fbpx
สาระอสังหา

ปี 2023 Developer แต่ละเจ้ามีแผนธุรกิจอะไร และจะทำอะไรกันบ้าง?

เป็นปกติทุกปีที่ Developer แต่ละเจ้าจะต้องออกมาแถลงแผนธุรกิจกันว่าปีนี้จะทำอะไร แต่ละเจ้าก็มีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด ซึ่งบางเจ้าเองมีการขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากอสังหาฯ อย่างโรงแรม, Warehouse, โรงพยาบาล, ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและความยั่งยืนต่างๆ ด้วย ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละเจ้าจะเปิดกี่โครงการ มีโครงการไหน ทำเลไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปอ่านกันต่อเล้ยยยย




SANSIRI

ต้องบอกว่าปีนี้ตลาดอสังหาน่าจะค่อนข้างร้อนแรงทีเดียว หลายๆ เจ้าตั้งเป้าเปิดโครงการ/ยอดขายแบบ All Time High กันเลยครับ หลังจากช่วงสองสามปีที่แล้วเงียบเหงากัน แสนสิริก็เป็นอีกเจ้าครับ ที่ปีนี้เตรียมเปิดตัว 52 โครงการ จับเกือบทุก Segment มูลค่าโครงการที่เปิดรวมสูงที่สุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา รวมถึงตั้งเป้ารายได้สูงสุดด้วยเช่นเดียวกัน


บ้านแนวราบ

เปิด 30 โครงการ มูลค่า 50,700 ล้านบาท

แนวราบยังเป็นพระเอกของปีนี้ จากตลาดบ้านที่ช่วงนี้ยังค่อนข้างขายดี เตรียมเปิดทุก Segment เลย จุดเด่นของปีนี้คือหลายๆ ทำเลจะเป็นโครงการที่ทำออกมาในแนว Sansiri Community คือมีที่ดินขนาดใหญ่ พัฒนาเป็นหลายโครงการร่วมกัน แบบที่เคย Success ที่ T77 และกรุงเทพกรีฑาครับ

โครงการที่เป็นไฮไลท์

  • นาราสิริ (1 โครงการ 5,300 ล้านบาท) โครงการพหล-วัชรพลเปิดตัวไตรมาสแรกปีนี้
  • บูก้าน (3 โครงการ 3,600 ล้านบาท) ที่กรุงเทพกรีฑา, พัฒนาการ 32 และพระราม 9 – เหม่งจ๋าย
  • เศรษฐสิริ (10 โครงการ 21,900 ล้านบาท) เตรียมเปิดโครงการตรงข้ามสนามบินดอนเมืองพร้อมบ้านซีรี่ส์ใหม่
  • สราญสิริ (4 โครงการ 9,900 ล้านบาท) ทำเลราชพฤกษ์ 345, ราชพฤกษ์ 346, บางนา-สุวรรณภูมิ, เวสต์เกต
  • อณาสิริ (9 โครงการ 10,500 ล้านบาท) ทำเลกรุงเทพ-ปทุม 2, รังสิต – คลอง 3, ศรีนครินทร์ – แพรกษา, ชัยพฤกษ์ – วงแหวน 2, เวสต์เกต, พระราม 2 – วงแหวน, ซอยพระเงิน, ศาลายา, พายัพ เชียงใหม่

คอนโด

เปิด 22 โครงการใหม่ มูลค่า 24,300 ล้านบาท

ปีนี้แสนสิริจะเริ่มกลับมาลุยคอนโดอีกครั้ง หลังจากช่วง 2 ปีที่แล้วอาจจะเปิดแต่โครงการไม่ใหญ่มาก ซึ่งแสนสิริก็บอกครับว่าตอนนี้คอนโดที่เหลือขายอยู่มีไม่เยอะแล้ว ปีนี้เลยเตรียมลุยเปิดใหม่อีก 22 ใหม่ ตัวที่เด่นๆ ได้แก่

  • New Luxury Condo ที่ทำเลราชเทวีและอารีย์ แต่แบรนด์ยังขออุบไว้ก่อน สองตัวนี้หลายคนน่าจะรอกันอยู่
  • One of a kind Project แบรนด์เฉพาะสำหรับแต่ละทำเล ปีนี้มี Cabanas หัวหิน และจะมีเปิดที่สุขุมวิทอีก 2 โครงการครับ
  • Dcondo แบรนด์คอนโดระดับเริ่มต้น 13 ปีของแสนสิริ ปีนี้จะ Rebrand ใหม่ให้ทันสมัยขึ้น มี 5 โครงการ เปิด 2 ทำเลแรกที่หาดใหญ่และภูเก็ต และจะมีรังสิต/ศรีราชาและลาดกระบังตามมา

แบรนด์ใหม่

ปีนี้น่าจะเป็นปีนึงที่แสนสิริเตรียมเปิดแบรนด์ใหม่เยอะที่สุดเลยครับ รายละเอียดยังมีไม่เยอะ แต่มีชื่อแบรนด์ออกมาแล้ว

  • Sansiri Luxury Collection
    • No.19
    • Sirinsiri (สิริณสิริ)
  • Premium Segment
    • Narinsiri
    • Ombré (เป็นบ้านทาวน์โฮม)
  • Condominium
    • Hub
    • Cabanas หัวหิน

นอกจากนี้ปีนี้แสนสิริก็จะลุยตลาดต่างจังหวัดเพิ่มด้วยเช่นเดียวกัน ตั้งเป้าจะมีอีก 12 โครงการ ประมาณ 8,500 ล้านหรือประมาณ 10% ของยอดรวม และเตรียมรับการกลับมาของตลาดต่างชาติจากการเปิดประเทศ และยังเน้นเรื่องของ Net Zero ด้วยครับ


AP THAI

เป็นอีกเจ้าที่ปี 2022 ที่ผ่านมายืนหนึ่งในทุกด้าน แถมปีนี้เตรียมเปิด 58 โครงการใหม่มากที่สุดตั้งแต่เคยเปิดมา + มูลค่ารวมสูงที่สุดในตลาดของปีนี้ แผนของ AP ปีนี้จะเน้นที่ 3 เรื่องหลัก เรื่องแรก Dive Deeper in Property Business ครับ ปีนี้ AP จะเจาะลึกขึ้น ลุยเข้าไปหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม จะเห็นโครงการกลุ่ม Luxury มากขึ้น


กลุ่มธุรกิจทาวน์โฮม

เปิดทั้งหมด 27 โครงการ มูลค่า 26,400 ล้าน

สำหรับบ้านทาวน์โฮมของ AP ปัจจุบันมีเกือบทุกตลาด ตั้งแต่ราคา 1 กลางๆ ไปถึงหลัก 20 กว่า ซึ่งในปี 2023 นี้ทาง AP จะเน้นบ้าน Townhome กลุ่ม Luxury มากขึ้นครับ เตรียมส่งบ้านกลางเมือง Classe รัชโยธิน เป็นโครงการแรก นอกจากนี้ก็จะลุยฝั่งบ้านแฝดมากขึ้น เน้นทำเลเมือง ชูจุดเด่นบ้านดีไซน์ใหม่ ด้วยแบรนด์บ้านกลางเมือง THE EDITION ซึ่งเป็นแบรนด์บ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีหน้ากว้างที่มากสุดถึง 12.8 เมตร และ GRANDE PLENO เป็นบ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 13.5 เมตร


กลุ่มบ้านเดี่ยว

เปิดทั้งหมด 22 โครงการ มูลค่า 34,800 ล้าน

อีกหนึ่งกลุ่มที่แข็งแกร่งของ AP สำหรับบ้านเดี่ยวปีนี้ก็เช่นกันครับนอกจากตลาดเดิมแล้ว AP จะลุยไปบ้านระดับบนมากขึ้น ทั้งตลาด Luxury และ Super Luxury ไฮไลต์ของปีนี้ได้แก่

  • The CITY : แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับราคาประมาณ 10-20 ล้านของ AP ปีนี้จะมีการเพิ่มบ้านแบบ Plus Size ขนาดบ้านใหญ่ขึ้น ไซส์ 386-560 ตารางเมตรเลยทีเดียวครับ โดย The CITY รูปแบบใหม่เตรียมเปิดตัว 3 ทำเลช่วงต้นปี ขนาดโครงการไม่ใหญ่มาก ประมาณ 50-60 หลัง ซึ่งจะได้พื้นที่ดินตั้งแต่ 100-127 ตารางวาทั้งโครงการ ระดับราคา 25-40 ล้าน โครงการที่จะเปิดได้แก่
    • THE CITY จรัญฯ – ปิ่นเกล้า
    • THE CITY ปิ่นเกล้า-บรมฯ 3
    • THE CITY สุขุมวิท-อ่อนนุช 2
  • บ้านกลางกรุง : หลังจากที่ Rebrand บ้านกลางกรุงไปเมื่อสองปีก่อนที่ทำเลพระราม 3 เป็นบ้าน Super Luxury 4-5 ชั้น ทำเลกลางเมือง ปีนี้เตรียมมีโครงการใหม่ ระดับราคา 30-50 ล้าน THE PALAZZO แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับท๊อปของ AP ปีนี้ก็เตรียมอัพให้หรูขึ้นไปอีก จับระดับราคา 70-100 ล้านเลยครับ

กลุ่มคอนโด

เปิดทั้งหมด 4 โครงการ มูลค่า 11,800 ล้าน

ตลาดคอนโดที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตมากที่สุดครับ ทั้งกำลังซื้อในประเทศ ทั้งต่างชาติที่เข้ามาไม่ได้ ยอดในปี 2020-2021 เลยหายไปค่อนข้างเยอะ และไม่ค่อยได้เห็นโครงการเปิดใหม่ซักเท่าไหร่ ซึ่ง AP บอกว่าในปี 2022 ยอดเริ่มกลับมาใกล้กับช่วงปี 2019 ช่วงก่อนวิกฤตแล้วครับ ส่วนในปีนี้ AP มองว่าตลาดคอนโดน่าจะกลับมาคึกคัก เตรียมเปิด 4 โครงการใหม่ด้วยกัน มีทั้งที่ JV และไม่ JV ได้แก่

  • LIFE พหล-ลาดพร้าว : 598 ยูนิต (3,500 ลบ.) เริ่มสร้างไปแล้ว 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ ใกล้ๆ กับ Life ลาดพร้าวและ Life ลาดพร้าว แวลลีย์ เตรียมเปิดขายช่วงมิถุนายนนี้
  • RHYTHM (ตรงข้าม Iconsiam) : 584 ยูนิต (4,500 ลบ.)
  • ASPIRE Vibha-Victory : 593 ยูนิต (2,300 ลบ.)
  • ASPIRE เกษตร – พหล 49 : 622 ยูนิต (1,500 ลบ.)

3 ตัวหลังเตรียมเปิดช่วง Q4 และปีนี้ก็มีโครงการที่จะสร้างเสร็จ 4 ที่ด้วยกันครับ ได้แก่ RHYTHM เจริญกรุง Pavillion ที่เพิ่งเปิดตึกไป, THE ADDRESS สยาม-ราชเทวี, ASPIRE รัตนาธิเบศร์ Weston, ASPIRE ปิ่นเกล้า – อรุณอมรินทร์

นอกจากนี้ AP ก็มีลุยตลาดบ้านต่างจังหวัดเพิ่มเติมด้วยเช่นเดียวกันครับ เตรียมเปิดโครงการใหม่ 5 โครงการ ทั้งจังหวัดเดิม และมีเพิ่มอีก 3 จังหวัดใหม่ ได้แก่ นครปฐม, สุราษฎร์ธานี, อุบลราชธานี ส่วนอีก 2 ข้อหลักที่ AP เน้นปีนี้จะเป็นการ Hatch New Business ที่มองธุรกิจใหม่ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจหลัก อย่างตอนนี้ก็มีเปิดตัว FitFriend ที่เป็นบริการเทรนเนอร์ดิลิเวอรีและสุดท้าย People & Social ที่มองในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของคน มีโครงการ AP OPEN HOUSE ที่เป็นโปรแกรมฝึกงาน และแคมเปญ I AM POWER สำหรับให้ผู้พิการได้มีโอกาสเข้าถึงทักษะการทำงานใหม่ๆ ครับ


ORIGIN

ต้องบอกว่า Origin เขามีหลากหลายธุรกิจมากกกกกกกกๆ ครับ แต่หลักๆ ก็จะมีโครงการแนวราบ พวกบ้านเดี่ยวต่างๆ โครงการแนวสูงอย่างคอนโด ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจ Warehouse มูลค่ารวมๆ ที่ลงทุนในปีนี้ประมาณ 80,000 ล้านบาท


โครงการแนวราบ

เปิดตัว 20 โครงการ มูลค่า 22,500 ล้านบาท

จะเป็นบ้านในแบรนด์ของ Britania ทั้งหมดครับ ส่วนโลเคชั่นก็จะมีตั้งแต่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, เมือง EEC อย่างชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา รวมไปถึงหัวเมืองอย่างขอนแก่นด้วย สำหรับแบรนด์ของ Britania ก็จะมี

  • Belgravia ราคา 20 – 50 ล้านบาท
  • Grand Britania ราคา 8 – 20 ล้านบาท
  • Britania ราคา 4 – 8 ล้านบาท
  • Brighton ราคา 2.5 – 4 ล้านบาท

โครงการคอนโด

เปิดตัว 22 โครงการ มูลค่า 27,500 ล้านบาท

  • Grand Hampton ทองหล่อ
  • SO ORIGIN ศิริราช
  • SO ORIGIN ลาซาล
  • SO ORIGIN เขาใหญ่
  • SO ORIGIN ภูเก็ต 2
  • SOHO Bangkok สุขุมวิท
  • Origin Place สถานีพหล 59
  • Origin Place รามคำแหง 153
  • Origin Place เพชรเกษม 56
  • Origin Place เชียงใหม่
  • Origin Place หัวหิน
  • Knightsbridge Space ระยอง
  • The Origin บางแค
  • The Origin เทพารักษ์ – บางปู
  • The Origin บางนา – บางปะกง
  • The Origin พัทยา
  • The Origin ภูเก็ต 1
  • The Origin บางแสน
  • The Origin ขอนแก่น
  • Origin Play สถานีศรีลาซาล
  • Origin Play ปิ่นเกล้า – สิรินธร
  • Origin Play แจ้งวัฒนะ

ธุรกิจโรงแรม

เปิดตัว 11 โครงการ มูลค่า 25,500 ล้านบาท

  • One รามอินทรา
  • One สนามเป้า
  • One บางนา
  • Staybridge Suites ศรีราชา
  • One Origin บางกะปิ
  • One Origin หัวหิน
  • One Origin ศรีนครินทร์
  • One Origin อมตะ – ชลบุรี
  • One Origin เขาใหญ่
  • One Origin พัทยา
  • One Origin ภูเก็ต

จะเห็นได้ว่าทาง Origin เขาขยายธุรกิจโรงแรมไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ แต่ยังไปตามต่างจังหวัดด้วยครับ ซึ่งมูลค่าการลงทุนมากกว่าโครงการบ้านอย่าง Britania สะอีก และสุดท้ายกับธุรกิจ Warehouse มี 7 โครงการ มูลค่า 4,500 ล้านบาท ก็เรียกได้ว่าทาง Origin มีธุรกิจที่ครบวงจรมากๆ ตั้งแต่อสังหาฯ, โรงแรม, Warehouse และ Wellness


NOBLE

ต้องบอกว่าปีที่ผ่านมา ปี 2022 เป็นปีที่ Noble เปิดตัวโครงการเยอะมากฮะ ซึ่งก็ทำยอดขาย Pre-Sales ไปได้ 17,400 ล้านบาท ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ Noble ทำยอดขายได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเลย ซึ่งปีนี้ Noble ก็เตรียมเปิดโครงการมาอีกชุดใหญ่เช่นเดียวกัน


คอนโด

ปีนี้ตลาด Low Rise จะมีคอนโด Low Rise เปิดใหม่ทั้งหมด 1 ตัวด้วยกัน ซึ่งก็คือ Nue Core คูคต สเตชั่น ที่เตรียมจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ครับ (เร็วๆ นี้ที่หมายถึงพรุ่งนี้แล้ว) อยู่ติดกับ Nue Cross ที่ Soldout ไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนตลาดคอนโด High Rise ปีนี้จะมีแค่โครงการเดียวเช่นกัน เป็นโครงการที่ถนนวิทยุ ที่เลื่อนเปิดตัวมาจากปีที่แล้วครับ ราคาตัวนี้แว่วๆ ว่าจะอยู่ประมาณ 2 แสนกลางๆ/ตารางเมตร ซึ่ง Noble ก็บอกว่าปีนี้ไม่เน้นแนวสูงเยอะ เนื่องจากปีที่แล้วมีเปิดไปหลายตัว ในหลายทำเลแล้วครับ แต่ก็เล็งๆ เตรียมหาที่ ในทำเลที่โครงการของ Noble เริ่ม Sold out ไป อย่างโซนสุขุมวิทชั้นใน


บ้าน

กลุ่มนี้ก็น่าสนใจครับ ปีนี้ Noble เตรียมเปิดโครงการทั้งบ้านทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวเลย ทำเลที่ตั้ง บางที่อาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว

  • Nue Hybe สุขสวัสดิ์ : บ้านทาวน์โฮมโซนกรุงเทพตะวันตกกึ่ง Home Office ความสูง 3 ชั้นครึ่ง 156 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 8-16 ล้าน
  • Nue Verse กรุงเทพกรีฑา : บ้านทาวน์โฮมกึ่ง Home Office เช่นเดียวกัน พื้นที่โครงการประมาณ 20 ไร่ 208 ยูนิต เริ่มต้น 8-16 ล้าน
  • Noble กรุงเทพกรีฑา : โครงการบ้านเดี่ยวทำเลกรุงเทพกรีฑา จับตลาดกลุ่มบ้านราคาประมาณ 15-22 ล้านบาท
  • Nue ราชพฤกษ์ 345 : การกลับมาเปิดโครงการใหม่ของบ้านเดี่ยว/บ้านแฝดทำเลชานเมืองจาก Noble ในรอบหลายปี ราคาเริ่มต้นประมาณ 5 ล้านปลายๆ ถึง 16 ล้าน

นอกจากนี้ก็จะมีบางตัวที่ยังไม่ได้เปิดตัว แต่แอบพูดถึงเบาๆ อย่างทำเล Westgate ครับ


บ้าน Ultra Luxury

นอกจากนี้ ปีนี้ Noble จะทำตลาดบ้านกลุ่ม Ultra Luxury ต่อจากที่ปีที่แล้วมี Noble Curate ที่เลียบด่วนรามอินทรา ซึ่งทั้ง 3 โครงการนี้จะเป็นกลุ่มที่ทาง Noble เรียกว่า “The Rare Selections” ครับ แต่ละที่ก็จะมีความพิเศษต่างกันออกไป

  • Noble Aqua Riverfront ราษฎ์บูรณะ : บ้านติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเลติดกับ Nue Riverest เป็นบ้านเดี่ยวระดับหรู 3 ชั้น 53 ยูนิตบนพื้นที่ 8 ไร่ ราคา 29-100 ล้านบาท
  • Noble Terra พระราม 9 – เอกมัย : บ้านเดี่ยว 3 ชั้นทำเลใจกลางเมือง ขนาดที่ดิน 50-90 ตารางวา 29 ยูนิต ราคา 35-80 ล้านบาท
  • Noble Away Cha-am Beach Front : เป็นหมู่บ้านติดชายหาดชะอำ ที่ขายแบบที่ดินเปล่า จำนวน 9 แปลง ขนาด 384-534 ตารางวา บนพื้นที่โครงการประมาณ 10 ไร่กว่า ราคา 34-50 ล้านบาท

SUPALAI

 ปี 2022 ที่ผ่านมา ในมุมตัวเลข ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว ต่างชาติเริ่มกลับมา คนไทยเริ่มกล้าซื้อ ยอดขายเพิ่มขึ้น 35% โดยศุภาลัยเปิดตัวไป 31 โครงการ มูลค่า 37,800 ล้านบาท สำหรับตลาดบ้านยอดขายดีขึ้น 20% จากปี 2021 ส่วนตลาดคอนโด ยอดขายเพิ่มขึ้น 82% และส่วนใหญ่เป็นคอนโดพร้อมอยู่ด้วยครับ หลายคนซื้อแล้วต้องการอยู่เลย พร้อมโอน ไม่อยากรอ ทางศุภาลัยบอกว่ายอดกู้ไม่ผ่านลูกค้าศุภาลัยต่ำมากๆ อยู่ที่ประมาณ 11% เท่านั้นเองในปีที่ผ่านมา มาจากการที่ศุภาลัยค่อนข้างคัดกรองหาลูกค้าที่แท้จริง มีการเก็บเงินดาวน์ในเรทที่เหมาะสม มีกติกาการโอนเปลี่ยนชื่อ เพื่อลดการซื้อลงทุน เน้นให้คนซื้อเป็นลูกค้าที่จะอยู่จริง ทำให้หนี้เสีย (NPL) ของศุภาลัยค่อนข้างน้อย ทำให้เรทสินเชื่อ เรทดอกเบี้ยของแบงค์กับแบรนด์ศุภาลัยค่อนข้างดี

ด้าน Project ในปีที่ผ่านมาของศุภาลัยมีแตกโครงการออกไปทำหลายอย่างที่หลากหลายขึ้นครับ อย่างเช่นมี Resort Housing ที่ภูเก็ต ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี มี Community Mall/ตลาด ที่หาดใหญ่ และกำลังจะต่อยอดที่บ่อวินชลบุรี และบ้านค่ายระยอง มี Home Office ปีที่แล้วเปิดตัวที่บางกอกใหญ่ ปีนี้จะมีที่บริเวณหัวมุมติดกับโรงเรียนศึกษานารีครับ มี Wellness Village โครงการศุภวัฒนาลัยที่เป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุค่อนข้างประสบความสำเร็จ กำลังจะทำที่ใหม่ที่บางไทร อยุธยา ข้างโรงพยาบาลบางไทร ทำ Co-Working Space ที่ตึกศุภาลัยแกรนด์ทาวน์เวอร์ โครงการ Mixed-Use ศุภาลัยไอค่อนสาทรที่กำลังจะเสร็จปีนี้ก็จะมี Co-Working เช่นกัน

นอกจากที่ไทย ศุภาลัยมีไปลงทุนที่ออสเตรเลียด้วยครับ ตอนนี้มี 12 โครงการแล้ว เป็นการร่วมลงทุนกับต่างชาติ ปีที่ผ่านมาศุภาลัยหันมาทำบ้านตลาดบนมากขึ้น ซึ่งยอดขายกลุ่มนี้ถือว่าดีเลยครับ ทั้งบ้าน 10-20 ล้าน และ 20 ล้าน++ ยอดขายเพิ่มขึ้น 150% จากปี 2021 ศุภาลัยตอนนี้ถือเป็นบ.ที่พัฒนาโครงการในหัวเมืองต่างจังหวัดมากที่สุด ปัจจุบันพัฒนาไปแล้ว 25 จังหวัด 220 โครงการ


บ้าน

  • มี 5 จังหวัดใหม่ที่ศุภาลัยเตรียมไปเปิด ได้แก่จังหวัดใหม่ จันทบุรี นครปฐม ราชบุรี ลำพูน ลำปาง รวมเป็น 28 จังหวัดแล้ว
  • มีแบบบ้านใหม่ๆ ในหลาย Segment เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย (ดูแบบบ้านใหม่ได้ในคอมเมนต์ครับ)
  • โครงการที่จะเปิดปีนี้มีบ้านต่างจังหวัด 20 โครงการ, กรุงเทพและปริมลฑล 14 โครงการ
  • ส่วนบ้านเดี๋ยวระดับบน จะเปิดตัวแบรนด์ Supalai Elegance เป็นบ้าน 3 ชั้นในทำเลถนนบรมราชชนนี 121 และพหลโยธิน 50 ครับ ระดับราคา 17-30 ล้านบาท
  • ปีนี้ศุภาลัยก็ลุยทำเลกรุงเทพกรีฑากับเค้าด้วยเช่นเดียวกันครับ

คอนโด

  • คอนโดปีนี้มีเปิดใหม่ 3 โครงการครับ
  • โครงการที่จะเปิด ที่มีข้อมูลแล้วก็จะเป็นโครงการ City Home สนามบินน้ำ และ Supalai Parc พัฒนาการ-เอกมัยครับ
  • ส่วนที่โครงการที่กำลังจะสร้างเสร็จปีนี้มี Supalai Icon สาทร, Supalai Premier สี่พระยา-สามย่าน, Supalai Loft ราชพฤกษ์

นอกจากนี้จะมีการนำเรื่องของ Smart Innovation ต่างๆ เข้ามาด้วย รวมถึง Collab กับ Partner ด้านต่างๆ เช่น SCG Green Choice, SHARGE+ ที่ทำ EV Charger รวมถึงพยายามทำเรื่อง Sustainable Growth รักษ์โลกควบคู่กันไปด้วยฮะ


SENA

เรียกได้ว่าเป็น Developer เจ้าเก่าแก่ของไทยอีกเจ้านึงเลย ปีนี้เสนาก็เตรียมทำ New High กับเค้าด้วยเช่นเดียวกัน โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 26 โครงการ รวมมูลค่า 24,024 ล้านบาท (ใน 26 โครงการเป็นร่วมทุนกับฮันคิวฮันชิน 22 โครงการฮะ)


แนวราบ 9 โครงการ 7,471 ล้านบาท

เป็นแบรนด์ Sena Viva, Sena Vela, Sena Ville, Sena Village, Sena Park Ville และ Sena Grand Home


คอนโด 17 โครงการ 16,553 ล้านบาท

ตัวหลักเป็น Sena Kith 11 โครงการ, Flexi 4 โครงการ Niche และบ้านร่วมทางฝันอีกอย่างละ 1 โครงการ


ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 18,242 ล้านบาท โดยบ้านปีนี้จะเน้น Zero Energy House ใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการใช้พลังงาน และจะได้เห็นบ้านในกลุ่ม Premium มากขึ้นครับ แต่นอกจากฝั่งธุรกิจหลักที่ทำโครงการบ้านและคอนโด เสนามองว่าในวันนี้เสนาไม่อยากเป็นบริษัทที่ขายบ้านอย่างเดียว แต่ต้องการเปลี่ยนมาเป็น Partner กับลูกค้า โดยดึงจุดเด่นที่เสนาเป็น Developer สร้างบ้านมาก่อน และจับ Mega Trends ของสังคม โดยเน้นความ Sustainability

ถ้านึกภาพไม่ออก ในการซื้อบ้าน 1 หลัง นอกจากตัวบ้าน ก็จะมีเรื่องของการเงิน, การอยู่อาศัย และการดูแล ซึ่งเสนาก็จะขยายมาธุรกิจต่างๆ ตรงนี้มากขึ้นครับ ธุรกิจเหล่านี้ก็จะต่อยอดกับตัวธุรกิจเดิมที่เป็นการทำที่อยู่อาศัย

ยกตัวอย่างธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมธุรกิจหลัก

  • จับมือ NEC บริษัทด้าน IT ทำ “SMARTIFY” แพลตฟอร์ม Smart Living
  • ธุรกิจบริการทางการเงิน “เงินสดใจดี” เพิ่มความสามารถในการเป็นเจ้าของกับลูกค้า
  • ธุรกิจนายหน้าอสังหา บริการขายและให้เข่าสสังหาริมทรัพย์
  • ธุรกิจบริหารนิติบุคคล
  • ธุรกิจบ้านมือสอง ร่วมกับ SAM และ BAM นำบ้านมาปรับปรุง

ธุรกิจใหม่อื่นๆ

  • ธุรกิจ Hotel & Serive Apartment Management
  • ธุรกิจ Nursing Home รอบรับสังคมสังคมสูงอายุ
  • ธุรกิจ Warehouse ให้เช่า จับเทรนด์ซื้อของออนไลน์
  • Sena Green Energy ทำเรื่อง Solar Cell จับมือกับ Shizen ศึกษาธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
  • ขยายพื้นที่ EV Charging Station ด้วยการใช้ไฟจาก Solar
  • Sena Reforestion ปลูกป่า

เลยจะเป็น Direction ของปีนี้จากเสนาเลย ที่จะไม่ใช่แค่บริษัททำแค่บ้านอีกต่อไปครับ


LPN

เป็น Developer อีกเจ้าครับที่ห่างหายไปนานเหมือนกัน ไม่ค่อยได้เปิดตัวโครงการอะไรหวือหวาเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ได้มีงานแถลงข่าวมาหลายปีแล้ว ปีนี้เขาเลยกลับมาจัดงาน พร้อมโครงการแบบปังๆ ทั้งคอนโดและบ้าน


โดยปีนี้เนี่ยจะมีโครงการคอนโดทั้งหมด 4 โครงการด้วยกัน อยู่ภายใต้แบรนด์ 168 ครับ ต้องบอกว่าจริงๆ ทุกโครงการทั้งบ้านและคอนโดจะอยู่ภายใต้แบรนด์ 168 ทั้งหมด มูลค่าโครงการคอนโดประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนบ้านจะมีทั้งหมด 13 โครงการด้วยกัน มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท ที่เขาจะเปิดเร็วๆ นี้มี 3 โครงการครับ คือ

  • Residence 168 ราชพฤกษ์ มูลค่า 630 ล้านบาท ราคา 35 – 50 ล้านบาท
  • Maison 168 เมืองทอง มูลค่า 2,500 ล้านบาท ราคา 7.9 ล้านบาท
  • Villa 168 เวสต์เกต มูลค่า 260 ล้านบาท ราคา 12 – 15 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่พร้อมโอนในปีนี้จะมีคอนโด 2 โครงการ และบ้าน 12 โครงการ

คอนโด 2 โครงการ

  • ลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48
  •  ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต – คลอง 1

บ้าน 12 โครงการ

  • Residence 168 ราชพฤกษ์
  • Residence 168 อ่อนนุช 46
  • Maison 168 เมืองทอง
  • Villa 168 เวสต์เกต
  • Venue 168 เวสต์เกต
  • Venue 168 คูคต สเตชั่น
  • Venue 168 ราชพฤกษ์
  • Haus 168 เวสต์เกต
  • Haus 168 คูคต สเตชั่น
  • Haus 168 ราชพฤกษ์
  • โครงการใหม่ 2 โครงการ

ถึงแม้ LPN เขาจะไม่ได้โปรโมทอะไรมากมายนะครับ แต่กำไรปี 65 เขาโตขึ้นถึง 42% ถ้าเทียบจากปี 64 พอได้ดูดีไซน์และการออกแบบโครงการใหม่ๆ ของทาง LPN ก็ค่อนข้างมีความทันสมัยมากขึ้น ดูมีลูกเล่นมากขึ้นฮะ


ANANDA

หลังจากช่วงปลายปีที่แล้วอนันดาจัดงานใหญ่ เปิดตัวไป 6 โครงการ ปีนี้อนันดาก็มั่นใจว่าตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองจะกลับมา รวมถึงลูกค้าจากต่างชาติด้วย


แล้วปีนี้จะเปิดอะไรบ้าง?

หลักๆ จะมี 2 โครงการครับ อาจจะดูไม่เยอะ แต่ต้องบอกว่าแต่ละตัวเด็ดๆ เลย และมูลค่าสูงทั้งคู่ครับ

  • IDEO พหล – สะพานควาย

ไฮไลท์ตัวแรกจะเป็นโครงการ IDEO บนที่ดินที่แทบจะติด BTS สะพานควาย (แปลงเดิม IDEO Q) ตัวนี้จะถูกเอามาปรับรูปแบบโครงการใหม่ให้ราคาน่าสนใจกว่าเดิม และจะมีห้อง Hybrid เพดานสูงด้วยครับ โครงการนี้อนันดาบอกว่าจะเอาคอนเซปต์การทำห้องเพดานสูงที่แบ่งออกมาได้เป็นหลายห้องนอน แบบที่ Success ใน Culture จุฬา-สามย่าน กลับมาพัฒนาโครงการนี้ และที่นี่จะเป็นโครงการมูลค่าสูงสุดตั้งแต่อนันดาเคยทำมา (8,100 ลบ.) ตัวนี้มาช่วง Q4

  • New Branded Residence

อีกตัวจะเป็นโครงการ Branded Residence ที่สุขุมวิท 38 บริเวณปากซอยใกล้ BTS ทองหล่อครับ เป็นโครงการร่วมกับ Rabbit Holding (BTS) ทางอนันดายังไม่ได้บอกว่าแปลงไหน อันนี้ทีมงานเข้าใจว่าน่าจะเป็นแปลงที่ดินของอนันดาที่ปัจจุบันล้อมรั้วไว้อยู่ ไฮไลท์ของโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ราคาต่อตารางเมตรสูงที่สุดตั้งแต่อนันดาเคยทำมา แว่วๆ ว่ามีห้องราคาหลัก 150 ล้านด้วยครับ และตัว Branded Residence จะเป็นการร่วมกับ Partner ระดับโลก ซึ่งอนันดาบอกว่าถ้าบอกชื่อ Partner จะต้องเซอร์ไพรส์แน่นอนครับ


แต่ก็ไม่ใช่แค่นี้ครับ เพราะนอกจากนี้อนันดาก็มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ต่อด้วยเช่นกัน ได้แก่

  • คอนโด 4 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้าน
  • แนวราบ 4 โครงการ มูลค่า 7,200 ล้าน
  • Service Apartment 2 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้าน

ซึ่งอาจจะยังไม่ได้เปิดตัวในปีนี้ แต่มีการลงทุน เตรียมพร้อมตั้งแต่ปีนี้แล้วครับ นอกจากนี้อนันดาบอกในงานนี้ว่าของอนันดาค่อนข้างโชคดีตรงที่ช่วงโควิดที่ผ่านมา อนันดาไม่ได้ตัดเทขายโครงการออกไปในราคาถูกเพื่อเก็บเงินสด ทำให้ปัจจุบันยังมีโครงการในมือที่เป็นราคาต้นทุนเก่าอยู่พอสมควร มีโครงการพร้อมอยู่ 30 โครงการ มูลค่ารวม 45,000 ล้านบาท และเป็นทำเลในเมืองเป็นหลัก ดังนั้นราคาก็จะดีกว่าโครงการที่เปิดใหม่ที่เจอต้นทุนทั้งค่าที่ดินและค่าต่างๆ ของปีนี้ และใน 45,000 ล้านนี้ ยังเป็นห้อง Foreigner Qouta สำหรับต่างชาติอยู่อีกถึง 34% ก็น่าจะรองรับกับตลาดปีนี้ที่ต่างชาติกลับมาครับ

ส่วนในด้านตัวเลข อนันดามองว่าปีนี้ธุรกิจทุกกลุ่มของอนันดาจะทำกำไรได้หมด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหลัก ทั้งกลุ่มคอนโด, บ้าน, ทาวน์โฮม ธุรกิจ Service Apartment ที่ปีนี้ก็คาดว่าจะทำกำไรได้ และธุรกิจอื่นๆ อย่างเช่น The Works, The Agent ทั้งยังได้มีการเปิดธุรกิจใหม่ๆ ด้วยเช่นกันครับ อย่างเช่น APSMC ที่เป็นธุรกิจ Consult เกี่ยวกับการทำอสังหาแบบครบวงจร และ The Master Academy ธุรกิจด้าน Tech Education ด้วย


SC ASSET

ปีนี้ทาง SC ASSET เขาจะเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 25 โครงการด้วยกันครับ มูลค่า 40,000 ล้านบาท โดยจะเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ มูลค่า 30,000 ล้านบาท และคอนโด 3 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท


ไฮไลต์โครงการแนวราบ

  • เปิดตัวแบรนด์บ้านใหม่ 95E1 (อ่านว่า ไนน์-ตี้-ไฟว์-อีสต์-วัน) เป็นบ้านระดับ Ultimate Luxury ราคาเริ่มต้นสูงที่สุดตั้งแต่ที่ SC Asset เคยเปิดขายมา คือ 100 ล้านบาทครับ แน่นอนว่าโครงการ Exclusive มาก เพราะจะมีแค่ 10 ยูนิตเท่านั้นเองนะ
  • เปิดตัวบ้านเกมเมอร์ เมื่อปีก่อนทาง SC เขามีบ้านคนโสดใช่มั๊ยครับ ปีนี้เขากลับมาใหม่พร้อมกับบ้านสำหรับเกมเมอร์ ซึ่งเขาออกแบบร่วมกับเกมเมอร์ชื่อดังอย่าง Willcomeback และ MNJ TV เพื่อสร้างบ้านสำหรับ Streamer และ Content Creator ที่โครงการ VENUE ID มอเตอร์เวย์ – พระราม 9 ราคาเริ่ม 14.29 ล้านบาท ในวันที่ 20 มีนานี้ฮะ
  • นอกจากนี้บ้านแบรนด์ Bangkok Boulevard กับ Venue จะมีแบบบ้านใหม่ออกมาด้วยครับ

ไฮไลต์คอนโดมิเนียม

  • เปิดตัวแบรนด์ใหม่ใน 2 ทำเลครับ (เขายังไม่บอกชื่อนะ ของุบงิบไว้ก่อน) ทำเลแรกคือ รัชดา – พระราม 9 ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับ MRT ศูนย์วัฒนธรรม มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท ราคาขายจะเริ่มประมาณ 2 ล้านต้นๆ ทำเลที่สอง คือ เกษตร – ศรีปทุม โครงการอยู่ตรงข้าม ม.ศรีปทุมเลย ติดรถไฟฟ้า 0 เมตร ไม่ต้องเดินเข้าซอย ไม่ต้องต่อวิน แค่รถไฟฟ้าถึงคอนโดเลย มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท
  • Scope ประสานมิตร สองคอนโดเมื่อกี้ราคาไม่แรง สองล้านต้นๆ แต่ Scope ประสานมิตรจะเจาะตลาดบนนิดนึงฮะ ราคาเขาเริ่มที่ 35 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,600 บ้านบาท
  • โครงการที่พร้อมเข้าอยู่ในปีนี้ก็จะมี 28 Chidlom, The Crest Park Residences, Scope Langsuan และ Scope Promsri

ไฮไลต์โรงแรม

  • เปิดตัวโรงแรมใหม่ YANH ราชวัตร ด้วยคอนเซปต์ Workcation Hotel รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมเปิดให้เข้าพักในเดือนมีนานี้ครับ
  • มีการพัฒนาแบรนด์โรงแรมใหม่บนถนนสุขุมวิท 29 และพัทยา เพื่อขยายธุรกิจโรงแรมให้มีถึง 1,000 ห้อง

ปีนี้ก็เน้นไปที่โครงการแนวราบเหมือนเดิม ก็จะมีโครงการบ้านตั้งแต่ราคา 2.5 ล้านบาท ไปจนถึง 150 ล้านบาทเลย ส่วนคอนโดแม้จะไม่ได้เปิดเยอะ แต่ก็มีหลาย Segment ให้ได้เลือกครับ ตั้งแต่ 2 ล้านบาท ไปจนถึง 400 ล้านบาทเลย


MAJOR

ทางเมเจอร์เองเขาบอกว่าไม่ได้จัดงานแถลงข่าวแบบนี้มาสองปีแล้ว แถมในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาในปี 2020 – 2021 ก็ไม่ได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ใดๆ เพิ่งจะมีเมื่อปีที่แล้วที่กลับมาเปิด 2 โครงการใหม่ ทั้ง Metris District ลาดพร้าว และ Malton Gate กรุงเทพกรีฑา ซึ่งเมเจอร์เองก็ไม่ได้หายไปไหนนะฮะ เขากลับไปพัฒนาและเตรียมรับมือกับระบบภายในต่างๆ ในองค์กร จนในปี 2023 นี้เองที่กลับมาเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 7 โครงการ ถือว่ามากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมเจอร์มา 24 ปีเลยก็ว่าได้ โดยเขาจะมีแบรนด์ใหม่ทั้งหมด 5 แบรนด์ด้วยกัน


โครงการแนวราบ 5 โครงการ

มีทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่ากว่า 5,900 ล้านบาท

  • Mayfield Lane Ratchada-Ladprao เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Luxury มูลค่า 400 ล้านบาท ราคา 34 – 41 ล้านบาท
  • Mayfield Pinklao เป็น Premium Townhome มูลค่า 1,000 ล้านบาท ราคา 13 – 16 ล้านบาท
  • Mayfield Ramindra-Khubon เป็น Premium Townhome มูลค่า 2,300 ล้านบาท ราคา 12 – 15 ล้านบาท
  • Milford Ladprao-Ramkhamhaeng เป็น Private Luxury Townhome มูลค่า 1,400 ล้านบาท ราคา 14 – 17 ล้านบาท
  • 1 แบรนด์ใหม่ (ยังไม่เปิดเผยชื่อ) อยู่ย่านพัฒนาการ เป็น Super Luxury Limited Edition มูลค่า 800 ล้านบาท ราคา 65 – 100 ล้านบาท

โครงการคอนโด 2 โครงการ

มูลค่า 8,800 ล้านบาท

  • Marquis Phayathai เป็น คอนโดระดับ Super Luxury Wellness Condominium มูลค่า 5,500 ล้านบาท เฉลี่ย 265,000 บาท/ตารางเมตร
  • Muniq Phrom Phong มูลค่า 3,300 ล้านบาท เฉลี่ย 310,000 บาท/ตารางเมตร

นอกจากนี้แผนในปี 2024 หรือปีหน้าทางเมเจอร์เขาแอบๆ บอกด้วยว่าจะมีคอนโดเปิดใหม่อย่าง Maru Chula มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เฉลี่ย 135,000 บาท/ตารางเมตร และ Mixed-use ในย่านอารีย์ที่มีพื้นที่ข้างใหญ่ มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท เฉลี่ย 235,000 บาท/ตารางเมตร

แล้วด้วยความที่เมเจอร์เขาขึ้นชื่อเรื่องคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้ทุกโครงการ เมื่อปีก่อนเขาได้จัดกิจกรรม Dog Fun Run ครั้งแรกที่สวนเบญจกิติ ได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ คาดว่าปีนี้ทางเมเจอร์เองก็จะมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงออกมาให้เราได้เห็นและร่วมกิจกรรมอีกเช่นกันฮะ ส่วนใหญ่ปีนี้เมเจอร์เขาก็จะเน้นไปที่ตลาด Luxury กับ Super Luxury เป็นหลักเลย


CHEWATHAI

“ชีวาทัย” ชื่อนี้อาจจะไม่ได้คุ้นหูในเพจเราเท่าไหร่ฮะ เรายังไม่เคยไปรีวิวโครงการของทางชีวาทัยเลย ปีนี้เขาเปิดใหม่ถึง 7 โครงการด้วยกัน ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้ไปรีวิวมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ปีที่แล้วทางชีวาทัยเขามีโครงการที่สร้างเสร็จอยู่ 2 โครงการด้วยกัน คือ ชีวาทัย ปิ่นเกล้า กับชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ลาดพร้าว – โชคชัย 4 ครับ


ปีนี้ชีวาทัยเปิดโครงการอะไรบ้าง?

  • โครงการแนวราบ 3 โครงการ
    • ชีวารมย์ 2 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว มูลค่า 1,500 ล้านบาท
    • ชีวาโฮม 1 โครงการ เป็นทาวน์โฮม มูลค่า 800 ล้านบาท
  • โครงการคอนโด 4 โครงการ
    • ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค 2 โครงการ เป็นคอนโด Low RIse มูลค่า 2,000 ล้านบาท
    • ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ไลท์ 1 โครงการ เป็นคอนโด High RIse มูลค่า 700 ล้านบาท
    • ชีวาทัย 1 โครงการ เป็นคอนโด High RIse มูลค่า 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ทางชีวาทัยเองก็เตรียมงบในการซื้อที่ดินเพิ่มประมาณ 1,700 ล้านบาทด้วยครับ อ้อ! แล้วก็โครงการแรกที่จะเปิดตัวก่อนใครเลยก็คือ “ชีวารมย์ นิว ราชพฤกษ์” อยู่แถวถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ มูลค่าโครงการ 687 ล้านบาท ก็รอดูได้เลยว่าโครงการต่างๆ ของชีวาทัยจะออกมาเป็นยังไง


PRUKSA

สำหรับพฤกษา จะเปิดตัวใหม่ 23 โครงการ มูลค่า 23,500 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 8,500 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 11 โครงการ มูลค่า 6,800 ล้านบาท และคอนโด 4 โครงการ มูลค่า 8,200 ล้านบาท


ไฮไลต์บ้านเดี่ยวพรีเมียม

  • The Palm วัชรพล
  • The Palm บางนา – วงแหวน
  • The Palm พัฒนาการ

ไฮไลต์คอนโด

  • Chapter One All Ramintra ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีลาดปลาเค้า มูลค่า 1,400 ล้านบาท
  • โครงการใหม่เวสต์เกต ใกล้ MRT สามแยกบางใหญ่ มูลค่า 1,900 ล้านบาท
  • โครงการใหม่เตาปูน ใกล้สถานีเตาปูน อินเตอร์เชนท์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท
  • โครงการใหม่จรัญ – บางพลัด ใกล้ MRT บางพลัด มูลค่า 3,300 ล้านบาท

นอกจากจะทำธุรกิจอัสงหาฯ แล้ว ยังเน้นไปที่ธุรกิจโรงพยาบาลและ Health Center ด้วย จะเปิดศูนย์สุขภาพเพิ่มอีก 3 แห่ง และเตรียมพัฒนาโรงพยาบาลวิมุต ที่ปิ่นเกล้า


FRASERS

ยังเน้นไปที่บ้านเดี่ยวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปิดโครงการคอนโดครั้งแรก ปีนี้ก็จะมีทั้งหมด 11 โครงการด้วยกัน รวมๆ แล้วมูลค่าประมาณ 17,500 ล้านบาท


โดย 11 โครงการจะแบ่งออกเป็น

  • บ้านเดี่ยว 7 โครงการ
    • Grandio
    • The Grand
    • Alpina
    • The Royal Residence
  • บ้านแฝด 1 โครงการ
    • Prestige
  • ทาวน์โฮม 2 โครงการ
    • Golden Town
  • คอนโดมิเนียม 1 โครงการ
    • KLOS รัชดา

จริงๆ ตัวคอนโดมิเนียมจะมีทั้งหมด 3 ทำเลนะครับ แต่เขาจะเริ่มเปิดตัวที่รัชดาก่อนที่แรก ส่วนอีกสองที่เป็นลาดพร้าวและรามอินทรา สำหรับแบรนด์ KLOS (อ่านว่า โคลส เขาบอกว่าความหมายคือใกล้ มาจากคำว่า close แต่อยากให้วัยรุ่นหน่อยเลยเปลี่ยนเป็นตัว K ฮะ) เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น ตัวรัชดาจะมีห้องร้อยกว่ายูนิตครับ อยู่ในรัชดาซอย 7 หลัง The Street รัชดา ราคา 3 – 5 ล้านบาท เน้นเจาะตลากลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน

ส่วนบ้านเดี่ยวเขาก็จะเน้นไปที่บ้านราคาสิบล้านขึ้นไป เป็นบ้านระดับ Luxury และ Super Luxury ดีไซน์บ้านก็อลังการงานสร้างตามสไตล์ของ Frasers ฮะ แต่ก็ยังไม่แน่นอนนะครับ เดี๋ยวกลางๆ ปีทาง Frasers อาจจะมาแถลงข่าวอีกที อาจจะมีโครงการใหม่ๆ มาเพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่กับกระแสตอบรับในแต่ละโครงการด้วย


NIRVANA

ปีนี้ Developer เปิดโครงการใหม่กันแบบ New High เยอะสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาหลายเจ้าเลยฮะ Nirvana ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยปีนี้เขาจะเปิด 9 โครงการด้วยกัน เป็นบ้านเดี่ยว 3 โครงการ, ทาวน์โฮม 1 โครงการ, โฮมออฟฟิศ 3 โครงการ และคอนโด 2 โครงการ ซึ่งโครงการเขาเองก็มีหลาย Segment ให้เราได้เลือกเลย เดี๋ยวมาดูกันฮะว่ามีโครงการอะไรบ้าง


บ้านเดี่ยว 3 โครงการ มูลค่า 7,480 ล้านบาท

  • Nirvana Collection กรุงเทพกรีฑา
  • Nirvana Absolute เอกมัย – รามอินทรา
  • Nirvana Absolute กรุงเทพกรีฑา

ความพิเศษของโครงการ Nirvana Collection กรุงเทพกรีฑา คืออยู่ติดกับ Nirvana PORCH ที่เขาสร้างเป็น Community&Lifestyle Center อารมณ์แบบ Community Mall ที่จะมีทั้ง High-end Supermarket, Fitness&Yoga, Drive-thru Lifestyle Café, ร้านอาหาร 19 ร้าน, มีร้านค้าเล็กๆ อีกกว่า 58 ร้าน รวมไปถึงบูธของหวานต่างๆ ด้วย ก็เรียกได้ว่าครบครันในเรื่องของไลฟ์สไตล์ ลูกบ้านที่อยู่ในโครงการ Nirvana Collection กรุงเทพกรีฑา สามารถออกมาใช้ชีวิตกันได้ง่ายๆ แบบใกล้บ้านเลย


ทาวน์โฮม 1 โครงการ มูลค่า 860 ล้านบาท

  • Nirvana Define กรุงเทพกรีฑา

โฮมออฟฟิศ 3 โครงการ มูลค่า 4,400 ล้านบาท

  • @Work Nirvana Township
  • @Work กรุงเทพกรีฑา
  • @Work ร่มเกล้า

คอนโด 2 โครงการ มูลค่า 8,360 ล้านบาท

  • The Most Condominium รัตนาธิเบศร์
  • New Brand Condominium สุขุมวิท

สำหรับคอนโด The Most Condominium รัตนาธิเบศร์ จะอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์และรถไฟฟ้าสายสีม่วงครับ พื้นที่ประมาณ 5.21 ไร่ มูลค่าโครงการ 5,360 ล้านบาท จะมีทั้งหมด 45 ชั้น มีห้องพักอาศัย ​1,832 ยูนิต ซึ่งเขาก็มีแบบห้องให้เลือกทั้ง Simplex แบบธรรมดา และ Duo Space ที่ได้เพดานสูงงงง

ส่วนคอนโดอีกตัวเขายังไม่เปิดเผยชื่อครับ แต่ทำเลอยู่สุขุมวิท 23 มีพื้นที่ 2.23 ไร่ มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เป็นคอนโดระดับ Luxury สูง 24 ชั้น 356 ยูนิต มีทั้งห้องแบบ Simplex และ Duo Space เช่นกัน และนี่ก็เป็นแพลนในปี 2566 ของทาง ​Nirvana ครับ การออกแบบและดีไซน์ตัวโครงการของที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นแนวสี่เหลี่ยม กล่องๆ มีความมินิมอล โทนสีไม่ฉูดฉาด


LPN

เป็น Developer อีกเจ้าครับที่ห่างหายไปนานเหมือนกัน ไม่ค่อยได้เปิดตัวโครงการอะไรหวือหวาเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ได้มีงานแถลงข่าวมาหลายปีแล้ว ปีนี้เขาเลยกลับมาจัดงาน พร้อมโครงการแบบปังๆ ทั้งคอนโดและบ้าน


โดยปีนี้เนี่ยจะมีโครงการคอนโดทั้งหมด 4 โครงการด้วยกัน อยู่ภายใต้แบรนด์ 168 ครับ ต้องบอกว่าจริงๆ ทุกโครงการทั้งบ้านและคอนโดจะอยู่ภายใต้แบรนด์ 168 ทั้งหมด มูลค่าโครงการคอนโดประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนบ้านจะมีทั้งหมด 13 โครงการด้วยกัน มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท ที่จะเปิดเร็วๆ นี้มี 3 โครงการครับ คือ

  • Residence 168 ราชพฤกษ์ มูลค่า 630 ล้านบาท ราคา 35 – 50 ล้านบาท
  • Maison 168 เมืองทอง มูลค่า 2,500 ล้านบาท ราคา 7.9 ล้านบาท
  • Villa 168 เวสต์เกต มูลค่า 260 ล้านบาท ราคา 12 – 15 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่พร้อมโอนในปีนี้จะมีคอนโด 2 โครงการ และบ้าน 12 โครงการ

คอนโด 2 โครงการ

  • ลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48
  • ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต – คลอง 1

บ้าน 12 โครงการ

  • Residence 168 ราชพฤกษ์
  • Residence 168 อ่อนนุช 46
  • Maison 168 เมืองทอง
  • Villa 168 เวสต์เกต
  • Venue 168 เวสต์เกต
  • Venue 168 คูคต สเตชั่น
  • Venue 168 ราชพฤกษ์
  • Haus 168 เวสต์เกต
  • Haus 168 คูคต สเตชั่น
  • Haus 168 ราชพฤกษ์
  • โครงการใหม่ 2 โครงการ

ถึงแม้ LPN เขาจะไม่ได้โปรโมทอะไรมากมายนะครับ แต่กำไรปี 65 เขาโตขึ้นถึง 42% ถ้าเทียบจากปี 64 พอได้ดูดีไซน์และการออกแบบโครงการใหม่ๆ ของทาง LPN ก็ค่อนข้างมีความทันสมัยมากขึ้น ดูมีลูกเล่นมากขึ้นฮะ


PROPERTY PERFECT

ในกลุ่มนี้จะมีทั้งบ้านจากแบรนด์ของ Property Perfect เอง และมี Grande Asset ที่เป็นกลุ่มทำโรงแรมและ Luxury Condo ตระกูล Hyde ครับ


บ้านเดี่ยว

9 โครงการ มูลค่า 11,730 ล้านบาท

  • Perfect Park แจ้งวัฒนา – ราชพฤกษ์
  • Perfect Park บางใหญ่ 2
  • Perfect Place ราชพฤกษ์ – รัตนาธิเบศร์ 2
  • Perfect Place ราชพฤกษ์ – ปทุมธานี
  • Perfect Place กรุงเทพกรีฑา – ร่มเกล้า
  • Perfect Place รามอินทรา – วงแหวน (ไพร์ม)
  • Vavila สุขุมวิท สุวรรณภูมิ
  • Bella Del Monte เขาใหญ่ 2
  • Modi Villa พหลโยธิน – ลำลูกกา

บ้านทาวน์โฮม

3 โครงการ มูลค่า 2,770 ล้านบาท

  • Modi Villa บางใหญ่ 2
  • Market Avenue แจ้งวัฒนะ
  • The Metro กรุงเทพกรีฑา – ร่มเกล้า

Joint Venture Project

1 โครงการ มูลค่า 2,200 ล้านบาท

  • Perfect Place ราชพฤกษ์ตัดใหม่ SFC

คอนโดมิเนียม

1 โครงการ มูลค่า 1,000 ล้านบาท

  • คอนโดพัฒนาการ

แผน Property Perfect ปีนี้จะเน้นบ้านตลาดกลาง-บนมากขึ้นครับ หลังจากปีที่แล้วเปิดโครงการในกลุ่มนี้เยอะ และค่อนข้างขายดี ตัวไฮไลท์ปีที่แล้วก็เป็นโครงการ Lake Legend สุวรรณภูมิที่เป็นบ้านอยู่ติดทะเลสาป ตอนนี้สร้างไม่ทันขาย ปีนี้เลยเตรียมขึ้นเป็น Top 5 ของบ้านในกลุ่มนี้ พร้อมกับเปิดโครงการบ้านระดับกลางค่อนไปทางบนมาเสริม เน้นกลุ่มแบรนด์ Perfect Place ระดับ 6 – 17 ล้าน และ Perfect Park บ้านระดับประมาณ 3 – 8 ล้านครับ ซึ่งบ้านแต่ละแบรนด์ก็จะมาพร้อมกับแบบบ้านใหม่ อย่าง Perfect Place ก็จะมีแบบบ้าน Modern มากขึ้น ตามเทรนด์ความต้องการของบ้านระดับช่วง 10 ล้าน

นอกจากนี้ก็จะมีโครงการแบรนด์ใหม่ Vavila ที่สุขุมวิท 77 เป็นบ้าน 3 ชั้น ระดับราคา 20 – 50 ล้าน ส่วนบ้านในกลุ่มทาวน์โฮมปีนี้จะเปิดน้อยลง แต่ก็ยังมีเช่นกันกับ 3 โครงการใหม่ ในกลุ่มคอนโดปีนี้ก็จะมีการกลับมาเปิดโครงการใหม่ด้วยครับ มีโครงการคอนโดที่พัฒนาการ หลังโรงพยาบาลสินแพทย์ (อันนี้แอบเดาว่าโครงการ icondo พัฒนาการเดิม เตรียมกลับมาเปิดใหม่) อีกทั้ง Property Perfect ก็มีดูธุรกิจอื่นๆ ด้วยเช่นกันครับ อย่างช่วงไม่กี่อาทิตย์ก่อนก็เพิ่งเปิดตัวเป็นพันธมิตรกับ Jodd’s Fair ที่จะย้าย Jodd’s Fair มาอยู่ตรง MRT ศูนย์วัฒนธรรม รวมทั้งเป็นออฟฟิศของ Property Perfect ใหม่ด้วยเช่นเดียวกัน และกลุ่มโรงแรมของ Grande Asset ที่ช่วง 2020-2021 ค่อนข้างเหนื่อย ตอนนี้ยอดรายได้ก็กลับมาเท่ากับช่วงก่อน Covid แล้วครับ ทำให้ทั้งปีนี้กลุ่ม PF ตั้งเป้ารายได้ 22,000 ล้านครับ


LAND&HOUSE

จะเห็นว่ามีบ้านเดี่ยวเยอะมากๆ ในขณะที่คอนโดมีแค่โครงการเดียวเองครับ คือ The Key ศรีนครินทร์ จะอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลสมิติเวช และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง แล้วก็มีบ้านแฝดแบรนด์ inizio โลเคชั่นศรีนครินทร์เช่นเดียวกัน เป็นโครงการขนาด 27.1 ไร่ มีบ้าน 176 หลัง ราคาประมาณ 5.5 ล้านบาทครับ นอกนั้นก็จะเป็นบ้านเดี่ยวกับทาวน์เฮ้าส์ จะมีทั้งแบรนด์ Villaggio พฤกษ์ลดา ชัยพฤกษ์ มัณฑนา และ VIVE

โครงการปีนี้มีอะไรบ้าง?

  • Villaggio 3 ศรีนครินทร์ – บางนา บ้านเดี่ยว ขนาด 51.4 ไร่ มี 204 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 7.1 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ ขนาด 14.9 ไร่ มี 154 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 3.6 ล้านบาท
  • พฤกษ์ลดา ปิ่นเกล้า – ศาลายา บ้านเดี่ยว ขนาด 36.7 ไร่ มี 142 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 7.2 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ 1 ซีรีน เลค บ้านเดี่ยว ขนาด 4.1 ไร่ มี 10 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 9.8 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ 2 ซีรีน เลค บ้านเดี่ยว ขนาด 4.1 ไร่ มี 9 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 10.4 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ 3 ซีรีน เลค บ้านเดี่ยว ขนาด 10.1 ไร่ มี 20 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 10.2 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยว ขนาด 74.5 ไร่ มี 233 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 11.7 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ พรานนก – สาย 2 บ้านเดี่ยว ขนาด 25.7 ไร่ มี 56 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 19.3 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ รังสิต คลอง 4 บ้านเดี่ยว ขนาด 99.6 ไร่ มี 324 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 11.4 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ เพชรเกษม 69 บ้านเดี่ยว ขนาด 94.3 ไร่ มี 219 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 12.8 ล้านบาท
  • ชัยพฤกษ์ บางนา กม. 13 บ้านเดี่ยว ขนาด 53.7 ไร่ มี 170 หลังราคาเฉลี่ยต่อหลัง 13.5 ล้านบาท
  • มัณฑนา กาญจนา – บางบอน บ้านเดี่ยว ขนาด 97.8 ไร่ มี 200 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 17 ล้านบาท
  • มัณฑนา มอเตอร์เวย์ – พระราม 9 บ้านเดี่ยว ขนาด 22.6 ไร่ มี 52 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 15.4 ล้านบาท
  • มัณฑนา มะลิวัลย์ – ขอนแก่น บ้านเดี่ยว ขนาด 66.7 ไร่ มี 182 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 11.3 ล้านบาท
  • VIVE กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยว ขนาด 19.4 ไร่ มี 49 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 41.8 ล้านบาท
  • VIVE บางนา กม. 13 บ้านเดี่ยว ขนาด 40.4 ไร่ มี 95 หลัง ราคาเฉลี่ยต่อหลัง 33.2 ล้านบาท

โครงการคร่าวๆ ก็ประมาณนี้ครับ ทางแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์เขาบอกว่าจะเปิดโครงการทุกเดือนเลย ต้นปีไม่เยอะฮะ จะเน้นไปที่ Q3 กับ Q4


และนี่ก็เป็นแผนธุรกิจของทั้ง 17 Developer ในปีนี้ ที่ผมรวบรวมมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันฮะ ใครรอเล็งโครงการไหน หรือชอบ Developer เจ้าไหนก็รอติดตามกันได้เลยนะฮะ ยังไงถ้ามีโครงการไหนน่าสนใจ LivingPop ของเราก็ไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ดูกันแน่นอนนนนน 😉

Related posts
สาระอสังหา

ย้อน Timeline เกิดอะไรขึ้นกับ Ashton Asoke ทำไมถึงโดนสั่งเพิกถอนก่อสร้าง? แล้วจะต้องทำยังไงต่อ?

สาระอสังหา

เปิดอาณาจักร 75 ปี กลุ่มเซ็นทรัล ตั้งแต่ร้านเล็กๆ ไปจนถึงห้างไซส์ใหญ่ ที่ทุกคนชอบช้อป!

สาระอสังหา

แชร์ประสบการณ์ "ขายบ้านเองครั้งแรก" ต้องรู้อะไรบ้าง?

สาระอสังหา

‘คอนโดเงินเหลือ’ คืออะไร? ทำไมกูรูการเงินทั้งหลายถึงเตือนว่า ‘คิดให้ดีๆ ก่อนจะลงทุน’