หลายครั้งที่เราไปดูโครงการหมู่บ้านหรือคอนโด อาจเจอว่าบางโครงการมีแนวสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน เห็นเสาโครงเหล็กสูงๆ แวบแรกนึกว่าหอไอเฟลข้างบ้าน ที่จริงคือเสาไฟแรงสูงนั่นเอง เลยสงสัยว่าแนวสายไฟแรงสูงพวกนี้วิ่งมาจากไหนไปถึงไหน แล้วในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรงไหนมีแนวสายผ่านบ้าง

สายไฟแรงสูงที่พูดถึงนี้หมายถึงสายส่งไฟฟ้าบนเสาโครงเหล็กขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่พาดผ่านกลางย่านชุมชนหรือทุ่งนาชานเมือง เราไปค้นข้อมูลแล้ววาดแนวสายลงแผนที่ให้ดูกันครับ
โรงไฟฟ้าใหญ่ 4 แห่งรอบกรุงเทพฯ
- โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ อยู่ตรง กฟผ. บางกรวย ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ส่งมาตามแนวท่อ
- โรงไฟฟ้าพระนครใต้ อยู่แถวปู่เจ้าสมิงพราย ใกล้สะพานกาญจนาภิเษก
- โรงไฟฟ้าวังน้อย อยู่แถววังน้อย-ธัญบุรี คลอง 8
- โรงไฟฟ้าบางปะกง อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ระหว่างถนนบางนา-ตราดกับมอเตอร์เวย์ (ตำแหน่งจริงเลยขอบแผนที่ไปทางขวาล่าง ส่วนโรงไฟฟ้าที่เห็นริมทะเลในแผนที่คือโรงไฟฟ้าบางบ่อของเอกชน)
นอกจาก 4 โรงไฟฟ้านี้ที่มีแนวสายเชื่อมกัน ยังมีสายส่งไฟฟ้าจากทั่วประเทศวิ่งเข้ามากรุงเทพฯ โดยมีสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่เป็นชุมทางแยกกระจายอยู่ทั่ว ที่ใหญ่และมีสายไฟระโยงระยางเยอะคือโซนหนองจอกและไทรน้อย
ส่วนแนวสายไฟแรงสูงที่ผ่าเข้ามาใจกลางเมือง หลักๆ มี 3 เส้น คือจากรังสิตวิ่งลงมาแถวรัชวิภา จากนั้นแยกไปทางรัชดา-ห้วยขวาง-คลองตันเส้นหนึ่ง และแยกไปเชื่อมโรงไฟฟ้าพระนครเหนืออีกเส้นหนึ่ง
ซูมดูแนวสายไฟแรงสูงแต่ละย่าน
รอบโรงไฟฟ้าวังน้อย สายระโยงระยางมาก

สถานีไฟฟ้าไทรน้อย เป็นสถานีชุมทางใหญ่ มองไปทางไหนก็เห็นเสาไฟฟ้าแรงสูง ส่วนโรงไฟฟ้าที่หลายคนเข้าใจว่าอยู่แถวนี้ จากที่ค้นข้อมูล กฟผ. ไม่มีโรงไฟฟ้าตรงสถานีไทรน้อย ถ้าห่างออกไปหน่อยจะเป็นโรงไฟฟ้าของเอกชนที่ผลิตพลังงานจากการเผาขยะ (สัมปทานของ อบจ.นนทบุรี) ซึ่งไม่ได้มีแนวสายไฟแรงสูงเชื่อมเข้ากับแนวสายหลัก

แถวเมกาบางนา

ห้าแยกลาดพร้าว-รัชดา-คลองตัน

จตุจักร

แผนที่นี้วาดเฉพาะแนวเสาโครงเหล็กของ กฟผ. ยังไม่รวมแนวเสาที่วิ่งไปตามถนนของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งเป็นเสาปูนต้นสูง แต่บางเส้นก็มีแรงดันระดับเกิน 100,000 โวลต์ไม่ต่างจากเสาเหล็ก 4 ขา และยังไม่รวมแนวที่กำลังก่อสร้าง เช่น สถานีไฟฟ้าสามโคกที่เห็นไซต์ก่อสร้างแล้ว แต่แนวสายยังสร้างไม่เสร็จ
ส่วนเส้นถนนพระราม 2 แนวสายไฟแรงสูงจะเป็นเสาเหล็กกลมๆ ต้นสูงลิบแบบในภาพนี้

ระยะห่างตามกฎหมาย และค่ารอนสิทธิ์
บ้าน คอนโด หรืออาคารที่อยู่ในแนวสายไฟต้องเว้นระยะห่างตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต่างกันไปตามขนาดของสายส่ง ตั้งแต่ 115,000 โวลต์ (115 kV) ไปจนถึง 500,000 โวลต์ (500 kV) เทียบกับไฟบ้านที่ 220 โวลต์ ต่างกันเป็นพันเท่า
ในบทความ “การประเมินค่าที่ดิน ใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง” ของมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย สรุปข้อห้ามในเขตเดินสายไฟฟ้าตามประกาศของ กฟผ. ไว้ เช่น ห้ามปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในเขตเดินสาย ห้ามปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่ตั้งเสาและรอบโคนเสา 4 เมตร ในเขตเดินสายส่วนอื่นห้ามปลูกต้นไม้ที่โตเต็มที่สูงเกิน 3 เมตร และถ้าจะเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เช่น ปรับถมดิน ต้องขออนุญาต กฟผ. ก่อน ส่วนความกว้างของเขตเดินสายไฟฟ้าโดยประมาณ (รวมทั้งสองฝั่ง) เป็นดังนี้
- 69,000 โวลต์ ประมาณ 18 เมตร (ห่างจากกึ่งกลางแนวเสาข้างละ 9 เมตร)
- 115,000 โวลต์ ประมาณ 24-50 เมตร
- 230,000 โวลต์ ประมาณ 40-50 เมตร
- 500,000 โวลต์ ประมาณ 70-80 เมตร
กฟผ. ซึ่งเป็นเจ้าของระบบส่งไฟฟ้าจะจ่ายเงินชดเชยเป็น “ค่ารอนสิทธิ์” ให้เจ้าของที่ดินที่แนวสายไฟพาดผ่าน ที่ดินใต้แนวสายส่วนใหญ่ยังเป็นของเจ้าของเดิม แต่ถูกรอนสิทธิ์ แลกกับการห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างในระยะที่กำหนด
ผู้อ่านหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าข้อจำกัดนี้ควรระบุในโฉนดด้วย ซึ่งก็จริง เพราะจากที่ลองค้นข้อมูล เจอกรณีคนถูกหลอกขายที่ดินใต้สายไฟแรงสูงหลายกรณี ใครกำลังจะซื้อที่ดินควรเช็กแนวสายให้ดีก่อน
อยากดูแนวสายไฟแรงสูงเอง ดูจากไหน
แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงดูจาก Google Maps ไม่ได้ ยกเว้นเปิดโหมดภาพดาวเทียมแล้วซูมไล่หาเอง (ตอนแรกเราก็หาแบบนี้) แต่มีเว็บแผนที่ OpenStreetMap ที่แสดงแนวสายไฟด้วย ละเอียดถึงตำแหน่งตั้งเสา ลองไปส่องกันได้ที่ www.openstreetmap.org
แล้วคุณคิดว่าการมีบ้านหรือคอนโดอยู่ใกล้แนวสายไฟแรงสูง มีข้อดีหรือข้อเสียยังไงบ้าง เป็นคำถามที่เราชวนผู้อ่านคุยกันใต้โพสต์ Facebook ไว้ด้วยครับ
ที่มาข้อมูลระยะเขตเดินสาย: บทความ “การประเมินค่าที่ดิน ใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง” มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2567)

