เวลาผ่านไปแถวรังสิต แล้วเจอสะพานไล่ไปทีละคลอง ตั้งแต่คลองหนึ่ง คลองสอง สาม สี่ เคยสงสัยกันมั้ยครับ ว่าตัวเลขคลองพวกนี้รันไปถึงเลขที่เท่าไหร่? ผมก็สงสัยเหมือนกัน เลยไปค้นคว้าหาข้อมูลมาฝาก

เท่าที่ค้นมาได้ เอาแค่คลองตัวเลขในชุดทุ่งรังสิต จะมีอยู่ 33 คลอง ครับ อันนี้นับเฉพาะที่เป็นเลขตัวเดียว ไม่นับคลองแยกย่อยที่มี /1 /2 หรือ “คลองแอน” ที่คั่นอยู่ระหว่างคลองตัวเลข
ทำไมแถวรังสิตถึงเรียกชื่อเป็นตัวเลขคลอง
ทำไมแถวรังสิตถึงมีชื่อเรียกเป็นตัวเลขคลอง หรือทำไมแปลงที่ดินในย่านนี้ถึงเป็นแนวยาวลึก เรียงตัวขนานไปกับคลองแทบทั้งหมด? คำตอบต้องย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 เลยครับ
สมัยนั้นสยามเริ่มเปิดประเทศค้าขายกับชาติมหาอำนาจ และ “ข้าว” กลายเป็นสินค้าหลัก จึงเริ่มมีแนวคิดพัฒนา “โครงการคลองรังสิต” เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทุ่งราบฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ปทุมธานี และนครนายก ซึ่งในอดีตยังเป็นพื้นที่รกร้างและน้ำท่วมเป็นประจำ ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ ถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศในยุคนั้น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.5 ล้านไร่
โครงการนี้ใช้รูปแบบที่รัฐ “ให้สัมปทาน” เอกชนเป็นผู้ลงทุนขุดคลอง โดยผู้รับสัมปทานได้สิทธิ์ครอบครองและจัดสรรที่ดินสองฝั่งคลองเป็นผลตอบแทน ลึกไปจากแนวคลอง 25-40 เส้น (1,000-1,600 เมตร) แล้วแต่ขนาดของคลองนั้นๆ
ที่ดินจึงถูกแบ่งเป็นแปลงยาวลึก ตั้งฉากกับคลอง เพื่อให้ทุกแปลงมีหน้าคลองไว้สัญจร รับน้ำเพาะปลูก และขนส่งผลผลิตได้สะดวก นี่คือเหตุผลที่ทุกวันนี้ถ้ามองจากภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นแปลงที่ดินในโซนรังสิต ธัญบุรี ลำลูกกา และหนองเสือ เรียงตัวเป็นเส้นยาวขนานไปกับแนวคลองอย่างเป็นระเบียบ เป็นร่องรอยการวางผังที่สืบทอดมาตั้งแต่กว่า 100 ปีก่อน
โครงข่ายคลองทุ่งรังสิต
หัวใจของระบบคือ “คลองรังสิตประยูรศักดิ์” ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนแตกแขนงเป็นคลองย่อยเรียงลำดับตั้งแต่คลอง 1 ถึงคลอง 33 เพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก
นอกจากนี้ยังมี “คลองหกวาสายบน” (ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของระบบคลองระพีพัฒน์) ทางด้านเหนือ และ “คลองหกวาสายล่าง” ทางด้านใต้ เป็นคลองสายหลักอีกสองแนว เชื่อมกันเป็นโครงข่ายชลประทานขนาดใหญ่ที่ทั้งส่งน้ำและระบายน้ำได้ ปลายระบบยังเชื่อมต่อไปยังพื้นที่นครนายก ก่อนระบายลงสู่ลุ่มแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำบางปะกงผ่านคลองสายต่างๆ
“คลองแอน” มาจากไหน
คลองแอนมาขุดทีหลังครับ ในยุคแรกของการขุดคลองทุ่งรังสิตมีการขุดคลองเยอะมาก เยอะจนน้ำไม่พอจะไหลเข้าไปในคลองย่อยได้ทุกคลอง เกิดปัญหาคลองแห้ง ยุคหลังจึงมีการปรับปรุงระบบชลประทานมาเรื่อยๆ จนมีโครงการระบบคลองระพีพัฒน์ ที่ขุดคลองดึงน้ำลงมาจากแม่น้ำป่าสัก แล้วแยกออกเป็นคลองระพีพัฒน์แยกตก (ทับแนวคลองหกวาสายบน) และคลองระพีพัฒน์แยกใต้ (ทับแนวคลอง 13)

จากนั้นมีการขุดคลองซอยแยกจากคลองระพีพัฒน์แยกตกลงมาทางทิศใต้ (ทางด้านซ้ายของคลอง) แทรกระหว่างคลองตัวเลขเดิม เริ่มจากคลองแอน 1 อยู่ระหว่างคลอง 10 กับคลอง 9 คลองแอน 2 อยู่ระหว่างคลอง 9 กับคลอง 8 ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงคลองแอน 9
ที่มาของชื่อ “คลองแอน” ก็คือเป็นคลองซอยที่แยกออกมาทางซ้าย (Left) ของคลองระพีพัฒน์ จึงตั้งชื่อว่าคลอง L1 L2 L3 ไปเรื่อยๆ พอออกเสียงแบบไทยๆ จากคลองแอล ก็เพี้ยนกลายเป็นคลองแอน ปัจจุบันถ้าดูป้าย บางคลองเช่นคลองแอน 1 อาจไม่เจอป้ายชื่อคลองแอน แต่จะเจอ “คลองส่งน้ำ 1 ซ้าย” แทน ซึ่งเป็นการตั้งชื่อแบบใหม่ของกรมชลประทานครับ
ทำไมคลองไม่ขุดยาวลงไปถึงอ่าวไทย
มีคนถามในคอมเมนต์ใต้โพสต์ Facebook ว่าทำไมคลองทุ่งรังสิตไม่ขุดให้ยาวลงไปถึงอ่าวไทย คำตอบคือจุดประสงค์ของการขุดคลองทุ่งรังสิตไม่ได้ต้องการระบายน้ำออก แต่ต้องการรับน้ำเข้ามาใช้ในการเกษตร ถ้าขุดลงไปถึงอ่าวไทย น้ำก็ไหลลงทะเลหมดครับ
ส่วนโครงการที่มีเป้าหมายระบายน้ำลงทะเลจริงๆ คือ “คลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย” ที่กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งแนวเส้นทางจะผ่านทุ่งรังสิตแถวคลองแม่น้ำน้อย ช่วงคลอง 16-17

มรดกผังเมือง 100 ปี ที่ยังส่งผลถึงวันนี้
แม้วันนี้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนจากทุ่งนาเป็นมหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรม และหมู่บ้านจัดสรร แต่ชื่อ “คลอง 1-คลอง 33” ก็ยังเป็นเอกลักษณ์ของย่านรังสิต และทุกครั้งที่เห็นแปลงที่ดินทรงยาวเรียงตัวไปตามแนวคลอง ก็เหมือนได้เห็นมรดกจากการวางผังและระบบชลประทานอันล้ำสมัยของสยามเมื่อกว่าศตวรรษก่อน
การได้ที่ดินเป็นบล็อกแนวลึกยาว 1-2 กิโลเมตรแบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในอดีตเหมาะกับการเกษตร เพราะทุกแปลงติดคลอง ใช้รับน้ำ สัญจร และขนส่งผลผลิตได้สะดวก แต่เมื่อพื้นที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเมืองและที่อยู่อาศัย รูปทรงแปลงที่ดินกลับกลายเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาพื้นที่ด้านใน หมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งต้องวางผังเป็นแนวลึกตามรูปแปลง มีทางเข้าออกหลักด้านเดียว และการเชื่อมถนนระหว่างโครงการหรือระหว่างซอยทำได้ยาก
ผลคือแม้ถนนสายหลักอย่างรังสิต-นครนายก ลำลูกกา หรือคลองหลวง จะมีหมู่บ้านและชุมชนอยู่จำนวนมาก แต่โครงข่ายถนนด้านในกลับไม่ค่อยเชื่อมถึงกัน การเดินทางจำนวนมากต้องย้อนออกมาถนนสายหลักก่อนแล้วค่อยไปยังจุดหมาย การจราจรจึงกระจุกอยู่บนถนนไม่กี่สาย และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่หลายพื้นที่ของรังสิตและปทุมธานีรถติดหนักช่วงเวลาเร่งด่วนจนถึงทุกวันนี้ครับ
ว่าจะเขียนสั้นๆ พาไปดูแผนที่คลอง 1-33 ไปๆ มาๆ เขียนยาวอีกแล้ว 😅

