เชื่อว่าช่วงนี้น่าจะได้เห็นหลายๆ เพจ หลายๆ สื่อพูดถึงและรีวิวโครงการนี้กันไปบ้างแล้ว “วันนี้เราเลยขอมาสรุป พาไปเจาะจุดเด่นกันแบบเน้นๆ” กับโครงการคอนโดใหม่ที่กระแสค่อนข้างดี อยู่ติดแยกท่าพระในราคาจับต้องได้ มาดูกันว่าที่ช่วงนี้หลายเพจพูดถึงโครงการนี้กันเยอะ ที่นี่มีจุดเด่นอะไรบ้าง เผื่อใครที่กำลังสนใจ หรือกำลังทำการบ้านก่อนไปจอง จะได้รู้จักโครงการนี้กันมากขึ้นครับ
แล้วจุดเด่นของที่นี่คืออะไร?
ต้องบอกว่าในภาพรวมที่นี่เป็นคอนโดที่ทำเลค่อนข้างดีตัวนึงเลยของศุภาลัย ทำเลติดแยกท่าพระและห่างแค่ 150 เมตร จาก MRT ท่าพระที่เป็นสถานี Interchange ด้วยที่ตั้งที่ค่อนข้างใกล้เมือง โซนตรงนี้เลยจะมีคนทำงานในเมืองอยู่เยอะ แค่ 6-8 สถานีก็เข้าถึงย่านใจกลางเมืองอย่างจุฬา, สีลม, ลุมพินี, พระราม 4 ได้ครับ และช่วงที่ผ่านมา เส้นพระราม 4 ในเมืองเองก็มีโครงการใหญ่ๆ มาเปิดกันเยอะอย่าง One Bangkok และ Dusit Central Park
ทำเลท่าพระเองที่อยู่บนรถไฟฟ้าเส้นเดียวกัน แต่มีราคาจับต้องได้สำหรับคนทำงาน เลยถือเป็นอีกย่านที่น่าสนใจสำหรับคนกลุ่มนี้ครับ
ราคาจับต้องได้แค่ไหน?
ถ้าในภาพรวม ย่านท่าพระก็ถือว่าถูกกว่าในเมืองอย่างสามย่าน-สีลม 40-50% ครับ ในระยะสถานีที่ออกมาไม่ไกล แค่ข้ามฝั่งแม่น้ำมา คอนโดติดรถไฟฟ้าในย่านนี้ก็จะอยู่แถวๆ ตร.ม.ละแสนกัน แต่ “ศุภาลัย” มารอบนี้ เปิดต่ำกว่านั้นอีก ด้วยราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 75,700 บาท/ตร.ม. เท่ากับว่าที่นี่เริ่มต้นแค่ 2 ต้นๆ แต่ได้ห้องใหญ่ 33 ตร.ม.เลยครับ และในงบ 3 ล้านกว่าๆ สามารถได้ถึงห้อง 2 Bedroom เลย
แล้วราคาแบบนี้ กด Spec ยับๆ ด้วยหรือเปล่า?
ก็ไม่อีกครับ ที่นี่มาพร้อมกับส่วนกลางสระว่ายน้ำ Rooftop ชั้น 31 เป็นตึกที่สูงที่สุดในย่าน ที่จอดรถ 52% ไม่รวมซ้อนคัน ของในห้องให้ชุดครัวพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ห้องน้ำสุขภัณฑ์ Cotto พร้อมตู้เก็บของ+ฉากกั้นอาบน้ำ+Rain Shower+เครื่องทำน้ำอุ่น ตัวห้องเพดานสูงกว่าทั่วไปที่ 2.7 เมตร พร้อมติด Wallpaper และให้ Digital Door Lock ทุกห้อง
พอรวม 3 ข้อเข้าด้วยกัน ทั้งทำเล + ราคา + ตัว Product ของโครงการ น่าจะพอเห็นภาพคร่าวๆ ว่าทำไมคนพูดถึงกันเยอะ ส่วนตัวมองว่าด้วยราคาและทำเลก็ค่อนข้างตอบโจทย์ทั้งคนทำงานในเมือง รวมไปถึงกลุ่มนิสิต/นักศึกษาจากที่ต่างๆ ที่ในเมืองอาจจะแพงเกินไปเช่นกัน
ซึ่งเดี๋ยววันนี้ เราจะขอเล่าถึงจุดเด่นโครงการแต่ละด้านแบบละเอียดทั้งทำเลและตัวโครงการ แบบให้เห็นภาพชัดๆ ด้วยอัลบั้มเจาะจุดเด่นโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” กันครับ
สำหรับใครที่สนใจ โครงการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างเรียบร้อยแล้วที่ Sales Gallery เปิด Pre-sales ครั้งแรก 14-15 ก.พ. นี้ เริ่ม 2.15 ลบ.*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
จุดเด่นโครงการ
- 150 เมตร จาก MRT ท่าพระ
- 6-8 สถานี ตรงสู่แหล่งงานใจกลางเมืองย่านพระราม 4/สีลม/ลุมพินี
- อยู่ในทำเลที่คนทำงานในเมือง/นิสิตจุฬาฯ ยังจ่ายไหว
- ย่านท่าพระแค่ข้ามฝั่งจากในเมือง ราคาจับต้องได้มากขึ้น เกือบครึ่งต่อครึ่ง
- เริ่ม 2.15 ลบ.* เป็น High-rise โครงการใหม่ที่ถูกที่สุดในย่านท่าพระ
- เฉลี่ยทั้งโครงการ 75,700 บาท/ตารางเมตร
- ในงบ 3 ล้านกว่า ที่นี่ได้ห้อง 2 Bedroom!!
- ห้องใหญ่ เริ่มต้น 33 ตารางเมตร
- ไฮไลท์ สระว่ายน้ำ Rooftop วิวเมืองชั้น 32
- ส่วนกลางครบ ทั้งออกกำลัง, นั่งทำงาน, ห้อง Workshop, พักผ่อน
- Spec จัดให้ครบแบบ Fully Fitted พร้อม Digital Door Lock
- เพดานสูง 2.7 เมตร ได้ครัวปิดทุกห้อง
จุดเด่นด้านทำเล
150 เมตร จาก MRT ท่าพระ ไม่ไกลจากแหล่งงาน เข้าเมืองง่าย ราคาจับต้องได้
150 เมตร จาก MRT ท่าพระ

มาดูกันที่จุดเด่นแรกของโครงการกันครับ สำหรับ “ศุภาลัย” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คอนโดหลายตัวเน้นในเรื่องความคุ้มค่า ดังนั้นตำแหน่งที่ตั้งในหลายๆ โครงการอาจจะมีระยะเขยิบจากสถานีรถไฟฟ้าไปบ้าง แต่สำหรับที่นี่ เป็น “คอนโดศุภาลัย ที่ใกล้รถไฟฟ้าที่สุดในรอบ 10 ปี” เลยก็ว่าได้ครับ ด้วยระยะ “150 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้า” ใกล้ทั้ง MRT สายสีน้ำเงินและใกล้แยกท่าพระ ถือว่าเป็นคอนโดที่อยู่บนถนนเพชรเกษมช่วงต้นๆ เลย
จากที่เราลองไปเดินสำรวจมาก็ถือว่าระยะเดินใกล้จริงครับ มีทางเลือกในการเดินขึ้นรถไฟฟ้า 2 ฝั่ง ได้แก่
- ฝั่งทางออก 3 : อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ ต้องเดินข้ามถนนนิดนึง ข้อดีคือจุดขึ้นลงตรงนี้จะมีทั้งบันไดเลื่อนขึ้นลง มีลิฟต์ และระยะทางเดินใกล้กว่าครับ
- ฝั่งทางออก 2B : อยู่ฝั่งเดียวกับโครงการ ไม่ต้องข้ามถนน ฝั่งนี้จะมีระยะเดินเยอะกว่าเล็กน้อย คือต้องเดินบนถนน และบน skywalk เพิ่มอีกรวม 200 เมตรกว่าๆ ครับ มีบันไดเลื่อนขึ้นให้ แต่ทางลงเป็นบันไดปกติ ข้อดีคือไม่ต้องข้ามถนนครับ
และถึงจะใกล้รถไฟฟ้า แต่ที่นี่ก็ยังทำราคาได้สมเหตุสมผลอยู่ ด้วยวิธีการเลือกที่ดินของศุภาลัย ที่เลือกแปลงที่ดินที่อยู่ในซอยครับ และมีการซื้อที่ดินตึกแถวริมถนนด้านหน้า เจาะทะลุออกมา ทำให้ในด้านการใช้งาน ที่นี่เหมือนเป็นคอนโดติดถนนใหญ่ สามารถสร้างตึกสูงได้ แต่ราคาที่ดินก็ยังไม่สูงเกินไป จนเป็นราคาที่เราเห็นกันในตอนนี้นั่นเองครับ
ไม่กี่สถานีถึงย่านแหล่งงาน “ใจกลางเมือง”
พระราม 4 – สีลม, Dusit Central Park, One Bangkok, จุฬาฯ

ในด้านทำเล จุดเด่นของสถานี “ท่าพระ” จะเป็นความใกล้เมืองครับ คือลอดแม่น้ำมา จะเจอกับสถานีอิสรภาพที่เหมือนเป็นประตูสู่ฝั่งธน ถัดมาก็จะเป็นสถานีท่าพระเลยครับ และที่ท่าพระยังเป็นสถานีแรกบนเส้นนี้ ที่สามารถสร้างคอนโดตึกสูงได้ ดังนั้นถ้ามองหาคอนโด High-rise ใกล้รถไฟฟ้าเส้นสีน้ำเงินที่เข้าเมืองฝั่งเยาวราช, สามย่าน, พระราม 4 หรือสีลมได้ใกล้ที่สุด ท่าพระก็จะครองตำแหน่งนี้ทันทีครับ
แล้วใกล้แค่ไหน??
- 6 สถานีถึง สามย่าน – จุฬา
- 7 สถานีถึง สีลม – Dusit Central Park – เชื่อม BTS ศาลาแดง
- 8 สถานีถึง ลุมพินี – One Bangkok
ก็ต้องบอกว่าไม่ไกลจากทั้งมหาวิทยาลัยชื่อดังและแหล่งงานขนาดใหญ่ที่อยู่ตามแนวถนนพระราม 4 และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเลยครับ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโซนสุขุมวิทได้ที่บริเวณแยกอโศกด้วย
“พระราม 4” ย่านแหล่งงานใหญ่
ที่โตก้าวกระโดดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

อีกหนึ่งในความน่าสนใจของรถไฟฟ้า “สายสีน้ำเงิน” คือการที่แหล่งงานบนถนนเส้นพระราม 4 โตขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาครับ มีโครงการใหม่รวมกันกว่า 20 Project ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงสามย่านถึงศูนย์ประชุมฯ โครงการ Mega Project ขนาดใหญ่ก็หนีไม่พ้นศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, One Bangkok บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ และล่าสุด Dusit Central Park
นอกจากนี้ยังมีตึก Office ต่างๆ อีกกว่า 10 ตึก ที่เกิดขึ้นมาใหม่ในช่วงแค่ 10 ปี และอย่าง One Bangkok เอง หลายคนก็อาจจะเคยได้ยินว่ามีการดึงเอาบริษัทชั้นนำจากที่เคยเช่าตึกอื่นในย่านต่างๆ ให้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แทน ดังนั้นพอมีแหล่งงาน แหล่งออฟฟิศที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมากขึ้น แน่นอนว่าความต้องการในด้านที่อยู่อาศัยก็ตามมาเช่นกันครับ
สังเกตว่าปีนี้หลายๆ Developer กลับมาพัฒนาที่โซนท่าพระ-บางหว้า-เพชรเกษมเยอะเป็นพิเศษ จากการเติบโตของเมืองชั้นใน ซึ่งโครงการใหญ่ต่างๆ ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่างกันพอสมควรแล้ว และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเส้นนี้เป็นสายที่ตัดตรงเข้าไปพอดี
“ท่าพระ” ทำเลสายสีน้ำเงิน ที่แค่ข้ามฝั่งมาราคาก็เปลี่ยน
ย่านจับต้องได้สำหรับคนทำงาน/นิสิต-นักศึกษาในเมือง

จากการเติบโตของเมืองชั้นในบนเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถ้าเราลองมาดูราคาคอนโดเฉพาะบนเส้น MRT สายสีน้ำเงินอย่างเดียว ก็จะเห็นว่าราคาคอนโดในเมือง “ไปไกลแล้วครับ”
อย่างบนถนนพระราม 4 ช่วงสีลม-ลุมพินี-คลองเตย ช่วงนี้เป็นโซนที่พีคที่สุดของราคาคอนโดบนเส้นนี้เลย ด้วยราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วงเกือบ 2 แสนต่อ ตร.ม. ไปจบที่ 4-5 แสนบาทต่อ ตร.ม.สำหรับคอนโดที่ได้วิวสวนลุมพินี (และบางที่เป็น Leasehold ด้วยนะ) ถ้าขยับไปโซนคลองเตย หรือโซนสามย่าน ราคาก็จะขยับลงมาหน่อยอยู่ในช่วงแสนกลางๆ ถึงแสนปลายๆ เช่นกัน ก็จะต้องมีงบอยู่ในช่วงแถวๆ 4-5 ล้านสำหรับคอนโดใน 2 ย่านนี้
โซน “ท่าพระ” ที่เขยิบออกมาไม่ไกล ลอดแม่น้ำมานิดนึง แค่ 5-6 สถานีจากใจกลางเมือง ราคาต่างกันแบบสัมผัสได้ เลยเป็นอีกทำเลที่ตอบโจทย์คนทำงานในเมือง รวมถึงมีนิสิตจากจุฬาฯ มาอยู่ย่านนี้กันเยอะเช่นกันครับ
อย่างราคาคอนโดจากช่วง 4 ล้าน ก็กลายมาเหลือ 2 ล้านต้นๆ หรือสำหรับราคาค่าเช่าจากห้องหลักหมื่นปลายๆ ก็กลายมาเหลือหมื่นต้นๆ เช่นกัน โดยที่ยังได้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่สะดวกอยู่ และถ้ามาดูราคาเฉลี่ยของโครงการนี้ก็จะอยู่ที่แถวๆ 75,700 บาทต่อ ตร.ม.ครับ หรือเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท สำหรับห้อง 33 ตร.ม.!! ถือว่าเป็นราคาที่ย้อนกลับไปเป็น 10 ปีเลยก็ว่าได้ จากที่ย่านนี้ปกติอยู่แถวๆ แตะแสนบาทต่อ ตร.ม.กัน
ซึ่งในราคาเริ่ม 2 ล้านนิดๆ ที่นี่ยังได้ห้องเริ่มต้นที่ใหญ่กว่าคอนโดสมัยนี้ไปมากด้วยครับ คือเริ่มมาก็ 33 ตร.ม.เลย ซึ่งชั้นกลางๆ ก็ยังมีห้องที่ราคาอยู่ในช่วง 2 ล้านกว่าๆ อยู่ครับ และสำหรับที่โครงการนี้ ถ้าห้องยิ่งใหญ่ ราคาต่อ ตร.ม.ยิ่งลดลงด้วยนะครับ อย่างห้อง 1 Bedroom Plus จะเริ่มอยู่แถวๆ 2.8 ล้านบาท ยิ่งห้อง 2 Bedroom นี่ก็จะลดลงอีก เริ่มอยู่แถวๆ 3 ล้านต้นๆ ครับ ภาพรวมก็จะเป็นคอนโดที่ราคาจับต้องได้จริง สำหรับทั้งคนทำงานและกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่ทั้งผู้ปกครองอาจจะซื้อหรือมองหาเช่าครับ
ติด Interchange เลือกไปได้ 3 ฝั่ง แบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวน

แต่จุดเด่นของ “ท่าพระ” ไม่ใช่แค่ใกล้เมืองอย่างเดียว แต่ยังเป็น Interchange ที่เลือกไปได้ทั้ง 3 ฝั่งด้วย ข้อดีของการอยู่ติดกับสถานีที่เป็น Interchange คือเราไม่ต้องมาเปลี่ยนสาย หรือเปลี่ยนขบวนทีหลังครับ สามารถขึ้นรถแล้วนั่งไปยาวๆ ตั้งแต่หน้าบ้านได้เลย ซึ่งสถานี “ท่าพระ” ตรงนี้ก็เช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะเป็น Interchange ที่ตัดระหว่างรถไฟฟ้าสายเดียวกัน แต่ก็ยังได้ความสะดวกในการที่ไม่ต้องมาเปลี่ยนรถทีหลัง สามารถเลือกไปได้ทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเมืองฝั่งสามย่าน-หัวลำโพง จากที่นี่ก็ไม่ไกลอย่างที่เราเล่าไปแล้ว หรือจะเป็นฝั่งจรัญฯ จากที่นี่ 3 สถานีก็จะถึงอีกหนึ่ง Interchange อย่าง “บางขุนนนท์” ที่จะตัดกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในอนาคตเชื่อมต่อกับศิริราชได้
นอกจากนี้ยังผ่านอีกหลายโซนของฝั่งธน ทั้งปิ่นเกล้า, สิรินธร, บางอ้อ ไปเชื่อมต่อย่านบางซื่อ, จตุจักร และ ห้าแยกลาดพร้าวได้ครับ ส่วนฝั่งขาออกเส้นเพชรเกษม ก็สามารถไปห้างใหญ่ต่างๆ บนเส้นนี้ได้ครับ อย่าง “ซีคอนบางแค” 4 สถานี และ “เดอะมอลล์บางแค” 6 สถานี
อยู่ที่นี่ไม่ต้องเปลี่ยนสาย “ไปได้รอบเมือง”

“อยู่ท่าพระไปไหนก็ได้บนเส้นสีน้ำเงินแบบไม่ต้องเปลี่ยนสาย” แล้วสายสีน้ำเงินไปไหนได้บ้าง?? คำตอบก็คือ “ไปได้รอบเมืองครับ” MRT สายสีน้ำเงินถือว่าเป็นรถไฟฟ้าสายหลักอีกสายของกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ ด้วยเส้นทางของสายนี้ ที่จะเน้น “วิ่งเชื่อมต่อจุดสำคัญรอบกรุงเทพฯ” และเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมีบางช่วงวิ่งตรงเข้าไปในกลางเมืองอย่างช่วงเยาวราช-สามย่าน รวมถึงมีช่วงที่วิ่งวนรอบเมือง ภาพรวมสายนี้ก็เลยจะวิ่งวนคล้ายกับเป็นวงกลม
ทำให้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเส้นนี้ผ่านหลายย่านสำคัญทั้ง เมืองเก่า, เยาวราช, สามย่าน, สีลม, ลุมพินี, คลองเตย, อโศก, เพชรบุรี, พระราม 9, รัชดา, ลาดพร้าว, จตุจักร, บางซื่อ, จรัญฯ รวมถึงเพชรเกษม และยังตัดกับรถไฟฟ้าอีกกว่า 8 สาย ไม่ว่าจะเป็น BTS สายสีลม-สายสุขุมวิท, Airport Rail Link, สายสีม่วง, สายสีส้ม, สายสีเหลือง รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง
ดังนั้นการอยู่ท่าพระก็จะสะดวกในความที่สามารถไปได้หลายที่ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้เยอะ อยู่ไหนกลับบ้านได้ง่ายครับ
6 ป้ายจากจุฬาฯ
ใกล้หลายสถาบันการศึกษาชั้นนำ

ในด้านของความใกล้สถานศึกษา จริงๆ ย่านท่าพระและเส้นเพชรเกษมเอง ก็เป็นอีกย่านที่มีนิสิต/นักศึกษาจากในเมือง อย่างจุฬาฯ มาอยู่กันเยอะครับ แอดเองก็มีคอนโดอยู่บนเส้นนี้เช่นกัน ในสถานีที่ถัดออกไปอีก ก็ยังเจอนิสิตในคอนโดอยู่บ่อยๆ ส่วนนึงก็เพราะราคาของย่านท่าพระตรงนี้ยังไม่สูงจนเกินไป และสะดวกด้วยรถไฟฟ้า 6 สถานีถึงจุฬาฯ
ซึ่งจากตัวโครงการที่อยู่ไม่ไกลสถานีรถไฟฟ้าด้วย ไม่ต้องเข้าซอยลึกหรือเปลี่ยว ก็ยังได้ในเรื่องของความปลอดภัยต่างๆ อยู่เช่นกัน และนอกจากจุฬาฯ แล้ว รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินก็ยังผ่านทั้งมหาวิทยาลัยและโรงเรียนชั้นนำอีกหลายแห่งครับ ทั้ง ม.สยามที่สถานีบางหว้า, รร.ทวีธาภิเศกใกล้สถานีอิสรภาพ, รร.สวนกุหลาบฯ และ รร.ราชินี ใกล้สถานีสนามไชย, รร.เบญจมราชาลัยใกล้สถานีสามยอด, รร.เทพศิรินทร์ใกล้สถานีหัวลำโพง, รร.สาธิตจุฬาฯ ใกล้สถานีสามย่าน
และถ้าเชื่อมต่อไปรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีบางหว้า ตรงนี้ก็จะมีโรงเรียนดังๆ อีกหลายโรงครับ อย่างเช่นอัสสัมชัญฯ, กรุงเทพคริสเตียน, เซนต์โยเซฟคอนเวนต์, เตรียมอุดมศึกษา และสาธิตปทุมวันฯ
ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า แต่ติดแยกใหญ่ 2 ถนนสายหลักของฝั่งธน
จรัญสนิทวงศ์ – เพชรเกษม

และไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าที่เป็น Interchange ใหญ่ตัดกันด้านบนเท่านั้น ถ้าลองมาดูถนนด้านล่าง “แยกท่าพระ” ตรงนี้ก็เป็นอีก Interchange ของถนนสายหลักย่านฝั่งธน 2 เส้น ที่มาตัดกันเช่นกัน ระหว่างถนน “เพชรเกษม” และถนน “จรัญสนิทวงศ์” สองเส้นนี้ถือว่าเป็นถนนเก่าแก่ของย่านทั้งคู่ และเป็นถนนสายหลักอันดับต้นๆ ของฝั่งธนเลย ดังนั้นเราก็จะเห็นเมืองโตตามถนนสองสายนี้ครับ
ซึ่งท่าพระเองก็ถือว่าอยู่ไม่ห่างจากย่านที่เป็นแหล่งชุมชนหรือจุดที่เป็นย่านการค้าของฝั่งธนเลย ไม่ว่าจะเป็นย่านวงเวียนใหญ่, ตลาดพลู, ย่านคลองสาน-iconsiam, แยกไฟฉาย-ศิริราช, ย่านปิ่นเกล้า, ย่านบางแค และอีกหลายๆ ย่าน ทำให้ที่นี่เป็นคอนโดในทำเลที่ยังเชื่อมต่อกับฝั่งธนดั้งเดิมได้อย่างสะดวกอยู่ครับ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะทำงานอยู่ในย่านฝั่งธนตรงนี้ หรือมีบ้านหลังเดิมอยู่ในโซนใกล้ๆ ที่นี่ก็ยังสะดวกในการไปมาหาสู่ครับ
Supalai Loft ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์
150 เมตร จากรถไฟฟ้า สระ Rooftop ในราคาเริ่ม 2 ล้านนิดๆ

เห็นจุดเด่นด้านทำเลกันไปบ้างแล้ว เดี๋ยวเราขอพามาดูตัวโครงการกันต่อครับ ที่นี่จะเป็นคอนโด High-rise บนพื้นที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่กว่า จัดออกมาเป็นคอนโดตึกสูง 31 และ 32 ชั้น พร้อมอาคารจอดรถอีก 1 อาคาร สูง 9 ชั้นครับ มีจำนวนยูนิตรวมทั้งหมด 910 ห้องพัก และ 3 ร้านค้า มาในแบรนด์ “Supalai Loft” ที่เป็นคอนโดแบรนด์ระดับกลางที่ให้ Spec ต่างๆ ในห้องครบ ซึ่งนอกจาก “ราคา” และ “ทำเล” แล้ว โครงการนี้ก็ยังมีจุดเด่นอีกหลายๆ ด้าน ไม่ได้เน้นแค่ความคุ้มค่าอย่างเดียว
เดี๋ยวเราพาไปดูจุดเด่นในด้านของตัวโครงการกันครับ
สูงที่สุดในย่านท่าพระ
ด้วยที่ตั้งที่อยู่เลยจุดที่มีข้อจำกัดของผังเมืองพอดี

สำหรับคอนโดในฝั่งธน ถ้าสังเกตบนถนนเส้นจรัญสนิทวงศ์-ท่าพระ ด้วยความที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นเมืองเก่า ดังนั้นเลยจะมีกฎหมายข้อนึงกำหนดไว้ครับ ว่าไม่สามารถสร้างตึกสูงได้เกินเท่าไหร่บ้าง
อย่างที่ช่วงใกล้ริมแม่น้ำ แถวโรงพยาบาลศิริราชและอิสรภาพ เราจะเห็นคอนโดบางโครงการที่สูงแค่ 5 ชั้น แต่ถ้าถัดมาเป็นเส้นจรัญสนิทวงศ์ ตรงนี้ก็จะยังมีกฎหมาย ที่อนุญาตให้สูงได้ไม่เกิน 70 เมตร หรือแถวๆ 22-23 ชั้น เราก็จะเห็นคอนโดในย่านนี้ รวมถึงบริเวณแยกท่าพระเอง ที่จะสร้างกันไม่เกิน 23 ชั้นครับ
แต่แปลงที่ดินของโครงการ “Supalai Loft ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” อยู่คาบเกี่ยวกับระยะที่กำหนดความสูงจากถนนจรัญฯ-รัชดาพอดีครับ คือจะมีพื้นที่ของโครงการแค่บางส่วนเท่านั้น ที่ถูกกำหนดไม่ให้สร้างเกิน 70 เมตร ซึ่งศุภาลัยก็ออกแบบ จับตึกจอดรถความสูง 9 ชั้นไปวางไว้ที่ดินฝั่งนั้นแทน ส่วนพื้นที่ที่เลยจากเขตควบคุม ก็ทำเป็นอาคารสูง 31-32 ชั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็น “ตึกที่สูงที่สุดในย่านท่าพระ” ติดพอดีกับแนวที่ตึกอื่นสร้างได้แค่ 70 เมตร ถ้าเลือกห้องชั้นบนก็จะได้วิวเมืองจากชั้นสูงกว่าคอนโดอื่นในย่าน
ซึ่งศุภาลัยก็น่าจะรู้จุดเด่นตรงนี้ดีครับ เลยใช้ความที่ตึกสูงกว่าใครในย่าน ยกเอาสระว่ายน้ำและ Facility ต่างๆ ไปไว้ชั้น Rooftop เลย ให้รับวิวเมืองรับบรรยากาศแบบไม่มีใครบังที่ชั้นดาดฟ้า
ส่วนกลาง Rooftop
ไฮไลท์สระว่ายน้ำ Infinity Edge จากชั้น 31 วิวเมืองเปิดโล่ง

สระว่ายน้ำของที่นี่ จะเป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool บน Rooftop ชั้น 32 ครับ เป็นอีกหนึ่งจุดขายเด่นของที่นี่เลย ซึ่งไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยในคอนโด Segment ระดับ 7-8 หมื่นบาท/ตร.ม. และต้องบอกว่าสระว่ายน้ำของที่นี่ เป็นสระที่อยู่สูงที่สุดในย่านท่าพระด้วยครับ ด้วยที่ตั้งของโครงการที่อยู่เลยระยะ Set back แนวถนนจรัญฯ-รัชดามาแล้ว ทำให้สามารถทำตึกได้สูงกว่าใครในย่านนี้ และโครงการก็เลือกที่จะวางสระบนชั้นบนสุดด้วย
ดังนั้นในเรื่องของวิวจากสระว่ายน้ำตรงนี้ ก็จะได้วิวแบบเปิดโล่งรอบด้านเลยครับ สามารถว่ายน้ำพร้อมกับชมวิวเมืองและเส้นขอบฟ้าในบรรยากาศตอนเย็นๆ ได้ ซึ่งโครงการก็จัดสระมาให้ความยาวกว่า 25 เมตร พร้อมโซน Jacuzzi และสระเด็กแยกต่างหากครับ
ภาพรวมพื้นที่ส่วนกลาง
กระจายอยู่ในหลากหลายส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง

และถึงโครงการนี้จะเน้นความคุ้มค่า แต่ก็มีส่วนกลางมาให้ถือว่าไม่น้อยเลยนะครับ ส่วนหนึ่งมาจากขนาดโครงการที่ค่อนข้างใหญ่ด้วย เลยสามารถใส่พื้นที่ส่วนกลางมาได้ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เยอะถึงระดับ 40-50 รายการ แบบใส่มาล้นๆ เว่อๆ แต่ก็ทำให้ในงบ 2 ล้านต้นๆ เท่านี้ สามารถมีคอนโดติดรถไฟฟ้าที่มีส่วนกลางต่างๆ ครบ ทั้งยิม, สระว่ายน้ำ Rooftop, Sky Lounge, Co-Working Space, ห้อง Workshop, พื้นที่สวน, สนามเด็กเล่น, Lobby ขนาดใหญ่อีก 2 Lobby
ก็ถือว่าจัดมาน่าสนใจทีเดียวครับสำหรับที่นี่ อย่างพื้นที่สีเขียวของโครงการนี้ ก็จะมีสวนอยู่หลายจุด ทั้งสวนบริเวณชั้น 1 ที่มีสนามเด็กเล่น, มีสวนอีกจุดบนอาคารจอดรถที่เป็นสนามพัตกอล์ฟและมีแปลงผักสวนครัว นอกจากนี้ยังมี Pocket Garden ที่กระจายตัวอยู่บนอาคารชั้น 5, 27 และ Rooftop
Facility หลากหลาย
มีพื้นที่สำหรับทุกคน ทั้งเรียน, ทำงาน, ออกกำลังกาย และพักผ่อน

ในด้าน Facility ต่างๆ ที่บอกว่าให้มาครบ ก็ถือว่าครบจริงๆ นะครับ ภาพรวมถือว่ามีส่วนกลางต่างๆ ที่ตอบโจทย์คนหลายๆ Gen ครับ มีทั้งสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก, มีพื้นที่สำหรับใช้เรียน, ใช้มานั่งทำงาน, ใช้ออกกำลังกาย และพักผ่อน
อย่างชั้น 1 ที่เป็นชั้นล่างสุด ในแต่ละอาคารจะมาพร้อม Lobby ขนาดใหญ่ มี Co-Working Space พร้อมห้องประชุมที่อาคาร A และ Co-Study Space ที่อาคาร B ขึ้นมาบนชั้น Rooftop มีพื้นที่ออกกำลังกายที่ห้อง Sky Fitness พร้อมวิวกว้างๆ มีห้อง Sky Lounge สำหรับการพักผ่อน และติดกันมีห้อง Workshop Studio ที่สามารถมาใช้ติวหนังสือหรือทำ Workshop ต่างๆ ได้ครับ
ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ตึกไหน บนชั้น Rooftop ของทั้ง 2 อาคารจะมีสะพาน Sky Walk เชื่อมต่อกัน ดังนั้นก็จะสามารถข้ามไปหากัน ใช้งานส่วนกลางบนชั้น Rooftop ได้หมดครับ
จุดเด่นแบรนด์ “Supalai Loft”
คอนโดแบรนด์ระดับกลางจากศุภาลัยที่ Spec ห้องยกระดับขึ้นมา ได้เพดานสูง

สำหรับแบรนด์ “Supalai Loft” เอง ก็ถือว่าเป็นแบรนด์คอนโดระดับกลางจาก Supalai ที่ให้ Spec ต่างๆ ยกระดับขึ้นมาครับ จุดที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ Loft เลยคือ “ทุกโครงการ” จะมาพร้อมกับเพดานห้องที่สูงโปร่งกว่าห้อง Simplex ปกติ คือจะให้เพดานสูง 2.7 เมตรเลยครับ ทำให้ห้องดูไม่อึดอัด ดูโปร่ง พอบวกกับขนาดห้องที่ค่อนข้างใหญ่ ก็เลยทำให้ที่นี่ดูกว้างขึ้นไปอีก ซึ่งระดับความสูงเพดาน 2.7 แบบนี้ ไม่ค่อยจะได้เห็นในคอนโด Segment ระดับต่ำกว่าแสนบาท/ตร.ม. เท่าไหร่นัก
นอกจากนั้นก็จะให้ Spec ต่างๆ ในห้องมาค่อนข้างดี ทั้งพื้น SPC แบบ Clicklock, ชุดห้องน้ำ-ห้องครัวที่อุปกรณ์ครบเซ็ต, มี Digital Door Lock พร้อมติด Wallaper มาให้ทุกห้อง จะเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้เน้นแค่ราคาที่ถูกอย่างเดียว แต่ให้ของต่างๆ มาคุ้มค่าด้วยเช่นกันครับ
นอกจากนี้งานดีไซน์ต่างๆ ทั้งภายนอกและพื้นที่ส่วนกลางก็จะมีกลิ่นอายของความดิบสไตล์ Loft ผสมอยู่
Private Storage
ห้องเก็บของพิเศษในชั้น สำหรับคนของเยอะ

อีกหนึ่งจุดเด่นของศุภาลัยในยุคหลัง ที่ต่างจากคอนโดอื่นๆ คือในแต่ละชั้นจะมีพื้นที่ห้อง Self Storage สำหรับเก็บของมาให้ด้วยครับ
ห้องนี้คืออะไร??
สำหรับคนอยู่คอนโด น่าจะเคยเจอปัญหาของเยอะเก็บไม่พอ มีของชิ้นใหญ่ที่ไม่รู้จะใส่ตรงไหนในห้องได้ อย่างกระเป๋าเดินทาง, กล่องใส่ของ, จักรยาน หรืออะไรใหญ่ๆ ก็ตามที่มันหาที่ Fit in ในห้องค่อนข้างยาก กลายเป็นห้องรกไม่สวย คอนโด Supalai เลยทำห้อง Self Storage เอาพื้นที่ในแต่ละชั้นมาใช้ประโยชน์ให้เป็นห้องเก็บของครับ โดยจะมีพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 3 ตร.ม. ก็ถือว่าใหญ่พอตัวสำหรับการเก็บของ เพิ่มพื้นที่ได้เยอะ ไม่ต้องไปรกในห้อง
โดยที่ห้องนี้จะถูกพ่วงไปกับบาง Unit ในชั้นนั้นๆ ใครอยากได้ห้องที่มีห้องเก็บของก็สามารถไปเลือกไทป์ที่ได้ห้อง Self Storage นี้ได้ ตัวห้องเก็บของถือว่าราคาถูกกว่าราคาห้องเกินครึ่งเลยครับ อยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท/ตร.ม. แทนที่จะเอาพื้นที่ในห้อง ตร.ม.ละ 7-8 หมื่นไปเสียให้กับการเก็บของ ใครมีของเยอะ เลือกไทป์ที่มีห้องนี้ก็น่าสนใจ และพื้นที่ห้องตรงนี้ จะถูกระบุไว้ในโฉนดด้วยครับ เป็นของเราจริงๆ เลย ไม่ต้องเช่าใช้
เริ่ม 2 ล้านต้นๆ แต่ได้ห้องใหญ่กว่า
เริ่มที่ 33 ตร.ม. และยังมีห้องใหญ่ไซส์ครอบครัวให้เลือกด้วย

จุดเด่นอีกอย่าง คือ “ความใหญ่” ของห้องที่นี่ครับ
- 1 Bedroom เริ่มต้น 33 ตร.ม.
อย่างไทป์เริ่มต้น ในงบ 2 ล้านนิดๆ ที่นี่มาพร้อมกับขนาด 33 ตร.ม.แล้วนะครับ ถือว่าค่อนข้างกว้าง อยู่จริงจังได้แบบสบายๆ เลย แต่จะเป็นห้องแปลนแบบหน้าลึกนะ มีบานสไลด์กั้นระหว่างโซนห้องนอนและโซน Living ที่เป็นห้องนั่งเล่นครับ
จุดเด่นของห้อง Type เริ่มต้นคือมีพื้นที่เหลือเยอะมากครับ จะวางโซฟาใหญ่ 3 ที่นั่งก็ทำได้ หรือจะวางเตียง 6 ฟุตก็ยังมีพื้นที่พอ และโครงการจัด Layout มาแบบให้ครัวปิดทุกห้อง และมีพื้นที่ Walk-in Closet สำหรับแต่งตัวโดยเฉพาะ
- 1 Bedroom Plus เริ่มต้น 42.5 ตร.ม.
ห้องนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกครับ เกือบเท่า 2 Bedroom ของบางที่แล้ว เป็น 1 Bedroom ที่มีห้อง Plus หรือ Favorite Corner ที่ใช้งานเป็นห้องทำงานหรือห้องนอนเล็กได้ ได้ห้องนอนปิดเป็นสัดส่วน ห้องนี้มีเริ่มต่ำสุดไม่ถึง 3 ล้านครับ
- 2 Bedroom เริ่มต้น 51.5 ตร.ม.
สำหรับ 2 Bedroom ในโครงการนี้ มีให้เลือกหลายแบบหลายไทป์เลยครับ ตั้งแต่ 2 Bed 1 Bath และ 2 Bed 2 Bath ตามขนาดความใหญ่ของครอบครัว ซึ่งใครที่มีงบแถวๆ 3 ล้านกว่าๆ ที่นี่ได้ 2 Bed แล้ว สำหรับใครที่ไม่อยากไปอยู่ทาวน์โฮมเข้าซอยลึกๆ ไกลๆ ไทป์นี้ก็จะเป็นตัวเลือกสำหรับครอบครัวที่อยากอยู่ใกล้เมืองครับ
ราคานี้ให้ของจำเป็นมาครบ
ห้องน้ำและครัวครบชุด พร้อม Digital Door Lock

ในด้านของที่ให้มาในห้อง ที่นี่ก็จะตามสไตล์ศุภาลัยครับ คือให้ของที่จำเป็นมาครบ แทบไม่ต้องทำเพิ่ม และให้ของค่อนข้างดีด้วย อย่างฝั่งห้องครัว ก็ให้ชุดครัวมาครบ ทั้งตู้เก็บของพร้อมตู้ลอย มีช่องใส่ไมโครเวฟและเครื่องซักผ้า โครงการมีแถมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันมาให้ เป็นของ Hafele พร้อมมีชุดราวแขวนของเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน
ในส่วนของห้องน้ำ ก็ให้มาครบเช่นกัน ชุดก๊อกน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ จะเป็นสีดำ ตามสไตล์ Loft ของโครงการ มี Rain Shower พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เลย ส่วนโซนอาบน้ำก็มีฉากกั้นส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ ไม่ต้องไปติดเพิ่มเองครับ
นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นที่เก็บของต่างๆ ทั้งโซนอาบน้ำ และหลังกระจกแต่งหน้าที่เปิดออกมาเป็นตู้เก็บของได้ ส่วนสุขภัณฑ์ที่นี่ก็ให้เป็นของ Cotto รุ่นค่อนข้างดี นอกจากนี้ในส่วนของตัวห้อง ที่นี่จะให้แอร์ที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ และมี Digital Door Lock ของ Colt ติดตั้งให้ทุกห้อง
ที่เหลือที่ต้องซื้อเพิ่มก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ไปตกแต่งกันเองตามสไตล์ของแต่ละคนครับ
1 Bedroom 33.50 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างแรกจะเป็น 1 Bedroom ขนาด 33.50 ตารางเมตรครับ ห้องนี้แปลนที่ได้จะเป็นตอนลึก มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดเป็นส่วน ถ้าเราเปิดประตูเข้าไปในห้องก็จะเจอกับ Living Area ขนาดใหญ่ก่อนเลย เป็นมุมนั่งเล่น เชื่อมกับพื้นที่กินข้าว มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่งได้สบาย ฝั่งตรงข้ามก็ทำเป็นชั้นวางทีวีได้เต็มฝั่งเลย ทั้งยังวางตู้เก็บของหรือตู้เก็บรองเท้าได้อีก
มุมโต๊ะกินข้าวสามารถวางโต๊ะแบบ 2 ที่นั่งได้ จะวางเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือวางเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ได้นะครับ เป็นมุมอเนกประสงค์ที่ถ้าไม่ได้กินข้าว ก็เอาไว้นั่งทำงานได้ ห้องครัวและห้องน้ำจะอยู่ปีกขวาของห้อง มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นเอาไว้ให้
ด้านในสุดจะเป็นห้องนอนครับ กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกเช่นกัน ห้องนอนของไทป์ 1 Bedroom คือได้ช่องแสงธรรมชาติค่อนข้างเยอะ อย่างโซนเตียงนอนที่เอาไว้พักผ่อนก็มีหน้าต่างบานใหญ่มาให้ ด้านข้างวางโต๊ะข้างเตียงได้ วางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ ส่วนอีกฝั่งเป็นเหมือนมุม Walk-in Closet ครับ วางตู้เสื้อผ้าได้เยอะเลย มีแสงจากระเบียงด้วย
หรือจริงๆ ถ้าเราไม่ได้ต้องการมุมแต่งตัวใหญ่ๆ จะปรับเปลี่ยนเป็นมุมอื่นๆ ก็ได้นะครับ อย่างมุมทำงาน มุมเล่นเกมอะไรแบบนี้

Living Area พื้นที่กว้าง
แบ่งเป็นมุมนั่งเล่นกับมุมกินข้าว วางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้สบาย
มาดูด้านในห้องกันบ้างครับ เปิดมาจะเป็นมุมนั่งเล่นอย่างที่บอก ห้องตัวอย่างเขาทำชั้นวางทีวียาวเต็มฝั่ง แล้วมีตู้เก็บของที่สูงถึงเพดานเลย เอาไว้เก็บของต่างๆได้เยอะ ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีกำลังดี วางทีวีจอใหญ่ๆ ได้ ส่วนโซฟาก็วางขนาด 2 – 3 ที่นั่งได้ไม่อึดอัด ถ้าอยากมีโต๊ะกาแฟเล็กๆ แต่ไม่อยากวางหน้าโซฟา ด้านข้างก็ยังมีพื้นที่เหลือให้วางได้อยู่นะ

มุมกินข้าวปรับได้หลายฟังก์ชัน
ใช้เป็นโต๊ะกินข้าวหรือโต๊ะทำงานก็ได้ เป็นพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น
มุมกินข้าวจะอยู่ติดกับมุมนั่งเล่นเลย อย่างที่บอกไปครับว่าวางโต๊ะได้หลายแบบ ถ้าเป็นแบบห้องตัวอย่างก็วางเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือวงกลมก็ได้ หรือต้องการพื้นที่บนโต๊ะมากขึ้น จะวางเป็นโต๊ะเป็นยาวติดผนังแล้ววางเก้าอี้ให้เราหันหน้าเข้าหากำแพงก็ได้เช่นกัน ทำให้มุมนี้อเนกประสงค์มากขึ้นทั้งนั่งทานข้าวหรือใช้นั่งทำงาน

ทุกห้องได้ครัวปิด ให้ของครบ
มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันจาก HAFELE
ในด้านของห้องครัว ทุกห้องในโครงการจะได้เป็นครัวปิดที่มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้น เคาน์เตอร์จะมาเหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยครับ มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า มีอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ HAFELE พื้นที่เก็บของก็จะมีใต้อ่างล้างจานกับตู้เก็บของด้านบน ราวแขวนสีดำตรง Backsplash ในรูป เขาก็ติดตั้งมาให้ด้วยเหมือนกันนะครับ

ห้องน้ำพร้อมใช้ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
มีฉากกั้นห้องอาบน้ำ และเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งมาให้ด้วย
สำหรับห้องน้ำก็ได้เหมือนกับห้องตัวอย่างเลย อ่างล้างหน้ามีช่องวางของเล็กๆ และกระจกที่อ่างล้างหน้า สามารถเปิดออกมาเป็นชั้นเก็บของด้านในได้ ฉากกั้นอาบน้ำก็จะได้เป็นบานเลื่อนติดตั้งมาให้ ส่วนสุขภัณฑ์ก็เป็นแบบใหม่ของ COTTO ที่ศุภาลัยเอามาใช้ครั้งแรกครับ พวกก๊อกน้ำ สายชำระ ที่เสียบกระดาษทิชชู่ และราวแขวนผ้าจะเป็นสีดำทั้งหมด
มีอย่างเดียวที่เป็นของ HAFELE คือชุดฝักบัว Rain Shower ที่มาพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นในตัวเลย ด้านในห้องอาบน้ำก็จะมีชั้นวางของแบบเจาะผนังด้วย

ห้องนอนกว้าง แบ่งได้หลายโซน
มีทั้งมุมพักผ่อนและมุมทำงาน แถมยังได้ช่องแสงขนาดใหญ่
ห้องนอนก็จะแบ่งออกเป็นโซนเหมือนกันครับ ฝั่งซ้ายวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ อยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่เลย ด้านข้างก็วางได้ทั้งโต๊ะข้างเตียงและโต๊ะทำงาน จากห้องตัวอย่างก็จะเห็นว่าเราวางโต๊ะทำงานขนาดกลางๆ ได้สบายๆ

มี Walk-in Closet ในห้องนอน
วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ อยู่ติดกับระเบียง ได้แสงธรรมชาติ
มุม Walk-in Closet อยู่ติดกับระเบียงเลย ถ้าวางมุมแต่งหน้าเหมือนในห้องตัวอย่างก็จะได้แสงธรรมชาติ หรือถ้าเรามีเสื้อผ้าเยอะ จะวางเป็นตู้เสื้อผ้าล้วนๆ ก็ได้นะครับ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราเลย
1 Bedroom Plus 43.50 ตร.ม.

มาต่อกันที่ห้องตัวอย่างอีกห้อง ขยับไซส์ขึ้นมาหน่อย เป็น 1 Bedroom Plus ขนาด 43.50 ตารางเมตร ที่พื้นที่ทุกอย่างค่อนข้างจะ Oversize เลย
Layout จะแตกต่างจาก 1 Bedroom ก่อนหน้านี้เลย ห้องนี้จะได้ Living Area ใหญ่ ด้านหน้าจะเป็นมุมกินข้าว ฝั่งตรงข้ามวางตู้เก็บของได้ ตรงกลางจะเป็นมุมนั่งเล่น นอกจากจะวางโซฟาขนาดใหญ่ได้แล้ว ยังวางโต๊ะกาแฟใหญ่ๆ หน้าโซฟาได้เลย ไม่ต้องกลัวเกะกะทางเดิน
ครัวที่ได้ก็จะเป็นครัวปิดที่ได้เคาน์เตอร์ครัวยาวขึ้น ห้องน้ำก็จะอยู่ด้านหน้าใกล้กับทางเข้าห้อง ข้อดีคือเวลาแขกแวะมาห้องเข้าสะดวก ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนหรือห้องอื่นๆ ทำให้ห้องนอนของเรามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ส่วน Favorite Corner ของที่นี่ขนาดไม่ได้เล็กนะครับ ทำเป็นห้องนอนเล็กได้ วางเตียงแบบ 3 ฟุตกำลังดี หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องอื่นๆ ก็ได้เช่นกัน อยู่ติดกับระเบียงด้วย ได้แสงธรรมชาติตลอดทั้งวันห้องนอนขนาดใหญ่เป็นประตูทึบ มีความเป็นส่วนตัว วางเตียงขนาดใหญ่ได้ แล้วยังวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบเลยครับ

มุมนั่งเล่น ระยะดูทีวีกว้าง
พื้นที่เยอะเหลือๆ เชื่อมต่อช่องแสงขนาดใหญ่จากห้อง Plus
เปิดเข้ามาก็จะเจอ Living Area ขนาดใหญ่เลย ด้วย Layout ของเขาทำให้ห้องดูกว้างมากครับ เพดานห้องก็สูง 2.7 เมตร ดูแล้วไม่อึดอัด มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้กำลังดี โต๊ะกาแฟก็วางแบบใหญ่ๆ ได้เลย อย่างห้องตัวอย่างก็วางไว้ถึงสองตัวด้วยกันครับ ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีเยอะมากกก นอกจากจะวางทีวีจอใหญ่ได้แล้ว ยังมีทางเดินให้ผ่านไปมาได้สบายๆ ด้วย

มุมกินข้าวอยู่ติดกับมุมนั่งเล่น
วางเป็นโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งกำลังดี ฝั่งตรงข้ามวางตู้เก็บของเพิ่มได้อีก
มุมกินข้าวที่อยู่ติดกับทางเข้าห้อง วางเป็น 2 ที่นั่งได้ครับ หรือถ้าเราไม่ได้ต้องการโต๊ะกินข้าว ทำเป็นตู้เก็บของหรือเก็บรองเท้าใหญ่ๆ ก็ได้นะ

พื้นที่ครัวใหญ่ขึ้น
เคาน์เตอร์ครัวยาว ทำให้มีพื้นที่ทำอาหารมากขึ้น
ด้วยความที่ห้องใหญ่ขึ้น เคาน์เตอร์ครัวก็ใหญ่ตามไปด้วยครับ มีช่องวางเครื่องซักผ้าให้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือได้ที่เก็บของเยอะขึ้น มีที่เตรียมอาหารมากขึ้น

ห้อง Favorite Corner ขนาดใหญ่
ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย เป็นห้องนอนเล็กหรือทำงานได้
ห้อง Favorite Corner ทำเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องอื่นๆ ตามไลฟ์สไตล์ได้ ห้องตัวอย่างเขาจะแต่งเป็นห้องทำงานครับ เราสามารถ Built-in ได้เต็มพื้นที่เลย ฝั่งตรงข้ามก็ยังแต่งเพิ่มได้อีก ทำงานเบื่อๆ ก็มีวิวเมืองจากระเบียงให้ดูด้วย

ห้องนอนใหญ่ เป็นส่วนตัว
มีประตูบานทึบ พร้อมพื้นที่ในห้องกว้าง
สิ่งที่ต่างเลยสำหรับห้องไทป์นี้ คือจะได้พื้นที่ห้องนอนที่เป็นแบบปิด ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ เผื่อใครที่อยู่มากกว่า 1 คนก็จะมีพื้นที่ทำกิจกรรมแยกกันมากขึ้น
ซึ่งห้องนอนนี้จะได้หน้าต่างบานใหญ่เหมือนกัน ไม่ต้องกลัวห้องจะมืดเลย และถึงแม้จะวางเตียงขนาดใหญ่แล้ว ก็ยังมีพื้นที่ปลายเตียงเหลือให้เดินเข้าออกได้สบายๆ ด้านข้างวางโต๊ะข้างเตียงได้ ส่วนตู้เสื้อผ้าก็ Built-in ได้เต็มฝั่งเลยฮะ

สำหรับใครที่สนใจ โครงการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างเรียบร้อยแล้วที่ Sales Gallery เปิด Pre-sales ครั้งแรก 14-15 ก.พ. นี้ เริ่ม 2.15 ลบ.*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด




