รีวิวโครงการ

มินิรีวิว “Triple Y Residence” คอนโดแห่งแรกที่มีอุโมงค์จาก MRT สามย่าน เชื่อมเข้าโครงการได้เลย

คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองว่าเยอะแล้ว แต่คอนโดที่เดินออกจาก MRT แล้วเชื่อมต่อถึงคอนโดได้เลยยังไม่เคยมีนะครับ และนั่นทำให้โครงการ “Triple Y Residence” กลายเป็นคอนโดแห่งแรกที่สามารถเดินออกจาก MRT แล้วเดินเข้าคอนโดได้เลย ซึ่งคอนโดอยู่ในโครงการมิกซ์ยูสของสามย่านมิตรทาวน์ ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึง ภาพรวมโครงการพัฒนาของอาณาจักรจุฬา-สามย่านกัน ในบทความ เปิดอาณาจักรจุฬาฯ “สยาม-สามย่าน” กับที่ดินกว่า 1,000 ไร่ใจกลางเมือง ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน คลิกเลยครับ

สำหรับบทความนี้ LivingPop จะพาเพื่อนๆ มาดูในส่วนของ “Triple Y Residence” คอนโดสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองกันครับ

สามย่านมิตรทาวน์ เป็นพื้นที่สัญญาเช่าแบบ Leasehold ระยะเวลา 30 ปี พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส แบ่งออกเป็น รีเทล, ออฟฟิศ, โรงแรม และ คอนโดอย่าง “Triple Y Residence”

รู้จักกับ GOLDENLAND

GOLDENLAND หรือ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการเชิงที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม อาทิ Golden Neo, Grandio และ The Grand ทาวน์โฮม ที่พักอาศัย ในย่านบางนา, วงแหวน, ปิ่นเกล้า, พระราม 2, ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์, พัฒนาการ, แจ้งวัฒนะ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2.79 ไปจนถึง 60 ล้านบาท มี Segment ค่อนข้างหลากหลายให้เลือก

และโครงการเชิงพาณิชย์ ทั้งอาคารสำนักงานให้เช่า โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ เห็นได้ชัดว่าตัวของบริษัทเน้นไปทางโครงการแนวราบมากกว่าแนวสูง แนวสูงที่เป็นที่รู้จัก คืออาคารสำนักงานขนาดใหญ่อย่าง FYI Center ที่อยู่ติด MRT ศูนย์สิริกิติ์ หรือ W Hotel Bangkok, สาทร สแควร์, The Ascott Sathorn Bangkok and Sky Villa, Mayfair Marriott Executive Apartment และล่าสุดกับโครงการมิกซ์ยูสอย่างสามย่านมิตรทาวน์

รู้จักกับสามย่านมิตรทาวน์

อย่างที่บอกไป สามย่านมิตรทาวน์เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ที่แบ่งออกเป็น 3 โซน เราจะมาเจาะให้ดูในแต่ละโซนกันเลยว่ามีอะไรบ้าง เริ่มจาก

โซนรีเทล

มีทั้งหมด 6 ชั้น แบ่งออกเป็น 3 โซน คือ The Eating Library, The Learning Library และ The Living Library ซึ่งโซนรีเทลมี 4 ไฮไลต์ที่น่าสนใจ มาพร้อมคอนเซปต์ “Urban Life Library”

  • โซนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ Co-learning Space, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหาร และคาเฟ่ แอบบอกก่อนว่าจะมีร้านอาหารชื่อดังมากมายที่เปิด 24 ชั่วโมงด้วย อาทิ KFC, Starbucks, ชาบูชิ, ยาโยอิ, MK, บาบีคิว พลาซ่า, Amazon ฯลฯ
  • Co-learning Space ให้อารมณ์เหมือน Co-working Space ทั่วๆไป แต่ไม่เสียค่าเข้า ไม่ต้องซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว ถึงจะนั่งอยู่ในนี้ได้ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาใช้บริการในส่วนนี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • มีโรงหนัง House RCA ย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย
  • มีพื้นที่จัดงานอีเวนต์ คอนเสิร์ต และการประชุมต่างๆ

โซนอาคารสำนักงาน

สำนักงานเกรด A มีทั้งหมด 31 ชั้น ซึ่งเป็นคอนโดที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยการจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ โดยภายในอาคารมีแอปพลิเคชันสำหรับอาคารสำนักงานโดยเฉพาะ ทั้งยังมีระบบประหยัดพลังงาน มีกลไลการทำงานภายในอาคารที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และถ้าคุณอยู่ทำงานจนดึกดื่น ก็มีร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงคอยรองรับด้วยครับ

โซนที่พักอาศัย

ที่พักอาศัยมีทั้งหมด 33 ชั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วนครับ คือ ส่วนของโรงแรม มีทั้งหมด 104 ยูนิต เริ่มตั้งแต่ชั้น 7 – 11 และส่วนของคอนโดมิเนียม มีทั้งหมด 516 ยูนิต เริ่มตั้งแต่ชั้น 11 – 33 โดยวันนี้เราจะมาเจาะลึกที่อยู่อาศัยอย่างคอนโด “Triple Y Residence” กันครับ

โครงการ Triple Y Residence มาพร้อมคอนเซปต์ “Neo Explorer Living Platform” เป็นคอนโดแนวคิดใหม่ เพื่อคนรุ่นใหม่


ทำเล

โครงการ Triple Y Residence เป็นคอนโด High Rise สูง 33 ชั้น มี 516 ยูนิต ที่ตั้งโครงการจะอยู่หัวมุมสี่แยกสามย่าน ติดกับถนนใหญ่ ตรงข้ามจามจุรีสแควร์ อยู่ติดกับคณะนิติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้จะติดกับถนนใหญ่ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องของเสียงที่จะดังมารบกวนภายในห้อง เพราะหน้าต่าง และประตูล้วนแต่ช่วยลดเสียงรบกวนทั้งสิ้น

ปกติหากเราจะไปยังสามย่านมิตรทาวน์ ยังไงก็ต้องข้ามถนน ยืนตากแดดกับไฟแดงและรถติด ดังนั้นทางโครงการจึงสร้างอุโมงค์ทางเชื่อมกับ MRT สามย่าน ให้มาโผล่ในโครงการ (จาก MRT สามย่าน สามารถเดินมาถึงโซนรีเทล ชั้น B1 ของสามย่านมิตรทาวน์ได้เลย คล้ายๆ กับทางขึ้นของจามจุรีสแควร์) แถมอุโมงค์ที่ออกทางฝั่งจามจุรีสแควร์ยังมีประตูเข้าคณะบัญชี จุฬาฯ ได้เลย ทีนี้เราก็ไม่ต้องข้ามถนนให้เสียเวลาแล้วครับ

รอบๆ โครงการ มีพื้นที่สีเขียวอย่าง อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ หรือสวนลุมพินีด้วย ที่ตั้งของโครงการเชื่อมถนนหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 4 ถนนสี่พระยา และถนนพญาไท ใครอยากจะไปเดินสยาม มาบุญครอง พารากอน ขับรถไปไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว หรือจะเดินไป นั่งรถเมล์ไปก็สะดวกดี ถ้าอยากจะไปสาย BTS บ้าง ก็เดินทางไม่ยาก นั่ง MRT สามย่านไปลงสีลม เพื่อไป BTS ศาลาแดง (สายสีเขียวเข้ม) หรือจะไป BTS สยาม (สายสีเขียวอ่อน) ก็ได้ครับ

การเดินทางสำหรับรถยนต์ เราสามารถเข้าโครงการได้ 3 ทาง ออกได้ 2 ทาง โดยเข้าและออกได้ทางถนนพระราม 4 จะเข้าถึงโซนอาคารสำนักงานก่อน หรือจะเข้าทางถนนพญาไทและเข้าทางซอยจุฬา 42 ก็ได้ มีทางออกอยู่ทางซอยจุฬา 42 ด้วย สำหรับที่จอดรถในโครงการสามย่านมิตรทาวน์จะใช้รวมกันทั้งโซนรีเทล อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัย มีทั้งหมด 1,548 คัน สำหรับคอนโดมีทั้งหมด 516 ยูนิต จะได้ที่จอดรถทั้งหมด 40%


ทำความเข้าใจ Leasehold คืออะไร?

เราจะพูดถึง Leasehold กับ Freehold เพื่อทำความเข้าใจกับเพื่อนๆ ก่อนนะครับ สำหรับโครงการ Leasehold เจ้าของโครงการไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการเช่าก็ต้องคืน ซึ่งจะเป็นสัญญาเช่าในระยะเวลา 30 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด อย่างโครงการสามย่านมิตรทาวน์ สัญญาเช่ามีระยะเวลา 30 ปี ดังนั้นผู้ที่ซื้อห้องของ Triple Y Residence จะเป็นเจ้าของห้องนั้นในระยะเวลา 30 ปีเท่านั้น ไม่ได้เป็นสิทธิ์ขาดของเราไปตลอดชีวิตครับ

ส่วน Freehold เจ้าของโครงการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นสัญญาผูกขาด ที่ทางโครงการเป็นเจ้าของเอง ดังนั้นเมื่อเราซื้อห้องที่นี่ เราจะกลายเป็นเจ้าของห้องตลอดไป อีกข้อดีที่น่าสนใจของคอนโด Leasehold คือ แม้ว่าจะไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็จริง แต่ในทำเลเดียวกัน ราคาก็อาจจะถูกกว่า และเป็นอีกตัวเลือกที่ราคาไม่แพงนักสำหรับผู้ซื้อ

เมื่อก่อนเราอาจจะหาที่ดิน Freehold ได้ง่าย แต่พอมีคอนโดผุดขึ้นมากเยอะมากจนที่ดิน Freehold เริ่มหายาก ผู้พัฒนาโครงการบางคนจึงต้องใช้พื้นที่ Leasehold แทน โดยทาง GOLDLAND ได้พัฒนาโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ในพื้นที่เชิงพาณิชย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพื้นที่ของจุฬาฯ มีขนาดใหญ่มาก ด้วยความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจุฬาฯ นี้ ให้พูดวันเดียวคงไม่จบ ถ้าอยากรู้ว่าจุฬาฯ มีโครงการจะพัฒนาพื้นที่ตรงไหนในโซนสยาม-สามย่านที่น่าสนใจอีกบ้าง ไปอ่านกันได้เลยครับ


บริเวณแยกสามย่าน

โครงการ Triple Y Residence ตั้งอยู่หัวมุมถนน บริเวณแยกสามย่าน ข้างหลังโครงการเป็นซอยจุฬาฯ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสามย่าน I’m Park จามจุรีสแควร์ ทั้งยังใกล้กับวัดหัวลำโพง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยาม ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง พารากอน สยามเซ็นเตอร์ Siam Discovery สยามสแควร์วัน และ Central World ด้วย

สถานที่ใกล้เคียง

โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ
สามย่านมิตรทาวน์
วัดหัวลำโพง
จามจุรีสแควร์
โรงพยาบาลจุฬาฯ
MBK Center
สยามสแควร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพรวม Triple Y Residence

ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการTriple Y Residence
ที่ตั้งโครงการหัวมุมถนนพระราม 4 – ถนนพญาไท
พื้นที่โครงการ 13 ไร่ 3 งาน 93 ตารางวา
รูปแบบโครงการ อาคาร High Rise 33 ชั้น 1 อาคาร
จำนวนห้องพัก516 ยูนิต
รูปแบบห้อง1 Bedroom ขนาด 34 ตารางเมตร มี 459 ยูนิต
1 Bedroom ขนาด 40 ตารางเมตร มี 19 ยูนิต
2 Bedroom ขนาด 68 ตารางเมตร มี 38 ยูนิต
ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 140,000 บาท/ตารางเมตร
ที่จอดรถ แบบช่องจอดปกติ ทั้งหมด 40%
Facilities & Service
ชั้น 1– Lobby ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
– Locker Room
ชั้น 33– Infinity Pool
– Sky Garden
– Outdoor Pavillion
– Sunken Seating Zone
– Access Card Lobby
– Panoramic Fitness
– Co-cooking Lounge
– Co-reading Space
– Multipurpose Room
– Nap Zone & Play Zone
– Rooftop Laundromat


สำหรับโครงการ Triple Y Residence เป็นคอนโดแบบ High Rise สูง 33 ชั้น มีทั้งหมด 516 ยูนิต โครงการเป็นแบบ Leasehold สัญญาเช่า 30 ปี สิ้นสุดสัญญาวันที่ 9 มิถุนายน 2592 ในชั้นหนึ่งมีห้องพักอาศัยประมาณ 26 ห้อง จะมีชั้น 11 ชั้นเดียว ที่มีห้องพักอาศัย 11 ห้อง โดยโรงแรมกับคอนโดจะแชร์ล็อบบี้กัน แต่ลิฟต์จะแยกกันชัดเจน โรงแรมฝั่งซ้าย คอนโดฝั่งขวา มีป้ายบอกทางให้ด้วยครับ สำหรับคอนโดก็มีลิฟต์ถึง 4 ตัวด้วยกัน

ส่วนกลางแบบจัดเต็ม

พื้นที่ส่วนกลางและ Facilities ทั้งหมด จะรวมกันอยู่ที่ชั้น 33 ชั้นเดียว เราจะแบ่งออกเป็นในร่ม (อยู่ในตัวอาคาร) กับกลางแจ้ง (อยู่ด้านนอก) สำหรับล็อบบี้ที่ชั้น 1 ค่อนข้างโอ่โถงด้วยผนังสูงแบบ High Ceilling มี Locker Room สีสันสดใสอยู่ข้างๆ เคาน์เตอร์สำหรับผู้มาติดต่อด้วย มีที่นั่งเล่น นั่งพัก นั่งรอ ให้บริการสำหรับลูกบ้านคอนโด และแขกที่มาพักโรงแรม เป็นการใช้ล็อบบี้ร่วมกันของทั้ง 2 โซน และใกล้กับทางเข้าลิฟต์ จะมีทางเชื่อมไปยังส่วนรีเทลด้วย

มาดู Facilities ที่ชั้น 33 กันบ้าง กับโซนในร่ม เดินเข้ามาจะเป็นห้องโถงสูง มีชั้นลอย แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง สำหรับฝั่งซ้ายห้องแรกจะเป็น Laundromat หรือห้องสำหรับซักผ้า เราสามารถซักผ้าทิ้งไว้ แล้วไปออกกำลังกายที่ห้อง Fitness ข้างๆ ได้ มีทั้งหมด 2 ห้อง ส่วนฝั่งขวาห้องแรกจะเป็น Co-cooking Lounge ครัวทำอาหารที่เตรียมพร้อมให้ทั้งตู้เย็น เตาไฟฟ้า เตาอบ อ่างล้างจาน จาน ชาม ช้อนส้อม อุปกรณ์ทำอาหารทุกอย่างพร้อม แค่เรานำวัตถุดิบเข้ามาทำในห้องนี้เท่านั้น ทั้งยังมี Locker ไว้ให้เก็บของเวลาเราใช้ส่วนกลางอยู่ได้ด้วย ที่สำคัญคือ มีพื้นที่นั่งทานอาหารด้วย อยู่เชื่อมกับ Co-cooking Lounge ทำอาหารเสร็จปุ๊บ เอาออกมานั่งทาน ไม่ต้องเดินกลับห้องให้เสียเวลา

เลย Co-cooking Lounge มา จะเป็น Multipurpose Room ที่มีกระจกติดอยู่เต็มฝั่ง จะใช้เป็นห้องซ้อมเต้น เล่นดนตรี หรือโคฟเวอร์แดนซ์ก็ได้

หรือจะขึ้นไป Co-reading Space ที่ชั้น 2 เอาหนังสือไปอ่าน เอาการบ้านไปทำ จะพาเพื่อนไปนั่งติวหนังสือกันก็สะดวก นอกจากนี้ยังมีห้อง Nap&Play Zone ด้วย ซึ่งห้องนี้เราสามารถมานอน งีบ หรืออ่านหนังสือได้ จะมีหนังสือของอัมรินทร์ที่เขียนโดยนิ้วกลม ให้ลูกบ้านได้อ่านกันด้วย

ดูข้างในกันแล้ว มาดูข้างนอกกันบ้างครับ กับโซนกลางแจ้ง เราสามารถชมวิวได้ทั้ง 3 ฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งตึกมหานคร ฝั่งตึกใบหยก หรือฝั่งสวนลุมพินี โดยเฉพาะสระว่ายน้ำที่ยาวไปจนสุด หากเราลงไปในน้ำ เราก็ยังคงเห็นวิวของตึกสูงด้านข้างอยู่ ไม่ได้เป็นวิวโล่งๆ ที่มองไปไม่เห็นอะไร ตรงข้ามสระว่ายน้ำจะเป็นสนามหญ้าเทียมให้เรามาทำกิจกรรม วิ่งเล่น นั่งเล่นชิวๆ ได้ หรือใครชอบนั่งในร่ม แต่ยังได้รับลมอยู่ ก็มี Pavillion ไว้ให้ลูกบ้านได้พักผ่อนกันด้วยครับ

หากใครชอบความเงียบสงบ ลมเย็น และวิวที่สวยงาม แนะนำโซน Sunken Seating Zone โซนนี้จะทำที่นั่งเป็นชั้นๆ ให้เราได้มานั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง นั่งเล่นมองวิวชิวๆ จากที่นั่งตรงนี้เราจะได้เห็นวิวสวนลุมพินีแบบเต็มๆ หรือมองลงไปจะเห็นต้นไม้และพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะ


ผังอาคารและแปลนห้อง

สำหรับผังที่พักอาศัยชั้น 11 จะมี 11 ห้อง และตั้งแต่ชั้น 12 – 32 จะมีทั้งหมด 26 ห้อง

ผังห้องจะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 34 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 40 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 68 ตารางเมตร


จุดเด่นภายในห้องของ Triple Y Residence

ห้องแบบ Fully Furnished

ทางโครงการให้ของมาค่อนข้างเยอะเลย เริ่มจากเข้าห้องมาแล้วเจอ Pantry Area เคาน์เตอร์ ชั้นวางของ ตู้เก็บของ Built-in มาให้เหมือนกับในรูป ผนังไม้ด้านขวาก็เหมือนกัน เป็นส่วนเดียวที่ไม่ใช่ผนังฉาบเรียบทาสีขาว แต่พวกตะขอแขวนทางโครงการไม่ได้ให้มาด้วย สำหรับ Digital Door Lock ยี่ห้อ COLT จะใช้คีย์การ์ด พาสเวิร์ด กุญแจ หรือบลูทูธก็ได้

ส่วนห้องน้ำให้อ่างล้างหน้าของ GROHE เคาน์เตอร์ด้านล่าง และกระจกแบบเต็มบานก็ให้ด้วย กระจกสามารถเปิดออกเพื่อเก็บของได้ ห้องอาบน้ำแยกกับห้องปัสสาวะ ภายในห้องอาบน้ำมีชั้นวางของแบบเจาะผนังมาให้ พร้อมกับฝักบัวอาบน้ำ ส่วนห้องปัสสาวะจะมีที่ฉีดชำระ ที่ใส่กระดาษชำระ และโถสุขภัณฑ์

โซนห้องนอน Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ถึง 3 ตู้ มี 2 ตู้ที่ติดกระจกให้ นี่เป็นจุดที่น่าสนใจนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้คอนโดอื่นๆ ไม่ได้เน้นการให้ตู้เสื้อผ้าเลย ขนาด Master Bedroom ของ 2 ห้องนอนบางโครงการยังให้ตู้เสื้อผ้ามาแค่ 2 ตู้เล็กๆ ดังนั้นที่โครงการให้ตู้เสื้อผ้ามาแบบเต็มๆ ก็เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบซื้อเสื้อผ้ากันจนล้นตู้ ส่วนเตียงจะให้ฐานเตียงขนาด 3.5 ฟุต 2 เตียง เราจะแยกออกจากกันหรือนำมาชิดกันก็ได้ สำหรับผนังเตียงจะติดตั้งมาให้เหมือนกับในรูปพร้อมไฟหลืบด้านใน จะมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นพื้นที่ห้องนอนกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นเอาไว้ด้วย

ห้องนั่งเล่นจะให้โซฟาแบบ Daybed เหมือนกับในรูป ส่วนโต๊ะขนาดเล็ก อาจจะไม่เหมือนห้องตัวอย่าง แต่ไม่ต่างกันมาก ส่วนใหญ่แล้วเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in โครงการจะให้ทั้งหมด จะมีพวกของแต่งห้องหรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวบางชิ้นเท่านั้นที่โครงการไม่ได้ให้

Y Lay Out

หากเรามองตั้งแต่ระเบียงไปจนถึงหน้าประตูเข้าห้อง เมื่อลองลากเส้นดูจะเป็นตัว Y อย่างเห็นได้ชัด ด้วยความเฉียงของระเบียงและโซฟา Daybed ซึ่งข้อดีของ Lay Out ห้องแบบนี้ คือ นอกจากเราจะมองวิวด้านหน้าได้แล้ว ยังมองวิวเลยไปถึงด้านข้างได้ด้วย โดยเฉพาะโซฟา Daybed ที่โครงการ Built-in มาให้ เวลาเรานั่งอยู่ที่โซฟา จะมองเห็นวิวด้านข้างได้เลย แม้ว่าห้องตัวอย่างที่พาไปดูจะเป็นห้องที่วิวแย่ที่สุด แต่เมื่อ Lay Out ห้องมันเฉียงออก ทำให้เราไม่โดนบล็อกวิว และมองวิวด้านข้างได้แบบสบายๆ

ห้องน้ำแบบแยก เข้าพร้อมกันได้ทุกคน

เป็นห้องน้ำที่เข้าพร้อมกับเพื่อนได้ โดยประตูห้องน้ำกับประตูห้องปัสสาวะจะใช้รวมกัน ถ้าเราใช้ห้องปัสสาวะก็ปิดได้ ประตูห้องน้ำจะเปิดออก แต่ถ้าอยากปิดประตูห้องน้ำก็ได้เช่นกัน แต่ประตูห้องปัสสาวะจะเปิด ส่วนประตูห้องอาบน้ำจะแยกกัน ไม่ยุ่งกับใคร ตัวอย่างเช่น ในห้องมีเพื่อน 3 คน เราแปรงฟังอยู่ที่อ่างล้างหน้า เพื่อนอีกคนกำลังอาบน้ำ ในขณะที่คนสุดท้ายปัสสาวะอยู่ โดยที่ทุกคนทำธุระส่วนตัวได้แบบไม่มีใครเห็นใคร บอกเลยว่าใครแชร์ห้องกับเพื่อน ค่อนข้างเหมาะกับห้องน้ำดีไซน์แบบนี้ เพราะไม่ต้องแย่งกันใช้ห้องน้ำครับ

เตียงจะชิดหรือแยกก็ได้

อย่างที่บอกว่าทางโครงการให้เตียงขนาด 3.5 ฟุต มาถึง 2 เตียง เราจะชิดหรือแยกกันก็ได้ ถ้าเราอยู่กับเพื่อนแล้วไม่อยากนอนด้วยกัน แค่แยกเตียงออกจากกันก็ได้แล้ว มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มด้วย หรือถ้าใครอยู่กับแฟน อยากจะเอาเตียงชิดกัน ก็แค่ดันให้มาติดกัน เท่านี้ก็ได้เตียงขนาดใหญ่แล้ว เป็นความยืดหยุ่นที่เราเลือกเองได้ครับ

พื้นที่นั่งเล่นแบบ Multipurpose

จริงๆ แล้วพื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างอเนกประสงค์ คือทางโครงการ Built-in โซฟา Daybed มาให้อยู่แล้ว ถ้าเราใส่โต๊ะทำงานเพิ่ม โต๊ะทานอาหาร หรือชั้นวางทีวีเพิ่ม ยังไงก็เหลือพื้นที่ตรงกลาง ซึ่งเราเอาโต๊ะญี่ปุ่นมานั่งกางทำการบ้าน หรือเล่นคอมฯ ได้ เหมือนเราได้พื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งเราจะทำอะไรในนี้ก็ได้ แถมยังไม่ไปก้าวก่ายโซนห้องนอนให้รกด้วย โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าอยู่จริง ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้เวลาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นมากกว่าโซนอื่นๆ ไม่ว่าจะดูทีวี เล่นคอมฯ เล่นเกม ทำการบ้าน ทานอาหาร ล้วนแต่ทำในโซนนี้ทั้งนั้น

ห้องสไตล์ Dorminium

คำว่า Dorminium มาจาก Dormitory + Condominium เป็นการผสมผสานระหว่างหอพักและคอนโด เอาจริงๆ คือ การอยู่คอนโดที่ให้อารมณ์ของเด็กหอ เหมือนเราแชร์หออยู่กับเพื่อน ซึ่งทางโครงการเองก็แต่งห้องตัวอย่างออกมาให้ดูเหมือนห้องที่อยู่กับเพื่อนจริงๆ โดยมีการแยกเตียงกันนอน มีส่วนโต๊ะทำงานแยกกัน มีพื้นที่นั่งเล่น ให้เราทำงานกับเพื่อนได้ มีครัวให้ทำอาหารแบบเบาๆ ต้มมาม่ามื้อดึก หรือแม้กระทั่งห้องน้ำเอง เราเข้าพร้อมเพื่อนก็ยังได้อีก มันคือห้องที่สร้างมาเพื่อนักเรียน นิสิต นักศึกษาอย่างแท้จริง แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นนะครับว่าเตียงเอามาชิดกันได้ คือ ไม่จำเป็นว่าต้องทำห้องสไตล์หอพักเสมอไป เราเป็นผู้อยู่ จะดีไซน์ห้องให้อลังการแค่ไหนขึ้นอยู่กับเราเลยครับ Dorminium เป็นเพียง Option หนึ่งที่ทางโครงการแต่งมาให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น

แบบห้องตัวอย่าง

1 Bedroom 34 ตารางเมตร : Dorminium

ห้องนี้ออกแบบตามคอนเซปต์ของโครงการเลย คือ “Neo Explorer Living Platform” ซึ่งเป็นห้องสไตล์ Dorminium เป็นการอยู่อาศัยในคอนโดที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหอพักกับเพื่อน ส่วนของครัวจะอยู่ด้านหน้า ไม่เน้นการทำอาหารหนักๆ ทางโครงการจึงไม่ได้มีเตาไฟฟ้าหรือเครื่องดูดควันมาให้ ตรงข้ามกับครัวจะเป็นห้องน้ำ เราสามารถทำ 3 กิจรรมพร้อมกันได้ คือ แปรงฟัน อาบน้ำ และขับถ่าย ในส่วนของห้องนอน ค่อนข้างกว้าง แม้ว่าเตียงจะแยกกัน ก็ยังมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้เราเดินได้สบาย แถมยัง Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่มาให้ถึง 3 ตู้

สำหรับห้องนั่งเล่นก็เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ ปกติแล้วห้องทั่วไป มุมไหนเป็นห้องนั่งเล่น คือมีโซฟาและชั้นวางทีวี หรือเพิ่มชั้นวางของ คือจบ หรือมุมทานอาหารก็คือมีแค่โต๊ะกับเก้าอี้ ห้องทำงานก็มีแค่โต๊ะทำงานกับเก้าอี้ แต่โซนนั่งเล่นของที่นี่ เหมือนรวมเอาทุกกิจกรรมของเรามาไว้ในห้องๆ เดียว มีทั้งโต๊ะทำงาน โซฟา Daybed ชั้นวางทีวี ชั้นวางของ ชั้นวางหนังสือ จะเพิ่มตู้เก็บของก็ยังได้ แถมยังมีพื้นที่ตรงกลางเหลือให้เราเอาโต๊ะญี่ปุ่นมานั่งระดมสมองทำงานกับเพื่อนด้วย


1 Bedroom 34 ตารางเมตร : Monochrome Nordic

ห้องนี้ขนาดเท่าห้องแรกก็จริง แต่สไตล์การตกแต่งกันอย่างสิ้นเชิงครับ โดยห้องนี้มีคอนเซปต์คือ Monochrome Nordic เน้นสีเขียวของต้นไม้ สีดำ และสีน้ำตาลของไม้ ห้องนี้ทำให้อารมณ์ของเด็กหอหายไป โดยจะให้อารมณ์ของวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มทำงานมาไม่กี่ปี มีความรู้สึดสดใหม่ ในขณะเดียวกันก็ทันสมัย และมีสไตล์เป็นของตัวเอง ระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นจะมีประตูเลื่อนบานกระจกกั้น เราจะปิดเวลาต้องการความเป็นส่วนตัว หรือเปิดเอาไว้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้องก็ได้ ซึ่งห้องจะดูกว้างและโปร่งมากขึ้น สำหรับห้องนี้จะเลื่อนเตียงให้มาติดกัน เพื่อเป็นเตียงใหญ่ที่นอนพร้อมกันได้ 2 คน

ห้องนี้เอาโต๊ะทำงานที่เหมือนเด็กหอออก และเพิ่มชั้นวางทีวีกับทีวีเข้าไป จริงๆ พื้นที่ด้านนี้ทั้งหมด เราสามารถ Built-in ตู้หรือชั้นวางของแบบเต็มผนังได้เลย โซฟา Daybed ก็มีให้แล้ว ค่อนข้างกว้างขวางสำหรับห้องนั่งเล่น ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร แต่ส่วนที่ Drop ฝ้า จะสูง 2.4 เมตร พื้นในห้องจะเป็นกระเบื้องยางลายไม้ แต่ครัวกับห้องน้ำจะเป็นพื้นแกรนิโต้


1 Bedroom 34 ตารางเมตร : Faminium

ห้องแรกคอนเซปต์แบบหอพักไปแล้ว ห้องที่สองก็เป็นแบบรุ่นใหม่วัยทำงาน ห้องที่สามจึงไม่พ้นแบบครอบครัว ห้องนี้จะให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น ไม่เน้นเฟอร์นิเจอร์เยอะ ดูโล่งและเรียบง่ายมากๆ ด้วย Y Layout ของห้อง ทำให้ระเบียงอาจไม่ใหญ่ แต่สามารถวางเครื่องซักผ้าได้นะครับ คือตอนต้นจะแคบแต่ตอนปลายจะกว้าง ถ้าใครไม่ไว้เครื่องซักผ้า จะทำเป็นสวนเล็กๆ ที่ระเบียงก็ได้ เราเห็นว่ามีห้องสไตล์ Dorminium ไปแล้ว เลยขอบัญญัติห้องนี้ให้เป็นสไตล์ Faminium บ้าง ที่มาของคำนี้เหมือนกับ Dorminium เลยครับ คือ Family + Condominium เป็น Faminium ซึ่งเป็นอีกคำที่ขยายความการอยู่คอนโดแบบเป็นครอบครัวได้ดีครับ


สรุปจุดเด่นโครงการ

ทำเล

“Triple Y Residence” เชื่อมต่อกับ MRT สถานีสามย่าน โดยทางขึ้นสถานีจะอยู่ที่ชั้น B1 ของโซนรีเทล เราไม่ต้องข้ามแยกสามย่านให้เสียเหงื่อ เสียเวลา นอกจาก MRT จะเชื่อมต่อถึงแล้ว ยังมีร้านอาหาร และ Co-working Space ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ KFC, Starbucks, Muji Cafe, Bar B Q Plaza, MK, Yayoi, Amazon, Celebrity Fitness by Fitness First และ Co-learning Space ซึ่งนี่จะเป็นส่วนที่สะดวกสบายมากที่สุด ลูกบ้านจะเดินมาใช้บริการเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีจำกัดเวลา แทบไม่จำเป็นต้องเดินออกนอกตัวตึกให้เสียเวลาเลย เพราะทุกอย่างถูกจัดสรรและเรียงรายให้เราอยู่ภายในสามย่านมิตรทาวน์หมดแล้ว

Spec ของในห้อง

ภายในห้องให้ของค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวแบบ Built-in หรือชั้นวางของด้านบน พร้อมกับอ่างล้างจาน และช่องว่างสำหรับวางตู้เย็น แต่ไม่ได้ให้เตาไฟฟ้าหรือเครื่องดูดควันมา เพราะไม่ได้เน้นการทำอาหารหนักเท่าไหร่ ส่วนห้องน้ำก็ให้ของมาครบ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าของ GROHE ด้านหลังกระจกก็สามารถเก็บของได้ด้วย รวมไปถึงฝักบัว ชั้นวางของ โถสุขภัณฑ์ แต่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นให้ นอกจากนี้ยัง Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ถึง 3 ตู้ พร้อมฐานเตียงขนาด 3.5 ฟุต ที่มีล้อเลื่อน สำหรับคอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนไว้ด้านบนที่ระเบียง ภายในห้องมีแอร์ 2 ตัว ทั้งยังมีก๊อกน้ำติดตั้งไว้ให้ด้วย ที่สำคัญคือมีโซฟา Daybed ที่มีช่องเก็บของด้านล่าง ให้มาแบบห้องตัวอย่างเลย โดยรวมของในห้องให้ค่อนข้างครบทีเดียวครับ

พื้นที่ส่วนกลาง

สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง พอได้ไปสัมผัสของจริง โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบ นอกจากล็อบบี้จะโปร่งโล่งแล้ว Locker Room ยังมีสีสันชนิดที่ว่าไม่มีโครงการไหนทำแน่นอน ที่น่าสนใจคือ ชั้นบนสุดหรือชั้น 33 ทั้งชั้น เป็น Facilities ที่โครงการจัดมาได้อย่างครอบคลุม โดยในอาคารจะสร้างเพดานสูง มีชั้นลอย ทำให้เวลาเราเข้าไปในพื้นที่ส่วนกลาง จะรู้สึกว่าห้องใหญ่มากๆ หากใครไม่มีเครื่องซักผ้าในห้องนอน ที่นี่มี และไม่ได้มีแค่เครื่องสองเครื่องนะครับ แต่ให้มาเกือบ 10 เครื่อง แถมฟิตเนสยังมีตั้ง 2 ห้อง นี่ยังไม่รวมห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถมาซ้อมเต้น ซ้อมร้องเพลงในนี้ได้ หรือถ้าใครอยากทำอาหารแบบจริงจัง ก็มี Co-cooking Lounge พร้อมกับห้องทานอาหารขนาดใหญ่อีก แค่นี้ก็ว่าเยอะแล้วนะ แต่ยังมีชั้นลอยที่เป็นโซน Co-reading Space ด้วย หรือถ้าใครอยากนอนเงียบๆ อ่านหนังสือเงียบๆ ก็มีห้อง Nap&Play Zone ที่สำคัญคือ ทุกห้องที่กล่าวมาทั้งหมด จะได้เห็นวิวเมืองด้านนอกแบบเต็มๆ ด้วยการออกแบบผนังกระจกตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ทำให้ไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมในห้องไหน เราก็ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศข้างนอกได้ตลอดทั้งวัน

ส่วน Facilities ที่อยู่กลางแจ้งมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับโซนนั่งเล่น และ Pavillion ให้เรามานั่งรับลมชมวิวกับเพื่อน แฟน หรือพ่อแม่ได้ มีสนามหญ้าเทียมด้วย หรือถ้าใครชอบความเงียบสงบกับลมเย็นๆ แนะนำโซน Sky Garden มีที่นั่งเหมือนเป็น Private Zone ให้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างดี ตอนที่ได้ขึ้นไป ลมแรงค่อนข้างดีเลยครับ ถ้ามานั่งตอนเย็น หรือค่ำๆ หน่อย หรือช่วงเวลาหลังฝนตก อากาศข้างบนน่าจะดีมากๆ


Triple Y Residence ถือเป็นอีกโครงการที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดลงทุนนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นสัญญาเช่าแบบ Leasehold ระยะเวลา 30 ปีก็ตาม แต่มันค่อนข้างคุ้มค่า ด้วยพื้นที่ส่วนกลาง Facilities โซนรีเทลที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ แถมยังมีโซนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงอีก ที่สำคัญคือ มี MRT สามย่านเชื่อมถึงคอนโดเลยด้วย ถ้าซื้อปล่อยเช่าให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็น่าจะปล่อยได้ไม่ยาก หรือถ้าอยู่เองก็สะดวกสบายได้ทุกด้าน ทั้งการอยู่อาศัย การเดินทาง อาหารการกิน หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเลยครับ

สำหรับ Triple Y Residence จะเริ่มเปิดให้ลูกบ้านเข้าอยู่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้นะครับ ส่วนรีเทลจะเปิดวันที่ 20 กันยายน สำหรับส่วนออฟฟิศเปิด 26 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้วครับ และถ้าส่วนรีเทลเปิดตัวเมื่อไหร่ เราจะไปเก็บบรรยากาศและนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอย่างแน่นอน


Related posts
รีวิวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่

รีวิว “The Parkland เพชรเกษม 56” คอนโด High Rise ที่มีส่วนกลาง “ใหญ่และอลังการ” ที่สุดในฝั่งธน

พรีเซลรีวิวโครงการ

รีวิว "Skyrise Avenue Sukhumvit 64" คอนโดสไตล์ Modern Minimal ใกล้ BTS ปุณณวิถี

พรีเซลรีวิวโครงการ

รีวิว "Modiz Rhyme รามคำแหง" คอนโด High Rise ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม 'สถานีรามคำแหง' เพียง 80 เมตร!!!

พรีเซลรีวิวโครงการ

รีวิว "The Centro Condo บางแสน" คอนโด Low Rise ใจกลางบางแสน ราคาเริ่มต้นเพียง 1.49 ล้านบาท

Worth reading...
รีวิวโครงการ “พฤกษาวิลล์ พหลโยธิน-รามอินทรา” ทาวน์โฮมทำเลใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย ในราคา 3 ล้านต้นๆ