ข่าวอสังหาอัปเดต

แสนสิริประกาศวางเป้าหมายด้าน Net-zero และขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อน

“แสนสิริ” รายแรกอสังหาฯ ไทย กู้วิกฤต Climate Change อาสาเป็นผู้นำขับเคลื่อนองค์กร 360 องศา ตั้งเป้าหมายสู่ Net-zero ชูแผนรูปธรรมผู้บริโภคจับต้องได้ เซ็ตไทม์ไลน์ชัด “ติด Solar Roof และที่ชาร์จรถ EV บ้านทุกหลัง/ ไฟส่วนกลางพลังงานสะอาด 100% 70% โครงการเปิดใหม่ต้องเป็นบ้านประหยัดพลังงาน ภายในปี 2030”

  • แสนสิริ เดินหน้าพันธกิจสีเขียว ประกาศเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกในเมืองไทยที่ตั้งเป้าหมาย Net-zero เพื่อเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ รวมพลังบวก กู้วิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก
  • ขับเคลื่อนองค์กรด้วย 4 แก่น ‘Process-Product-Partner-Investment’ ครอบคลุมการลดคาร์บอนทุกมิติ เตรียมทำจับมือองค์กรสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบมาตรฐานทุกกระบวนการทำงานอย่างโปร่งใส
  •  ประกาศแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เป้าหมายทุกโครงการต้องลดการเป็นภาระสิ่งแวดล้อม
    • รถ EV สำหรับผู้บริหารและไฟสวนทุกโครงการเป็น solar ตั้งแต่ปี 2021 (พ.ศ.2564)
    • Solar Roof และ EV Charger ในส่วนกลางทุกโครงการใหม่ พร้อม waste จากโรงงานพรีคาสต์ไม่เกิน 2% ภายในปี 2022 (พ.ศ.2565)
    • Solar Roof และ EV ในบ้านทุกหลัง ไฟถนนโครงการ และ 70% ของโครงการเปิดใหม่เป็นบ้านประหยัดพลังงาน ในปี 2030 (พ.ศ.2573)
  • เตรียมทุ่มงบลงทุน 500 ล้านบาท  ในธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน – สุขภาพ-เกษตร-อาหาร ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ และตระหนักดีว่าเป็นปัญหาหลักของมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนต้องร่วมมือกันเพื่อการดูแลโลกให้ยั่งยืนอย่างเร่งด่วน สำหรับแสนสิริในฐานะผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป้าหมายในการทำธุรกิจเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ ณ วันนี้ แสนสิริขอประกาศภารกิจสำคัญอีกครั้ง ในการนำองค์กรเข้าสู่การเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ร่วมแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม ด้วยการประกาศเป้าหมายสู่การเป็น Net-zero องค์กรอสังหาริมทรัพย์แรกในประเทศไทยที่วางพันธกิจในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์อย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าองค์กรต่างๆ ได้ผลักดันให้เกิดความร่วมมือจากทั่วโลก เช่น การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 หรือ COP26 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา โดยมีการบรรลุข้อตกลงทางประวัติศาสตร์เพื่อควบคุมปัญหาการเปลี่ยงแปลงสภาพแวดล้อม ด้วยเป้าหมายให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593 เพื่อจัดการกับภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องมาจากพลังบวกของทุกภาคส่วนในการร่วมมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนที่ปัจจุบันก้าวไปสู่จุดที่เป็นวิกฤตต่อมวลมนุษยชาติ ดังจะเห็นได้จากสัญญาณต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับโลกของเราในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งธารน้ำแข็งขั้วโลกละลาย คลื่นความร้อนในยุโรป ไฟป่าที่ออสเตรเลีย รวมถึงน้ำท่วมอย่างรุนแรงจากภาวะฝนที่ตกหนักอย่างผิดปกติในหลายประเทศ นอกจากนี้สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ยังระบุว่า โลกเราได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นในทุกปี มีเพียง ปี 2563 ที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก แต่ IEA ได้คาดการณ์ว่าใน พ.ศ. 2564 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กลับมาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าระดับของ พ.ศ. 2562

สำหรับสิ่งที่ใกล้ตัวแสนสิริและ Ecosystem ของภาคอสังหาริมทรัพย์นั่นก็คือขบวนการออกแบบที่อยู่อาศัยในภาพรวมและการควบคุมการปล่อยของเสียที่ทำร้ายโลก โดยแสนสิริได้จัดทำกระบวนการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ 4 ด้านหลักเพื่อมุ่งสู่ Thailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  ซึ่งอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดดังนี้

1. Process: แสนสิริจะมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นและได้มาตรฐาน สร้างเป้าหมายที่จะบรรลุได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยเริ่มจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทยซึ่งเป็นเครือข่ายที่จัดตั้งโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก จากนั้นจะเข้าร่วมโครงการขยายผลกิจกรรมชดเชยคาร์บอน เพื่อสนับสนุนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศปีที่ 9 หรือ TCOP9 ซึ่งจะช่วยให้สามารถจำแนกแหล่งปล่อย และประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับโครงการและทุกกระบวนการทำงานของแสนสิริ ให้เกิดการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และวัดผลได้อย่างชัดเจน

2. Product: แสนสิริมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และลดขยะให้ได้มากที่สุด

ประกอบไปด้วยทุกโครงการของแสนสิริต้องใช้พลังงานสะอาด โดยในปี 2021 (พ.ศ.2565)เป็นต้นไป ส่วนกลางของทุกโครงการใหม่จะเป็นโซลาร์ รูฟ ตลอดจนบ้านของแสนสิริที่เปิดตัวใหม่จะเป็นโซลาร์ รูฟ รวมกว่า 50% และ 100% ทุกหลัง ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) รวมถึงไฟถนนในโครงการแสนสิริทุกโครงการใหม่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) เช่นกัน (ปัจจุบันไฟส่องสว่างในสวนส่วนกลางในทุกโครงการใหม่เป็นไฟที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100%) ถัดมาคือการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดด้วยการเปลี่ยนรถผู้บริหารทุกคันของบริษัทเป็นรถ EV ในต้นปี 2021 (พ.ศ. 2564) และได้ติดตั้ง EV Charger ในทุกโครงการในปี 2025 (พ.ศ. 2568) รวมถึงจะติดตั้งในบ้านทุกหลังภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ถัดมาคือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยจะเริ่มใช้ในสัดส่วน 50% ในปี 2022 (พ.ศ.2565) และเพิ่มเป็น 70% ในปี 2025 (พ.ศ.2568) ของวัสดุที่แสนสิริจัดซื้อ รวมถึงการมุ่งสู่บ้านประหยัดพลังงานโดยภายในปี 2025 (พ.ศ.2568) บ้านโครงการใหม่ของแสนสิริ 50% จะเป็นบ้านเย็นและประหยัดพลังงาน (Cooliving Designed Home) และเพิ่มขึ้นเป็น 70% ใน 2030 (พ.ศ. 2573) ตลอดจนบ้านแสนสิริทุกหลังต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 ทุกชิ้น และใช้หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงานทุกดวง นอกจากนี้การก่อสร้างในทุกโครงการต้องลดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยขยะจากการก่อสร้างจะนำมารีไซเคิลและรียูสได้ 70% ภายใน 2025 (พ.ศ. 2568) รวมถึงกระบวนการผลิตของโรงงานพรีคาสต์ จะก่อให้เกิดขยะไม่เกิน 2% ภายใน 2022 (พ.ศ. 2565) และที่สำคัญทุกโครงการแสนสิริต้องมีระบบ Waste Management เพื่อลดคาร์บอนและขยะสู่โลก โดยทุกโครงการต้องมีถังแยกขยะ (Waste to Worth) และมีเป้าหมายจับมือพันธมิตรเพื่อให้การแยกขยะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3. Partners: พันธมิตรพลังบวก

โดยแสนสิริได้ร่วมมือกับพันธมิตรได้รู้จักการตั้งเป้าหมายลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังเพื่อตั้งเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งขณะนี้มีคู่ค้าที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรจากองค์กรขนาดใหญ่มากมาย อาทิ ทีโอเอ, คอตโต้, ไดกิ้น,เอสบี เฟอร์นิเจอร์, ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย, โคคา-โคลา (ประเทศไทย), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน), GC เป็นต้น และอยู่ระหว่างการหารือกับสถาบันการเงิน เพื่อร่วมจัดทำสินเชื่อพิเศษ (Pre & Post Finance) ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในอนาคตจะมีการสนับสนุนให้ทุกพันธมิตรใน Ecosystem ของแสนสิริลงนามความร่วมมือว่าด้วย Net-zero ร่วมกัน

4. Investment: การลงทุนในทุกมิติ

จะมุ่งเน้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนโดยตรงและทางอ้อม โดยในเบื้องต้นได้กำหนดงบลงทุนไว้ 500 ล้านบาท สำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยจะเน้นลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีด้านอาหาร ซึ่งทุกธุรกิจจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรต่อสังคม

“โมเดลของแสนสิริจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการมุ่งสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุถึงเป้าหมาย Net Zero ที่ได้ให้ไว้กับประชาคมโลก ซึ่งแสนสิริเองเราขออาสาที่จะทำภารกิจนี้อย่างจริงจังและเร่งด่วนใน 4 มิติ Process- Product – Partners – Investment  เพื่อเข้าสู่เป้าหมายThailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero หรือรายแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กล้าประกาศตั้งเป้า Net-zero อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นและได้มาตรฐาน การใช้พลังงานสะอาด ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับเพื่อนของแสนสิริที่เป็นพันธมิตรพลังบวก ตลอดจนร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนโดยตรงและทางอ้อม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกกระบวนการทำงานของแสนสิริจะเป็นพลังงานสะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพื่อช่วยสร้างแรงกระตุ้นการรับรู้ของสังคมให้เกิดการตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนสามารถทำได้ โดยเริ่มจากบ้านซึ่งเป็นหน่วยเล็กๆ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของทุกคน เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกของเรา” นายเศรษฐา กล่าว


รับชม VDO แสนสิริ สู่พันธกิจสำคัญ “Thailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero” ได้ที่

https://drive.google.com/file/d/1dSNZ4ZVgXXrk2GHpGaYhJZ_QBKPU_Pw8/view

Note to Editor: อีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยเมื่อ พ.ศ. 2561 แสนสิริได้ประกาศ Sansiri Green Mission กับเป้าหมาย 3 ปีในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์เฉลี่ย 2,120 ตัน หรือเทียบเท่าป่าสีเขียวกว่า 1,700 ไร่ ซึ่งแสนสิริสามารถพิชิตเป้าหมายนี้ได้เพียงปีครึ่ง และยังคงสานต่อนโยบายนี้ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ อาทิ ด้าน Waste Management สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการรีไซเคิลขยะได้ 7,577 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตลอดจนเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานพรีคาสต์ที่ได้ ISO 14001 และ ISO 9001 ที่ได้มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบคุณภาพรายเดียวของเมืองไทยที่มุ่งเน้นการลดปริมาณขยะให้ได้มากที่สุด รวมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องต้นไม้และพื้นที่สีเขียวผ่าน Tree Story และ Sansiri Backyard ที่สร้างประโยชน์จากพื้นที่ว่างเป็นสวนผักและผลไม้ออร์แกนิคบนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 160 โครงการ และพื้นที่รอพัฒนาใจกลางสุขุมวิทและเมืองหัวหินรวมกว่า 20 ไร่ และสุดท้ายคือ Green Energy & Mobility ที่ได้ติดตั้ง EV Charger Station ในทุกโครงการคอนโดใหม่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2563 รวมถึง ติดตั้งแผงโซลาร์เซลส์ที่ T77 จนเป็น blockchain แลกเปลี่ยนไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และติดตั้งที่ส่วนกลางของโครงการ และนับเป็นการทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง เพื่อมุ่งผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยในด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สู่พันธกิจสำคัญต่อจากนี้คือ Thailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero   

Related posts
ข่าวอสังหาอัปเดต

ORIGIN โชว์ยอดขายปี 64 สร้าง New High ใหม่ทะลุ 30,250 ล้าน เผยปีนี้เตรียมแผนใหญ่พลิกเกมอสังหา

ข่าวอสังหาอัปเดต

ศุภาลัย เปิดตัวคอนโดใหม่ล่าสุด “ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ - วงศ์สว่าง” ปรับลุคดีไซน์คอนโดใหม่เอาใจสายลอฟท์

ข่าวอสังหาอัปเดต

AssetWise ปิด 2 ดีลใหญ่ จับมือทุนญี่ปุ่นพัฒนาคอนโดใหม่ ‘แอทโมซ บางนา’ พร้อมเข้าซื้อกิจการ “แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน”

ข่าวอสังหาอัปเดต

“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” อวดโฉมบ้านตัวอย่างซีรีย์ใหม่ ในโครงการ “มอลตัน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ อารีย์”