สาระอสังหา

“Steam และ Sauna” Facilities ที่คอนโดส่วนใหญ่ต้องมี แล้วทั้งสองอย่างมันต่างกันยังไงนะ?

เวลาเราไปดู ไปเยี่ยมชมตามคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว หรือคอนโดที่อยู่ระหว่างการโปรโมท Facility ส่วนใหญ่ที่ต้องมีมาให้กับลูกบ้านแน่ๆ เลยก็คือ Steam กับ Sauna วันนี้ LivingPop จะพาไปรู้จักกันครับ ว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร เวลาเราไปซื้อคอนโด หรือต้องการจะใช้ Facility ของทางโครงการ เราจะได้รู้ว่าควรจะใช้แบบไหน หรือถ้าคอนโดของเพื่อนๆ มีเจ้าสองสิ่งนี้อยู่แต่ไม่เคยเข้าไปใช้เลย หลังจากอ่านบทความนี้ของเรา ลองไปใช้ดูได้นะครับ เพราะมันมีประโยชน์หลายอย่างเลยที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน 

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop

– สรุปสั้นๆ –

สตีม (STEAM) คือ อบเปียกหรืออบไอน้ำ ซาวน่า (SAUNA) คือ อบแห้ง

อยากอ่านรายละเอียดเพิ่ม เลื่อนดูต่อได้เลยฮะ

Steam กับ Sauna คือการอบไอร้อนเหมือนกัน แต่วิธีการต่างกัน 

Steam จะใช้ไอน้ำ โดยจะมีเครื่องกำเนิดไอน้ำ คอยต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำ แล้วปล่อยเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิประมาณ 40-55 องศาเซลเซียส ด้วยความที่เป็นไอน้ำก็จะทำให้เรารู้สึกตัวไม่แห้งมากนัก ทั้งยังไม่ทำให้ร่างกายขาดน้ำด้วย 

แต่ถ้าเป็น Sauna จะเป็นการอบแห้ง โดยใช้ความร้อนจากการเผาถ่าน ไม้ แก๊ส ไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีอินฟราเรด ที่ตั้งไว้ภายในห้องทำให้เกิดความร้อน ประหนึ่งว่าเราเอาตัวเองเข้าไปนั่งในเตาอบ อุณหภูมิของการ Sauna จะสูงกว่าการ Steam ค่อนข้างมาก ประมาณ 60-80 องศาเซลเซียสครับ ด้วยอุณหภูมิที่สูงขนาดนี้ ถ้าเราอยู่ในห้อง Sauna นานๆ ร่างกายของเราจะขาดน้ำได้ ดังนั้นการอาบน้ำเย็นสลับกับการ Sauna จะช่วยให้รูขุมขนกระชับ และร่างกายเราเองก็ไม่ขาดน้ำด้วย

ห้อง Steam เนี่ย ต้องเก็บความชื้นไว้ในอากาศได้ดี ดังนั้นภายในห้องวัสดุที่ใช้จะเป็นกระเบื้อง แก้ว หรือพลาสติก เพราะว่าวัสดุเหล่านี้ไม่ดูดซับความชื้น ส่วนห้อง Sauna วัสดุจะเป็นไม้เกือบทั้งหมดเลย ซึ่งไม้ Spruce, Pine และ Cedar ได้รับความนิยมมากที่สุด ที่ใช้ไม้ก็เพราะว่าไม้สามารถดูดซับความชื้นส่วนเกินในอากาศได้ ทำให้ภายในห้องแห้ง และอุณภูมิก็จะสูงขึ้น

ควรมา Steam และ Sauna กี่นาที?

วิธีการอบตัวที่ถูกต้องทั้ง Steam และ Sauna ไม่ควรเกิน 15 นาที เพราะถ้าเราอบตัวนานเกินไป จะทำให้ร่างกายเราเสียน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเรามี 3 วิธีที่น่าสนใจมานำเสนอครับ คือ

  • การอบร้อนสลับเย็น คืออบร้อน 3 นาที แล้วออกมาแช่ตัวในบ่อน้ำเย็นหรืออาบน้ำเย็น 2 นาที สลับกัน 3 รอบ เริ่มด้วยร้อนจบด้วยเย็น
  • อบตัว 10-15 นาที แล้วสลับน้ำเย็น 3 นาที ทำประมาณ 3 รอบ จะได้ผลดีกว่าการอบร้อนเพียงอย่างเดียว
  • อบเพื่อนวดตัว ให้อบร้อนอย่างเดียว กล้ามเนื้อคลายแล้วนวดจะคลายเส้นได้ดีกว่า

ข้อดีของการ Steam และ Sauna 

ถึงแม้วิธีการจะต่างกัน แต่ก็มีข้อดีและคุณประโยชน์ที่ไม่ได้แตกต่างกันเลยครับ ซึ่งมีเยอะมากๆ แต่เราเองก็ต้องใช้อย่างพอดีด้วย ไม่อย่างนั้นอะไรที่มันมากเกินไป ย่อมส่งผลเสียกับร่างกายของเรา

  • ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หากเรามีอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน นั่งเก้าอี้นานๆ แล้วไหล่แข็ง หลังตึง หรือออกกำลังกายมาหนักๆ แล้วเส้นตึง Steam&Sauna ช่วยได้
  • กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ความร้อนจะทำให้ผิวหนังและโครงสร้างผิวหนังได้รับออกซิเจนและสารอาหารดีขึ้น
  • กระตุ้นระบบหายใจ ทำให้หายใจสะดวกขึ้น
  • ช่วยเปิดรูขุมขน ทำการขับถ่ายสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ในร่างกายออกมา ซึ่งก็คือเหงื่อของเรานั่นเอง
  • ช่วยรักษาสมดุลความเป็นกรด-ด่างของผิวหนังจากแสงแดดและสารเคมี
  • กระตุ้นระบบประสาทและระบบฮอร์โมน 
  • ปรับกระบวนการทางเคมีของเซลล์ทั่วร่างกายให้ระบบเสริมสร้างและระบบย่อยสลายอาหารเข้าสู่สมดุลใหม่
  • ช่วยให้ผิวหนังอ่อนนุ่มและชุ่มชื้น

ข้อควรระวัง

เห็นข้อดีเยอะอย่างนี้ก็มีเรื่องที่เราต้องระวังเหมือนกันนะครับ ไม่อย่างนั้นจะส่งผลทำให้ร่างกายของเราเป็นอันตรายได้

  • สำหรับคนที่มีปัญหาโรคหัวใจ โรคลมชัก หรือความดันโลหิตสูง ไม่แนะนำให้อบตัวทั้ง Steam และ Sauna เพราะจะทำให้หัวใจทำงานมากกว่าปกติ ความดันโลหิตสูงขึ้น จนหน้ามืด เป็นลม และหมดสติได้
  • ผู้สูงอายุ หรือเด็กที่มีอายุน้อยเกินไป ไม่แนะนำให้อบตัวเหมือนกัน เพราะหากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอ อาจส่งผลเสียกับระบบต่างๆ ในร่างกายได้
  • ไม่ควรใส่ชุดว่ายน้ำในการอบตัว เพราะเส้นใยอีลาสติน เมื่อโดนความร้อนจะยืดและหดตัว อาจแห้งกรอบและเกิดการไหม้ได้
  • การอบตัวนานกว่ากำหนด จะทำให้ร่างกานสูญเสียเหงื่อและน้ำมากเกินไป ทำให้มึนศีรษะ เป็นลม ชัก และหมดสติ
  • สตรีมีครรภ์ไม่ควรอบตัว มีงานวิจัยชี้ว่าถ้าเข้าไปอบตัวทั้งที่ตั้งครรภ์ จะทำให้เด็กน้ำหนักน้อยกว่าปกติ

ได้เวลาอบตัว!!!

พอเราทำความเข้าใจและเริ่มรู้จัก Steam กับ Sauna แล้ว อยากจะเข้าไปอบตัวบ้าง เรามีขั้นตอนต่างๆ ง่ายๆ มาแนะนำดังนี้ครับ

  1. อาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนเข้าไปอบตัว สำคัญมาก
  2. ไม่ใส่เครื่องประดับที่เป็นโลหะ ทอง เครื่องเงิน เข้าไปในห้องอบเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวนำความร้อน ทำให้ผิวเราไหม้ได้
  3. ผู้หญิงใส่กระโจมอก และผู้ชายใส่ผ้าเช็ดตัว เป็นชุดพื้นฐานทั่วไป แต่ถ้าใครอยากจะถอดหมดก็แล้วแต่กฎกติกาของสถานที่นั้นๆ อย่าลืมศึกษาก่อนนะ
  4. ก่อนเข้าห้องอบตัวไม่ต้องทาครีม เพราะเนื้อครีมจะเคลือบผิวหนัง และปิดรูขุมขน ทำให้ร่างกายขับสิ่งสกปรกออกมาไม่เต็มที่
  5. ใช้ครีมหมักผมหรือครีมบำรุงเส้นผมก่อนเข้าห้องอบตัวได้ เป็นการอบตัวและอบไอน้ำให้ผมไปพร้อมกัน
  6. เมื่ออบตัวจนพอใจแล้ว ควรอาบน้ำและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขน
  7. ดื่มน้ำสะอาดทุกครั้งหลังการอบตัว เพราะร่างกายเราขับเหงื่อออกมาเยอะ ดังนั้นเราต้องดื่มเพื่อไปทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป 

สำหรับใครที่ต้องการบำรุงผิวก็สามารถพอกตัวได้นะครับ หากเราเข้าห้อง Steam สามารถใช้โคลนพอกตัวและมาส์กได้ ส่วน Sauna จะเป็นการใช้ออยล์ หรือครีมหมักผม บำรุงผม ใช้ในส่วนผมมากกว่า และเมื่อเราอบตัวเสร็จ ให้ใช้อุปกรณ์ขัดผิว สบู่ สครับ หรือใยธรรมชาติเพื่อขัดผิว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้

“การอบตัว ไม่ใช่การลดน้ำหนัก” นะครับ เพียงแต่ช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมฮอร์โมนต่างๆ เท่านั้น ถึงเราจะอบตัวนาน แต่ที่น้ำหนักลดก็เพราะเหงื่อที่ขับออกมา ร่างกายของเราเสียน้ำไป ดังนั้นเมื่อเราออกจากห้องอบตัวมาดื่มน้ำ น้ำหนักก็กลับมาเท่าเดิมนะครับ

เป็นยังไงบ้างครับ อยากไปเข้าห้อง Steam กับ Sauna กันไหม แต่ช่วงนี้หลายๆ คอนโดอาจจะปิดพื้นที่ส่วนกลาง ดังนั้นเราอาจจะไปอบตัวไม่ได้ แต่เราสามารถสั่งโคลน สครับ สบู่ ครีมหมักผม บำรุงผม ออยล์ต่างๆ มาเตรียมไว้ได้นะครับ บางคนการพักผ่อนอาจจะเป็นการนั่งเล่นในสวนสีเขียว ชมวิวเมืองบนชั้นดาดฟ้า แต่ห้อง Steam และ Sauna ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่สามารถทำให้เราผ่อนคลายได้ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าเลยแหละ เป็นทั้งการพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกายไปในตัวด้วย ใครที่ไม่เคยใช้บริการ อย่าลืมหาโอกาสลองดูสักครั้งนะครับ 😀


Related posts
สาระอสังหา

ถ้าจะกู้ซื้อคอนโดสักห้อง เราต้องรู้อะไร และเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

สาระอสังหา

Ananda เตรียมเปิดคอนโด IDEO 7 โครงการใหม่ อยู่ตรงไหน? ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่บ้าง? มาดูกัน!

สาระอสังหา

แตกแบรนด์อสังหา EP3 : โครงการบ้านเดี่ยวจาก SC ASSET

สาระอสังหา

คอนโดตึกนึงมียูนิตเป็นร้อยเป็นพัน จะเลือกชั้นไหน? ห้องไหน? ให้เหมาะกับเรา (ตอน 2)