค่ากองทุน + ค่าส่วนกลาง + ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า + ค่าประกันมิเตอร์น้ำ
30,000 + 30,000 + n/a + 3,000 + 17,500 + 1,750 + 500 + 500
= 83,250 บาท << นี่คือราคาโดยประมาณที่เราต้องจ่ายในวันโอน ถือเป็นเงินก้อนที่ใหญ่พอสมควร

ฝั่งผู้ขาย

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ + ค่ากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ + ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
30,000 + 15,000 (99,000) + 34,500
= 79,500 บาท << นี่คือราคาที่ผู้ขายจะต้องจ่ายครับ


ลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01%

เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลเพิ่งประกาศลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองครับ ปกติค่าโอนจะอยู่ที่ 2% ถูกมั้ยครับ ตอนนี้เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% พูดแบบนี้อาจจะเห็นภาพไม่ชัด แต่ถ้าลองเปรียบเทียบจากราคาตัวอย่างของเราดูจะเห็นได้ชัดเลยว่าราคาถูกลงไปมากๆ

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ เดิม 2% เหลือ 0.01%
3,000,000 x 0.01% = 300 บาท << นี่คือราคาค่าโอน

ค่าจดจำนอง เดิม 1% เหลือ 0.01%
3,000,000 x 0.01% = 300 บาท << นี่คือราคาค่าจดจำนอง

จากที่เราต้องจ่ายค่าโอน 60,000 บาท ก็จะกลายเป็น 300 บาท
และค่าจดจำนอง 30,000 บาท กลายเป็น 300 บาท
รวมแล้วจาก 90,000 บาท ที่เราต้องเสียจะเหลือเพียง 600 บาท ซึ่งเราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เกือบแสนเลย ถือว่าลดรายจ่ายเราไปได้เยอะเลยนะครับ เพราะค่าใช้จ่ายในวันโอนที่ต้องเสียเยอะกว่าใครเพื่อนก็คือค่าโอนกับค่าจดจำนองนี่แหละ

โดยการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนอง เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 สำหรับอสังหาฯ บ้าน คอนโด ทาว์โฮมตั่งต่างราคาไม่เกิน 3,000,000 บาทเท่านั้นนะครับ


แล้วที่บอกว่าฟรีโอน คือฟรีค่าอะไรบ้าง?

อย่างที่เกริ่นไปในช่วงต้นว่าช่วงนี้เราจะเห็น Developer อสังหาฯ แต่ละเจ้าทำแคมเปญ เสิร์ฟโปรโมชั่นตั้งแต่ช่วงโควิดมาจนถึงวันนี้ มีคำว่า “ฟรีโอน” หรือไม่ก็ “ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน” เยอะมากกกกกกกกกก ผมบอกเลยว่า คำว่า ฟรี ของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกันนะครับ เช่น เจ้า A บอกว่าฟรีโอน แล้วในเงื่อนไขบอกว่า ฟรีค่าโอนกรรมสิทธิ์ กับค่าจดจำนอง ส่วนเจ้า B บอกว่า ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน แต่เงื่อนไขไม่ได้บอกอย่างละเอียด อันนี้เราก็ต้องไปถามกับทาง B ก่อนว่า ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนนี่คือค่าอะไรบ้าง ทุกค่าใช้จ่ายเลยรึป่าว เพราะถ้าเป็นทุกค่าใช้จ่าย เท่ากับว่าวันนั้นเราแทบไม่ต้องเสียเงินเลย จากที่ต้องเสียเกือบแสน ซึ่งทำให้เราประหยัดไปมากเว่ออออ ผมขอยกตัวอย่าง Developer สักสามเจ้ามาให้เพื่อนๆ ได้เห็นภาพชัดขึ้นนะครับ เช่น

AP Thai

อย่าง AP Thai โครงการ ASPIRE อโศก – รัชดา เขาจัดแคมเปญ ยูนิตพิเศษพร้อมเฟอร์ฯ + เครื่องใช้ไฟฟ้า* (จำนวนจำกัด) จอง 9,999 บาท* พร้อมอยู่เลย ฟรี! สัญญา + ดาวน์* ฟรี! ค่าใช้จ่ายวันโอน*

เท่ากับว่าถ้าเราซื้อห้องนี้ สิ่งที่เราจะได้คือ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฟรีสัญญา ฟรีดาวน์ และฟรี “ค่าใช้จ่ายวันโอน” ทั้งนี้เราต้องถามเซลล์ก่อนว่า ฟรีทุกรายการที่เป็นค่าใช้จ่ายวันโอนเลยมั๊ย ถ้าใช่เราก็ไม่ต้องเสีย ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าทำประกันอัคคีภัย ค่าประเมินราคา และค่าใช้จ่ายที่ต้องให้โครงการ (ค่ากองทุน, ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้ากับน้ำ) เลย

Supalai

ศุภาลัยออกแคมเปญ ฟรี!! ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง 1 ปีแรก ค่ามิเตอร์ไฟ ส่วนลดสูงสุด 2 ล้านบาท* กู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน

เท่ากับว่าถ้าเราซื้อห้องนี้ สิ่งที่จะได้ก็คือ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง 1 ปีแรก และค่ามิเตอร์ไฟ ดังนั้นถ้าเงินที่เราจะต้องเสียในวันโอนกรรมสิทธิ์ คือ ค่าประกันอัคคีภัย ค่าประเมินราคา ค่ากองทุน และค่าประกันมิเตอร์น้ำ (ถ้ามี) จำนวนเงินก็ยังคงไม่เยอะอยู่ดีครับ แค่ลดค่าโอนกับค่าจดจำนองได้ ก็ถือว่าช่วยเราได้มากทีเดียว

SC Asset

สำหรับ SC Asset มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับปี 2021 แจกแอร์ทั้งหลัง, เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ, ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนฯ หรือ ส่วนลดแบบจัดหนัก จัดเต็ม ก็ยกขบวนมาเพื่อให้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ต้อนรับปีใหม่ที่เราตั้งใจมอบให้สำหรับคุณ

สำหรับของ SC Asset ผมขอเน้นคำว่า “ทุกค่าใช่จ่ายวันโอน” แสดงว่าสิ่งที่เราต้องจ่ายวันโอนอ่ะ เราไม่ต้องเสียสักบาทเลย ฟรีทุกอย่าง ทั้งค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าทำประกันอัคคีภัย ค่าประเมินราคา และค่าใช้จ่ายที่ต้องให้โครงการ (ค่ากองทุน, ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้ากับน้ำ) เราไม่ต้องเสียครับ แต่ว่าทาง SC Asset ก็จะ *ไว้ เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ซึ่งเราคลิกดูในเว็บได้เลย เขาบอกละเอียดมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการไหน แปลงอะไร บ้านเลขที่เท่าไหร่ แบบบ้านเป็นยังไง ราคาขายจริง ราคาโปรโมชั่น และโปรโมชั่น ถ้าเราซื้อโครงการเราจะได้รับอะไรบ้าง และไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะให้ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนนะครับ ซึ่งถ้าเราอยากรู้ว่าโครงการไหนให้ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนบ้าง ก็เข้าไปดูได้เลย เขาจะเขียนบอกไว้อย่างชัดเจน

ก็อย่างที่ผมบอกว่าแคมเปญหรือโปรโมชั่นของแต่ละเจ้าก็จะแตกต่างกันไป บางเจ้าบอกว่า “ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน” เราก็ต้องดูว่าเขาหมายถึงค่าอะไร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่าโอนกรรมสิทธิ์กับค่าจดจำนอง บางเจ้าก็จะรวมค่าส่วนกลางไปด้วย อันนี้เราต้องถามกับทางโครงการให้แน่ชัดนะครับ และถ้าเขาบอกว่า ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน เราก็ไปดูที่บอกว่าฟรีคือทุกโครงการหรือเปล่า หรือเขาแบ่ง แต่ละโครงการโปรโมชั่นจะไม่เหมือนกัน เราก็ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าโครงการที่เราต้องการนั้นฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนจริงหรือเปล่า หรือถ้าเอาชัวร์ก็โทรไปถามเซลล์เลยครับ

แต่ตอนนี้ทางรัฐบาลก็ออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองมาแล้ว เหลือ 0.01% เท่านั้น ก็ดีทั้งต่อตัวผู้ซื้อเองและผู้ขายด้วย ในกรณีที่เราจะโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ เราก็จะได้ประโยชน์ตรงที่สามารถจ่ายเองได้ในราคาเบาๆ จากเดิมที่ต้องจ่ายแสนแพง และเจ้าของโครงการต่างๆ ก็ได้ประโยชน์ตรงที่สามารถทำแคมเปญฟรีโอนแบบนี้ออกมาได้เยอะและง่ายมากขึ้น เพราะราคาไม่ได้สูงเท่าเมื่อก่อน ผู้ซื้อก็จะตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิมในการจะซื้ออสังหาฯ สักที่นึงเป็นของตัวเอง

สุดท้ายเราต้องดูก่อนนะครับว่า ไอ้คำว่า ฟรี ฟรี ฟรี ฟรี ฟรี ที่เขาบอกกันเนี่ย มันฟรีอะไรบ้าง “ฟรีโอนเฉยๆ” หรือ “ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน” ถ้าฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนก็จะมีค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าทำประกันอัคคีภัย ค่าประเมินราคา และค่าใช้จ่ายที่ต้องให้โครงการ (ค่ากองทุน, ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้ากับน้ำ) ถ้าฟรีโอนเฉยๆ ก็อาจจะเป็นค่าโอนกรรมสิทธิ์กับค่าจดจำนอง ทั้งนี้ก็ลองคุยกับทางเซลล์หรือทางโครงการก่อน เอาให้ชัดเจนนะครับว่า “ฟรีแบบไหนกันแน่!!!”


แต่ไม่ว่าจะฟรีแบบไหน แคมเปญนี้ก็เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ซื้ออย่างเราค่อนข้างมาก ถ้าวันนี้เราอยากจะซื้อโครงการพร้อมอยู่สักที่นึง แล้วมีแคมเปญฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน มันก็จะทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะว่าวันโอนเราแทบไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด ไม่ต้องรีบร้อนไปหาเงินก้อนเพื่อมาจ่าย ซึ่งก้อนวันโอนก็ถือเป็นเงินจำนวนมากนะครับที่เราจะต้องจ่ายออกไป ซึ่งแคมเปญแบบนี้ทำให้เราจะไม่มีภาระในส่วนนี้ แฮปปี้ทั้งคนซื้อและคนขายนั่นเอง


Related posts
สาระเรื่องบ้าน

พึ่งตัวเองก่อน! เมื่อท่อระบายน้ำห้องน้ำตันทำยังไง ใช้อะไรแก้ได้บ้าง?

สาระเรื่องบ้าน

4 ไอเดีย แบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงาน vs พื้นที่พักผ่อน อยู่บ้านยังไงให้ทำงานสนุกลุกนั่งสบาย

สาระอสังหา

ป้ายกองโจรคืออะไร ผิดกฎหมายไหม และทำไมโครงการจัดสรรถึงนิยมใช้กัน?

สาระเรื่องบ้าน

รู้จักบ้านสไตล์ "Modern Tropical" บ้านที่เน้นความโปร่งโล่งสบาย ไม่กลัวร้อน แถมได้ใกล้ชิดธรรมชาติ