เริ่มสร้างแล้ว! สะพานคู่ขนานราชพฤกษ์ข้ามคลองมหาสวัสดิ์ กำหนดเสร็จปี 2568 หลังจากกรมทางหลวงชนบทเปิดตัวโครงการมาหลายปี ในที่สุดก็เริ่มก่อสร้าง “สะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์” เพื่อแก้ปัญหาคอขวดถนนราชพฤกษ์ (ข้อมูล ณ มีนาคม 2566)
ทำไมช่วงนี้เป็นคอขวด
ถนนราชพฤกษ์ปกติมีทางหลักไป-กลับฝั่งละ 3 เลน และทางคู่ขนานฝั่งละ 2 เลน เวลาตัดกับถนนเส้นอื่น เลนคู่ขนานมักไม่ได้ยกระดับข้ามแยกไปด้วย ถ้าเป็นจุดตัดกับถนนก็อาจติดไฟแดง หรือเลี้ยวไปกลับรถมาได้ แต่มีจุดหนึ่งที่เป็นปัญหามาตลอด คือจุดที่ถนนราชพฤกษ์ข้ามถนนบรมราชชนนี ข้ามทางรถไฟสายใต้ และข้ามคลองมหาสวัสดิ์
รถที่มาจากสาทร รถจากปิ่นเกล้า และรถจากทางด่วนประจิมรัถยา ล้วนมุ่งขึ้นทิศเหนือกลับบ้านโซนวงเวียนพระราม 5 บางใหญ่ บางบัวทอง ซึ่งมีหมู่บ้านเยอะ พอรถหลายทิศทางมารวมกัน แต่ทางหลักที่ข้ามคลองมหาสวัสดิ์เหลือแค่ 3 เลน รถจึงติดขัดตลอดทั้งวัน
สะพานเหล็กสองชั้น
กรมทางหลวงชนบทผู้ดูแลถนนสายนี้ จึงสร้างสะพานข้ามคลองเพิ่มให้เลนคู่ขนาน ฝั่งละ 2 เลน แต่เขตทางช่วงข้ามคลองมีจำกัด (ตอนเวนคืนไม่ได้เวนเผื่อไว้) สะพานของเลนคู่ขนานจึงต้องซ้อนอยู่ด้านบนของทางหลักอีกชั้น กลายเป็นสะพานข้ามคลองแบบสองชั้น
สะพานใหม่เป็นโครงสร้างเหล็กทั้งหมด เหตุผลของกรมทางหลวงชนบทคือก่อสร้างได้เร็วและกระทบการจราจรน้อย เตรียมฐานรากไว้ แล้วยกเสาเหล็กคานเหล็กมาประกอบที่หน้างาน
นี่จะเป็นสะพานเหล็กแห่งแรกของถนนราชพฤกษ์ เพราะตลอดสายออกแบบเป็นสะพานคอนกรีตที่เหลาโค้งลบเหลี่ยมลบมุมให้ดูสวยงามทั้งเส้น
ห้าง Central Westville อยู่ตรงเชิงลาดสะพานพอดี
อีกปัญหาที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่เห็นโครงการของเซ็นทรัลในปี 2565 คือตำแหน่งของห้าง Central Westville อยู่ตรงทางลาดลงของสะพานตัวใหม่พอดี
ถ้าสะพานยังอยู่ระดับสูง ถนนด้านล่างก็ทำเป็น 2 เลนได้เหมือนเดิม หรือถ้าสะพานลงพื้นแล้ว ถนนพื้นราบก็ทำเป็น 3 เลนได้ แต่ตัวห้างดันอยู่ตรงจุดลดระดับพอดี จากแบบก่อสร้างที่เราไปค้นมา เลนคู่ขนานพื้นราบหน้าห้างถูกบีบเหลือแค่ 4.5 เมตร ไม่พอจะตีเส้นแบ่ง 2 เลนได้อย่างปลอดภัย เพราะเลนถนนขั้นต่ำต้องกว้างไม่น้อยกว่า 2.9 เมตร ส่วนเลนปกติของถนนราชพฤกษ์กว้าง 3.25 เมตร

ตามแบบก่อสร้าง ช่วงนี้จะตีเส้นจราจรเป็นถนนเลนเดียว ระยะประมาณ 500 เมตร ตลอดช่วงเชิงลาดของสะพานทั้งสองด้าน หมายความว่าจะมีถนน 1 เลนถ้วน สำหรับเข้าออกห้าง Central Westville ไล่ไปจนถึง The Crystal แค่คิดก็สยองแล้ว
เรื่องนี้ผมสอบถามทางเซ็นทรัลไปตั้งแต่ตอนเปิดตัวห้างในปี 2565 ว่ามีมาตรการรองรับอย่างไร หรือหารือกับกรมทางหลวงชนบทเพื่อปรับแบบได้บ้างไหม ก่อนจะเริ่มประมูลก่อสร้างสะพาน ทางเซ็นทรัลตอบว่าจะไปหาคำตอบมาให้ จนถึงเดือนมีนาคม 2566 ก็ยังไม่ได้คำตอบ
ในคอมเมนต์ใต้โพสต์ Facebook มีหลายคนเสนอให้ขยับเลนด้านในของทางหลัก ให้เกาะกลางแคบลง ถ้าปรับแบบได้ก็คงดีขึ้นเยอะ แต่โครงการประมูลไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 และแบบนี้รวมอยู่ในเอกสารประกวดราคาแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าปรับจะยุ่งยากแค่ไหน และทางกฎหมายแก้ได้หรือไม่ ที่สำคัญคือไม่รู้ว่าเซ็นทรัลกับกรมทางหลวงชนบทคุยกันหรือยัง
เซ็นสัญญาก่อสร้าง 30 กันยายน 2565
โครงการสะพานนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงตั้งแต่ต้นปี 2565 ช่วงเดียวกับที่เซ็นทรัลเปิดตัวโครงการ Central Westville บนถนนราชพฤกษ์ ระหว่างแยกบรมราชชนนีกับวงเวียนนครอินทร์ จากนั้นวันที่ 30 กันยายน 2565 กรมทางหลวงชนบทก็เซ็นสัญญาก่อสร้างเรียบร้อย ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2565 ผมแวะไปดูหน้างาน ตอนนั้นคาดว่าจะเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างในเวลาไม่นาน คนที่ใช้เส้นทางราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า และนครอินทร์ ต้องเตรียมรับการปิดเบี่ยงถนน
บทเรียนการออกแบบถนนราชพฤกษ์
ในคอมเมนต์ใต้โพสต์ Facebook มีผู้ติดตามบอกว่าถนนราชพฤกษ์ออกแบบมาไม่ดีตั้งแต่แรก รถระบายได้ไม่ดี และควรให้เซ็นทรัลทำสะพานเลี้ยวเข้าห้างจากทางคู่ขนานเอง ตอนเซ็นทรัลแถลงข่าวเปิดตัว Central Westville ผมก็ถามเรื่องนี้ไปเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้คำตอบ
ผมอยู่ย่านวุฒากาศ สวนเลียบ บางหว้า มากว่า 20 ปี ตั้งแต่ยังไม่มีถนนราชพฤกษ์ เห็นด้วยว่าถนนราชพฤกษ์หลายช่วงออกแบบไว้ไม่ดี เช่นคอขวดช่วงบางหว้า จากถนนกว้างๆ พอข้ามถนนเพชรเกษมแล้วทางหลักเหลือฝั่งละ 2 เลนแคบๆ เหมือนตอนออกแบบไม่ได้คิดว่าถนนสายนี้จะมีรถมากขนาดนี้ กรมทางหลวงชนบทน่าจะได้บทเรียนจากเรื่องนี้ เห็นได้จากโครงการใหม่อย่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 ถึงทางหลวง 340 ที่ออกแบบเป็น 10 เลนตั้งแต่ต้น พร้อมทางแยกต่างระดับและสะพานใหญ่ทุกจุด
ข่าวเริ่มก่อสร้างครั้งนี้จึงยังไม่ใช่ข่าวดีเสียทีเดียวสำหรับคนฝั่งธนฯ-นนทบุรี เพราะต้องมีการปิดเบี่ยงถนนกันอีกหลายรอบ แต่อดทนอีกสองสามปี พอมีสะพานตัวใหม่ก็คงสบายขึ้น ส่วนถนนเลนเดียวหน้าเซ็นทรัล ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปครับ

