fbpx
พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “The Line พหลโยธิน พาร์ค” คอนโดสวน 8 ไร่ใกล้ BTS ห้าแยกลาดพร้าว กับราคาว้าวอยู่น้าา

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปรีวิวคอนโดในย่านห้าแยกลาดพร้าวกันอีกแล้วครับ เอาจริงเรามารีวิวที่แยกนี้หลายโครงการเลยนะ ทั้ง Life ลาดพร้าว และ Life ลาดพร้าว แวลลีย์ เป็น 2 โครงการใหญ่ จำนวนห้องพัน up ทั้งคู่ เรียกได้ว่าจำนวนห้องพักอาศัยรวมกันเยอะมากกกก รอบนี้ถึงคิวของ “The Line พหลโยธิน พาร์ค” กันบ้างครับ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโครงการไซส์ใหญ่ ที่เพิ่งสร้างเสร็จและพร้อมเข้าอยู่ในย่านนี้ ห่างจากรถไฟฟ้า BTS แค่ 300 เมตร

ความน่าสนใจของ “The Line พหลโยธิน พาร์ค” นอกจากการออกแบบภายในอาคารที่สวยงามตามสไตล์แสนสิริแล้ว เรื่องของทำเล และราคาก็เด่นไม่แพ้กันครับ เดี๋ยวเราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักโครงการนี้ให้มากขึ้นกัน แน่นอนว่าจะมีภาพส่วนกลาง และห้องตัวอย่างมาให้ดูแน่นอนฮะ



The Line Phahonyothin Park
(เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค)

ต้องเล่าก่อนว่าตัวโครงการเนี่ยมีพื้นที่ขนาดใหญ่มากครับ พื้นที่กว่า 20 ไร่เลยทีเดียว เป็นโครงการที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยช่วงปี 40 แล้วหยุดไป โดยตามแพลนของโครงการจะมีอาคารพักอาศัย 3 ตึกด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มของ BTS ได้นำตึก 1 มาพัฒนาต่อเป็นโครงการ Abstracts ปิดการขายไปเรียบร้อย แต่ก็ยังเหลือตึก 2, 3 ที่ยังไม่เสร็จ พอ BTS มาร่วมทุนกับแสนสิริ ก็เลยนำโปรเจคนี้มาพัฒนาต่อ โดย The Line พหลโยธิน พาร์ค ก็จะเป็นตึก B ของโครงการนี้ครับ ซึ่งตรงนี้เค้าไม่ได้เอาตึกเดิมมาทำต่อนะ แต่จะเป็นการทุบทิ้ง แล้วสร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหมดครับ ก็สบายใจได้

ซึ่งพอโครงการ The Line พหลโยธิน พาร์ค เป็นการสร้างคอนโดใหม่บนที่ดินโครงการเดิม เราก็จะได้เห็นอะไรหลายอย่างที่คอนโดสมัยนี้ให้ไม่ได้ครับ อย่างจุดเด่นของที่นี่เลย คือมีสวนขนาด 8 ไร่ เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มากจริงๆ ที่คอนโดยุคนี้คงจะไม่มีใครทำแน่ๆ ด้วยราคาที่ดิน ส่วนที่จอดก็ให้มาแบบเหลือๆ 16 ชั้นใช้ร่วมกัน 3 อาคาร

เป็นไงฮะ พอรู้จักโครงการกันไปแบบคร่าวๆ แล้ว เดี๋ยวผมจะพาไปดูพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่กันบ้าง

Lobby

มาเริ่มกันที่ Lobby ก่อนเลย ทางเข้าหลักของที่นี่จะเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีเซ็นเซอร์อยู่นะครับ เราจะได้ไม่ต้องสัมผัสกับประตู Lobby นี้ก็จะมีมุมนั่งเล่นต่างๆ สำหรับลูกบ้านและแขกที่มา แล้วก็มีห้องนิติบุคคลด้วย แต่เขาไม่ได้มีแค่ Lobby เดียว จะมี Private Lobby สำหรับลูกบ้านด้วย ก่อนเข้าก็จะมี Face Scan โซนนี้เขาจะดีไซน์เหมือนเราเดินเข้ามาใน Lobby ของโรงแรมเลยครับ ผนังกระจกแผ่นเล็กๆ เรียงติดกันทำให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น แถมถ่ายรูปสวยด้วยนะ

มุมลิฟต์ครับ เขาทำมาสวยเลย อาจจะมืดนิดนึงนะฮะ แต่เป็นมุมที่ดือ

Mail Room + Drop&Go

ในส่วนของห้องจดหมาย จะมีมุม Drop&Go ด้วยครับ มุมนี้เวลาเราสั่งอาหารหรือสั่งของมาส่งที่โครงการ เราให้เขาเอามาวางไว้ให้ในช่อง แล้วเราก็หยิบออกมาได้เลย ไม่ต้องเดินออกไปถึงหน้าทางเข้าหลักให้เสียเวลา

ชั้น 22

มาต่อกันที่ชั้น 22 กันบ้าง ชั้นนี้มีทั้งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัย ถ้าเราเดินเข้ามาก็จะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นแบบ Outdoor ก่อนเลยฮะ มีให้นั่งหลายมุมเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าถ้าฝนตกแล้วจะสาดเข้ามาโดนเราเปียก เพราะวันที่ผมไปฝนตกหนักมากกก แต่กระจกเขาสูง ฝนเลยไม่กระเด็นเข้ามาเลยครับ นั่งได้ไม่เปียกแน่นอน

Co-cooking Studio

ห้องนี้จะอยู่ห้องแรกสุดเลย เป็นห้องทำอาหาร มีอุปกรณ์ครบครัน เราสามารถขนวัตถุดิบมาทำบนนี้ได้ สำหรับห้องนี้ผมค่อนข้างชอบเพดานด้านบน เขาไม่ได้ปล่อยโล่งไว้เฉยๆ นะ แต่ติดเหมือนเป็นจอกำลังฉายภาพต้นไม้อยู่ ซึ่งมันเข้ากับบรรยากาศโดยรวมทั้งหมดของห้องดีครับ

Co-living Space

ติดกับ Co-cooking Studio จะเป็นห้องนี้เลยฮะ ติดแบบมีแค่ม่านกั้นเท่านั้น เป็นห้องขนาดใหญ่ มีที่นั่งดูทีวีให้ มีโต๊ะเล่นเกม เป็นห้องที่ค่อนข้างอเนกประสงค์พอสมควร

Co-working Space

ห้องนี้จะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่รวม Photo Studio, Workshop Room และ Meeting Room เอาไว้ด้วยกัน แต่ก็จะแบ่งออกเป็นโซนๆ ครับ มีที่นั่งทำงานหลายแบบหลายมุมมากกกกกก

Meeting Room จะอยู่ชั้นสองของ Workshop Room นะครับ จะได้มีความเป็นส่วนตัวหน่อย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ตอนผมไปมีลูกบ้านใช้งานอยู่พอดี เลยไม่ได้ถ่ายด้านในห้องประชุมมาให้ดูด้วย

Co-playing Space

ห้องนี้เป็นห้องสำหรับเด็กๆ ครับ มาวิ่งเล่น อ่านหนังสือ พบปะเพื่อนบ้านได้หมด มีสไลเดอร์ขนาดใหญ่ด้วย

Garden + Playground

ถ้าขึ้นมาชั้น 32 จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งที่เป็นสวนกับฝั่งที่เป็นสระว่ายน้ำฮะ สำหรับฝั่งที่เป็นสวนก็จะมีพื้นที่ให้ได้วิ่งเล่น พื้นที่พักผ่อนชมวิวต่างๆ โดยโซนนี้ก็จะเน้นที่ต้นไม้ ใบหญ้า ธรรมชาติต่างๆ ให้เราได้รู้สึกผ่อนคลาย

Twinkle Sky Pool

มาถึงสระว่ายน้ำกันบ้าง ชั้นนี้วิวค่อนข้างดีเลยครับ เป็นวิวเมืองที่ไม่ได้มีตึกอะไรมาบดบัง ก็เป็นอีกมุมที่ดูชิวมาก นอกจากนี้ยังมีสระเด็กกับ Jacuzzi ด้วยนะ

Exercise Room

ห้องออกกำลังกายที่นี่จะยาวขนานกับสระเลยครับ แบ่งออกเป็น 3 โซน แต่ละโซนก็จะมีต้นไม้คั่นเอาไว้ โดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างชอบ เวลาออกกำลังกายจะได้มีวิวหลายๆ แบบฮะ

ส่วนกลางหลักๆ ก็จะประมาณนี้ครับ แต่ที่นี่ไม่มีห้องสตีมกับซาวน่านะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูทำเล และห้องตัวอย่างกันต่อเลย


ข้อมูลโครงการ

เนื้อที่โครงการ :ประมาณ 2 ไร่
จำนวนห้องพักอาศัย :ห้องพักอาศัย 880 ยูนิต ยูนิตเพื่อนการพาณิชย์ 1 ยูนิต
รูปแบบโครงการ :High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร และ อาคารจอดรถ 16 ชั้น 1 อาคาร
ลิฟต์ :ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว และเซอร์วิสลิฟต์ 1 ตัว
ที่จอดรถ :60%
ค่าส่วนกลาง :55 บาท/ตารางเมตร/เดือน
ค่ากองทุน :500 บาท/ตารางเมตร
Facility :– Lobby + Private Lobby
– สวนขนาดใหญ่ 8 ไร่
– Co-cooking Studio
– Co-living Space
– Co-working Space
– Photo Studio
– Workshop Room
– Meeting Room
– Co-playing Space
– Garden
– Playground
– Twinkle Sky Pool
– Kid’s Pool
– Jacuzzi
– Exercise Room
– Laundry Room
– EV Charger
แบบห้อง : 1 Bedroom ขนาด 31.75 – 41.25 ตารางเมตร
2 Bedroom ขนาด 58.75 – 66.75 ตารางเมตร
2 Bedroom Duplex ขนาด 79.50 – 82.25 ตารางเมตร
ราคา :เริ่มต้น 3.79 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย : ประมาณ 110,000 บาท/ตารางเมตร

ทำเล

อย่างที่รู้กันว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าว ถือเป็นทำเลยอดฮิตติดลมบนที่เราจะเห็นโครงการใหม่ๆ อยู่ตลอด เราเคยรีวิว Life ไปสองโครงการแล้ว แต่ยังมีโครงการอื่นๆ ที่กำลังก่อสร้าง และมีแพลนจะเปิดตัวอีก ทั้ง The Crest Park Residences, Metris District ลาดพร้าว, Life พหลฯ-ลาดพร้าว, The Privacy จตุจักร และ The Line Vibe (ของแสนสิริเช่นเดียวกัน อยู่ติด The Line พหลโยธิน พาร์ค เลยครับ เป็นตึก 3)

สาเหตุก็น่าจะมาจากทำเลย่านนี้ค่อนข้างครบครัน เป็นจุดตัดรถไฟฟ้าสองสายทั้ง BTS และ MRT ใกล้ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก และก็มีห้างขนาดใหญ่ทั้ง Central, Union Mall, Lotus’s

ที่นี่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว 300 เมตร แต่ตัวโครงการไม่ถึงกับติดถนนใหญ่ซะทีเดียว จากสถานีเดินตาม Sky Walk ไปจนถึงหน้าโลตัส จากนั้นก็เดินเข้าไปในซอยที่ติดกับโลตัสเลยครับ เข้ามาประมาณ 100 เมตรก็จะเจอกับโครงการ ผมว่าถ้าได้ลองเดินเป็นประจำทุกวัน นี่ก็คิดว่าใกล้กับรถไฟฟ้าพอสมควร ไม่ได้เดินแล้วรู้สึกเหนื่อย แถมต้นซอยโครงการก็มีโลตัสด้วย เลยมาอีกหน่อยก็เจอเซ็นทรัล แต่ด้วยความที่ที่ตั้งเยื้องมาทางด้าน BTS ถ้าหากจะเดินไปรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT พหลโยธินจริงๆ ก็ไปได้ครับ แต่จะเดินไกลกว่าหน่อย มีระยะทางประมาณ 700 เมตร

หรือถ้าจะเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (เส้นลาดพร้าว-สำโรง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2565) ก็นั่ง MRT สถานีเดียว ไปที่สถานีลาดพร้าวก็ถึงแล้ว ทั้งยังอยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ Hub ของการเดินทางแห่งใหม่ในเมือง เราสามารถมาขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงที่นี่ได้ ผ่านสนามบินดอนเมืองยาวไปถึงรังสิตเลยครับ

หรือถ้าปกติไม่ได้ใช้รถไฟฟ้า แต่ใช้รถยนต์ส่วนตัว เส้นพหลฯ ก็ถือเป็นเส้นนึงที่รถติดตลอด แต่ก็ไม่ได้เดินทางลำบาก เพราะตัวโครงการจะใกล้กับห้าแยกลาดพร้าว มีทางเลือกในการเดินทางค่อนข้างเยอะครับ เชื่อมต่อถนนได้หลายสายทั้งลาดพร้าว พหลโยธิน วิภาวดี และรัชดาภิเษก หรือถ้าใครเบื่อจะเดินห้าง อยากจะเดินเข้าป่า ก็ยังมีสวนรถไฟและสวนจตุจักรที่เราสามารถไปออกกำลังกาย เดินเล่น และพักผ่อนหย่อนใจได้ ก็ถือเป็นทำเลที่เดินทางง่ายและแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย


แปลนโครงการ

ห้องพักอาศัยของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 – 31 หลักๆ คือจะเป็น 1 ห้องนอนครับ มีประมาณ 748 ห้อง ส่วน 2 ห้องนอนจะอยู่หัวมุมของอาคารเท่านั้น ก็จะเป็นฝั่งซ้าย 2 ห้อง ฝั่งขวา 2 ห้องทุกชั้น รวมแล้วก็เป็น 116 ยูนิต ส่วน 2 ห้องนอนแบบ Duplex จะเป็นห้องที่มีน้อยที่สุดในโครงการเลย มีเพียง 16 ยูนิตเท่านั้นครับ อยู่ชั้น 24, 26, 28 และ 30 มีชั้นละ 4 ห้อง


แปลนห้อง

ที่นี่จะมีทั้ง 1 Bedroom, 2 Bedroom และ 2 Bedroom Duplex รวมทั้งหมด 880 ยูนิต แค่ขนาดเริ่มต้นก็อยู่ที่ 31.75 ตารางเมตรแล้วครับ ขนาดไม่เล็กเลยนะ แล้วถ้าเป็น 2 Bedroom ก็จะได้ห้อง Corner ตำแหน่งจะอยู่มุมอาคารทั้งหมดเลย

1 Bedroom จะเป็นห้องตอนลึก  กั้นห้องนอนและส่วนนั่งเล่นด้วยบานกระจก ส่วน 2 Bedroom จะเป็นห้องหน้ากว้าง ครัวที่ได้จะเป็นครัวปิดทุกห้องครับ ประตูบานเลื่อนห้องครัวที่นี่ ด้านบนสุดเขาจะมีช่องระบายอากาศด้วยนะ เวลาปิดประตูจะได้พอมีอากาศถ่ายเทอยู่บ้าง ไม่อึดอัดจนเกินไปครับ แปลนห้องที่นี่ก็จะมีทั้งครัวอยู่ด้านหน้าและอยู่ด้านหลัง มีห้องน้ำที่ห้องอาบน้ำอยู่รวมกับอ่างล้างหน้า ส่วนชักโครกแยกออกไปอีกห้องนึงด้วย ส่วนห้องนอนก็มีทั้งเอาไว้ตรงกลาง และเอาไว้ริมสุด คือแบบห้องให้เลือกเยอะมากครับ ขึ้นอยู่กับความชอบล้วนๆ เลย ชอบแบบไหน สะดวกแบบไหน แนะนำให้ไปดูก่อนดีที่สุดฮะ

เรานำแปลนมาให้ดูบางส่วนด้วย เผื่อจะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกห้องที่ชอบได้ครับ


ห้องตัวอย่าง

สำหรับห้องตัวอย่างจะมีทั้งหมด 2 ห้องด้วยกัน เป็น 1 Bedroom ขนาด 36 ตารางเมตร กับ 1 Bedroom ขนาด 40 ตารางเมตร แปลนทั้งสองห้องไม่ได้แตกต่างกันมากครับ แต่สไตล์การตกแต่งและการจัดวางโซนห้องนั่งเล่นจะไม่เหมือนกัน

ทุกห้องที่นี่จะขายแบบ Fully Fitted ให้ในส่วนของเคาน์เตอร์ครัว ตู้เก็บของ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน มีประตูบานเลื่อนเปิดปิดติดตั้งมาให้ ห้องน้ำก็มีอ่างล้างหน้า แต่ไม่มีตู้เก็บของ มีกระจก ชักโครก และห้องอาบน้ำ มีฝักบัว ฉากกั้นและประตูกระจก จะบอกว่าห้องน้ำที่นี่ค่อนข้างใหญ่ แบบใหญ่เลย เอาตู้มาวางข้างในยังดูไม่แคบเลยครับ

1 Bedroom ขนาด 36 ตารางเมตร

ห้องนี้ถ้าเราเดินเข้ามาจะเห็นว่าโซนทานอาหารกับโซนนั่งเล่นเชื่อมต่อกัน ห้องนอนกับห้องครัวจะถูกกั้นเอาไว้ด้วยประตูบานเลื่อนกระจก ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในห้องนอนฮะ สำหรับโต๊ะทานอาหารวางได้ประมาณ 2 ที่นั่ง ฝั่งตรงข้ามทำเป็นที่นั่งใส่รองเท้าหรือจะ Built-in ตู้เก็บของก็ได้นะ

โซฟาขนาด 2 ที่กำลังดีครับ

ในครัวก็จะให้เคาน์เตอร์ครัว อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันมาด้วย

ห้องนอนจะอยู่ติดระเบียง สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ ด้านข้างจะวางโต๊ะข้างเตียงเล็กๆ หรือจะวางโต๊ะทำงานเพิ่มเข้าไปเหมือนในห้องตัวอย่างก็ได้ หรืออยากเปลี่ยนโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้เหมือนกันนะครับ

ก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำ ในส่วนของด้านหน้ามีมุมแต่งตัว ตู้เสื้อผ้าเขาไม่ได้ให้นะฮะ เราต้องมา Built-in หรือซื้อตู้เพิ่มเอง ก็เป็นมุมแต่งตัวที่ดี เวลาอาบน้ำเสร็จออกมาก็สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลย

ห้องน้ำก็ให้สุขภัณฑ์มาครบครัน ทั้งอ่างล้างหน้า (ไม่มีตู้เก็บของด้านล่างนะ) กระจก ชักโครก ห้องอาบน้ำมีประตูและฉากกั้นกระจก ด้านในติดตั้งชั้นวางของมาให้เรียบร้อย


1 Bedroom ขนาด 40 ตารางเมตร

ห้องนี้ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาหน่อยครับ จะต่างจากห้องที่แล้วตรงที่เอาโซนนั่งเล่นมาไว้ด้านหน้าทางเข้าเลย ส่วนโซนทานอาหารเขยิบเข้าไปอยู่ติดกับห้องนอน นอกนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ จริงๆ โซนนั่งเล่นวางโซฟาขนาดใหญ่กว่าในห้องตัวอย่างได้นะครับ ที่เหลือๆ เลย

โซนทานอาหารวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆ เป็นมุมที่ค่อนข้างอเนกประสงค์เลย อย่างห้องตัวอย่างเขาก็ไม่ได้ทำเป็นโต๊ะทานอาหารไปสะทีเดียวครับ ยังเอาไว้จัดดอกไม้ ทำงานอดิเรกต่างๆ ของเราตรงนี้ได้ด้วย

ห้องครัวจะมีพื้นที่ยาวขึ้น ถ้าใครชอบตุนของไว้เยอะๆ ซื้อตู้หรือ Built-in ตู้ข้างๆ เพิ่มได้นะครับ พื้นที่ยังเหลือ และถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าด้านบนสุดของประตูห้องครัวมีช่องระบายอากาสด้วยนะ เวลาที่เราปิดประตูเอาไว้ ด้านในจะได้มีอากาศถ่ายเท ไม่อึดอัดครับ

ในส่วนของห้องนอน มีมุมสำหรับวางโซฟาเบดได้ด้วย ซึ่งมุมนี้เราจะเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานก็ได้เหมือนกันนะ

ด้านหน้าห้องน้ำก็จะเป็นมุมแต่งตัวเช่นเดียวกัน

ในห้องน้ำเหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ แต่ขนาดค่อนข้างใหญ่ สำหรับผมนะ เข้าไปแล้วรู้สึกว่าเป็นห้องน้ำที่กว้างมากกกก ถ้าใครกำลังหาห้องที่มีห้องน้ำกว้าง บอกเลยว่าห้องนี้ตอบโจทย์แน่นอนฮะ

ระเบียงจะอยู่ติดกับห้องนอน ไม่ได้กว้างนะครับ แต่ค่อนข้างยาว คอมเพรสเซอร์แอร์ก็แขวนไว้ด้านข้าง ไม่ได้มาเกะกะอะไรเท่าไหร่ มีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ หรือหาเก้าอี้เล็กๆ สักตัวมาวางไว้นั่งรับลมก็ได้

ห้องตัวอย่างก็จะมีประมาณนี้ครับ ครัวก็ได้แบบปิดทุกห้อง ห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอน ทุกห้องที่มีการแบ่งโซนก็จะใช้ประตูบานเลื่อนกระจกกั้น ไม่มีผนังทึบๆ เท่าไหร่ ทำให้แสงจากหน้าต่างหรือระเบียงสามารถส่องเข้ามาได้ง่าย ทั้งยังทำให้ห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัดด้วย ความสูงของเพดานที่นี่จะอยู่ที่ 2.55 เมตรนะครับ


สรุปภาพรวมโครงการ

ทำเล ในเรื่องของทำเลคงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เพราะที่นี่ก็ครบครันอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของการเดินทาง ไปได้ทั้ง BTS และ MRT หรือจะใช้รถยนต์ก็ง่าย อาจจะรถติดบ้าง แต่ก็รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย สามารถเดินออกไปหาไรกินได้แบบชิวๆ แถมยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ อย่างสวนจตุจักรและสวนรถไฟอยู่ไม่ไกลจากโครงการด้วย 

พื้นที่ส่วนกลาง สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็มีมาให้กำลังดี ทุกพื้นที่ออกแบบมาให้น่าใช้งาน น่ามาทำงาน พักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการ ชอบความเงียบสงบก็มีห้องประชุมแบบส่วนตัวให้ ชอบความบันเทิงก็มีห้องเอนเตอร์เทน หรืออยากหาที่ให้ลูกๆ หลานๆ ได้วิ่งเล่น ก็มีห้องจัดให้เฉพาะเลย สระว่ายน้ำก็สามารถมองวิวเมืองได้แบบไม่มีตึกข้างๆ มาบัง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 8 ไร่ อยู่ติดกับโครงการด้วย ทำให้เราได้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น แม้จะอยู่ในเมืองครับ 

ห้องพักอาศัย มีให้เลือกหลายฟังก์ชันเลย 1 ห้องนอนก็จะเป็นตอนลึก 2 ห้องนอนเป็นหน้ากว้าง ได้ครัวแบบปิด มีรูระบายอากาศให้ด้วย ทุกห้องขายแบบ Fully Fitted มีครัวกับห้องน้ำมาให้ครบชุด ห้องเริ่มต้นที่ 31.75 ตารางเมตร ค่อนข้างใหญ่เลยครับ แต่ห้องจะเหลือขายประมาณ 20% นะ มีทั้ง 1 ห้องนอนกับ 2 ห้องนอนเลย

ราคา เริ่มต้น 3.79 ล้านบาท (เฉลี่ยประมาณ 110,000 บาท/ตารางเมตร) เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่ราคาดีของย่านนี้เลย ถึงแม้ว่าทำเลอาจจะไม่ได้ใกล้รถไฟฟ้าที่สุดหรือแปลนห้องอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่ด้วยราคาเริ่มต้นเท่านี้ก็ถือว่าดีเลยเมื่อเทียบกับคอนโดอื่นๆ ที่ใกล้ BTS ห้าแยกลาดพร้าวเหมือนกัน เริ่มต้นก็สี่ล้านกลางๆ แล้วฮะ แถมยังได้ห้องเล็กกว่าด้วย 

ก็ถือว่าเป็นอีกโครงการนึงที่น่าสนใจเลย ไม่ว่าจะทำเล ขนาดตัวห้อง หรือราคา ก็อยู่ที่ว่าเพื่อนๆ จะชอบรึเปล่า ทั้งนี้สามารถเข้าไปดูห้องจริง โครงการจริงกันก่อนได้ บอกเลยว่าไปดูของจริงจะทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ


โปรโมชั่น

ห้องเริ่มต้นของที่นี่คือ 31.75 ตารางเมตร ราคาก็จะเริ่มต้นที่ 3.79 ล้านบาทครับ (เฉลี่ยประมาณ 110,000 บาท/ตารางเมตร) ส่วนห้องตัวอย่างที่เราพาไปดูจะมีทั้งหมด 2 ห้องด้วยกัน ห้องขนาด 36 ตารางเมตร ราคาจะอยู่ที่ 4.29 ล้านบาท ส่วนห้องขนาด 40 ตารางเมตร ราคา 4.49 ล้านบาทครับ ก็จะเห็นได้ว่าขนาดกับราคาไม่ได้ต่างกันมาก แต่ว่าโครงการนี้เขาขายไป 80% แล้วนะครับ ห้องที่เหลืออยู่จะคละๆ กันไป มีทั้ง 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ชั้นกลางๆ ไปจนถึงชั้นสูงๆ ใครที่กำลังสนใจก็เข้ามาดูก่อนได้นะ เผื่อมีห้องในตำแหน่งที่ถูกใจครับ

ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ครับ เป็นโปร-เต-ลู รับทองคำทุกยูนิตสูงสุด 5 บาท* เขาจะมีบูธให้เราเสี่ยงเซียมซีด้วย แล้วก็ยังฟรีค่าส่วนกลาง 2 ปีอีก โปรนี้จะหมดเขตวันที่ 31 มีนาคมนี้นะ  


Related posts
พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “Aspire สุขุมวิท - พระราม 4” คอนโดติดถนนใหญ่พระราม 4 ใกล้ BTS พระโขนง มีห้องแบบ Vertiplex เพดานสูง 4.4 เมตร เริ่ม 2.19 ล้านบาท

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน)” คอนโด Freehold ผืนสุดท้ายในซอนต้นสน ใกล้สวนลุมพินี

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ "Niche Mono พระราม 9" แค่ล้านปลายๆ ก็ได้อยู่พระราม 9

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ "Park รามอินทรา" คอนโดห้องไซส์ใหญ่ แถมใกล้รถไฟฟ้า ในราคาเบาๆ