fbpx
รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : “Supalai Loft แคราย” คอนโดตึกสูง ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า แต่ราคาเหมือนอยู่ในซอย เริ่ม 1.49 ล้าน

ถ้าพูดถึงคอนโดจาก “ศุภาลัย” หลายๆ ครั้งเราก็จะได้ยินในเรื่องของราคาที่ทำออกมาได้คุ้มค่า ถูกกว่าเพื่อนบ้านในย่านเดียวกันพอสมควร แต่วันนี้เราจะพาไปดูคอนโดศุภาลัยที่ไม่ใช่แค่ราคาดีแบบศุภาลัย แต่เป็นราคาแบบศุภาลัย ที่ย้อนกลับไปเป็นราคาหลายปีที่แล้วด้วย!! ที่นี่คือโครงการ 

“ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย”

ที่นี่เป็นโครงการคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ที่ราคาทำออกมาได้ดีมากตัวนึงเลยครับ ทุกวันนี้เราจะเห็นคอนโดยุคใหม่ๆ ราคาเปิดตัวขยับขึ้นกันไปเรื่อยๆ ด้วยต้นทุนราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นทุกปี ค่าก่อสร้าง ค่าคนงาน ค่าวัสดุต่างๆ 

แต่สำหรับที่นี่ เป็นโครงการที่สร้างเสร็จมาประมาณ 4 ปีได้ จุดเด่นของที่นี่เรื่องราคาเลยมาในราคาที่ค่อนข้างต่ำกว่า ด้วยความที่ศุภาลัยทำราคาออกมาได้ดีอยู่แล้ว บวกกับเป็นราคาต้นทุนเดิมเมื่อหลายปีก่อน พอเทียบกับคอนโดใหม่ๆ เลยยิ่งต่างกันพอสมควร

แล้วราคาดีที่ว่าคือเท่าไหร่?? ก็ต้องบอกว่าเริ่ม 1.49 ล้านครับ และเป็นห้องค่อนข้างใหญ่ 35 ตารางเมตรนะครับ ดังนั้นหารออกมาก็ตกตารางเมตรละ 4 หมื่นกว่าเท่านั้นเอง!! เป็นราคาที่แทบจะไม่ได้เห็นกันในสมัยนี้แล้ว

ซึ่งที่นี่เป็นคอนโดแบบ Highrise ไม่ได้อยู่ในซอย ติดถนนใหญ่ติวานนท์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูระยะเดินประมาณ 600 เมตร ส่วนกลางครบ ใกล้กับแหล่งงานย่านศูนย์ราชการนนทบุรี จะน่าสนใจอย่างไร เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปดู พาไปรู้จักกับที่นี่ให้มากขึ้นกันครับ

จุดเด่นโครงการ

ราคาเบาๆ เริ่ม 1.49 ล้านบาท
เฉลี่ย ตร.ม.ละ 4 หมื่นกว่า

ส่วนกลางครบ ได้ตึก Highrise วิวโล่ง

ห้องเริ่มต้นก็ยังใหญ่
ขนาด 32 ตารางเมตรขึ้นไป




ย่านแคราย

จุดตัดถนนสายสำคัญ ที่เปลี่ยนไปหลังจากการเข้ามาของรถไฟฟ้า

ถ้าพูดถึง “แยกแคราย” หลายๆ คนจะนึกถึงอะไรบ้างครับ แน่นอนว่าหนึ่งในสิ่งที่คนจะนึกถึงก็จะเป็นเรื่องของการจราจรใช่ไหมครับ ด้วยความที่แยกนี้เป็นจุดตัดระหว่างถนนสายสำคัญ ระหว่างรัตนาธิเบศร์ ติวานนท์ และงามวงศ์วาน ทำให้ Traffic ในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าๆ ที่คนเข้าออกเมืองก็อาจจะหนาแน่นหน่อย

ส่วนนึงก็มาจากการที่ย่านแครายเองเป็นทางผ่านหลักในการเข้าเมืองฝั่งกทม.และอีกสาเหตุก็เพราะย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งงานต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการนนทบุรีที่มีศาลากลางจังหวัดอยู่ที่นี่ รวมไปถึงกระทรวงขนาดใหญ่อย่างกระทรวงสาธารณสุขก็อยู่ใกล้ๆ กับแยกแคราย ทำให้ตั้งแต่เดิม แยกนี้ก็เป็นแยกที่คึกคัก และเป็นศูนย์กลางความเจริญจุดหนึ่งของตัวจังหวัดนนทบุรีครับ

ซึ่งด้วยความที่ย่านแครายเป็นย่านที่ค่อนข้างจะเชื่อมต่อกับกรุงเทพ สิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงย่านนี้เลยคือรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่วิ่งจากฝั่งกลางเมืองกรุงเทพ ออกมาที่ฝั่งติวานนท์-รัตนาธิเบศร์ ทำให้ย่านแครายสามารถเข้าเมืองได้สะดวกกว่าเดิมมาก จากสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีตรงแยกแคราย แค่ 5 สถานีก็จะถึงเตาปูน ที่เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงตามมาหลังจากมีรถไฟฟ้า นอกจากย่านแคราย-นนทบุรีจะเชื่อมต่อเข้ากรุงเทพได้ง่ายขึ้น เราเลยจะเห็นตามแนวรถไฟฟ้าในย่านนี้ มีคอนโดและโครงการต่างๆ มาขึ้นกันครับ เรียกได้ว่าทุกสถานีย่านนี้ ต้องมีอย่างน้อย 1 โครงการแล้ว 

จุดเด่นของที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดในย่านนี้คือราคาส่วนใหญ่ยังจับต้องได้ครับ ราคาเริ่มต้นเลข 1 กว่าๆ ในย่านนี้มีให้เลือกหลายตัว และเป็นทำเลที่ได้ในเรื่องของแหล่งงานในพื้นที่ที่มีค่อนข้างเยอะ เป็นย่านที่คอนโดทำออกมาสำหรับคนที่ทำงานในพื้นที่ละแวกนี้ รวมไปถึงใครทำงานในฝั่งกรุงเทพมองหาคอนโดราคาไม่สูง ในย่านแครายก็เป็นที่นึงที่ราคายังไม่ไปไกลครับ

ศูนย์กลางย่านแหล่งงาน/หน่วยงานของรัฐ

ย่านแคราย อีกหนึ่งทำเลที่มีหน่วยงานของรัฐต่างๆ มาตั้งอยู่อย่างหนาแน่น

บางคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาในย่านนี้ อาจจะสังเกตเห็นว่าย่านนี้มีหน่วยงานต่างๆ ของรัฐค่อนข้างเยอะ แต่พอลองมาลิสต์ดูแล้ว จะพบว่าย่านนี้มีหน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจต่างๆ ตั้งอยู่เยอะแบบเยอะกว่าที่คิดมากๆ ครับ

เริ่มตั้งแต่ศูนย์ราชการนนทบุรีที่แยกแคราย ตรงนี้จะเป็นทั้งศาลากลางของจังหวัดนนฯ ศาลจังหวัด สำนักงานหน่วยราชการต่างๆ ในระดับจังหวัดเช่นพาณิชย์ ขนส่ง อัยการ ประกันสังคม สาธารณสุข สำนักงานเทศบาล สำนักงานพื้นที่การศึกษา รวมทั้งที่ติดกับศูนย์ราชการก็จะเป็นพื้นที่สำนักงานและดาวเทียมของ NT หรือ CAT Telecom เดิม และจะมีพื้นที่สวนขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถมาออกกำลังกายได้

ส่วนฝั่งตรงข้ามที่กำลังก่อสร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่ ก็จะเป็นที่ตั้งของสำนักงาน กสทช.ใหม่ในอนาคตครับ

มาดูที่ฝั่งถนนติวานนท์กันบ้าง เริ่มจากฝั่งใต้ จะเป็นกระทรวงสาธารณสุขครับ มีทั้งสำนักงาน ก.พ.  สำนักงานประกันสังคม และโรงพยาบาลศรีธัญญา ส่วนในฝั่งถนนติวานนท์ฝั่งเหนือ เริ่มจากแยกสนามบินน้ำก็จะมีกรมพลาธิการทหารบก เข้าไปทางสนามบินน้ำก็มีทั้งกองสลาก, ป.ป.ช. และกระทรวงพาณิชย์ตั้งอยู่ ถัดออกไปบนถนนติวานนท์ก็จะเป็นที่ตั้งของกรมชลประทานครับ 

สังเกตดูจากในรูปได้จะเห็นว่าหน่วยงานต่างๆ ค่อนข้างเยอะ รวมไปถึงมีหน่วยงานย่อยๆ ข้างในอีกครับ เราเลยจะเห็นว่าในย่านนี้มีคอนโดมาเปิดกัน โดยหลายที่เน้นกลุ่มคนที่ทำงานในย่านนี้เป็นหลัก โดยได้เรื่องของการเข้าเมืองฝั่งกรุงเทพได้สะดวกเป็นข้อดีอีกข้อที่รองลงมา

ที่ตั้งโครงการ

ติดถนนใหญ่ ตรงข้ามทางเข้าด้านหลังศูนย์ราชการนนท์
ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูและจุดขึ้นลงทางด่วน

สำหรับโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย” จะอยู่ติดกับถนนติวานนท์ อิงการใช้รถไฟฟ้ากับรถไฟฟ้าสายสีชมพูเป็นหลักครับ โดยจะอยู่ห่างจากสถานีแครายระยะประมาณ 600 เมตร ตั้งอยู่ช่วงกึ่งกลางระหว่างแยกแครายและแยกสนามบินน้ำ

ด้วยระยะห่างจากรถไฟฟ้า 600 เมตรถ้าว่ากันตามตรงก็จะอยู่ในระยะที่ถือว่าพอเดินได้ แต่ก็ไม่ได้ใกล้มากครับ อาจจะใช้ทางเลือกในการต่อวินมาโครงการถ้าหากไม่อยากเดิน

ซึ่งจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีแคราย ถัดไปอีก 1 สถานีก็จะถึงสถานี “ศูนย์ราชการนนทบุรี” ที่เป็น Interchange กับสายสีม่วงแล้วครับ


ตรงข้ามทางเข้าด้านหลังศูนย์ราชการนนท์ฯ

ซึ่งถ้าหากเดินทางไปแหล่งงานในละแวกนี้ จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าครับ ด้วยที่ตั้งของโครงการที่แทบจะอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าด้านหลังของศูนย์ราชการนนทบุรีเลย ถ้าทำงานที่นี่เรียกรถเข้าไป หรือใช้รถยนต์/มอเตอร์ไซค์ส่วนตัวน่าจะสะดวกกว่า

นอกจากนี้ก็จะใกล้กับแหล่งงานโซนสนามบินน้ำ กรมชลประทานและกระทรวงสาธารณสุขครับ ทั้งหมดอยู่ในระยะ 2-4 กิโล ก็เป็นระยะที่ใกล้จนไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้ ขึ้นรถต่อเดียวอาจจะสะดวกกว่า


การเดินทางไปโซนอื่นๆ

ส่วนการเดินทางเชื่อมต่อกับย่านอื่นๆ รถไฟฟ้าก็จะมาเพิ่มความสะดวกในการเดินทางตรงจุดนี้ครับ สำหรับการใช้งานรถไฟฟ้า ปัจจุบันสายสีชมพูกำลังก่อสร้าง เตรียมจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นก็จะต้องไปขึ้นสายสีม่วงเพื่อเข้าเมืองก่อนระหว่างที่สายสีชมพูกำลังสร้าง โดยสายสีม่วงก็จะสามารถไปเชื่อมต่อย่านบางซื่อ-เตาปูนได้ครับ

ส่วนการเดินทางโดยใช้รถยนต์ ก็จะมีให้เลือกหลายเส้นทาง อย่างที่บอกไปว่าแยกแครายเป็นที่ตัดของถนนสายสำคัญในย่านนี้ อยู่ที่ว่าจะไปย่านไหน อย่างการเข้าเมือง ก็จะมีทางเลือกทั้งไปฝั่งถนนติวานนท์ ออกวงศ์สว่างแล้วเข้าไปย่านเตาปูนครับ หรือจะวิ่งออกงามวงศ์วานแล้วเข้าวิภาวดี ตรงยาวเข้าเมืองก็ได้เช่นกัน

และที่ตั้งโครงการจะค่อนข้างใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช ห่างออกไปแค่ประมาณ 2.4 กิโลเท่านั้นเอง สามารถใช้เป็นเส้นเข้าสู่ใจกลางเมืองย่านอนุสาวรีย์ชัย, พระราม 9, พระราม 4, สีลม ได้สะดวก

รถไฟฟ้าสายสีชมพู เตรียมเปิดแล้ว

รถไฟฟ้าสายใหม่เชื่อมแคราย – ติวานนท์ – แจ้งวัฒนะ – รามอินทรา

ถ้าพูดถึงย่านแคราย จะไม่พูดถึง Project ใหม่ของย่านนี้อย่างรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็ไม่ได้ครับ รถไฟฟ้าสายนี้เป็นสายที่ถูกออกแบบมาใช้กับเมืองรอบนอก สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักได้ดีขึ้น สังเกตว่าเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะไม่ได้วิ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองกทม.แบบตรงๆ แต่จะเป็นการวิ่งระหว่างรอบนอกเชื่อมโซนต่างๆ แล้วตัดกับรถไฟฟ้าสายสำคัญๆ ให้คนจากย่านรอบนอกขึ้นสายนี้ เพื่อไปเปลี่ยนรถเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้

โดยเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะเริ่มจากบริเวณศูนย์ราชการนนทบุรีที่แยกแคราย วิ่งมาตามถนนติวานนท์ เลี้ยวไปถนนแจ้งวัฒนะผ่านเมืองทอง ไปบนถนนรามอินทรา และไปสิ้นสุดที่ย่านมีนบุรี เป็นระยะทางยาวประมาณ 34 กิโลเมตร

ซึ่งตัวโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย” ก็จะใกล้กับสถานีแครายตามชื่อโครงการ โดยเป็นสถานีอันดับที่ 2 นับจากจุดเริ่มต้นที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรีครับ ก็สามารถขึ้นเพื่อไปเชื่อมต่อเปลี่ยนสายเข้าเมืองที่นี่ได้

สายสีชมพู เชื่อมแหล่งงานตลอดสาย

โดยตามเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็จะผ่านแหล่งงานสำคัญหลายแห่งครับ ทั้งศูนย์ราชการนนทบุรี-สถาบันโรคทรวงอก-สนามบินน้ำ-กรมชลประทานที่เราได้พูดถึงไปแล้ว

แต่ถ้านั่งต่อออกไป ในย่านใกล้ๆ ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ก็จะมีเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, สถาบันปัญญาภิวัฒน์ และมีอาคาร Softwark Park อยู่ตรงข้าม

เลยไปหน่อยก็จะเป็นเมืองทองธานี ตรงนี้จะพิเศษตรงที่รถไฟฟ้าสายสีชมพูจะมีสายพิเศษเป็นกิ่งเชื่อมเข้าไปในเมืองทองด้วยครับ ด้านในก็มีทั้งบ้าน ศูนย์แสดงสินค้า รวมไปถึงอาคารออฟฟิศต่างๆ เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่อีกที่นึง

และถ้าเลยไปอีกก็จะถึงศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่นี่ก็จะเป็นศูนย์รวมหน่วยงานราชการขนาดใหญ่ของกรุงเทพอีกที่นึงเลย ตั้งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานี “ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ”

ถ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูสร้างเสร็จเปิดให้บริการ ก็จะทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปยังแหล่งงานในย่านนี้ง่ายขึ้นครับ โดยคาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูจะเริ่มเปิดทดสอบการเดินรถในช่วงปลายปีนี้

“แคราย” จุด Interchange รถไฟฟ้า 3 สาย

ศูนย์กลางการเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าในอนาคตของย่านนนทบุรี

สำหรับตัวแยกแครายเอง นอกจากจะเป็นแยกขนาดใหญ่ ที่เป็นจุดตัดระหว่างถนนสำคัญ 3 สายในย่านนี้อย่างถนนงามวงศ์วาน รัตนาธิเบศร์ และถนนติวานนท์ ในส่วนของรถไฟฟ้า อนาคตที่แยกนี้บริเวณหน้าศูนย์ราชการนนทบุรี ก็จะเป็น Interchange ของรถไฟฟ้า 3 สายเช่นเดียวกัน ที่สถานี “ศูนย์ราชการนนทบุรี” ครับ

ก็จะทำให้การเชื่อมต่อไปย่านต่างๆ จากที่นี่ สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น แล้วสายไหนไปไหนบ้าง ขอเล่าสั้นๆ ประมาณนี้ครับ

สายสีม่วง :
สายหลักเข้ากรุงเทพ

เป็นรถไฟฟ้าสายแรกที่มาย่านนี้ โดยปัจจุบันจะวิ่งจากบริเวณบางใหญ่ ตามมาในแนวถนนรัตนาธิเบศร์ ผ่านแยกแครายแล้วเลี้ยวไปทางถนนติวานนท์ ออกถนนกรุงเทพ-นนท์ ผ่านย่านวงศ์สว่างและไปสุดที่เตาปูน ตัดกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินครับ

อนาคตสายนี้กำลังสร้างต่อ เพื่อผ่ากรุงเทพส่วนเมืองเก่า มุดใต้ดินไปย่านสามเสน แบงค์ชาติ ทะลุไปออกวงเวียนใหญ่ และไปถึงดาวคะนองครับ คาดว่าจะเสร็จในช่วงปี 2570 เมื่อสร้างเสร็จจากย่านแครายก็จะนั่งต่อเดียวเชื่อมต่อกรุงเทพฝั่งชั้นในได้เลยครับ


สายสีชมพู :
ไปย่านแจ้งวัฒนะ-รามอินทรา

รถไฟฟ้าสายนี้จะเน้นเป็น Feeder รอบนอก วิ่งเชื่อมย่านต่างๆ ให้คนในแต่ละย่านสามารถเชื่อมต่อเข้ารถไฟฟ้าสายหลักได้สะดวกครับ โดยจะเริ่มต้นจากบริเวณศูนย์ราชการนนทบุรี วิ่งมาตามถนนติวานนท์ เข้าแจ้งวัฒนะ ไปรามอินทราและสุดที่มีนบุรี อย่างที่บอกไปว่าเป็นสายที่ผ่านจุดสำคัญของย่านรอบนอกค่อนข้างเยอะ และตัดกับรถไฟฟ้าสายหลักหลายสายครับ โดยตอนนี้ก่อสร้างใกล้เสร็จแล้ว คาดว่าจะเปิดบริการในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้แล้วครับ


สายสีน้ำตาล :
ผ่านม.เกษตร – นวมินทร์ – ลำสาลี

สายนี้จะเป็นรถไฟฟ้ารอบนอกอีกสาย ที่จะมีจุดเริ่มต้นที่ศูนย์ราชการนนทบุรีเช่นกัน วิ่งไปตามถนนงามวงศ์วาน ผ่านม.เกษตร และวิ่งไปตามถนนเกษตร-นวมินทร์ เข้านวมินทร์ และไปสิ้นสุดที่แยกลำสาลีบริเวณถนนศรีครินทร์ตัดกับรามคำแหงครับ เป็นสายที่เชื่อมต่อให้สามารถไปโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออกได้ง่ายขึ้น ตอนนี้โครงการอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด เตรียมจะเสนอเข้า ครม. อนุมัติ คาดว่าจะเปิดใช้งานประมาณปี 2571


ใกล้ห้างใหญ่หลายแห่ง

ใกล้ Lotus’s และ Esplanade ในระยะเดินได้
อยู่ไม่ไกลจาก Central รัตนาธิเบศร์ และ The Mall งามวงศ์วาน

นอกจากโครงการจะใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่แล้ว ก็จะใกล้กับห้างหลายแห่งด้วย เริ่มจากระยะที่เดินได้ก่อน ติดกับโครงการเลยจะเป็น 7-11 เป็นแหล่งพึ่งพิงที่ใกล้โครงการที่สุด ส่วนร้านอาหารรอบข้างอาจจะมีไม่เยอะมาก เป็นลักษณะตึกแถวริมถนนครับ

ถัดออกมาจากโครงการประมาณ 600 เมตร ที่ตั้งของสถานีแคราย ตรงนี้จะมีห้าง Lotus’s ตั้งอยู่ครับ เป็นห้างที่สามารถเข้าได้ทั้งทางถนนติวานนท์และรัตนาธิเบศร์ ส่วนที่อยู่ด้านหลังของ Lotus’s ติดกับถนนรัตนาธิเบศร์จะเป็นห้าง Esplanade แคราย ที่นี่ก็จะมีทั้งโรงหนังและร้านอาหารครับ

ถัดออกไปไกลขึ้นหน่อย ที่ถนนรัตนาธิเบศร์ สถานี MRT แยกนนทบุรี 1 ตรงนี้จะเป็นที่ตั้งของ Central รัตนาธิเบศร์ ที่เตรียมจะ Renovate ใหญ่ ก็น่าจะทำให้ย่านนี้ดูเจริญขึ้นไปอีกพอสมควรหลังจากกลับมาเปิดครับ ซึ่งปัจจุบัน Central ยังไม่ปล่อยข้อมูลโครงการออกมาว่าจะปรับออกมาเป็นแบบไหน แต่พื้นที่โครงการค่อนข้างใหญ่พอสมควร และใกล้ๆ กันก็จะเป็นตลาดนกฮูกครับ

ส่วนถ้ามาฝั่งงามวงศ์วาน ก็จะเจอกับห้างพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานครับ ก็จะมีของแนวตลาดนัด รวมไปถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนเยื้องๆ กันเป็นห้างหลักของย่านนี้เลย อย่าง The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ที่เพิ่ง Renovate ใหม่ ทุ่มงบแปลงโฉมออกมาน่าเดินกว่าเดิมพอสมควร

รูปแบบของโครงการ

คอนโด Highrise ติดถนนใหญ่
ยูนิตไม่เยอะ วิวเปิดโล่ง

สำหรับโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย” จะเป็นคอนโดอาคาร Highrise สูง 33 ชั้น ตั้งอยู่ตั้งอยู่ติดกับถนนติวานนท์ ไม่ต้องเข้าซอยครับ รูปแบบตัวอาคารของที่นี่ก็จะไม่ได้ใหญ่มาก มาบนพื้นที่ดินขนาดประมาณ 2 ไร่ จัดออกมาได้เป็นห้องพักจำนวน 422 ยูนิต และมีร้านค้าภายในอาคารด้วยอีก 2 ยูนิตครับ ถือว่าเป็นโครงการที่ไม่ใหญ่มาก ค่อนข้างเป็นส่วนตัวสำหรับคอนโดระดับ Economy ครับ

จุดเด่นของที่นี่คือขนาดห้องพักที่มีขนาดค่อนข้างจะใหญ่มาก เทียบกับคอนโดในสมัยนี้ที่ห้องเริ่มต้นจะอยู่ 20 กว่าตารางเมตรต้นๆ แต่ที่นี่ห้อง Studio ก็เริ่มต้นที่ 32 ตารางเมตรเข้าไปแล้วครับ ส่วน 1 Bedroom มีขนาดถึง 47 ตารางเมตรเลยทีเดียว ห้อง 2 Bedroom ก็มีให้เลือกทั้งแบบ 1 bathroom และ 2 bathroom ขนาด 56 ไปจนถึง 68 ตารางเมตร ซึ่งด้วยความราคาต่อตารางเมตรของที่นี่ ที่ถือว่าค่อนข้างถูกเลย เลยทำให้ต่อให้ห้องไซส์ขนาดใหญ่ แต่ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่แค่ 1.49 ล้านบาทครับ

ซึ่งราคานี้ยังได้ส่วนกลางต่างๆ มาครบ เดี๋ยวเราไปดูกันครับว่านอกจากราคาที่ค่อนข้างดีแล้ว ที่นี่พื้นที่ส่วนกลางเค้าจัดอะไรมาให้บ้าง

ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ : Supalai Loft @Khaerai Station
Developer :บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
เนื้อที่โครงการ :2-0-34.5 ไร่
จำนวนห้องพักอาศัย : ห้องพักอาศัย 422 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต
รูปแบบโครงการ :High Rise 33 ชั้น 1 อาคาร
ลิฟต์ :ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และเซอร์วิสลิฟต์ 1 ตัว
ที่จอดรถ : 50.7% หรือประมาณ 214 คัน
ค่าส่วนกลาง :35 บาท/ตารางเมตร/เดือน
ค่ากองทุน :350 บาท/ตารางเมตร
Facility : Lobby, Shop, Swimmimg Pool, Meeting Room, Fitness, Sauna
และ Rooftop Garden
แบบห้อง : Studio ขนาด 32 – 35 ตารางเมตร
1 Bedroom ขนาด 46 – 49 ตารางเมตร
2 Bedroom ขนาด 56.50 – 68 ตารางเมตร
ราคา :เริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย : ประมาณ 44,100 บาท/ตารางเมตร
สถานะโครงการ :สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่

ส่วนกลางมีมาให้ครบ

Lobby ขนาดใหญ่ – ฟิตเนส – สระว่ายน้ำ Infinity Edge – พื้นที่สีเขียว 1,900 ตร.ม.

มาดูพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันบ้างครับ สำหรับที่นี่มีส่วนกลางมาให้ค่อนข้างครบสำหรับการใช้งาน เทียบกับคอนโดเรทตร.ม.ละไม่ถึง 5 หมื่นบางที่ ที่เดี๋ยวนี้ตัดส่วนกลางบางอย่างออกไปเพื่อให้ทำราคาได้ ที่นี่ก็ถือว่าจัดมาให้มาครบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Lobby, สระว่ายน้ำ, Fitness และพื้นที่สีเขียวในโครงการ 2 จุดหลักๆ

เดี๋ยวเราลองไปดูแต่ละส่วนกันครับว่าเค้าทำออกมาเป็นยังไงกันบ้าง

Lobby ขนาดใหญ่

จุดแรกที่เราจะพามาดูจะเป็นในส่วนของ Lobby ของทางโครงการครับ ห้องนี้มีพื้นที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่โซฟาหลายจุด ไว้สำหรับนั่งพักคอย หรือไว้สำหรับนั่งคุยงานเผื่อเวลามีแขกไปใครมาได้ บรรยากาศในห้องนี้ก็จะค่อนข้างโปร่งครับ อยู่ติดกับจุด Drop off ของตัวโครงการ

ส่วนที่อยู่ติดกับ Lobby ก็จะเป็นในส่วนของห้องนิติครับ สามารถมาติดต่อธุรกรรมต่างๆ ได้ และด้วยความที่ตึกเปิดมาสักพักแล้ว เราเลยจะเห็นบรรยากาศของการใช้งาน การอยู่อาศัยจริง อย่างที่นี่เค้าก็จะมีตู้ Vending Machine ต่างๆ มาตั้งเอาไว้ อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ไม่ต้องออกไปซื้อไกลครับ อย่างที่ตั้งอยู่ตอนนี้ก็จะมีตู้เต่าบินและตู้ซื้อน้ำขวดแบบแพคของ Nasket


ห้อง Meeting Room

นอกจากในส่วนของ Lobby ที่เอาไว้สำหรับนั่งพักผ่อนแล้ว ภายในพื้นที่ Lobby เองก็จะมีในส่วนของห้องประชุม สามารถมาใช้งานสำหรับนั่งคุยงานกันแบบจริงๆ จังๆ ได้ครับ ซึ่งห้องนี้สอบถามกับทางนิติ จะมีค่าใช้จ่ายในการใช้งานอยู่ครับ


Mail Room

ถัดเข้ามาจากส่วนของ Lobby ก็จะเข้าสู่ส่วนโถงลิฟต์และ Mail Room ครับ พื้นที่ตรงนี้จะถูกกั้นด้วยประตู จะต้องแตะบัตรเข้าเฉพาะลูกบ้านเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยครับ Mail Room ตรงนี้ทำออกมาดูดีเลย ลิฟต์ที่นี่จะให้มา 2 ตัวครับ เป็นระบบล๊อกชั้น ต้องแตะบัตรและไปได้แค่ชั้นของตัวเองและส่วนกลางเพื่อความปลอดภัย


Shop House ที่ชั้น 1

โครงการของศุภาลัยหลายๆ โครงการ เรามักจะเห็นว่าทางศุภาลัยจะจัดพื้นที่ส่วนนึงเพื่อทำเป็นห้องร้านค้า ไม่ว่าโครงการจะเล็กจะใหญ่ ที่นี่ก็เช่นกันครับ มีพื้นที่ที่ทำออกมาเป็นห้องร้านค้า 2 ห้องด้วยกัน ปัจจุบันห้องนึงเป็นสำนักงานขายของโครงการ ส่วนอีกห้องเป็นร้านซักรีด อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน


สวนหน้าโครงการ

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือพื้นที่สีเขียวที่ทำออกมามีค่อนข้างเยอะ กว่า 1,900 ตารางเมตรครับ เริ่มจากส่วน On Ground ขนาดค่อนข้างใหญ่ที่บริเวณหน้าโครงการ ตั้งแต่ทางเข้า ตรงนี้ก็จะมีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่หลายต้นด้วยกัน มีพื้นที่สำหรับมานั่งเล่น เป็นสวนที่ช่วยเบรกความวุ่นวายจากถนนใหญ่ ก่อนเข้ามาถึงส่วนพักอาศัยภายในโครงการครับ นอกจากนี้บริเวณรอบๆ โครงการเค้าก็จะมีการปลูกต้นไม้ รวมไปถึงส่วน Podium ของอาคารที่เป็นที่จอดรถ ก็จะมีการทำสวนเป็นแนวตั้ง ให้อาคารดูร่มรื่นขึ้นด้วยครับ

ซึ่งบรรยากาศต้นไม้ในสวนปัจจุบันก็ดูเขียวร่มรื่น จากการที่โครงการเปิดมาได้สักระยะ ต้นไม้เลยมีเวลาให้ได้โตและทางโครงการน่าจะดูแลดีอยู่ครับ


สระว่ายน้ำที่ชั้น 8

มาถึงชั้น Main Facility อีกหนึ่งจุดของโครงการครับ กับชั้นที่ 8 ที่จะเป็นชั้นของ Fitness และสระว่ายน้ำ บรรยากาศของสระว่ายน้ำที่นี่ก็จะออกมาในแนวรีสอร์ทหน่อยๆ ครับ ฟีลแบบผ่อนคลาย

และข้อดีของการที่อยู่ชั้น 8 คือสระว่ายน้ำเค้าจะสูงเลยจากระยะของรถไฟฟ้าที่อยู่หน้าโครงการไปแล้ว ดังนั้นเรื่องของ Privacy และวิวก็จะไม่ถูกรบกวนจากคานทางวิ่งรถไฟฟ้า ที่นี่เลยออกแบบให้ส่วนปลายของสระเป็นแบบ Infinity Edge ครับ สามารถว่ายน้ำไปชมวิวไปได้แบบโล่งๆ ขนาดสระประมาณ 15×7 เมตร เป็นสระระบบเกลือครับ

ส่วนใครที่ไม่ได้อยากมาว่ายน้ำ แต่อยากมานั่งพักผ่อน ที่ริมสระเค้าก็จะมี Daybed สามารถมานอนเล่น พักผ่อน ฟังเสียงบรรยากาศน้ำไหลได้ครับ รอบๆ สระก็จะมีพื้นที่สีเขียวขนาดย่อมๆ อีกหนึ่งจุด


ห้อง Fitness

ส่วนที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำจะเป็นห้อง Fitness ครับ พื้นที่จัดมาให้ขนาดพอประมาณ เปิดรับวิวสองฝั่งทั้งวิวด้านนอก และอีกมุมก็จะมองเห็นวิวฝั่งสระว่ายน้ำครับ เครื่องเล่นส่วนใหญ่ในห้องนี้ก็จะเน้นการออกกำลังแบบ Cardio เป็นหลัก แต่ก็มีโซนเล่นเวท มีดัมเบลมาให้ใช้งานด้วยเช่นเดียวกัน

ส่วนที่อยู่ติดกับห้อง Fitness ก็จะเป็นห้องน้ำแบบแยกชายหญิงครับ ที่ภายในห้องน้ำจะมีส่วน Locker และมีห้อง Sauna มาให้ด้วย สามารถมาอบตัวได้


สวนชั้นดาดฟ้า

พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อีกจุดของโครงการจะถูกยกขึ้นมาไว้ที่ดาดฟ้าชั้น 33 ครับ ชั้นนี้เราจะสามารถกดลิฟต์ขึ้นมาถึงได้เลย ไม่ต้องขึ้นผ่านบันไดหนีไฟนะ ขึ้นมาแล้วเราก็จะเจอกับ Terrace เป็นพื้นที่นั่งเล่นให้ลูกบ้านสามารถมาพักผ่อน นั่งรับลมรับวิวจากมุมสูงได้ครับ พื้นที่บนชั้นนี้เกือบทั้งชั้นก็จะถูกทำเป็นสวนทั้งหมดเลยครับ ตอนเย็นๆ บรรยากาศถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว

แล้วด้วยความที่รอบข้างของโครงการยังไม่มีตึกสูงขึ้นมาบดบัง ทำให้วิวจากชั้นนี้มองออกไปค่อนข้างที่จะสวยเลยครับ สามารถเห็นกรุงเทพได้ทั้งเมืองทั้งแต่ฝั่งธน-สาทร-สยาม-พหลโยธิน-พระราม 9 จะเห็นตึกในย่านต่างๆ เรียงกันอยู่ครับ


แปลนตึกและแปลนห้อง

แปลนอาคารเป็นรูปตัว L มาพร้อมกับห้องให้เลือกตั้งแต่ Studio 32 ตารางเมตร
ไปจนถึง 2 Bedroom 68 ตารางเมตร

ที่นี่เขาจะวางอาคารเป็นรูปตัว L ครับ โดยตัวอาคารเองก็จะกั้นทิศเหนือกับทิศใต้เอาไว้ ทำให้แดดไม่ส่องเข้ามาในตัวอาคารแบบเต็มๆ แต่ยังคงได้แสงสว่างอยู่ อีกทั้งยังมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือคอยพัดผ่านตัวอาคาร ทำให้อากาศค่อนข้าง Flow ฮะ

ด้านหน้าโครงการติดกับทางเข้าจะมีสวนสีเขียวที่สามารถมานั่งพักผ่อนได้ ในส่วนของ Shop ด้านหน้า Shop 02 ตอนนี้เป็น Sale Gallery ของทางโครงการ ส่วน Shop 01 เป็น Laundry ครับ ห้องนิติบุคคลจะอยู่ด้านนอก Lobby ที่นี่ค่อนข้างใหญ่เลย มีห้องประชุมอยู่ด้านล่างด้วย ถ้าลูกบ้านจะมาใช้งานต้องจองกับทางนิติก่อนนะครับ ส่วน Mailbox ก็จะอยู่ติดกับลิฟต์ มีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัว และเซอร์วิสลิฟต์อีก 1 ตัว

ที่นี่จะเดินรถทางเดียวนะครับ รถยนต์สามารถจอดรอบๆ ตัวอาคารได้ หรือจะจอดชั้นบนก็ได้เช่นกัน จอดได้ 50.7% หรือประมาณ 214 คัน

Facilities และพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ที่ชั้น 8 ครับ จะมีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ยาว 15.75 เมตร กว้าง 7.10 เมตร และลึก 1.10 เมตร ริมสระจะมี Daybed กับที่นั่งรอบๆ ด้วย วิวสระค่อนข้างเปิดโล่ง มองเพลินๆ ได้ เถิบเข้าไปหน่อยจะเป็น Fitness มีอุปกรณ์ครบ ห้องไม่เล็กเลย และในห้องน้ำเองก็จะมีห้อง Sauna ด้วย

แปลนชั้น 9 – 32 ก็จะเหมือนกันทั้งหมด ชั้นนึงจะมี 17 ห้องด้วยกัน เป็น Studio 6 ห้อง, 1 Bedroom 7 ห้อง และ 2 Bedroom 4 ห้อง เป็นห้องมุมทั้ง 4 ห้องเลย

ชั้น 33 คือชั้นบนสุด จะเป็นสวนทั้งหมดเลยครับ มีมุมนั่งเล่นตามจุดต่างๆ ตอนที่ผมขึ้นไปเขากำลังจัดสวนพอดี ต้นไม้ค่อนข้างแน่นเลย


แปลนห้อง

แปลนห้องของที่นี่มีให้เลือกหลากหลายเลย ตั้งแต่ Studio 32 ตารางเมตร ไปจนถึง 2 Bedroom 68 ตารางเมตร ก็ถือว่าเป็น Studio ขนาดเริ่มต้นที่ค่อนข้างใหญ่ฮะ เพราะคอนโดเดี๋ยวนี้ Studio แทบจะเริ่มที่ 24 ตารางเมตรแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าแต่ละแปลนจะแตกต่างกันยังไงบ้าง

Studio

สำหรับห้องแบบ Studio จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน คือแบบหน้ากว้างกับแบบตอนลึก แบบ Tiwanon Suite กับ Tiwanon Suite (S) จะต่างกันนิดหน่อย ตรงที่ขนาดของโซน Living จะมีความเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน และ Layout ห้องเองก็เหมือนกัน เพียงแค่กลับด้านเท่านั้น ห้องนี้จะได้ครัวปิดอยู่ติดกับระเบียง ห้องน้ำเข้าทางห้องครัว เป็นแปลนที่เราพาไปดูห้องตัวอย่างกันด้วย

ส่วนแบบ Loft Suite จะเป็นห้องตอนลึกครับ ครัวอยู่ด้านหน้า เป็นครัวเปิดหนึ่งเดียวในโครงการ อยู่ติดกับทางเข้าเลย ห้องน้ำก็อยู่ตรงข้ามกับครัว ส่วนโซน Living ก็จะรวมทั้งมุมเตียงนอน มุมกินข้าว และมุมนั่งเล่นเอาไว้ด้วยกัน แต่ที่น่าสังเกตคือห้องไทป์นี้จะได้ระเบียงแนวยาวครับ ทำให้ถึงแม้จะเป็นห้องตอนลึก แต่ได้ระเบียงที่ใหญ่ ตากผ้าได้สบาย

Tiwanon Suite
32 ตารางเมตร

Tiwanon Suite (S)
35 ตารางเมตร

Loft Suite
35 ตารางเมตร


1 Bedroom

แบบห้อง 1 Bedroom จะมีทั้งหมด 2 ไทป์หลักๆ คือ Executive Suite กับ Deluxe Suite แต่ละไทป์ก็จะมีย่อยอีก 6 แบบ ซึ่ง 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 46 ตารางเมตร ถ้าเป็นสมัยนี้ 46 ตารางเมตรก็แทบจะเป็น 2 ห้องนอนแล้วฮะ

ถ้าดูไทป์ Executive จะเห็นว่า Layout ห้องเหมือนกันเลย จะต่างกันตรงขนาดแค่เล็กน้อยเท่านั้นฮะ ห้องนี้จะเอาโซน Living มาไว้ด้านหน้า มีทั้งมุมนั่งเล่นและมุมกินข้าว หรือจะใส่มุมทำงานเข้าไปด้วยก็ยังได้ฮะ มีพื้นที่เหลือ ส่วนห้องครัวเองก็อยู่ติดระเบียง ได้ครัวแบบปิดทุกห้องเลย จากรูปก็จะเห็นว่าห้องนอนไทป์นี้กว้างมากๆ มีมุมทำ Walk-in Closet ด้วย แต่ห้องน้ำเองก็จะอยู่ด้านในสุดเช่นเดียวกัน สะดวกกับเจ้าของห้องอย่างเรา แต่เวลาแขกหรือเพื่อนมาก็อาจจะเดินลึกนิดนึงนะ

Executive Suite
46 ตารางเมตร

Executive Suite (S)
47 ตารางเมตร

Executive Suite (EX)
49 ตารางเมตร

ส่วนไทป์ Deluxe Suite จะเป็นห้องหน้ากว้างทั้งหมดเลย อย่าง Deluxe Suite กับ Deluxe Suite (EX) ก็จะเหมือนกันแทบทุกอย่างเลยฮะ ยกเว้นขนาด กับ Layout ที่กลับด้านกันเท่านั้นเอง ห้องนี้โซน Living จะเป็นตอนลึกเข้าไป ด้านหน้าเป็นมุมกินข้าว ด้านที่ติดหน้าต่างเป็นมุมนั่งเล่น ปีกขวาของห้องจะเป็นครัวปิด ได้ระเบียงค่อนข้างกว้างเลย ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ และระเบียงอีกหนึ่งจุด ที่นี่คือให้ระเบียงเยอะมากฮะ

และห้องแบบ Deluxe Suite (S) Layout จะต่างออกไปเล็กน้อย ด้านหน้าตรงทางเข้าจะเป็นพื้นที่โล่งๆ เหมือนเป็นชานด้านหน้า ถัดไปก็จะเป็นครัวปิดติดระเบียงเหมือนเดิม มุมกินข้าวก็จะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่น ซึ่งมุมนั่งเล่นก็มีระเบียงเป็นของตัวเองเหมือนกัน อย่างที่ผมบอกฮะว่าที่นี่เขาให้ระเบียงเยอะมากจริง ไม่จกตา ขนาด 1 ห้องนอนยังได้ระเบียงตั้ง 2 จุด ส่วนห้องน้ำเองก็จะอยู่ในห้องนอน

Deluxe Suite
47.50 ตารางเมตร

Deluxe Suite (S)
48.50 ตารางเมตร

Deluxe Suite (EX)
48.50 ตารางเมตร


2 Bedroom

ในส่วนของ 2 Bedroom ก็จะมีทั้งหมด 2 ไทป์เหมือนกัน คือ Premier Suite กับ Family Suite ความแตกต่างของ 2 ไทป์นี้คือ Premier จะมี 1 ห้องน้ำ ส่วน Family มี 2 ห้องน้ำฮะ

สำหรับ Premier Suite จะแบ่งห้องออกเป็น 3 โซนด้วยกัน คือปีกซ้ายของห้องเป็นห้องนอน ระเบียง และห้องน้ำ ตรงกลาง เป็นโซน Livng และปีกขวาเป็นห้องนอนเล็ก ครัว และระเบียง ระเบียงได้ 2 จุด และได้ครัวปิดเหมือนเดิม เอาจริงห้องนอนเล็กขนาดพอๆ กับห้องนอนใหญ่เลย ส่วนห้อง Premier Suite (S) Layout ไม่ได้ต่างกันมาก แต่มีระเบียงที่ห้องนอนเล็กเพิ่มเข้ามาครับ

Premier Suite
56.50 ตารางเมตร

Premier Suite (S)
60 ตารางเมตร

Family Suite จะเป็นไทป์ที่ใหญ่ที่สุดของโครงการแล้วครับ เป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แต่ละแบบก็จะต่างกันอยู่พอสมควรเลย อย่าง Family Suite แบบแรก โซน Living จะอยู่ตรงกลาง คั่นห้องนอนสองห้องเอาไว้ มีระเบียง 2 จุด ห้องนอนขนาดไม่ได้ต่างกันมาก แต่ห้องนอนใหญ่ก็จะมีห้องน้ำในตัว ส่วน Family Suite (S) เขาจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือฝั่งซ้ายเป็นโซน Living มีครัว และระเบียงด้วย ส่วนฝั่งขวาเป็นโซนห้องนอน 2 ห้องที่อยู่ติดกันเลย พื้นที่กว้างให้ฟีลเหมือนอยู่บ้านฮะ

และแบบ Family Suite (EX) จะเป็นแปลนห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูด้วย ห้องนี้เป็นห้องมุมที่ได้ระเบียง 3 จุดเลย คือห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องนอนใหญ่ เปิดประตูเข้าไปจะเป็นมุมกินข้าวก่อนเลยครับ ซึ่งเชื่อมกับมุมนั่งเล่นที่อยู่ด้านข้าง ไม่ต้องกลัวว่าห้องจะมืด เพราะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ เป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบเต็มบาน ส่วนห้องครัวก็จะอยู่ติดกับระเบียง ห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะอยู่ตรงข้ามกัน ห้องนอนใหญ่จะมีมุมสำหรับ Walk-in Closet ด้วย

Family Suite
64 ตารางเมตร

Family Suite (S)
65.50 ตารางเมตร

Family Suite (EX)
68 ตารางเมตร

Studio ขนาด 32 ตารางเมตร

ห้องกว้าง ได้ครัวปิดอยู่ติดกับระเบียง สามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มเติมเองได้

ห้องนี้เป็นห้องแบบสตูดิโอที่ค่อนข้างกว้างเลยครับ อย่างที่บอกว่าเป็นห้องสตูดิโอ ดังนั้นเขาก็จะไม่ได้มีการกั้นห้องนอนใดๆ นะฮะ จะเปิดโล่งทั้งหมดเลย มีแค่ครัวกับห้องน้ำทางปีกซ้ายของห้องที่ถูกกั้นเอาไว้ ข้อดีของห้องนี้คือเราสามารถปรับแต่งโซน Living ได้แบบตามใจชอบเลย จะจัดวางอะไรไว้ตรงไหนก็ได้ ครัวก็เป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนให้ ซึ่งถ้าเราอยากจะกั้นห้องนอนให้มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นก็ทำได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะทำแบบทึบมากไม่ได้นะครับ เพราะว่าแสงจะส่องเข้ามาห้องนั่งเล่นไม่ถึง ประตูบานเลื่อนกระจกก็อาจจะเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ได้ดี

อย่างห้องตัวอย่างนี้ถ้าเราเปิดเข้ามาก็จะเจอทั้งห้องแบบนี้เลยฮะ มุมดูหนังดูทีวีอยู่ด้านหน้า โต๊ะกินข้าวอยู่ตรงกลาง และมุมเตียงนอนอยู่ริมหน้าต่าง

มุมนั่งเล่นสามารถวางหรือ Built-in ตู้เก็บรองเท้าและชั้นวางทีวีได้ พื้นที่ค่อนข้างกว้างเลย ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีก็เยอะครับ วางทีวีจอใหญ่ได้สบายๆ

มุมกินข้าวตรงนี้จะวางเป็น 4 ที่นั่งก็ได้นะครับ ไม่เกะกะเลย หรือจริงๆ จะเปลี่ยนเป็นมุมทำงานก็ได้เหมือนกัน

แต่ละโซนก็จะเชื่อมต่อกันเลย

โซนห้องนอนคือวางเตียงขนาดใหญ่ได้ มีพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียงได้อีก ส่วนตู้เสื้อผ้าก็ได้มา 3 บานเลย เก็บของ เก็บเสื้อผ้าได้เยอะครับ ที่สำคัญคือมีที่ให้โต๊ะเครื่องแป้งด้วย แต่งตัวเสร็จมาแต่งหน้าต่อได้เลย

ห้องน้ำก็จะอยู่ในห้องครัวครับ ได้สุขภัณฑ์ครบ รวมไปถึงเครื่องทำน้ำอุ่น และฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัยด้วย ส่วนห้องครัวติดตั้งเคาน์เตอร์มาให้แล้ว เป็นเคาน์เตอร์ยาว ข้างบนก็มีชั้นเก็บของ วางไมโครเวฟได้ จะมีอ่างล้างจานมาให้ แต่ไม่มีเตาไฟฟ้ากับเครื่องดูดควัน อันนี้สามารถติดเพิ่มเองทีหลังได้เลยฮะ

1 Bedroom ขนาด 49 ตารางเมตร

กว้างทั้งโซน Living และห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยให้ตกแต่งอีกเยอะ

ห้องนี้เป็น 1 Bedroom ที่ใหญ่และมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมากฮะ จากรูปเพื่อนๆ ก็จะเห็นว่าขนาดโซน Living มีขนาดใหญ่ วางโซฟารูปตัว L ได้สบายๆ มีมุมกินข้าว แล้วก็มีส่วนที่ทำเป็นมุมทำงานได้ด้วย ครัวก็ขนาดพอๆ กับห้องก่อนหน้า แต่จะมีพื้นที่เยอะกว่าเล็กน้อย ห้องนั่งเล่นเราว่าใหญ่แล้วใช่มั๊ยครับ แต่ห้องนอนก็ใหญ่ไม่แพ้กันเลย พื้นที่วางเตียงเหลือเฟือมาก ทำ ​Walk-in Closet ได้อีก แล้วห้องน้ำก็จะอยู่ในห้องนอนครับ ค่อนข้างสะดวกกับผู้พักอาศัย แต่ถ้าแขกมาก็จะเดินเข้าไปลึกนิดนึงนะ

มาดูความกว้างของโซนนั่งเล่นกันฮะ ถึงแม้จะวางโซฟาขนาดใหญ่ไปแล้ว ก็ไม่เกะกะพื้นที่ทางเดินเลย แถมโซนชั้นวางทีวีก็สามารถ Built-in ชั้นต่างๆ เพิ่มได้ จะวางตู้เก็บรองเท้าเพิ่มก็ได้ฮะ

มุมกินข้าวจริงๆ จะวางไว้ตรงนี้ติดกับห้องครัว หรือจะเอาไปวางติดกับโซฟาก็ได้เหมือนกันนะครับ เป็นห้องที่ค่อนข้างอเนกประสงค์เลย

มาดูในส่วนของห้องนอนกันบ้าง กว้างอย่างที่ผมบอกมั๊ยฮะ คือโซนเตียงนอนจะวางเตียงใหญ่แค่ไหนก็ได้ พื้นที่ข้างเตียงก็ยังเหลือ ปลายเตียงก็ไม่ติดกับผนังจนเกินไป เดินผ่านไปมาสะดวก จะเพิ่มมุมทำงาน ชั้นวางหนังสือ หรือมุมอื่นๆ ก็ยังไม่ทำให้ห้องดูอึดอัด

ฝั่งขวาจะเป็นทางตอนลึกเข้าไปยังห้องน้ำ จุดนี้สามารถทำเป็น Walk-in Closet ได้เลย

มุม Walk-in Closet เราสามารถ Built-in ตู้ให้ยาวไปจนสุดกำแพง แล้วย้ายโต๊ะเครื่องแป้งมาไว้อีกฝั่งที่ติดกับเตียงได้นะครับ เราก็จะได้ตู้เสื้อผ้าที่ใหญ่ขึ้น เหมาะมากๆ สำหรับใครที่ต้องการพื้นที่เก็บของเยอะๆ หรืออยู่ด้วยกันสองคน แบ่งกันไปคนละสองตู้ยังได้เลย

มาดูในส่วนของครัวกันบ้าง ขนาดเคาน์เตอร์เท่ากับห้องก่อนหน้านี้เลยฮะ มีพื้นที่เตรียมอาหารค่อนข้างกว้าง แต่อย่างที่บอกว่าเคาน์เตอร์จะมาพร้อมอ่างล้างจาน ดังนั้นเตาไฟฟ้ากับเครื่องดูดควันเราก็ติดตั้งเพิ่มเองได้ แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นคนที่ทำอาหารหนักๆ ไมโครเวฟ กับหม้ออบลมร้อน ผมว่าก็ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในคอนโดอยู่นะ

2 Bedroom ขนาด 68 ตารางเมตร

ห้องขนาดใหญ่ ได้ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และมีระเบียงถึง 3 จุด

ห้องนี้จะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำที่ตำแหน่งอยู่มุมอาคารพอดีครับ ข้อสังเกตที่น่าสนใจของผมคือห้องนี้เขาให้ระเบียงมาถึง 3 จุดด้วยกัน คือปกติถ้าเป็นคอนโดทั่วไป มีระเบียง 1 จุดก็คือมาตรฐานแล้ว ถ้าเป็นห้องใหญ่หน่อยก็อาจจะมี 2 จุด ก็น่าจะมากที่สุดแล้ว แต่ห้องนี้คือครัวก็มีระเบียง ห้องนั่งเล่นก็มีระเบียง และห้องนอนใหญ่เองก็มีะเบียง เป็นระเบียงที่ไม่ได้เชื่อมต่อกันใดๆ ทุกจุดแยกกันหมดเลย ดังนั้นเราจะสามารถใช้งานระเบียงได้หลากหลายกิจกรรม ไม่ต้องกลัวว่าพื้นที่จะแคบหรือมีจำกัดครับ และด้วยความที่ห้องมีขนาดใหญ่ แต่ละพื้นที่ก็ค่อนข้างกว้างเลย

อย่างรูปด้านล่างก็จะเห็นว่าทางโครงการแต่งออกมาให้โซนนั่งเล่นกับโซนกินข้าวอยู่แยกกันคนละฝั่ง แต่ก็ยังเชื่อมต่อกันอยู่ ห้องครัวก็จะอยู่ทางขวามือ ในขณะที่ห้องนอนทั้งสองห้องอยู่ทางซ้าย ก็ดูมีความเป็นส่วนตัวดีฮะ

มุมนั่งเล่นวางโซฟาขนาดใหญ่ได้จะวางเป็น L-shape หรือ U-shape ก็ยังไหว ระยะห่างกับชั้นวางทีวีกำลังดีครับ ฝั่งที่เป็นชั้นวางทีวีเรา Built-in เพิ่มได้อีก หรือใครเป็นสายมินิมอล ไม่ชอบของเยอะ ก็ใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวได้เหมือนกัน แล้วมุมนี้เป็นมุมที่ติดระเบียง ระเบียงจะยาวขนานไปกับห้องนั่งเล่นเลย แสงจากด้านนอกก็จะเข้ามาด้านในได้แบบเต็มๆ

มุมประตูหน้าห้องมีพื้นที่พอสมควรครับ วางตู้เก็บรองเท้าหรือชั้นต่างๆ ได้นะ เดินเข้ามาก็เจอมุมกินข้าวเลย

มุมกินข้าวสามารถวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้สบายครับ สามารถดูทีวีตรงห้องนั่งเล่นได้ด้วย

ห้องครัวค่อนข้างกว้างเลย จริงๆ ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว เราจะเพิ่มชั้นวางของแบบไม่ใหญ่เข้าไปสักหน่อยก็ยังไม่ดูอึดอัดนะฮะ เผื่อใครอุปกรณ์หรือเครื่องปรุงต่างๆ เยอะ จะได้มีที่เก็บเพิ่มได้

ห้องนี้เป็นห้องนอนเล็กที่ไม่เล็กเลยครับ วางเตียงใหญ่กว่า 3 ฟุตได้นะ มีที่สำหรับตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นวางทีวีแบบครบ ห้องเดินไปมาได้ ไม่อึดอัด หรือจะทำเป็นห้องอื่นๆ ตามสไตล์และงานอดิเรกของเราก็ได้

ห้องนอนใหญ่เป็นอีกจุดที่มีระเบียงฮะ รับแสงเต็มสุด วางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้ มีพื้นที่ข้างเตียงเหลือทั้งสองข้าง ปลายเตียงเดินไปมาได้แบบชิว แถมยังได้ Walk-in Closet เหมือนห้องก่อนหน้านี้เลย ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุดเลยครับ แต่ด้วยความที่ห้องนี้มี 2 ห้องน้ำ ทำให้ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากๆ