ถ้าจะหาบ้านสักหลังในแถบ “กรุงเทพตอนเหนือ” เชื่อว่าชื่อของทำเล “รามอินทรา” น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายๆ คนนึกถึงกันใช่ไหมครับ ด้วยความเก่าแก่ของย่านนี้ ที่เป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมมานาน จนปัจจุบันความเป็นเมืองขยายตัวออกมามากขึ้น ย่านนี้ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาตาม ทำให้รามอินทรายกระดับเข้าสู่ย่าน Urban Life ที่มีความเป็นเมืองมากขึ้น มีทั้งรถไฟฟ้า ทั้งคอนโดเปิดใหม่ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นย่าน Residential ที่มีความเป็นที่อยู่อาศัยแบบแนวราบเช่นกัน
ซึ่งจุดเด่นที่หนีไม่ได้เลยของรามอินทรา คือความ “ครบ” สำหรับการใช้ชีวิตครับ แต่อะไรคือความครบในแบบของ “รามอินทรา” ที่ทำให้คนยังมองหาบ้านในโซนนี้กัน??
วันนี้เราขอมาวิเคราะห์ศักยภาพ และจุดเด่นของทำเลนี้ให้อ่านกันครับ
สนับสนุนโดย “บ้าน” จากแสนสิริ
“Sansiri Urban Vibe” ชีวิตที่ใช่ ไวบ์ที่ลงตัว
ลดสูงสุด 10 ล้านบาท!! เริ่ม 9.99 – 55 ล้าน
พบกับบ้านแนวราบ 7 โครงการจากแสนสิริ ในทำเลโซนต่างๆ ของรามอินทรา ที่พร้อมตอบโจทย์ทุก Lifestyle ที่แตกต่าง
จุดเริ่มต้น” ของถนนรามอินทรา

ต้องย้อนไปไกลถึงสมัยจอมพล.ป ช่วงปี 2493 เลยครับ ซึ่งในยุคนั้นถนนต่างๆ ยังมีไม่มากเหมือนในยุคนี้ ถนนรามอินทราจึงถูกวางไว้เพื่อให้เชื่อมต่อความเจริญออกสู่ชานเมือง โดยเป็นเส้นที่เชื่อมต่อบริเวณอนุสาวรีย์หลักสี่ ไปเชื่อมต่อเมืองมีนบุรี และมีส่วนที่เชื่อมไปถึงฉะเชิงเทรา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อถนนสุวินทวงศ์ เป็นโครงการต่อเนื่องที่มาด้วยกันครับ
โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2515 ถือว่าเป็นถนนสายสำคัญในตอนนั้นที่เชื่อมเมืองในฝั่ง “มีนบุรี” ให้เข้ามาที่ย่านถนนพหลโยธินและวงเวียนบางเขนได้สะดวกขึ้น
หลังก่อสร้าง – 2520 ยุคแรกที่มีแต่ทุ่ง
เป็นช่วงที่รามอินทรายังโตอยู่แค่บริเวณตอนต้น
ในยุคแรกเริ่มเลย สองข้างทางของถนนรามอินทราแทบจะเป็นทุ่งนาซะเป็นส่วนใหญ่ครับ ด้วยความที่ย่านนี้เป็นย่านชานเมืองมากๆ (นึกภาพว่าในสมัยที่สวนจตุจักรห้าแยกลาดพร้าวยังเป็นทุ่งมีควายอยู่ แล้วแถบนี้ที่ไกลกว่าจะไปเหลืออะไร🤣) สองข้างทางของถนนรามอินทรายุคแรกๆ เลยเป็นทุ่งนาครับ มีแค่ชุมชนที่ตัดผ่านอยู่แค่บางช่วงเท่านั้น ก่อนที่จะไปเจอชุมชนใหญ่ในย่านเมืองมีนบุรี
ซึ่งพอ 2 ข้างทางไม่ค่อยมีชุมชน ไม่ได้มีจุดสังเกตอะไรที่เป็น Landmark เลยเกิดการเรียกระยะต่างๆ ของถนนเส้นนี้ตามหลักกิโลเป็น “กม.” ต่างๆ แทนครับ อย่างที่ได้ยินชื่อบ่อยหน่อยก็ช่วง กม.8 ที่มีชุมชนย่านคู้บอน
ดังนั้น “ความเจริญ” ในยุคแรกส่วนใหญ่เลยยังอยู่แค่ช่วงรามอินทราตอนต้น จากการที่เมืองค่อยๆ ขยายตัวจากฝั่งบางเขนฯ และมีหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ในบริเวณรามอินทราตอนต้นด้วย
ในยุคนี้ก็จะมีสนามกอล์ฟของกองทัพบกที่ตั้งติดอยู่กับราบ 11 เป็นสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ มีกองบินตำรวจย้ายมาอยู่ที่นี่ในช่วงปี 2512 และเริ่มมีแฟลตการเคหะมาเปิดบนถนนรามอินทราในช่วงปี 2519 ซึ่งในยุคนี้ก็เริ่มมีหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ มาเปิดในย่านด้วยเช่นเดียวกัน ภาพรวมเมืองเลยเริ่มโตจากการเป็นย่านหน่วยงานราชการบวกกับการขยายตัวของเมืองจากฝั่งพหลฯ ครับ
2520 – 2535 ยุคสู่ย่านที่อยู่อาศัย
มีบ้านจัดสรรจำนวนมาก ขยายไปถึงรามอินทราช่วงปลาย
ถ้าถามว่ายุคไหนที่รามอินทราโตแบบก้าวกระโดดมากที่สุดในด้านความเป็นเมือง ส่วนตัวมองว่ายุคนี้ครับ จากที่ดินทุ่งนาต่างๆ เริ่มถูกพัฒนา ถูกจัดสรร เมื่อเวลาผ่านไป ราคาที่ดินรามอินทราที่ถูกพัฒนามาก่อน ก็เริ่มขยับตัวขึ้น ทำให้การพัฒนาต่างๆ เริ่มถูกกระจายตัวออกมาบนถนนรามอินทราช่วง กม.หลังๆ มากขึ้น ช่วงต้นของยุคนี้ เราจะเห็นหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มขยับออกมา
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดก็น่าจะเป็นสวนสยามครับ ที่เป็นโปรเจคบนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ทำเป็นโซนหมู่บ้านขนาดใหญ่ พร้อมสวนสนุกที่เปิดมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในช่วงรามอินทรา กม.12 และในยุคนี้มีการขยายถนน เพื่อรับกับการจราจรต่างๆ ที่หนาแน่นขึ้น
โดยในปลายยุค ที่เข้าสู่ช่วงปี 253x ก็ถือว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศไทยกำลังบูม ตลาดอสังหาเติบโต รามอินทราก็เป็นอีกย่านที่โตแบบสุดๆ ในยุคนี้ครับ เกิดโครงการหมู่บ้านต่างๆ บนทำเลรามอินทราเยอะมาก ทั้งบ้านระดับกลางและระดับหรู
2535 – 2550 ยุคทางด่วนและห้างใหม่
มี Infrastructure ต่างๆ มารองรับเมืองที่โตขึ้น
หลังจากยุคก่อน รามอินทราได้สร้างชื่อติดตลาดในความเป็นย่านที่อยู่อาศัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในช่วงคาบเกี่ยวยุค 30 เราจะเริ่มเห็นบ้านที่นอกจากอยู่บนถนนรามอินทราแล้ว ยังขยับเข้าไปอยู่ในซอยดังต่างๆ ทั้งซอย “วัชรพล” ซอย “คู้บอน” หรือเจ้าที่สร้างย่านขึ้นมาใหม่เลยอย่าง “ปัญญาอินทรา” ที่เป็นโซนบ้านหรูใกล้สนามกอล์ฟ
ความเป็นย่านที่อยู่อาศัยของรามอินทราได้ถูกขยายตัวออกไปมากขึ้น จากที่ดินติดถนนรามอินทราที่เริ่มน้อยลง และราคาที่ดินสูงขึ้น เส้น Main หลักอย่างถนน “รามอินทรา” เอง ก็ถูกเปลี่ยนบทบาทมาเป็นย่านธุรกิจมากขึ้นครับ
ต้องบอกว่าช่วงยุคปี 35-40 มีโปรเจคต่างๆ เยอะพอสมควร ที่ตามมาจากการที่เมืองย่านนี้โตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากภาคเอกชนที่มาเปิดห้างใหญ่ทั้ง Central รามอินทราในปี 2536 และ Fashion Island ในปี 2538 รวมถึงธุรกิจต่างๆ ทั้งร้านค้า-สวนอาหาร นอกจากนี้ยังมีโครงการ Infrastructure จากภายรัฐที่เข้ามาเสริมในย่านนี้ ทั้งถนนเลียบด่วนที่ตัดใหม่ พร้อมทางด่วนฉลองรัชที่มาสุดอยู่ที่ถนนรามคำแหง
และมีทางด่วนวงแหวนตะวันออกที่มาเปิดในปีที่ไล่เลี่ยกัน ทำให้การเดินทางของย่านทำได้สะดวกมากขึ้น ลดความหนาแน่นที่แต่เดิมคนทั้งย่านต้องแห่ไปออกต้นถนนรามอินทราติดคอขวดที่วงเวียนหลักสี่ครับ
ยุครถไฟฟ้า 2550 – ปัจจุบัน
และย่านรามอินทราที่ขยายกว้างมากขึ้น
ย่านรามอินทราตั้งแต่ช่วงหลังปี 40 เป็นต้นมา ถือว่าเป็นย่านที่เติบโตแบบเรื่อยๆ อาจจะไม่หวือหวามาก แต่ก็มีโครงการใหม่ๆ มีการขยายตัวของเมือง และมีความต้องการบ้านในพื้นที่นี้มาตลอดไม่เคยหายไปครับ
จนกระทั่งการมาของทางด่วนฉลองรัชที่สร้างเพิ่มเข้ามาในย่านจตุโชติและรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่ทำให้ย่านรามอินทราในปีหลังๆ “มีการเติบโตอย่างรวดเร็วอีกครั้ง” ทั้งในฝั่งรามอินทราเส้นหลักที่กลายมาเป็นทำเลเมืองมากขึ้น และมีการเปิดพื้นที่พัฒนาโซนใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในช่วงแค่สิบกว่าปีเท่านั้นเองครับ
ในยุคนี้ ด้าน Infrastructure ที่เปลี่ยนแปลงย่านแบบเห็นได้ชัดเลย ก็หนีไม่พ้นการมาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่เปลี่ยนถนนเส้นหลักอย่างรามอินทรา จากย่านแนวราบ ให้กลายมาเป็นทำเลคอนโด ถ้าจะหาบ้านเดี่ยวติดรามอินทรา ยิ่งถ้าช่วงตอนต้นๆ หล่ะก็ มีไปถึงหลัก 100 ล้านแล้วครับตอนนี้ ดังนั้นพอถนนเส้นหลักเริ่มมีความเป็นเมืองมากขึ้น โซนบ้านดั้งเดิมอย่างวัชรพล, คู้บอน, ปัญญาอินทรา ก็เริ่มขยับราคาที่ดินตาม บ้านเริ่มขยับไป Segment บน ในยุคนี้จึงเกิดโซนใหม่ๆ ขึ้นมา
อย่างถ้าพูดถึงการหาบ้านใน “โซนรามอินทรา” ในตอนนี้ ความหมายอาจค่อนข้างกว้างขึ้นพอสมควร ด้วยความที่โซนมันถูกขยายออกไปจากการเติบโตของทำเล เริ่มจากทางด่วนฉลองรัชที่มีส่วนต่อขยายมาถึงย่านจตุโชติ ทำให้เกิดบ้านทำเลใหม่อย่าง “รามอินทรา-จตุโชติ” ตามมา นอกจากนี้เส้นเลียบวงแหวนเองในยุคนี้ก็ถูกพัฒนาเป็นหมู่บ้านจำนวนมากด้วยเช่นกัน ด้วยราคาที่ดินที่ทำให้บ้านยังพอมีราคาที่จับต้องได้ ไม่แพงเท่าเส้นรามอินทรา แต่ยังเชื่อมต่อสะดวก
ส่วนถนนที่เป็นเส้นหลักเส้นใหม่ของย่าน ก็หนีไม่พ้นถนนเทพรักษ์ ที่ช่วงระบายรถจากโซนวัชรพลและจตุโชติที่อยู่สายใน ให้ทะลุไปออกพหลโยธิน-วิภาวดีได้ง่ายขึ้น ก็เป็นอีกย่านที่มีโครงการต่างๆ มาเปิด ดังนั้นในภาพรวมของยุคนี้ คำจำกัดความของ “ย่านรามอินทรา” จะไม่ได้อยู่แค่เส้นรามอินทราแล้วครับ แต่หมายถึงโซนใกล้ๆ ตรงนี้ ที่อิงการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ กับฝั่งรามอินทราอยู่ ซึ่งหลายโครงการก็ยังมีชื่อรามอินทราพ่วงท้ายมา
ส่องศักยภาพย่าน “รามอินทรา” ในปัจจุบัน
รามอินทรา จุดเด่นคือความ “ครบ”
จากความที่เป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่แต่เติบโตมาตลอดในช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมา จากย่านชานเมืองสู่เมืองที่ขยาย ทำให้ในย่านนี้เอง กลายมาเป็นทำเล Urban Life มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบมากๆ ย่านหนึ่ง อย่างในด้าน “การเดินทาง” ที่นี่ก็มีทั้งถนนสายหลักและทางด่วนที่ผ่าน สามารถเชื่อมต่อเข้า CBD ได้ง่าย
หรือสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใช้รถไฟฟ้า ก็มี “รถไฟฟ้าสายสีชมพู” ที่ผ่านเส้นรามอินทราตลอดสาย ช่วยให้ย่านรามอินทราเดินทางเชื่อมต่อในย่านหรือเข้าเมืองผ่านรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ตรงสู่ย่านรัชโยธิน-สยามได้สะดวกขึ้นเช่นกัน ซึ่งถ้าใครที่กำลังมองหาบ้านในโซนรามอินทรา ย่านนี้ก็มีจุดเด่นในด้าน “ตัวเลือกที่หลากหลาย” เป็นโซนที่มีทั้งบ้านจัดต้องได้ ไปจนถึงหลักร้อยล้าน
และความแข็งแกร่งของย่านนี้อีกอย่างคือเรื่อง “Lifestyle” มีทั้งห้างใหญ่และ Community Mall กระจายรอบโซน มีศูนย์การแพทย์, โรงพยาบาล, โรงเรียน ไปจนถึงสวนสัตว์-สวนสนุกรวมอยู่ในย่านเดียว เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นของย่านนี้ เดี๋ยวเราขอพาไปเจาะ “ศักยภาพ” ของรามอินทราแต่ละด้านแบบชัดๆ กันครับ
อย่างที่เราเห็นว่าโซนรามอินทราเปลี่ยนแปลงไปตลอดในช่วงที่ผ่านมา จากทุ่งนาสู่ย่านชานเมือง จนปัจจุบันมาสู่ยุคที่เป็นเมืองขยายออกมา มีครบทั้งทางด่วน, ถนนตัดใหม่, รถไฟฟ้า หรืออย่างบนเส้นรามอินทราเองก็กลายเป็นทำเลคอนโดไปแล้ว แล้วในปี 2026 ทำเลย่านรามอินทรามีศักยภาพ และมีจุดเด่นที่น่าอยู่อาศัยอย่างไรบ้าง
เราขอพาไปดูในแต่ละด้านกันครับ
รถไฟฟ้าสายสีชมพู
รถไฟฟ้าที่วิ่งบนถนนรามอินทราตลอดสาย
เชื่อมต่อ Node สำคัญย่านกรุงเทพเหนือ
ถ้าพูดตัววัดความเจริญ “รถไฟฟ้า” ก็หนีไม่พ้นเป็นอีกตัวชี้วัดนึงครับ เพราะอย่างที่รู้กันว่ารถไฟฟ้าเป็นโครงการที่ลงทุนสูง ต้องมีจำนวนผู้ใช้งาน มีความหนาแน่น ความเป็นเมือง มีแหล่งงานและจุดสำคัญระหว่างทางมากพอ ซึ่งย่านรามอินทราล่าสุดก็ได้มีรถไฟฟ้าเป็นของตัวเองแล้ว กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งวิ่งอยู่ตลอดแนวของทั้งเส้นถนนสายรามอินทราเลย
จุดเด่นของรถไฟฟ้าสายนี้ คือเป็นเส้นที่ช่วยให้การเดินทางในย่านรามอินทราสะดวกมากขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาแต่การใช้ถนนเป็นหลัก ซึ่งต่อให้รามอินทราเป็นย่านที่มีขนส่งสาธารณะต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ทั้งรถเมล์หรือสองแถว แต่เมื่อรถติดมันก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี
รถไฟฟ้าเลยมาช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ครับ และเป็นเส้นที่เชื่อมต่อ Node หลักทั้งในย่านรามอินทราและย่านรอบข้างเข้าหากันด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ” “เมืองทองธานี” “วงเวียนหลักสี่” “แฟชั่นไอส์แลนด์” “ตลาดมีนบุรี” ก็สามารถเชื่อมต่อไปแต่ละโซนโดยใช้เวลาที่เร็วกว่าเมื่อก่อนได้ครับ
นอกจากนี้รถไฟฟ้าสายสีชมพูก็ยังเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในการเข้าเมือง อย่างเช่น
- BTS สายสีเขียว >> เชื่อมต่อรัชโยธิน – สยาม
- SRT สายสีแดง >> เชื่อมต่อสถานีกลางบางซื่อ – สนามบินดอนเมือง
- MRT สายสีส้ม (ในอนาคต) >> เชื่อมต่อรามคำแหง – รัชดา
ทางด่วนหลายสาย
ทั้งสำหรับเข้าเมือง และเชื่อมต่อย่านใกล้
เชื่อว่าคนที่มองหาบ้านในย่านรามอินทรา ส่วนนึง (และน่าจะส่วนใหญ่ด้วย) ใช้รถยนต์กันเป็นหลัก ซึ่งละแวกนี้ก็มีทั้งคนที่ทำงานอยู่ในย่านใกล้ๆ รามอินทรา และคนที่ทำงานในเมืองแต่มองหาบ้านที่เข้าเมืองสะดวก รามอินทราก็เลยเป็นอีกทำเลที่หลายๆ คนมองหา ด้วยความที่มีทางด่วนตัดผ่านหลายสายครับ
“ดอนเมืองโทลล์เวย์” ทางด่วนสายดั้งเดิมเลยที่อาจจะไม่ได้เข้ามาในรามอินทราตรงๆ แต่ก็ไม่ไกลจากบริเวณรามอินทราตอนต้น สายนี้เป็นทางด่วนสายแรกๆ ของย่านกรุงเทพตอนเหนือ ช่วยให้เข้าเมืองได้สะดวก ตัดตรงสู่ย่านดินแดง เชื่อมต่อเข้ากับทางด่วนชั้นในอย่างย่านมักกะสัน-เพชรบุรี-พระราม 4-อนุสาวรีย์ชัยได้ครับ ซึ่งล่าสุดถนนเทพรักษ์มีตัดไปออกวิภาวดีแล้ว ก็เป็นอีกทางที่สามารถไปใช้ทางด่วนสายนี้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ยังมีทางด่วนที่ตัดผ่านรามอินทราแบบใจกลางย่านเลย อย่าง “ทางด่วนฉลองรัช” ที่ตัดตรงสู่ย่านพระราม 9-สุขุมวิท และ “วงแหวนกาญจนาภิเษก” ที่เชื่อมต่อย่านรอบนอกเข้าด้วยกัน
เดี๋ยวเราไปรู้จักทางด่วน 2 สายนี้กันครับ
ทางด่วนฉลองรัช
ตัดตรงเข้า CBD มีจุดขึ้นลงหลายจุดในย่านรามอินทรา
ถือว่าเป็นทางด่วนสายหลักของย่านรามอินทราเลยก็ว่าได้ครับ กับทางด่วนฉลองรัช ที่เส้นทางวิ่งจากในเมืองอย่าง “อาจณรงค์” เชื่อมต่อทางด่วนขั้นที่ 1 เฉลิมมหานคร ผ่านโซนสุขุมวิทอย่างพระโขนง-อ่อนนุช, เพชรบุรีตัดใหม่โซนคลองตัน, ผ่านถนนพระราม 9 และเชื่อมต่อกับทางด่วนศรีรัชเข้าย่านอโศกได้ และผ่านหลายย่านสำคัญทั้ง Town in town, ถนนลาดพร้าว, เกษตร-นวมินทร์, ถนนรามอินทรา, ถนนสุขาภิบาล 5 ก่อนมาสุดที่วงแหวนกาญจนาฯ ที่จตุโชติ
ทำให้สายนี้เป็นสายที่สะดวก ตัดตรงเข้าไปในย่านใจกลางเมืองเลย แค่ 45 บาทถึงสุขุมวิท และยังสามารถเชื่อมต่อไปย่านใกล้ๆ ได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเป็นทางด่วนที่มี “3 จุดขึ้นลงในย่านรามอินทรา”
จุดเด่นคือไม่ต้องไปออกันขึ้นที่จุดขึ้นลงทางด่วนอันเดียวครับ ด้วยจุดขึ้นลงในย่านรามอินทราที่ค่อนข้างเยอะ ทั้งขึ้นจากบริเวณทางด่วนฉลองรัชตัดกับรามอินทรา สำหรับคนอยู่โซนใกล้ถนนรามอินทรา มีจุดขึ้นลงสุขาภิบาล 5 สำหรับคนอยู่โซนวัชรพล-เทพรักษ์ และทางขึ้นสุดท้ายที่จตุโชติสำหรับคนอยู่โซนจตุโชติ-เลียบวงแหวน
ถ้าใกล้อันไหนก็สามารถไปใช้อันนั้นได้ครับ
วงแหวนกาญจนาฯ เชื่อมย่าน
ให้รังสิต-รามอินทรา-บางนา ไปมาหากันง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังมี “วงแหวนตะวันออก” หรือถนนกาญจนาภิเษก ที่เป็น Motorway เชื่อมต่อระหว่างย่าน ผ่านกลางย่านรามอินทราอีกครับ จุดเด่นของสายนี้คือเป็นทางหลวงพิเศษที่วิ่งรอบกรุงเทพเป็นวงแหวน เชื่อมต่อย่านแต่ละย่านรอบนอกให้เดินทางไปหากันได้อย่างสะดวก
แล้วสายนี้ช่วยให้ย่านรามอินทราสะดวกขึ้นยังไง?
ก็ถือว่าเป็นมอเตอร์เวย์ขนาดใหญ่ ไป-กลับ 8 เลนที่ทำให้รามอินทราเชื่อมต่อย่านรอบข้างได้ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีครับ อย่างจุดที่วงแหวนกาญจนาฯ ผ่านตรงนี้ก็อย่างเช่นคลองหลวง, รังสิต, ลำลูกกา, เสรีไทย-รามคำแหง, มอเตอร์เวย์สาย 7, ลาดกระบัง, บางนา, สมุทรปราการ ทำให้คนที่อยู่ย่านรามอินทรา แต่ทำงานอยู่โซนโรงงานแถวบางนา ที่นี่ก็ไปได้ หรือไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้เวลาไม่นาน ช่วยเชื่อมต่อแต่ละย่านให้ใกล้รามอินทรามากขึ้นครับ วันหยุดจะออกโซนต่างจังหวัดก็วิ่งไปบางปะอินไปอยุธยา หรือออกมอเตอร์เวย์โคราชก็ตรงไปได้เลย
ถนนตัดใหม่เทพรักษ์
ที่มาเป็นถนนสายหลักอีกเส้นของย่าน
พูดถึงทางด่วนไปแล้ว แต่ถนนธรรมดาก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างที่เราเห็นกัน พอที่ดินติดถนนรามอินทราเริ่มถูกพัฒนาไปมากขึ้น หมู่บ้านต่างๆ ก็เริ่มเขยิบเข้าไปในทำเลซอยกัน แต่ก็มีปัญหาตามมาคือด้วยความที่ซอยย่อยหรือถนนสายรองต่างๆ ที่เป็นถนนในแหล่งชุมชน มีขนาด 2-4 เลน ก็อาจจะไม่สามารถรองรับจำนวนรถมหาศาล ที่ต้องการเข้าออกจากซอยในช่วง Rush Hours ได้ไหว
ปัญหาที่เกิดตามมาในช่วงก่อนหน้านี้ก็คือหลายๆ โซน อย่างวัชรพลก็มีเรื่องคอขวด ที่รถมากระจุกกันออกอยู่ที่ปากทางบ้าง หรือรถติดภายในซอยด้านในบ้าง การมาของถนนเทพรักษ์ เลยเหมือนมาช่วยทะลวงถนนสายใน ให้เดินทางได้สะดวกขึ้นครับ มีทางเลือกในการเดินทาง และเป็นถนนเส้นหลักขนาดใหญ่ รองรับปริมาณรถได้เยอะ เชื่อมต่อไปพหลโยธินและวิภาวดีได้เลย
ทำให้ในปัจจุบันโซนวัชรพล-สุขาภิบาล 5 สามารถเดินทางได้ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้เป็นโซนที่อยู่ลึกและจำเป็นต้องมาออกปากทางแคบๆ อีกต่อไป
รามอินทราใกล้สนามบินกว่าเดิม
ด้วยเทพรักษ์ที่ยิงยาวได้ถึงสนามบิน-วิภาวดี
ไม่ใช่แค่เดินทางสะดวก แต่เชื่อมย่านนี้กับสนามบินดอนเมืองให้ใกล้กันมากขึ้นด้วย สำหรับถนนตัดใหม่เทพรักษ์ เพิ่งจะมีการสร้างสะพานส่วนต่อขยายข้ามถนนพหลโยธินเชื่อมเข้ากับถนนวิภาวดีและสนามบินดอนเมือง
ในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้จากย่านรามอินทรา-วัชรพล สามารถตรงมาเข้าสนามบินได้เลย ก็เลยเป็นอีกหนึ่งย่านที่สะดวกสำหรับใครที่ทำงานหรือมองหาบ้านที่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองครับ มีระยะในการเดินทางอยู่แค่ 6-7 กิโลเมตรเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อถนนวิภาวดีได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปผ่านวงเวียนหลักสี่เหมือนเมื่อก่อน
ย่านแหล่ง Lifestyle ครบ
ด้วยห้างดังขนาดใหญ่ และ Community Mall ใกล้บ้าน
ไม่ใช่แค่เดินทางสะดวก แต่ถ้าต้องการที่พักผ่อน รามอินทราก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน!! อย่างที่เล่าไป ย่าน “รามอินทรา” จุดเด่นเค้าคือความที่เกิดและเติบโตจากความเป็นย่าน Residential มานาน ดังนั้นในช่วงที่ค่อยๆ เติบโต ย่านนี้เลยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เกิดขึ้นและอยู่มาจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก มีห้าง มีร้านค้า ร้านอาหาร มีพื้นที่ใช้ชีวิตหลากหลายสำหรับกลุ่มครอบครัว
อย่างถ้ามาดูในฝั่งของห้างและ Community Mall ต่างๆ ย่านนี้ก็มีเพียบ บนเส้นรามอินทราเองก็มีห้างใหญ่อย่าง Central และ Fashion Island+The Promenade ซึ่งทั้ง 2 ห้างก็เพิ่งรีโนเวทรับการมาของรถไฟฟ้าสายสีชมพูไป นอกจากนี้ยังมี Hypermarket ต่างๆ กระจายอยู่ทั้ง Big C, Lotus’s และ Makro
แต่ถ้าไม่อยากออกไปไกลจากบ้าน ย่านนี้ก็ยังเป็นอีกย่านที่มี Community Mall ต่างๆ กระจายอยู่ในแต่ละโซนเยอะเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น East Park รามอินทรา กม.4, The Alley เยื้อง รพ.สินแพทย์, Amorini หน้าทางเข้าสวนสยาม, The JAS Ramintra ที่ลาดปลาเค้า, Plearnery Mall ต้นวัชรพล, JAS Green Village คู้บอน, Market Place เทพรักษ์ รวมไปถึงมีตลาดใหญ่กระจายอยู่หลายโซน แม้แต่ปั๊มน้ำมันในย่านนี้ ในหลายๆ ที่ก็มีขนาดใหญ่เป็นกึ่งๆ Community Mall เช่นกันครับ
และในเร็วๆ นี้ บนถนนรามอินทราติดสถานีคู้บอน กำลังจะมีอีกหนึ่ง Community Mall แห่งใหม่ “Live Ramintra” พื้นที่โครงการ 22,000 ตร.ม. ปัจจุบันก่อสร้างไปได้ประมาณนึงแล้ว อาจจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ครับ
ย่านสำหรับทุก Generation ในครอบครัว
มีโรงพยาบาลและโรงเรียนกระจายอยู่หลายโซน
มีคนเคยบอกไว้ว่าย่านรามอินทรานี่เป็นย่านที่สามารถเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ได้ครบจบในย่านเดียวเลยเหมือนกัน 55555 คือจริงๆ ก็เป็นย่านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบ สำหรับคนทุกวัยในครอบครัวครับ อย่างวัยเรียน ย่านนี้ก็มีโรงเรียนต่างๆ เยอะ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาล, โรงเรียนของรัฐ, โรงเรียนอินเตอร์ในย่านก็มี หรือเชื่อมต่อไปโรงเรียนโซนลาดพร้าว-เลียบด่วน-พหลโยธิน นี่ก็เยอะอีกเช่นกัน
หรือในด้านการเจ็บป่วย จากบริเวณในรูปที่ทำมานี่ก็มีกว่า 11 โรงพยาบาลแล้ว แต่ถ้าเราลองขยับไปย่านรามคำแหง หรือฝั่งมีนบุรี ก็จะมีเพิ่มกว่านี้อีกพอสมควร มีให้เลือกทั้งโรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของย่าน อย่างสินแพทย์, รพ.พญาไท นวมินทร์, รพ.อินทรารัตน์
มีไปยันสวนสนุก สวนสัตว์
สนามกอล์ฟ และกิจกรรมต่างๆ รวมอยู่ในย่านเดียว
ด้วยความเป็นย่าน Residential ใหญ่ ที่นี่เลยมีแหล่ง Lifestyle และสถานที่สำหรับครอบครัวมาอยู่ในย่านนี้กันเยอะครับ เริ่มจากสวนสนุกและสวนน้ำระดับตำนานอย่าง “สวนสยาม” ที่อยู่คู่รามอินทรามาตั้งแต่ยุคปี 2523 เชื่อว่าใครที่เกิดและเติบโตมากับย่านนี้ ก็น่าจะต้องเคยมาที่นี่อย่างน้อยสักครั้ง ในด้านสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ที่นี่ก็มี “ซาฟารีเวิลด์” บนพื้นที่กว่า 430 ไร่ มีทั้งโซนสวนสัตว์เปิด และโซนแสดงสัตว์ เป็นอีกสถานที่สำหรับสายครอบครัว
นอกจากนี้รามอินทรายังเป็นย่านที่สนามกอล์ฟเยอะเป็นพิเศษ ทั้งสนามกอล์ฟกองทัพบก, สนามกอล์ฟนวธานี, สนามกอล์ฟเลกาซี่ และสนามกอล์ฟปัญญาอินทรา และจากการไป Research ข้อมูล ที่นี่เป็นย่านที่กิจกรรมแปลกๆ เยอะมาก ทั้งสนามมวยลุมพินีที่ย้ายมาเปิดในย่านรามอินทรา, มี Golf Club สำหรับไดร์ฟกอล์ฟ และ Golf Simulator, มี Football Training Camp, ชมรมกีฬาขี่ม้า, สนามแข่งรถวิทยุบังคับ ไปจนถึงศูนย์ฝึกสกีและสโนว์บอร์ด
ย่านที่ “บ้าน” มีให้เลือกหลายระดับราคา
ตั้งแต่ราคาจับต้องได้ ไปจนถึง Ultra Luxury
จุดเด่นของย่านนี้อีกอย่างคือเราสามารถหาบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการเราได้ในแทบทุกระดับราคาเลยครับ ถ้ามองหาบ้านระดับ Ultra Luxury ที่ราคาหลักหลายสิบ – ร้อยล้านบาท โซนติดถนนรามอินทราตอนต้น, โซนเลียบด่วน ก็จะมีบ้านในกลุ่มนี้ หรือในระดับ Premium ราคาช่วง 15-50 ล้าน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในโซนวัชรพล-สุขาภิบาล 5-เทพรักษ์ ที่เป็นโซนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบ
ส่วนใครที่มองหาบ้านในราคาจับต้องได้มากขึ้น ก็ยังมีบ้านเดี่ยวที่ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 10 ล้าน ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในย่านจตุโชติ-เลียบวงแหวน-ปัญญาอินทรา และสายไหมครับ แต่ถ้าลองดูในกลุ่มบ้านแฝดและบ้านทาวน์โฮมเข้ามาร่วมด้วย ทาวน์โฮมในย่านนี้ก็ยังหาที่ราคาเริ่มต้น 2-3 ล้านได้อยู่ และกลุ่มบ้านแฝดก็จะกระจายอยู่ในแต่ละทำเลเช่นกัน ราคาเริ่มอยู่ในช่วง 5-6 ล้านครับ
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราเลยทำภาพช่วงราคาแบบคร่าวๆ ของบ้านในย่านนี้ โดยเป็นราคากลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในย่านครับ
อนาคตโครงการใหม่ที่จะเกิดในย่าน
จากที่เล่ามาคงเห็นภาพศักยภาพด้านต่างๆ ในปัจจุบันของย่าน “รามอินทรา” กันไปแล้ว แต่ย่านนี้ก็ยังมีโปรเจคใหม่ๆ ที่เตรียมมาต่อจากนี้อีกด้วยเช่นกัน เดี๋ยวเราขอพาไปดูครับ ว่าในอนาคตของย่านนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจะไปในทิศทางไหน
ทางด่วนฉลองรัช-ลำลูกกา
ช่วยเปิดโซนใหม่ และเชื่อมลำลูกกาได้ง่ายขึ้น
โครงการในอนาคตที่มาก่อนเป็นอันดับแรก และ “เริ่มก่อสร้างแล้ว” ในตอนนี้ คือทางด่วนฉลองรัชส่วนต่อขยายครับ โดยในเฟสนี้ การก่อสร้างจากเดิมที่สุดอยู่ที่บริเวณทางลงจตุโชติ-วงแหวน จะถูกขยายต่อไปอีกผ่านเส้น “หทัยราษฎร์ – นิมิตใหม่” และไปสุดที่ถนนลำลูกกา ช่วงบริเวณคลอง 9 เป็นทางด่วนขนาด 6 เลน ความยาวประมาณ 16 กิโลเมตรครับ คาดว่าแล้วเสร็จในช่วงปี 2571
แล้วทางด่วนสายนี้มีประโยชน์กับโซนรามอินทรา-จตุโชติยังไง?
- ข้อแรก ปัจจุบันโซนจตุโชติที่เป็นปลายทาง ในช่วงเย็นๆ ก็จะเห็นมีรถสะสมกันเยอะบริเวณทางลง เพราะมีทั้งรถที่ไปลำลูกกา-วงแหวนและรถที่จะลงย่านจตุโชติเอง ถูกบังคับให้ลงตรงนี้ที่เป็นปลายทางกันหมด พอทางด่วนมีส่วนต่อขยายมา ก็ช่วยเพิ่มทางเลือก ในการออกที่ทางลงอื่นๆ ทั้งนิมิตใหม่ หรือไปลงที่ลำลูกกาปลายทาง จุดขึ้นลงจตุโชติก็ไม่ต้องรับภาระหนักอยู่ด่านเดียวครับ
- เชื่อมต่อในย่านนี้เข้าหากันมากขึ้น อย่างที่บอกว่าทางด่วนนี้จะผ่านทั้งนิมิตใหม่และหทัยราษฎร์ ซึ่งปัจจุบันการเชื่อมต่อจากรามอินทราฝั่งซ้ายอย่างวัชรพล-สุขาภิบาล 5 ไปรามอินทราฝั่งขวาโซนหทัยราษฎร์-นิมิตใหม่ยังมีถนนเชื่อมกันน้อย ทางด่วนนี้ก็จะทำให้สองย่านเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น และในอนาคตก็น่าจะเห็นภาพการเปิดโซนที่ดินใหม่ๆ เหมือนที่เราเคยเห็นแบบจตุโชติในปัจจุบันด้วยครับ
ถนนเทพรักษ์ต่อขยาย
เชื่อมเลียบวงแหวน-หทัยราษฎร์-นิมิตใหม่
ถนนเทพรักษ์ ก็มีส่วนต่อขยายเช่นกัน เชื่อมเลียบวงแหวน-หทัยราษฎร์-นิมิตใหม่ เส้นส่วนต่อขยายตรงนี้ถือว่าเป็นอีกเส้นสำคัญที่ยังขาดอยู่ในย่านนี้เลยครับ กับถนนที่วิ่งทะลุฝั่งด้านใน เชื่อมสุขาภิบาล 5, เลียบวงแหวน, หทัยราษฎร์, นิมิตใหม่เข้าด้วยกัน
จากที่เดิมหลายเส้นต้องไปออกฝั่งรามอินทราเป็นหลัก ถนนเส้นนี้ก็จะช่วยให้เมืองในฝั่งตรงนี้เป็น Grid และเชื่อมถนนสายหลักมากยิ่งขึ้น และสามารถเชื่อมตรงไปถึงสนามบินดอนเมือง-วิภาวดีโดยในเฟสนี้จะสร้างไปถึงถนนเลียบวงแหวนกาญจนาฯ ก่อนครับ และค่อยๆ ทยอยสร้างส่วนต่อขยายออกไปเรื่อยๆ ปัจจุบันเริ่มมีการเวนคืนแล้ว คาดว่าจะได้เห็นการก่อสร้างเริ่มประมาณปี 2570 ครับ
ถนนวงแหวนรอบ 3
ถนนเส้นใหม่ ที่มาช่วยระบายความหนาแน่นของวงแหวนกาญจนาฯ
ขอพามาดูเป็นภาพกว้างบ้างครับ โครงการนี้อาจจะไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านรามอินทราโดยตรง แต่ก็ถือว่ามาช่วยย่านรามอินทราด้วยเช่นกัน สำหรับถนนวงแหวนในกรุงเทพ ปัจจุบันมี 2 เส้น ได้แค่วงแหวนรอบที่ 1 อย่างถนนรัชดา และวงแหวนรอบที่ 2 อย่างเส้นกาญจนาภิเษก แต่ปัจจุบันด้วยการขยายตัวของเมือง จะเห็นว่าเส้นวงแหวนกาญจนาฯ นี่ก็มีรถเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนพอสมควร ทั้งรถที่วิ่งเชื่อมต่อในย่าน รวมไปถึงรถบรรทุกต่างๆ ที่ใช้เส้นนี้เป็นทางผ่านเพื่อข้ามจังหวัด
การมาของวงแหวนรอบที่ 3 ที่เป็นถนนรอบเมืองอีกชั้น ก็จะมาแชร์ความหนาแน่นของถนนตรงนี้ออกไปครับ อย่างสมมติรถที่มาจากฝั่งสระบุรี หรือโรงงานโซนอยุธยาวังน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้ามาถึงวงแหวนรอบที่ 2 อย่างกาญจนาฯ สามารถใช้วงแหวนรอบ 3 เชื่อมต่อไปย่านบางนา-สมุทรปราการได้เช่นกัน
ถนนวงแหวนรอบที่ 3 ถือว่าเป็นอีกโครงการใหญ่เลยครับ เชื่อม 7 จังหวัด ความยาวกว่า 300 กิโล จะเริ่มสร้างไปทีละส่วนที่มี Traffic หนาแน่นก่อน โดยช่วงแรก มีแผนเริ่มจากฝั่งตะวันออกบริเวณวังน้อย-อยุธยา ลงมาเชื่อมกับถนนรังสิต-นครนายกก่อนครับ
รถไฟฟ้าสายสีเทา
ต่อเดียวตรงเข้าเมืองโซนทองหล่อ-สุขุมวิท
สำหรับรถไฟฟ้าสายนี้ เรียกได้ว่าเป็นเส้นที่มีผลกับชาวรามอินทราพอสมควรเลยครับ ช่วยให้การเดินทางของชาวรามอินทราตัดตรงเข้าเมืองสะดวกขึ้น ไม่ต้องนั่งย้อนไปสายสีเขียวที่วงเวียนหลักสี่หรือสายสีส้มที่มีนบุรี โดยในระยะที่ 1 จะวิ่งจากบริเวณแยกถนนวัชรพลตัดรามอินทราเชื่อมต่อกับสายสีชมพู มาตามถนนเลียบด่วน
ผ่านจุดสำคัญในย่านอย่างเกษตร-นวมินทร์ที่จะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล, ผ่าน Central Eastville-CDC, ผ่านย่านลาดพร้าว, Town in town, ถนนพระราม 9 ตัดรถไฟฟ้าสายสีส้ม, ถนนเพชรบุรี, เข้าทองหล่อไปสิ้นสุดที่สุขุมวิทเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS นอกจากนี้ยังมีแผนระยะที่ 2 ที่วิ่งเข้ามาในย่านรามอินทรา-วัชรพล ผ่านถนนเทพรักษ์, ไปถนนสุขาภิบาล 5 ผ่านโซนจตุโชติและไปสุดที่ BTS สายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย บริเวณสถานีคลองสี่บนเส้นลำลูกกาด้วยครับ
ซึ่งสถานะในปัจจุบัน แต่เดิมเส้นนี้อยู่ในการดูแลของกทม.แต่ในยุคของผู้ว่าชัชชาติ ได้มีการย้ายโครงการ ให้ไปอยู่กับทางรฟม.ที่ดูแลเรื่องของรถไฟฟ้าโดยตรงครับ ความคืบหน้าของสายนี้จึงอยู่ในช่วงกลับไปศึกษาโครงการอีกครั้ง ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่อย่างไรก็ตามตัวเส้นทางของสายสีเทามีบรรจุอยู่ในแผนการพัฒนาระบบขนส่ง M-Map 2 เป็นที่เรียบร้อยครับ
เท่ากับว่ามีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างค่อนข้างสูง เพียงแต่จะมาช่วงไหนอันนี้ต้องติดตามข่าวอีกทีครับ
7 บ้านแสนสิริโซนรามอินทรา
บ้านที่ออกแบบมาเพื่อ Lifestyle ที่แตกต่าง
รู้จักกับย่านรามอินทรากันไปพอสมควรแล้ว ถ้าจะหาบ้านดูบ้านที่ไหนดีล่ะ?? เราขอพามาดู 7 โครงการบ้านแสนสิริในโซนรามอินทรากันบ้างครับ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าต้นกำเนิดบ้านแนวราบโครงการแรกของแสนสิริ ก็อยู่ในย่านรามอินทรา กับโครงการ “นาราสิริ วัชรพล” เมื่อในช่วง 20 กว่าปีก่อน
ซึ่งแสนสิริกับย่านรามอินทราก็เหมือนเป็นของคู่กัน มีการพัฒนาโครงการมาตลอด จนปัจจุบันแสนสิริมีโครงการบ้านอยู่ในย่านนี้กว่า 30 โครงการเข้าไปแล้วครับ โดยโครงการที่เปิดขายล่าสุด ก็กระจายอยู่ในย่านต่างๆ ของรามอินทรา เพื่อรองรับแต่ละ Lifestyle และความต้องการที่แตกต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นโซน “จตุโชติ” “เลียบวงแหวน” “เทพรักษ์” “สายไหม” หรือ “เสรีไทย” มีตั้งแต่ระดับราคาเริ่มต้นจับต้องได้สำหรับกลุ่มคนเริ่มทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็ก ไปจนถึงบ้านระดับ Luxury
เดี๋ยวเราพาไปดูในแต่ละโซนกันครับ
โซนจตุโชติ
ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน และเป็นย่านที่ราคาบ้านยังไม่สูงมาก
จุดเด่น : ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนที่สุด และยังหาบ้านต่ำกว่า 10 ล้านได้
ย่านจตุโชติถือว่าเป็นโซนหมู่บ้านเกิดใหม่ที่มาในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมานี่เองครับ เติบโตจากการเป็นย่านที่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนฉลองรัช ดังนั้นถ้าใครที่มองหาบ้านโซนรามอินทรา-สุขาภิบาล 5 แต่ให้น้ำหนักเรื่องการ “เดินทางเข้าเมืองย่าน CBD ด้วย” ย่านนี้ก็จะตอบโจทย์เลยครับ ซึ่งในย่านนี้ มีบ้านจาก 3 แบรนด์ 3 สไตล์ที่แตกต่างกัน ทั้ง “สราญสิริ” “บุราสิริ” ที่อยู่ในแสนสิริจตุโชติคอมมูนิตี้ และโครงการใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ที่อยู่บริเวณถนนเลียบวงแหวนครับ
ซึ่งโซนนี้เป็นโซนที่ยังมีบ้านเดี่ยวระดับราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทให้เลือกอยู่ด้วย สำหรับกลุ่มครอบครัวที่มองหาบ้านไซส์ที่กำลังอบอุ่น หรือถ้ามองหาบ้านใหญ่ หรือบ้านที่ Upscale ขึ้นมา แสนสิริก็มีบ้านในกลุ่มนี้ตอบโจทย์เช่นกัน
เดี๋ยวพาไปรู้จักกับ 3 โครงการนี้กันครับ

“บุราสิริ จตุโชติ”
สำหรับแบรนด์ “บุราสิริ” เป็นบ้านที่มาในสไตล์รีสอร์ท ออกแบบมาเพื่อให้รู้สึกว่าการอยู่บ้านเป็นการพักผ่อน ทั้งพื้นที่ส่วนกลางและตัวบ้านของที่นี่ก็จะให้บรรยากาศเหมือนเราเข้าไปในบ้านพักตากอากาศ
ตัวโครงการมาในสไตล์ New England Colonial ให้กลิ่นอายเป็นบ้านสไตล์ย้อนยุคแต่ยังแฝงความหรูหราเอาไว้ มีบ้านให้เลือกตั้งแต่ขนาด 246 – 384 ตร.ม. รองรับครอบครัวใหญ่ที่อยู่หลาย Generation
ฟังก์ชันที่โดดเด่นก็จะมี Double Volume / Sanctuary space / Terrace ขนาดใหญ่ ราคาเริ่ม 13.99 ล้านครับ
“สราญสิริ จตุโชติ”
สำหรับใครที่มองบ้านขนาด Compact ขึ้น ที่นี่ตั้งอยู่ข้างๆ บ้านบุราสิริ จตุโชติเลยครับ มาในขนาดบ้านที่จับต้องได้ง่ายขึ้น สำหรับครอบครัวที่มองหาบ้านไซส์กำลังพอดีๆ หรือถ้าอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ก็ยังมีแบบบ้าน 4 นอน 3 จอดที่รองรับเช่นกัน
รูปแบบโครงการนี้ก็จะเน้นเป็นพื้นที่สำหรับคนในครอบครัวครับ มี Clubhouse ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 6 ไร่ มีสนามเด็กเล่นให้มาทำกิจกรรม มาในราคาเริ่มต้น 8.59 ล้าน
“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน – จตุโชติ”
โครงการใหม่ล่าสุดในย่าน ที่เตรียมจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 นี้ครับ หลังจากที่เศรษฐสิริ วงแหวน – จตุโชติเดิมที่อยู่ติดกัน เพิ่ง Sold out ปิดโครงการไปเป็นที่เรียบร้อย ที่นี่เป็นบ้านเดี่ยวในสไตล์ “Berlin” เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป คลาสสิคในโทนสีขาวดำ หนักแน่น หรูหราร่วมสมัยครับ
โซนเทพรักษ์
เชื่อมต่อสะดวกด้วยถนนตัดใหม่ แต่ยังได้ Lifestyle ในแบบวัชรพล
จุดเด่น : เชื่อมตรงเข้าพหลโยธิน, สนามบิน, รถไฟฟ้าสายสีเขียวง่าย แต่ก็ยังได้ Lifestyle ของโซนรามอินทรา-วัชรพลอยู่
การมาของถนนเทพรักษ์ถือว่าได้มาเปิดย่านหมู่บ้านใหม่ในบริเวณนี้เลยก็ว่าได้ครับ ด้วยทำเลที่เดินทางง่าย ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก และทำให้ย่านนี้เข้าถึงรถไฟฟ้า-สนามบินดอนเมืองได้ง่ายขึ้นเลยทำให้ทันทีที่ถนนสายนี้เปิด โซนถนนเทพรักษ์ตรงนี้ก็กลายเป็นทำเลของบ้านระดับ Luxury ไปโดยทันที แต่ก็ยังเป็นถนนที่เชื่อมกับโซนวัชรพลด้วย
ดังนั้นก็เลยจะเป็นย่านที่มีความเป็นโซน Residential ที่ใกล้แหล่ง Lifestyle ต่างๆ ของย่าน และใกล้ Community Mall เปิดใหม่อย่าง Market Place เทพรักษ์ด้วยครับ และค่อนข้างตอบโจทย์หลากหลายกลุ่ม หลาย Gen จะขึ้นทางด่วนไปทำงานในย่าน CBD หรือไปโรงเรียนย่านรามอินทรา-ลาดพร้าวก็ทำได้ จะออกไปทางพหลเชื่อมรถไฟฟ้าก็ได้เช่นกัน และไม่ไกลจากสนามบิน
ซึ่งบ้านในโซนนี้ของแสนสิริ ก็มีตั้งแต่บ้านทาวน์โฮมอย่าง “Siri Place พหลโยธิน 52” ที่เป็นบ้านระดับจับต้องได้ จนไปถึง “เศรษฐสิริ” และบ้านหรูระดับท็อปของย่านรามอินทรา-วัชรพลอย่าง “นาราสิริ”

“เศรษฐสิริ วัชรพล – เทพรักษ์”
บ้านเดี่ยวทำเลดี บนถนน “วัชรพล” ใกล้ Marketplace เทพรักษ์ ที่นี่เป็นโครงการเศรษฐสิริ ที่บ้านมาในสไตล์ Georgian ดูภูมิฐาน หรูหราและดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ครับ รวมไปถึงตัว Clubhouse ริมน้ำที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครเช่นกัน
บ้านโครงการนี้เริ่มต้นที่ 205 – 462 ตร.ม. ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวขนาดเล็กและใหญ่ ได้ตั้งแต่อยู่ 2-3 คน ไปจนถึงหลาย Generation เริ่มต้น 12.99 ล้าน
“สิริ เพลส พหลโยธิน 52”
บ้านทาวน์โฮมทำเลไม่ไกลจากรถไฟฟ้า บนซอยพหลโยธิน 52 เชื่อมต่อถนนเทพรักษ์ สำหรับที่นี่เป็นบ้านที่ราคาเริ่มต้นไม่หนีจากคอนโด 2 ห้องนอน ทำเลเขยิบจากรถไฟฟ้าออกมานิด แต่ได้พื้นที่ใหญ่กว่าเท่าตัว รองรับครอบครัวในอนาคตได้ครับ
ด้วยราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ เป็นบ้านแสนสิริที่มาในราคาเริ่ม 3.59 ล้านบาท ก็จะเหมาะกับทั้งคนที่เริ่มทำงานมาไม่นาน หรือครอบครัวขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นหาบ้านสักหลังครับ
โซนสายไหม
เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวง่าย ราคาจับต้องได้ ใกล้แหล่งของกิน
จุดเด่น : ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ในทำเลอุดมสมบูรณ์ และราคายังจับต้องได้
สำหรับสายไหม ก็เป็นอีกเส้นนึงที่หมู่บ้านต่างๆ มาเปิดกันเยอะและเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ดังนั้นในแง่ความอุดมสมบูรณ์ ย่านนี้เรียกได้ว่าไม่แพ้ใครครับ มีทั้ง Community Mall และร้านค้าขนาดเล็ก-ใหญ่, Hypermarket และตลาดชื่อดังอยู่ในย่านนี้ตลอดเส้นทาง
และเป็นย่านที่ถือว่าไม่ไกลจากรถไฟฟ้า BTS สถานีคูคตด้วย สามารถใช้เชื่อมต่อเข้าเมืองได้ โซนนี้ก็จะเหมาะกับใครที่ใช้ชีวิตทำงานอยู่ในละแวกนี้ที่มีแหล่งงานต่างๆ เยอะ ทั้งโซนสายไหม, พหลโยธินและดอนเมือง หรือจะเข้าเมืองก็ยังเชื่อมต่อไปยังเส้นวิภาวดี-พหลโยธินได้ครับ
และราคาบ้านในย่านนี้ถือว่ายังไม่สูงเกินไปมาก อย่างโครงการที่แสนสิริมาเปิดที่นี่จะเป็น
“เศรษฐสิริ พหลโยธิน – สายไหม”
บ้านเดี่ยวทำเลติดถนนสายไหม ไม่ต้องเข้าซอย และเป็นเศรษฐสิริที่ราคาจับต้องได้ที่สุดในย่านรามอินทราด้วยราคาที่เริ่มต้นยังไม่ข้ามหลัก 10 ล้านครับ (เริ่ม 9.99 – 25 ล้านบาท) ตัวโครงการยังได้สเปก วัสดุ ตัวบ้านและส่วนกลางต่างๆ ตามแบบฉบับของเศรษฐสิริครบถ้วน มาในสไตล์ Modern Classic ดูภูมิฐาน เรียบง่ายแต่ดูหรูหราในเวลาเดียวกัน
ขนาดบ้านเริ่มต้น 188 – 319 ตร.ม.
โซนเสรีไทย
ใจกลางรามอินทรา ใกล้แฟชั่น ใกล้ 7 โรงพยาบาล 9 โรงเรียน
จุดเด่น : ใกล้แฟชั่น ใกล้ 7 โรงพยาบาล 9 โรงเรียน
ถ้าพูดถึงบ้านแสนสิริโซนที่ใกล้ถนนรามอินทรามากที่สุด ก็จะเป็นโซนนี้ครับ ที่อยู่บนถนนเลียบวงแหวนช่วงระหว่างรามอินทรากับถนนเสรีไทย จุดเด่นคือเป็นโซนที่ใกล้หลายอย่างมาก ทั้งใกล้ถนนรามอินทรา ใกล้ Fashion Island แค่ 3 กิโล ใกล้โรงพยาบาลรวมกว่า 7 แห่ง อย่างเช่น รพ.สินแพทย์, เกษมราษฎร์ รามคำแหง, พญาไท นวมินทร์, นพรัตน์ราชธานี และใกล้โรงเรียนต่างๆ เช่น รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า, รร.เลิศหล้า, รร.นานาชาติร่วมฤดี
ซึ่งพออยู่เส้นเลียบวงแหวน ทำให้สามารถวนไปออกได้หลายทางครับ ทั้ง ถ.เสรีไทย, ถ.รามอินทรา, ถ.เกษตร-นวมินทร์, ถ.รัชดา-รามอินทรา หรือออกไปขึ้นวงแหวนกาญจนาฯ ไปย่านบางนา หรือเข้าเมืองย่านพระราม 9 ก็ได้ ซึ่งโครงการที่แสนสิริมาเปิดตรงนี้ คือ
“เศรษฐสิริ เสรีไทย”
โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่แสนสิริเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว กับเศรษฐสิริโครงการก่อนหน้าที่อยู่ติดกัน มาในสไตล์ Modern Classic จุดเด่นอยู่ที่ขนาดโครงการที่ไม่ใหญ่มาก มีเพียงแค่ 109 ยูนิตเท่านั้น ให้ความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ สำหรับใครที่มองหาบ้านบรรยากาศไม่วุ่นวาย
แบบบ้านมีให้เลือกตั้งแต่ 206 – 321 ตร.ม. ส่วนกลางครบครันในราคาเริ่มต้น 11.99 ล้านบาท

“Sansiri Urban Vibe” ชีวิตที่ใช่ ไวบ์ที่ลงตัว ลดสูงสุด 10 ล้านบาท!! เริ่ม 9.99 – 55 ล้าน
พบกับบ้านแนวราบ 7 โครงการจากแสนสิริ ในทำเลโซนต่างๆ ของรามอินทรา ที่พร้อมตอบโจทย์ทุก Lifestyle ที่แตกต่าง

























