ถ้าพูดถึงจุดนึงที่เป็นศูนย์กลางของถนนศรีนครินทร์ เชื่อว่าชื่อของ “ซีคอนสแควร์” น่าจะมีโผล่มาเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยความที่เป็นห้างขนาดใหญ่ มีสิ่งต่างๆ ครบ เป็นทั้งแหล่งงาน แหล่งช้อปปิ้ง รวมไปถึงเป็นจุดต่อรถ จุดศูนย์กลางของการเดินทางในย่านด้วยเช่นกัน ทำให้นอกจากตัวห้างแล้ว รอบข้างก็เป็นที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างคึกคักของย่าน
วันนี้เราเลยขอพามารีวิวโครงการคอนโดเปิดใหม่ ที่เพิ่งสร้างเสร็จกันไปหมาดๆ โครงการนี้เราเคยรีวิวกันมาแล้วรอบนึง ตอนที่เปิด Pre-sales แต่มาวันนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลยจะขอพามาดูของจริงบรรยากาศจริง พร้อมกับเจาะลึกข้อมูลของโครงการกันเต็มๆ ครับ กับโครงการ
Supalai Sense ศรีนครินทร์
ที่นี่จะเป็นโครงการใหม่จากศุภาลัย ในทำเลที่ถือว่าค่อนข้างคึกคัก ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลซอยตรงข้ามซีคอนศรีนครินทร์เลย และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองในระยะ 700 ม. เป็นคอนโดที่ทำเลเน้นคนทำงานทั้งในย่านซีคอน-บางนา รวมไปถึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเชื่อมต่อแหล่งงานโซนศรีนครินทร์-ลาดพร้าวได้สะดวกครับ

แต่การมาของศุภาลัยรอบนี้ มากับแบรนด์ใหม่อย่าง “Supalai Sense” ที่เปิดที่นี่เป็นโครงการแรก มาพร้อมกับ Spec และอะไรหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยเห็นจากคอนโดระดับเริ่มต้นจากศุภาลัย อย่างที่นี่มีห้อง Pool Access, มีตึก Private ที่ห้องเป็น Single Corridor และได้เพดานสูงกว่าปกติด้วย แต่ราคายังน่ารักแบบศุภาลัยเหมือนเดิมนะ เริ่ม 1.52 ล้านบาท
โครงการนี้จะเป็นอย่างไร? แล้วทำเลนี้น่าสนใจอย่างไร? วันนี้เราจะพาไปรู้จักที่นี่แบบเจาะลึกกันครับ
จุดเด่นโครงการ

เริ่มต้น 1.52 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย 63,xxx บาท/ตารางเมตร

ส่วนกลางครบ สระยาว 36 เมตร
บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท

ตรงข้ามซีคอนสแควร์
700 ม. จากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ทำเลศรีนครินทร์
ถนนสายสำคัญของกรุงเทพโซนตะวันออก เชื่อมต่อถนนสายหลักหลายสาย
ก่อนจะไปถึงตัวโครงการ เราขอมาพูดถึงทำเลของ “Supalai Sense ศรีนครินทร์” กันก่อนครับ ที่นี่อย่างที่เล่าไปว่าตัวโครงการจะเน้นกลุ่มคนทำงานในทำเลรอบนอก ศรีนครินทร์ก็เป็นอีกย่านนึงที่ถือว่าเป็นแถบกรุงเทพรอบนอก แต่ก็มีแหล่งงาน แหล่งชุมชน ห้าง ร้านค้า รวมไปถึงธุรกิจต่างๆ ตั้งอยู่เยอะพอสมควร
เส้นทางของถนนศรีนครินทร์จะเริ่มตั้งแต่บริเวณถนนลาดพร้าว ใกล้ๆ กับห้าง The Mall บางกะปิ แล้วตัดตรงมาผ่านถนนหลายสายสำคัญ เช่น รามคำแหง, กรุงเทพกรีฑา, พระราม 9-มอเตอร์เวย์, พัฒนาการ, อ่อนนุช, เฉลิมพระเกียรติร.9-อุดมสุข, บางนา-ตราด (เทพรัตน), เทพารักษ์, วงแหวนกาญจนาภิเษก และไปสุดที่ถนนสุขุมวิทฝั่งสมุทรปราการ
และด้วยความยาวของถนนศรีนครินทร์ที่มีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร ที่ผ่านย่านเขตชุมชนและหมู่บ้าน รวมไปถึงโซนสมุทรปราการที่จะเป็นโซนโรงงาน มีถนนเส้นเมนหลักหลายเส้นมาตัด ทำให้ถนนศรีนครินทร์เป็นถนนเส้นหลักอีกเส้นที่เชื่อมต่อการเดินทางของย่านนี้ครับ ดูจากความหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน หลายๆ คนก็น่าจะพอนึกภาพออก อย่างแยกลำสาลี (ลำสาหัส) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่เราจะได้ยินเรื่องของการจราจรกันครับ

ซึ่งจากแต่เดิม ที่ถนนศรีนครินทร์เป็นถนนที่เชื่อมต่อย่านรอบนอกหลายๆ โซนเข้าด้วยกัน ในยุคก่อนสิบยี่สิบปีที่ผ่านมาเราก็จะเริ่มเห็นบรรดาห้างและธุรกิจต่างๆ มาเปิดบนถนนศรีนครินทร์กันครับ เพราะสามารถรับลูกค้าได้จากทั้งหลายโซน ไม่ว่าจะเป็นบางกะปิ ในถนนย่อยอย่างอ่อนนุช-พัฒนาการ-ลาดกระบัง รวมไปถึงฝั่งบางนา-ตราดและสมุทรปราการ
จนกระทั่งเมืองเริ่มขยายตัวออกมาเรื่อยๆ ปัจจุบันบ้านเดี่ยวในโซนกรุงเทพกรีฑาราคาพุ่งไปหลักหลายสิบถึงร้อยกว่าล้านไปเป็นที่เรียบร้อย บนถนนศรีนครินทร์เองก็หาบ้านเดี่ยวแทบไม่ได้แล้วครับ พื้นที่ในย่านนี้ถูกพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความเจริญ รวมไปถึงปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่วิ่งตัดผ่านถนนลาดพร้าวและศรีนครินทร์เกือบทั้งเส้น รถไฟฟ้าเลยเป็นเหมือนสิ่งที่มาเติมเต็มส่วนที่ขาดของถนนศรีนครินทร์
รูปแบบของโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้เลยถูกเปลี่ยนไปตามการพัฒนาของเมือง ซึ่งเราก็จะเห็นเส้นศรีนครินทร์มีโครงการคอนโดขึ้นหลายโซน แต่ด้วยความยาวถนนกว่า 20 กิโลเมตร แต่ละโซนเค้าก็จะมีความแตกต่างกันไปครับ บางโซนเน้นเข้าเมืองสะดวก บางโซนเป็นชุมชนเดิม บางโซนก็จะใกล้ห้างหน่อย เราลองมาดูโซนหลักๆ ที่ Developer ส่วนใหญ่เลือกมาตั้งคอนโดกันครับ
โซนแยกลำสาลี : คอนโดในย่านนี้ก็จะเกาะกับความเป็น Interchange ระหว่างสายสีส้มกับสายสีเหลือง (และสีน้ำตาลในอนาคต) ราคาย่านนี้ก็จะค่อนข้างสูงกว่าคอนโดบนถนนศรีนครินทร์โซนอื่นครับ ข้อดีคือเข้าเมืองสะดวก แต่ราคาอยู่ในช่วงแตะ 100,000 บาทต่อตารางเมตร
โซนศรีนครินทร์-พัฒนาการ : คอนโดย่านนี้ก็จะเน้นทั้งกลุ่มคนที่ทั้งทำงานในย่านศรีนครินทร์และทำงานในเมืองครับ ด้วยทำเลใกล้กับ ARL สถานีหัวหมาก ราคาก็จะย่อมเยาลงมา ตรงนี้จะใกล้กับมอเตอร์เวย์และถนนพระราม 9 ก็จะสะดวกในการเข้าเมืองทั้งรถไฟฟ้า ARL และรถยนต์เชื่อมต่อทางด่วนพระราม 9 ครับ
โซนศรีนครินทร์-อ่อนนุช : คอนโดย่านนี้ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุชเป็นหลักครับ ด้วยความที่ชุมชนในโซนนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ตามแนวถนนอ่อนนุชกัน บนถนนศรีนครินทร์อาจจะเห็นว่ายังมีที่ว่างแถบนี้ค่อนข้างเยอะ คอนโดในโซนนี้ก็จะราคาไม่สูงมากครับ ระดับเริ่มต้นล้านกลางๆ-ปลายๆ เน้นทั้งกลุ่มคนทำงานย่านนี้และกลุ่มคนที่ต่อรถจากอ่อนนุชไปปากซอยเพื่อต่อ BTS เข้าเมือง
โซนซีคอน : เป็นโซนชุมชนเดิมของย่าน ข้อดีคืออยู่ใกล้ห้าง 2 ห้าง ใกล้สวนสาธารณะใหญ่ โดยที่ราคายังหยิบจับได้ง่าย ส่วนใหญ่อยู่ในซอย ราคาเริ่มต้นอยู่ในหลักล้านกลางๆ ก็จะเหมาะกับคนทำงานในย่านนี้ ที่มองหาคอนโดที่ราคาไม่สูงมาก ได้อยู่ตรงข้ามห้างใหญ่ครับ
โซนบางนา-ตราด : จะมีหลายโครงการที่ไปตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด ใกล้กับถนนศรีนครินทร์ครับ กลุ่มนี้ก็จะสะดวกกับคนที่ใช้รถ ใกล้ทางด่วน ขับรถเชื่อมต่อย่านสุขุมวิทง่ายหรือสำหรับใครที่ทำงานโซนบางนา-สุวรรณภูมิก็ขับรถไปกลับสะดวก แลกกับการที่อาจจะไกลรถไฟฟ้าหน่อย แต่หลายโครงการมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีส่วนกลางมาให้เยอะ
โซนเลยบางนา : กลุ่มนี้ก็จะใกล้กับแหล่งงานโซนสมุทรปราการมากขึ้นครับ มีคอนโดหลายระดับ ทั้ง Highrise ติดถนนใหญ่ราคาต่อตารางเมตรหลักหมื่นปลายๆ แตะแสน ไปถึงในซอยต่างๆ เช่นแบริ่ง/ลาซาลที่ราคาเบาลงมา
ที่ตั้งโครงการ
ซอยศรีนครินทร์ 42 (ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8) ตรงข้ามซีคอนสแควร์ในระยะเดินไปได้เลย
สำหรับที่ตั้งโครงการก็จะอยู่ในศรีนครินทร์ 42 หรือ ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 หรือเข้าจาก ซอย ศรีนครินทร์ 40 ก็ได้เช่นกันครับ ตัวโครงการเข้ามาประมาณ 500 เมตรจากถนนใหญ่ ซึ่งฝั่งตรงข้ามก็จะเป็น Seacon Square ศรีนครินทร์เลย โดยที่ในซอยจะเป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิมอยู่แล้วครับ มีทั้งหมู่บ้านทาวน์โฮม โรงแรม โฮมออฟฟิศ ตึกแถว และมีโครงการคอนโดแบบ Low Rise มาเปิดหลายเจ้า ตั้งแต่ช่วงกลางซอย ไปจนถึงท้ายซอย สำหรับใครที่อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยในซอยนี้ เรามาลองดูบรรยากาศกันครับ



บรรยากาศรอบข้างของโครงการ
เริ่มจากหน้าปากซอย การเดินทางของคนภายในซอยนี้ถ้าหากไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็จะใช้งานพี่วินมอเตอร์ไซค์กันเป็นหลักครับ ดังนั้นที่ปากทางเข้าของซอยเองก็จะมีพี่วินมาจอดรอ ในเรื่องของราคาก็ถือว่าเป็นซอยที่วินค่อนข้างถูกครับ เดินทางไปตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยที่เป็นนิรันดร์คอนโด คอนโดเก่าแก่ของย่านนี้ ก็จะ 10 บาทเท่ากันหมด
ดังนั้นด้วยระยะจากหน้าปากซอยมาถึงโครงการ 500 เมตร ตรงนี้ก็เป็นระยะที่พอเดินได้ครับ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเดิน ก็สามารถเรียกวินเข้ามาได้เช่นกัน
แต่นอกจากนี้ \โครงการยังมี Shuttle Service รับส่งระหว่างสถานีรถไฟฟ้าและตัวโครงการ บริการให้กับลูกบ้านด้วยเช่นกันนะครับ







เข้ามาช่วงกลางซอย อย่างที่บอกว่าซอยนี้เป็นซอยที่มีคนอยู่อาศัยกันเยอะพอสมควรครับ ดังนั้นของกินและร้านสะดวกซื้อต่างๆ ก็มีค่อนข้างเยอะตั้งแต่หน้าปากซอยแล้ว โดยช่วงกลางซอย จะเลี้ยวที่ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 เพื่อเข้าโครงการครับ สังเกตตรงนี้ฝั่งตรงข้ามแยก 8 จะเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ครับ



เข้ามาในซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ลักษณะชุมชนในย่านนี้จะเป็นบ้านแบบ Home office ในยุค 90 ครับ มีทั้งทาวน์โฮม 3 ชั้น และอาคารสำนักงานขนาดเล็ก สำหรับธุรกิจที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ก็จะมีทั้งกลุ่มคนทำงานและคนที่พักอาศัยที่บ้าน ในบริเวณก็จะมีร้านอาหารอยู่ด้วยครับ ถนนในซอยก็ถือว่าค่อนข้างกว้างเลย
เมื่อตรงเข้ามาสุด จะถึงกับพื้นที่ของตัวโครงการครับ ตรงนี้จะ Private ขึ้นมาหน่อย เพราะเป็นถนนที่ไม่ได้มีรถผ่านไปมาแล้วครับ แต่ก็ไม่ถึงกับเปลี่ยวเพราะตัวโครงการจะห่างจากสามแยกที่ไปท้ายซอยประมาณ 50 เมตร จุดนี้ก็จะมีรถผ่านไปมาตลอดก็สามารถเดินออกมาเรียกรถที่ตรงนี้ได้ครับ



และถ้าลองเดินต่อไปโซนกลางถึงท้ายซอย ตรงนี้จะเป็นชุมชนคอนโดขนาดใหญ่อย่าง “นิรันดร์เรสซิเดนท์และยงเจริญคอมเพล็กซ์” ซึ่งทำให้ช่วงซอยตรงนี้มีร้านของกิน ร้านอาหารต่างๆ อยู่เยอะเช่นกัน อย่างที่ลองเดินสำรวจดู ร้านหมูกระทะนี่ก็ไม่ต่ำกว่า 5 ร้านแล้วครับ
การเดินทาง


ระยะเดินใกล้กับโครงการ
สำหรับตัวโครงการจะอยู่ในระยะที่เดินไปซีคอนได้ครับ ไปหน้าปากซอยประมาณ 500 เมตร แล้วเดินต่อไปอีกเพื่อข้ามสะพานลอยไปซีคอนอีกประมาณร้อยกว่าเมตร สำหรับใครที่ไม่อยากเสียค่ารถก็ยังพอเดินไหว จริงๆ ที่ตั้งของศุภาลัยเซนส์ถือว่าเป็นโครงการที่ใกล้กับซีคอนเกือบที่สุดในย่านนี้ด้วยครับ แต่ถ้าไม่อยากเดิน ก็มีตัวเลือกในการใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ ถ้าไปปากซอยก็ 10 บาท แล้วเดินข้ามสะพานลอย แต่ถ้าไปถึงซีคอนเลยก็ 15-20 บาทครับ



รถไฟฟ้า
สำหรับรถไฟฟ้าสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีสวนหลวงร.9 ก็สามารถใช้งานเพื่อไปโซนต่างๆ บนถนนศรีนครินทร์ได้ และค่อนข้างสะดวกสำหรับใครที่จะไปแถวบางกะปิ ลาดพร้าว หนีรถติดในเวลาเร่งด่วนได้ดีทีเดียวครับ และยังสามารถใช้เชื่อมต่อเข้าเมืองได้ โดยนั่งไปต่อ BTS ที่สำโรง ต่อ ARL ที่หัวหมาก หรือต่อ MRT สีน้ำเงินที่รัชดา-ลาดพร้าว แต่การเข้าเมืองก็นั่งหลายสถานีนิดนึงครับ
รถเมล์
สำหรับการเดินทางด้วยรถเมล์ หน้าซีคอนเองก็เป็นจุดศูนย์รวมในเรื่องของการต่อรถอยู่แล้วครับ มีรถเมล์หลายสาย รวมถึงจะมีรถสองแถวด้วยเช่นกัน ตอนเช้ากับเย็นจะเห็นคนมารอรถอยู่ตรงบริเวณนี้เยอะพอสมควร ก็เลยจะมีร้านค้า ร้านของกินต่างๆ อยู่ตรงนี้ด้วย
รถยนต์ส่วนตัว
สำหรับรถยนต์ส่วนตัว ก็จะอิงการใช้งานกับถนนศรีนครินทร์เป็นหลักครับ สามารถเชื่อมต่อกับถนนสายอื่นได้หลากหลายเช่นบางนา-ตราด, อ่อนนุช, พัฒนาการ, รามคำแหง, ลาดพร้าว, อุดมสุข และใกล้โครงการจะมีทางด่วนให้ขึ้นสองสาย ประกบบนล่าง ทั้งบูรพาวิถีและด่วนพระราม 9 ซึ่งการใช้รถในย่านนี้ก็เป็นอะไรน่าจะค่อนข้างสะดวก เพราะก็มีหลายๆ คนทำงานในย่านนี้แต่อาจจะอยู่ในซอยต่างๆ ทั้งบนถนนศรีนครินทร์, อ่อนนุช, อุดมสุข และถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ที่มี home office หรือ office ขนาดเล็กกระจายตัวอยู่แถวนี้กันเยอะ แหล่งงานอาจจะไม่ได้เกาะอยู่กับตามสถานีรถไฟฟ้าอย่างเดียว
ซึ่งตัวซอยนี้จะมีข้อดีตรงที่สามารถทะลุออกด้านหลังไปซอยต่างๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องออกถนนใหญ่เลยครับ ออกไปได้ยันสุขุมวิท
ซีคอนสแควร์
ห้างที่ใหญ่ที่สุดบนถนนศรีนครินทร์ เป็นจุดศูนย์กลางของย่านนี้

อย่างที่บอกว่าโครงการนี้ จุดเด่นของทำเลเลย คือ “ซอยอยู่ตรงข้ามซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์” แล้วทำไมการอยู่ตรงข้ามห้าง ถึงเป็นจุดเด่นจุดขายของโครงการขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ในกรุงเทพฯ เองก็มีห้างตั้งเยอะแยะ??
ก็ต้องบอกว่าเพราะห้างซีคอนสแควร์เอง เป็นห้างที่มีขนาดใหญ่มากครับ มีพื้นที่แตะระดับ 5 แสนตารางเมตร เป็นหนึ่งในห้างใหญ่ระดับต้นๆ ของประเทศ และเป็นห้างที่มีคนแวะเวียนกันมาใช้บริการหนาแน่นทีเดียว ในซีคอนเองก็มีค่อนข้างจะครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทั้งมื้อเบามื้อหนัก พื้นที่ Plaza ที่มีร้านหลากหลาย มี Lotus’s, Donki, Mun Mun, โซน Season Mall ที่เป็นสินค้าแฟชั่น, สวนสนุกในร่ม Yoyo Land, ฟิตเนส, โรงหนัง, โซน My Scape ที่กำลังทำใหม่จากพื้นที่ Robinson เดิม และอีกหลายๆ อย่างเท่าที่จะนึกออก



และระดับร้านค้าในห้างนี้ก็มีทั้งกลุ่มที่ราคาไม่แพง ไปจนถึงร้านที่อาจจะเริ่ม Premium นิดนึง ทำให้กลุ่มลูกค้าของห้างนี้ค่อนข้างกว้างมากครับ มีลูกค้าจากหลากหลายกลุ่มเข้ามา เรียกได้ว่าพื้นที่ของห้างที่ขนาด 5 แสนกว่าตารางเมตร ก็มีคนเดินกันหมดเกือบทุกโซน รวมไปถึงในช่วงหลังที่มีจุดเด่นในเรื่องการจัด Event ที่ใหม่แบบไม่ซ้ำ
Seacon Square ศรีนครินทร์สำหรับย่านนี้เลยไม่ใช่แค่ห้าง แต่เป็นเหมือนกับ Hub ของที่นี่ นึกอะไรไม่ออก มาที่ซีคอนก็จบได้ เราจะเห็นว่าหน้าห้างเองก็เป็นจุดที่หลายๆ คนมาต่อรถกัน อาจจะแวะมาหาอะไรกินหลังเลิกงาน หรือมาเดินเล่น เป็นที่นัดพบปะ
ดังนั้นคอนโดทำเลตรงนี้เลยไม่ใช่ว่าแค่ติดห้างมีของกินของใช้ให้ซื้อก่อนกลับบ้าน แต่เป็นทำเลที่ได้อยู่ติดกับ HUB ที่เป็นศูนย์กลางของย่านศรีนครินทร์ครับ



ห้างอื่นๆ ในย่านมีแต่ห้างขนาดใหญ่
กรุงเทพฝั่งตะวันออกเป็นโซนที่มีหมู่บ้านและชุมชนขนาดใหญ่เยอะ เลยทำให้มีห้างขนาดใหญ่มาตั้งในย่านนี้เยอะตาม
นอกจากตัวซีคอนสแควร์เองแล้ว ในย่านนี้ก็ยังมีอีกหลายห้างด้วยเช่นกัน จากความที่กรุงเทพฝั่งตะวันออกเป็นโซนเมืองที่มีผู้คนอยู่อาศัยกันค่อนข้างเยอะ ห้างต่างๆ ก็เลยตามมาเปิดกันในย่านนี้ครับ จะสังเกตได้ว่าในย่านนี้เองมีห้างที่มีขนาดพื้นที่หลายแสนตารางเมตร อยู่กันหลายห้างเลยครับ ซึ่งห้างต่างๆ ก็จะเป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งที่มีคนมาทำงาน
Paradise Park & Paradise Place
เริ่มแรกจากการเป็นห้างเสรีเซ็นเตอร์ ห้างขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับซีคอนหน้าหมู่บ้านเสรี ปัจจุบันได้ถูกกลุ่ม MBK เทคโอเวอร์แล้วเปลี่ยนมาเป็น Paradise Park รวมถึงมีตึกข้างๆ ที่ทำเป็น Paradise Place เน้นโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ พื้นที่โดยรวมของห้างนี้ก็จะเน้นเป็นกลุ่มร้านที่ระดับบนขึ้นมานิดนึงจากซีคอนครับ คนอาจจะไม่เยอะมาก แต่ก็มีร้านต่างๆ ที่แตกต่างออกไป มีเสรีมาร์เก็ตที่เป็นซุปเปอร์ดังของที่นี่ และมี Rama Health Space เป็นศูนย์สุขภาพของโรงพยาบาลรามา มาเปิดให้บริการที่นี่ด้วยเช่นเดียวกันครับ



ใกล้สวนและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่
ใกล้กับสวนใหญ่ของย่านนี้ เป็นทั้งพื้นที่มาออกกำลังกายและมาพักผ่อน
สวนหลวง ร.9
อีกจุดเด่นของทำเลศรีนครินทร์ช่วงใกล้กับซีคอนสแควร์ คือบริเวณนี้จะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่าง “สวนหลวง ร.9” ตั้งอยู่ครับ ที่นี่จะเป็นพื้นที่สีเขียว ที่ภายในสามารถมาวิ่งออกกำลังกาย มาปั่นเรือเป็ด มานั่งรับลม ชมบรรยากาศต่างๆ ได้ ภายในสวน Mood ค่อนข้างดีเลยทีเดียว จากที่ไปลองสำรวจมาในช่วงเย็นๆ ก็จะมีคนแถวนี้มากันเยอะเลยครับ ทั้งพาเด็กมาเล่น มาออกกำลัง มานั่งปิกนิก ต้นไม้ภายในร่มรื่นมากครับ เพราะเปิดมาหลายสิบปีแล้ว







ศูนย์กีฬาบึงหนองบอน
อีกจุดที่เป็นพื้นที่สวนใกล้ๆ เช่นกัน คือศูนย์กีฬาบึงหนองบอน ตรงนี้ก็จะมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายทั้งทางบกอย่างการวิ่งและปั่นจักรยาน และไฮไลท์อยู่ที่กีฬาทางน้ำครับ เป็นที่ที่เราจะเห็นคนมาล่องเรือใบ ถ้าเราไม่มาเล่น แค่มาถ่ายรูปอย่างเดียวก็สวยแล้วครับ



รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง
รถไฟฟ้าสายใหม่ล่าสุดของกรุงเทพ ที่เชื่อมย่านต่างๆ ของกรุงเทพโซนตะวันออกให้เดินทางได้สะดวกขึ้น
สิ่งนึงที่เป็นตัวกระตุ้นให้ย่านศรีนครินทร์ตลอดทั้งแนวโตขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็หนีไม่พ้นการมาของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่วิ่งตัดถนนศรีนครินทร์เกือบทั้งเส้นครับ ทำให้การเดินทางในย่านนี้สะดวกขึ้นพอสมควร ซึ่งสำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้จักกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมากนัก เราขอเล่าเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายนี้สั้นๆ ครับ
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง จะเป็นรถไฟฟ้าที่ออกแบบมาเป็นรถไฟฟ้าสายรองของกรุงเทพครับ (อย่างสายหลักก็จะเป็น BTS สายสีเขียว/MRT สายสีน้ำเงิน ซึ่งพวกนี้จะเป็นรถที่วิ่งพาคนจากนอกเมืองเข้าใจกลางกรุงเทพโซน CBD โดยตรง) ส่วนรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง จะเป็นสายที่วิ่งอยู่รอบนอก เส้นทางจากบริเวณแยกรัชดาลาดพร้าวที่มี MRT สายสีน้ำเงิน ผ่านบางกะปิ มาถนนศรีนครินทร์ แล้วเลี้ยวไปตามถนนเทพารักษ์ไปเชื่อมกับ BTS ที่บริเวณสำโรง
หน้าที่หลักเค้าคือให้คนในแต่ละย่าน สามารถขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปเชื่อมต่อกับโซนอื่นๆ หรือไปเชื่อมต่อเข้ารถไฟฟ้าสายหลักได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ
อย่างที่เราทราบกันว่าถนนศรีนครินทร์ก็เป็นถนนสายสำคัญของย่าน ดังนั้นเราก็จะได้ยินในเรื่องของความรถติดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแยก “ลำสาลี” เอย หรือจุดตัดกับถนนสายต่างๆ เช่นศรีนุช ศรีลาซาล ที่หลายๆ ที่การจราจรแต่ก่อนมันช่างหนาแน่นซะเหลือเกิน การมาของรถไฟฟ้าก็เลยมาช่วงบรรเทาการเดินทางในย่านนี้ให้ง่ายขึ้นครับ รวมถึงทำให้ย่านศรีนครินทร์เชื่อมต่อกับย่านอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งโซนสำโรงที่มี BTS, โซนลาดพร้าว, โซนรัชดา สามารถเข้าเมืองได้ง่ายขึ้น
ซึ่งพอการเชื่อมต่อเมืองมันง่ายขึ้น ก็เป็นที่มาของความเจริญต่างๆ และเริ่มมีที่อยู่อาศัยในแนวสูงเกิดขึ้นในบริเวณนี้ตามมาเป็นลำดับนั่นเองครับ





รูปแบบและคอนเซปต์ของโครงการ
Sense of Staycation เปิดมุมมองใหม่… ใช้ชีวิตอย่างมีสีสัน เปลี่ยนวันธรรมดา ให้เป็น Vacation
สำหรับโครงการ Supalai Sense ศรีนครินทร์ เราเคยรีวิวไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็น Sale Gallery อยู่เลยครับ ผ่านมาสองปีวันนี้โครงการสร้างเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงให้ลูกค้าทยอยตรวจห้อง โอนห้องต่างๆ คอนเซปต์หลักของโครงการคือ Sense of Staycation ตั้งใจให้เป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ท พอเราได้กลับเข้ามาในคอนโดของตัวเองแล้ว เหมือนได้พักร้อนผ่อนคลายในแบบที่ต้องการ
ถ้าสังเกตคำว่า Sense ที่เป็นโลโก้ จะแตกต่างจากตัวอักษรอื่น เพราะเขาตั้งใจให้เอาตัวอักษร EN มาเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของทางโครงการ แบ่งเป็น 4 อย่างด้วยกันฮะ
- Ensure สื่อถึงความมั่นใจ ในระบบความปลอดภัยและคุณภาพของโครงการ
- Enjoy สื่อถึงความสนุก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และเชื่อมถนนเส้นหลักได้ถึง 4 สาย
- Energy สื่อถึงพลังงาน ให้เราพักผ่อนได้เต็มที่กับห้องพักอาศัยที่มีให้เลือกมากมายหลายแบบ
- Entertain สื่อถึงความเพลิดเพลิน กับ Facilities และพื้นที่ส่วนกลางที่โครงการออกแบบมาให้
สี่อย่างนี้ก็เรียกได้ว่าครบถ้วนในทุกด้านของการใช้ชีวิตประจำวันแล้วครับ ซึ่งแต่ละอย่างเองก็จะกลายมาเป็นจุดเด่นหลักๆ ของโครงการกันด้วย อย่างเรื่องของการเดินทางและโลเคชั่นต่างๆ ของตัวโครงการ เพื่อนๆ เองก็ได้อ่านกันไปแล้วในพาร์ทก่อนหน้านี้ เดี๋ยวเราจะมาดูกันต่อว่าจุดเด่นอื่นๆ ที่เหลือจะมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

สำหรับโครงการ Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) ระดับของโครงการก็จะอยู่ใน Segment ที่ราคายังหยิบจับง่ายครับ โดยจะมีทั้งหมด 3 อาคารด้วยกัน แต่ละอาคารก็จะมีแตกต่างกันไป มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 477 ยูนิต มีห้องให้เลือกทั้ง 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ด้วยความที่คอนเซปต์ของที่นี่อยากให้ลูกบ้านได้รู้สึกเหมือนโครงการเป็นที่ที่สามารถพักผ่อนได้ทุกวัน ดังนั้นเขาเลยทำห้องพักดีไซน์พิเศษขึ้นมา คืออาคาร A จะเป็นอาคารที่มีสระว่ายน้ำ อยู่บริเวณที่ชั้น 2 ใช่มั๊ยครับ ห้องพักที่อยู่บริเวณชั้น 2 เลยสามารถ Pool Access ได้จากระเบียงห้องของตัวเอง เป็นยูนิตที่ Rare Item มากๆ ซึ่งจริงๆ ที่นี่อาจจะไม่ใช่โครงการแรกที่ทำให้ห้องพักมีทางเข้าสระว่ายน้ำได้โดยตรง แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็น มักจะเป็นโครงการราคาแพงหรือโครงการแบบ Luxury ครับ ซึ่งนี่เป็นโครงการที่ราคาเริ่มต้นล้านกว่าๆ แต่ก็มียูนิตพิเศษแบบนี้แล้ว ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว (ซึ่งจนถึงที่ตอนโครงการเสร็จ ห้องทั้งหมดตรงนี้ก็ขายไปหมดเรียบร้อยละครับ ใครที่สนใจอาจจะต้องลองดู resale นะ)
Mood&Tone ที่ใช้จะเน้นสีครีมอ่อน เทาอมน้ำตาลอ่อน เทาอมน้ำตาลเข้ม และสีส้ม มีการใช้เส้นสายโค้งมนต่างๆ ทำให้โครงการดูมี Element และมีลูกเล่นมากขึ้น
ส่วน Landscape ที่อยู่ตามจุดต่างๆ ของโครงการ จะมีทั้งสวนแนวราบและแนวตั้ง จะได้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้โครงการดูร่มรื่นและใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น มีสระว่ายน้ำอยู่ใจกลางโครงการ ทำให้ห้องที่หันมาด้านในมีวิวให้ได้ดู ซึ่งแต่ละอาคารจะมีความพิเศษที่แตกต่างกันไปฮะ ซึ่งภาพรวมของโครงการนี้ทั้งดีไซน์และบรรยากาศทำออกมาได้ดูดีทีเดียวครับ ทิ้งความเชยในภาพจำของศุภาลัยในยุคก่อนไปได้เลย เล่นกับความสดใสของสีส้มออกมาได้ดูลงตัว ไม่น่าเบื่อ เดี๋ยวเราลองมาดูส่วนกลางของโครงการแต่ละจุดกันครับ



ข้อมูลโครงการ
| ชื่อโครงการ : | Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) |
| Developer : | บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) |
| เนื้อที่โครงการ : | 3-3-76.3 ไร่ |
| จำนวนห้องพักอาศัย : | 477 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | Low Rise 3 อาคาร อาคาร A สูง 7 ชั้น อาคาร B และ C สูง 8 ชั้น |
| ลิฟต์ : | อาคารละ 2 ตัว |
| ที่จอดรถ : | 40% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) |
| ค่าส่วนกลาง : | 42 บาท/ตารางเมตร/เดือน |
| ค่ากองทุน : | 420 บาท/ตารางเมตร |
| Facility : | Lobby, Drop Store, Vending Machine Space, Food Drop, Pocket Garden Swimming Pool&Jacuzzi, Fitness, Co-working Space, Roof Garden, Pavilion |
| แบบห้อง : | 1 Bedroom ขนาด 25 – 41 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 40.5 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 45.5 – 53 ตารางเมตร |
| ราคา : | เริ่มต้น 1.52 ล้านบาท |
| ราคาเฉลี่ย : | ประมาณ 63,000 บาท/ตารางเมตร |
| สถานะโครงการ : | สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ |
ชั้น 1 : Main Lobby และพื้นที่สวน
Facilities ส่วนใหญ่อยู่ที่อาคาร A เป็นหลัก มีทั้ง Indoor และ Outdoor



ที่นี่จะมีทั้งหมด 3 อาคารด้วยกันนะครับ อาคาร B กับ C ผังอาคารจะเป็นตัว L ส่วนหัวจะหันต่อกัน แล้วตรงกลางจะเป็นอาคาร A อยู่ด้านหน้าสุดของโครงการเลย พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดก็จะอยู่ที่อาคาร A ครับ แต่อีกสองอาคารก็จะมีโถงลิฟต์กับ Food Drop ของใครของมันเลย เวลามาส่งของหรืออาหาร เราไม่ต้องเดินไปเอาที่อาคารอื่น แค่ลงลิฟต์แล้วเดินมาหยิบที่ Food Drop ได้เลย
สำหรับอาคาร A จะมี Main Lobby ขนาดใหญ่กว่าอาคารอื่นๆ เรียกได้ว่าตรงนี้เป็น Lobby หลักของโครงการครับ สามารถมาใช้ต้อนรับแขกต่างๆ ได้จากที่นี่ ได้เพดานสูง Double Volume มีต้นไม้อยู่ตรงกลาง มาพร้อมพื้นที่พักผ่อน นั่งรอ นั่งคอยกระจายอยู่รอบๆ ทั้งยังเป็นกระจกใสบานโค้งสูงตั้งแต่พื้นจรดฝ้า ทำให้ภายใน Lobby ดูโปร่งโล่งมากฮะ ถ้าขับรถหรือเดินเข้ามาในโครงการก็จะเห็นตัว Lobby นี้โดดเด่นเลยแหละ ลิฟต์ของอาคาร A ก็จะมีระบบสแกนหน้าเพื่อเข้าไปด้านใน ตัว Food Drop เองก็อยู่ตรงข้ามกับลิฟต์
ด้านนอกอาคารชั้น 1 จะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมดครับ ด้านหน้า Lobby อาคาร A จะมีพื้นที่สำหรับ Vending Machine ข้างๆ จะเป็นห้องน้ำ ทั้งยังมีสวนสีเขียวกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ในโครงการด้วย
ที่น่าสังเกตคือห้องนิติบุคคลจะแยกออกจากอาคารพักอาศัยครับ จะอยู่ที่อาคารเดียวกับป้อมรปภ. ด้วยความที่เขาสร้างป้อมทางเข้าให้มีขนาดใหญ่ เพื่อที่จะได้ใส่ฟังก์ชันอื่นๆ เพิ่มได้ มี 2 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องสำหรับรปภ., ห้องนิติบุคคล, ห้องเก็บของ และห้องขยะ ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องพักสำหรับแม่บ้านกับรปภ. และห้องควบคุมต่างๆ เรียกได้ว่าใช้พื้นที่ได้คุ้มฮะ

ทางเข้าหลักของโครงการ
ด้วยความที่ทางเข้าโครงการค่อนข้างใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนซุ้มทางเข้าโครงการหมู่บ้าน ทำให้ค่อนข้างดูแกรนด์พอสมควร ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าโครงการมีลูกเล่นเส้นสายเชื่อมไปยัง Main Lobby และในขณะเดียวกันก็กลมกลืนไปกับป้อมรปภ. และอาคารนิติบุคคลครับ

Main Lobby ที่อาคาร A
ถ้าเข้ามาด้านในโครงการสิ่งแรกที่จะสะดุดตาเราคือตัว Main Lobby ที่อาคาร A ด้วยความที่เป็นกระจกโค้งแบบ Double Volume มองเข้าไปเห็นต้นไม้และที่นั่งด้านในที่ดีไซน์มาให้รับกันกับพื้นที่รอบๆ ต้นไม้ สวยเลยฮะ แถมยังมองเห็นฟิตเนสกับ Co-working Space ด้านบนด้วย

มองด้านนอกก็ว่าสะดุดตาแล้ว มาดูข้างในก็สบายตา ดูอบอุ่นดีครับ ต้นไม้เทียมที่ตั้งอยู่จะสูง 5.5 เมตร รอบๆ เขาทำเป็นที่นั่งเอาไว้ นั่งได้รอบทิศทาง ตัว Lobby จะเน้นโทนสีครีมทั้งพื้น ผนัง และเพดาน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ด้วย แต่ก็มีการเอาเฟอร์นิเจอร์สีส้มที่เป็นสีหลักของโครงการเข้ามาตัดให้ดูไม่ราบเรียบจนเกินไป



สวนสีเขียวกระจายรอบโครงการ
ทางโครงการไม่ปล่อยให้ชั้น 1 เป็นแค่พื้นที่จอดรถเฉยๆ นะครับ เพราะมุมที่ว่างเขาก็พยายามใส่พื้นที่สีเขียวเข้ามาให้ มีต้นไม้ มีพื้นที่นั่งเล่น บางมุมก็ตกแต่งด้วยระแนงเหล็กสีส้ม ให้เข้ากับ Theme สีของตัวอาคาร แต่โครงการยังใหม่ม๊ากกกก ถ้ารอให้ต้นไม้โตอีกหน่อยก็จะร่มรื่น ให้ร่มเงา มานั่งเล่นได้ชิลๆ เลย



ชั้น 2 : ส่วนกลางหลากหลายฟังก์ชัน
มีทั้งมุมทำงานเน้นใช้สมาธิและไอเดีย แต่ก็มีโซน Active เน้นออกกำลังกาย ใช้แรงได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง



สำหรับชั้น 2 ถ้าส่วนกลางที่อยู่ในอาคาร ติดแอร์เย็นฉ่ำๆ ก็จะเป็น Co-working Space กับ Fitness ครับ ห้องอยู่ติดกันเลย แต่ถ้าเดินออกมาตรง Pool Terrace จะเป็นแบบ Semi-outdoor มานั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ มีห้องน้ำแบบแยกชายหญิง ด้านในห้องน้ำก็จะมีห้องอาบน้ำและล็อกเกอร์เอาไว้ใส่ของ ส่วนตัวสระว่ายน้ำจะอยู่กลางแจ้งเลย ยาวขนานไปกับตัวอาคาร มี Kid’s Pool อยู่ริมสุด ผู้ปกครองไม่ต้องกลัวไม่มีที่รอน้องเล่นน้ำนะฮะ ข้างๆ มี Sunken ให้นั่ง สามารถดูแลเด็กๆ ได้แบบใกล้ชิดเลย นอกจากนี้ก็จะมี Jacuzzi และ Pool Bed ด้วย
ที่สำคัญคือตรงสระว่ายน้ำ มีห้องแบบ Pool Access เราสามารถลงไปเล่นน้ำในสระได้จากระเบียงห้องของเราเองเลย อยากจะลงไปเล่นน้ำตอนไหนก็ย่อมได้ฮะ เป็นไอเทมแรร์ของโครงการเลย

Co-working Space
เขาออกแบบมาให้ Co-working Space มีกระจกรอบด้านเลยครับ ด้วยความที่เป็นห้องเน้นทำงาน อ่านหนังสือ ใช้ไอเดียต่างๆ การใช้หน้าต่างกระจกใหญ่ๆ ก็จะทำให้เราไม่อุดอู้ มองวิวด้านนอกได้ แสงก็เข้ามาในห้องเยอะ ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ถึงแม้ด้านขวาจะไม่มีหน้าต่าง แต่เขาก็ยังใส่กระจกมาให้นะครับ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีก
ในห้องจะมีโต๊ะยาวมาให้ นั่งทำงานเป็นกลุ่มได้ หรือถ้ามาคนเดียวก็นั่งกับลูกบ้านคนอื่นๆ ได้เช่นกัน หรือถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวหน่อย ก็จะมีโซฟาสีส้มและโต๊ะเล็กมาให้เรานั่ง ก็สามารถนั่งในมุมของตัวเองได้




Fitness
ฟิตเนสจะเป็นห้องตอนลึกเข้าไป ถือว่าห้องใหญ่เลยครับ ด้านหน้าจะเป็นโซน Weight Training มีกระจกมาให้ดูเวลาออกกำลังกายสองฝั่งเลย แล้วถ้ารู้สึกเหนื่อยก็มีโซฟายาวสีส้มให้นั่งพักด้วยครับ จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนกลางที่นี่คุม Theme มาก ในห้องส่วนใหญ่จะมาในโทนสีครีม น้ำตาล แล้วตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์สีส้ม ทั้งยังแทรกต้นไม้เทียมเข้ามาตามมุมต่างๆ ให้ส่วนกลางดูมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นด้วย
ด้านในจะเป็นโซน Cardio มีลู่ให้วิ่ง มีจักรยานให้ปั่น โซนนี้จะได้วิวด้านหน้าโครงการด้วยครับ กระจกแบบ 180 องศาเลยให้ Take วิวกว้างๆ ไม่อึดอัด




Swimming Pool
สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือยาวพิเศษ 36.40 เมตร ขนานไปกับตัวอาคาร อยู่ตรงกลางระหว่าง 3 อาคาร มองจากมุมสูงสวยเลยฮะ มีต้นไม้แทรกตลอดสระ สระเด็กจะอยู่ติดกับ Sunken โซนที่เป็นสระเด็กจะมีกำแพงต้นไม้สูงๆ กั้นเอาไว้ด้วย จะได้ไม่ตกลงไปด้านล่างครับ สระว่ายน้ำสามารถออกกำลังกายได้เลยด้วยความยาวที่ค่อนข้างมาก หรือถ้าอยากแช่น้ำก็มีมุม Jacuzzi ด้วย มุมนี้ก็มีพุ่มไม้เตี้ยๆ เป็นกำแพงเหมือนกัน







Pool Bed
ด้านในสุดของสระว่ายน้ำจะมีมุม Pool Bed ให้สามารถมาใช้งาน/พักผ่อนอาบแดดได้ครับ มุมนี้ค่อนข้าง Private เลยครับ เพราะจะมาใช้งานได้จากในสระเท่านั้น



Pool Terrace
ริมสระจะมีมุมพักผ่อนอย่าง Pool Terrace อยู่ด้วย เอาไว้นั่งชิวได้ ถ้าไม่ได้อยากว่ายน้ำ แต่ก็มานั่งมองวิวรับลมกันได้นะครับ หรือใครที่มาเป็นครอบครัว พาลูกหลานมาว่ายน้ำ มุมนี้ผู้ใหญ่ก็สามารถดูเด็กๆ ที่เล่นสระว่ายน้ำแบบอยู่ในสายตาได้ ในบริเวณตรงนี้จะมีพื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระอยู่



ห้องพิเศษติดสระพร้อม Pool Access
ห้องไฮไลท์ของโครงการนี้เลย จะเป็นห้อง Pool Access อยู่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำครับ ซึ่งเราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นห้องแบบนี้ในคอนโดระดับราคาไม่สูงมากสักเท่าไหร่ ความพิเศษของห้องนี้คือ นอกจากจะติดกับสระว่ายน้ำ ได้รับวิวต่างๆ แล้ว ยังสามารถลงสระจากระเบียงส่วนตัวได้เลย อารมณ์แบบรีสอร์ท/Pool Villa ครับ



Sunken ริมสระ
อีกมุมหนึ่งที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของโครงการ จะเป็นบริเวณ Sunken เล่นระดับ ที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำครับ มุมนี้นอกจากเป็นที่นั่งแล้ว ยังเป็นมุมที่ถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ เห็นวิวสระแนวยาวที่อยู่ในด้านหลัง



ห้องน้ำส่วนกลาง
ห้องน้ำมีแยกชายหญิงอยู่ริมสระแล้วจุดนึง แต่ก็มีห้องน้ำใหญ่ที่เป็น Universal Design สำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนพิการและผู้สูงอายุ รถเข็นเข้าได้ ตรงอ่างล้างมือมีราวช่วยจับ เช่นเดียวกับตรงชักโครกที่มีทั้งราวและปุ่มฉุกเฉินฮะ ส่วนห้องน้ำหลักตรงนี้ ก็จะมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำหลังใช้งานสระ รวมไปถึงตู้ล๊อกเกอร์สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า


พื้นที่สวนจะอยู่ที่ชั้น 3 และชั้นดาดฟ้า
นอกจากสวนที่ชั้น 1 แล้ว ก็ยังมีสวนอีกสองจุดให้เราได้ไปพักผ่อน



ทางโครงการเองก็ค่อนข้างใส่ใจกับพื้นที่สีเขียวนะครับ นอกจากจะมีกระจายอยู่ที่ชั้น 1 แล้ว ก็ยังมีที่ชั้น 3 ด้วย แล้วก็ไม่ได้มาแค่สวนสีเขียวที่ปูพื้นหญ้าเฉยๆ แต่ยังมีต้นไม้ใหญ่ๆ ที่มาพร้อมกับมุมพักผ่อนด้วย ซึ่งตรงสวนเองก็ใช้สี Link กับตัวโครงการ มีการทำที่นั่ง โต๊ะบาร์ และระแนงให้เป็นสีส้ม สะดุดตามากฮะ เป็นอีกโซนที่มานั่งได้ชิลๆ
ส่วนชั้นดาดฟ้าเองก็จะเป็นสวนทั้งชั้นเลยครับ ถ้าเรามองจากด้านบนลงไป จะเห็นสวนที่ชั้น 3 ด้วยนะ และถ้ามองมุมสูงก็จะเห็นว่าส่วนชั้น 3 เชื่อมต่อกับสวนชั้นดาดฟ้าเหมือนเป็นพื้นที่เดียวกันเลย ชั้นดาดฟ้าก็จะมีต้นไม้รอบๆ มี Pavilion ตรงกลาง จะมองเห็นวิวเมือง วิวอาคารในบริเวณใกล้ๆ ทั้งหมดเลย อ่อ บันไดหนีไฟของที่ตึกนึ้ มีลูกเล่น สามารถใช้เป็นทางเดินออกกำลังกายได้ด้วยนะครับ

Pocket Garden ที่ชั้น 3
สำหรับ Pocket Garden ในชั้น 3 พอขึ้นมาแล้วรู้สึกได้เลยว่าเงียบสงบครับ ไม่วุ่นวาย มีแค่เสียงลม เขาจะปูหญ้าเอาไว้ แล้วล้อมรอบด้วยพุ่มไม้ มีต้นไม้แทรกตามจุดต่างๆ ส่วนฝั่งพักผ่อนจะอยู่ใกล้กับทางเข้า มีต้นไม้ใหญ่ตรงกลาง ซ้อนด้วยที่นั่งสีส้ม มีโต๊ะเล็กๆ มาให้เผื่อเราเอาไว้วางของ หรือตอนเย็นๆ มานั่งทำงานรับแสงรับลมได้ อีกด้านจะเป็นบาร์โค้งที่มีฉากเป็นระแนงสีส้ม แทรกด้วยไม้เลื้อย ดูแตกต่างแต่เข้ากันได้ดี มุมนี้ก็จะเป็นที่นั่งสูงได้ฟีลเคาน์เตอร์บาร์ฮะ




สวนกลางแจ้งชั้นดาดฟ้า
ชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งชั้นเลย แต่ก่อนอื่นผมขอแนะนำให้มาช่วงเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็นไปเลย กลางวันอย่าหามาเด็ดขาดครับ เพราะแดดร้อนจัดเลย แต่ถ้าพอตกเป็นตอนเย็นล่ะก็ ที่นี่จะกลายเป็นมุมพักผ่อนที่ได้บรรยากาศชั้นดีเลยครับ ชั้นนี้ก็จะมีมุมพักผ่อนหลายมุมเลยนะ ถ้าเราออกจากลิฟต์มา ฝั่งขวาจะเป็นมุมพักผ่อนที่มีที่นั่งกับโต๊ะเล็กๆ ฉากหลังเป็นพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ สามารถชมวิวเมืองได้ มุมนี้ะจะเป็นมุมที่มองลงไปชั้น 3 เห็น Pocket Garden ฮะ
ฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่สวนแบบยาวๆ มีสนามหญ้าแบบขั้นบันได มานั่งเล่นได้ เขาปลูกต้นไม้ตามแนวระเบียงเอาไว้เพิ่มความร่มรื่นด้วย ตรงกลางจะเป็น Pavilion เขาทำเป็นศาลาโครงเหล็กสีขาว ด้านบนแต่งด้วยต้นไม้แขวน ด้านล่างมีที่นั่ง รับลมรับแดดเต็มครับโซนนี้ มองวิวได้รอบทิศเลย แต่อาจจะต้องรอให้ต้นไม้โตกว่านี้หน่อย น่าจะช่วยเพิ่มร่มเงามากขึ้นได้



สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
นอกเหนือจากพื้นที่ส่วนกลางก็ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่ทำให้การอยู่อาศัยของลูกบ้านง่ายขึ้น
ระบบรักษาความปลอดภัย
ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการจะเริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการเลยครับ ด้านหน้าจะมีป้อมรปภ. ที่มีรปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทางเข้ามีไม้กั้นเอาไว้ สามารถอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติได้ รอบๆ โครงการจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ในแต่ละจุด
และถ้าจะเข้าไปยังโถงลิฟต์ต้องใช้ Face Scan เช่นเดียวกับตัวลิฟต์เลย ใช้เป็นระบบ Face Scan ทั้งหมด ก็ทำให้โครงการมีความปลอดภัยมากขึ้น ถ้าไม่ได้อาศัยอยู่ในโครงการหรือไม่ใช้ลูกบ้านก็อาจจะต้องลงมารับฮะ



Food Drop&Drop Store
ตัว Food Drop จะมีทุกอาคารเลย อยู่ตรงโถงลิฟต์เหมือนกันทั้งหมด ถ้าเป็นไรเดอร์มาส่งของหรืออาหาร จะมีประตูบานเลื่อนเปิดปิดได้ สามารถเลือกวางตามชั้นและช่องต่างๆ ได้เลย ส่วนลูกบ้านก็แค่ลงลิฟต์มาเปิดประตูตรง Food Drop ก็สามารถหยิบของได้ทันที ไม่ต้องออกไปด้านนอก สะดวกทั้งกับไรเดอร์และลูกบ้านฮะ



Self Storage
ที่นี่จะมีห้องเก็บของส่วนตัวอยู่ครับ เป็นห้องเล็กๆ ที่จะมีทุกอาคาร เป็นห้องเก็บของที่จะพ่วงมากับบาง Unit สามารถเก็บของได้จริงนะ เป็นห้องเปล่าๆ โล่งๆ เราสามารถวางชั้นเพิ่มเติมเองได้ ก็จะช่วยให้เราเก็บของได้เยอะขึ้น ไม่ไปเกะกะห้องที่เราอยู่ด้วย


ที่จอดรถ 40% พร้อม EV Chager
สำหรับที่จอดรถของที่นี่ ถือว่าให้มามากกว่ามาตรฐานของคอนโดระดับ 1-2 ทั่วไปพอสมควร ด้วยจำนวนที่จอด 40% ไม่รวมซ้อนคัน นอกจากนี้ยังมีจุดชาร์จรถ EV รวมไปถึงที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ที่จะกระจายอยู่ใกล้กับ Lobby ของแต่ละอาคารครับ



ตู้จดหมายอยู่ในแต่ละชั้น
สำหรับตู้จดหมายของโครงการนี้ จะพิเศษตรงที่จะแยกไปอยู่ในแต่ละชั้นของแต่ละอาคารเลย ก็จะค่อนข้างสะดวกในการรับจดหมาย/เอกสารต่างๆ ครับ


แบบห้องมีตั้งแต่ 1 – 2 Bedroom
แต่ละอาคารจะมีแปลนห้องที่แตกต่างกันไป
ตึก A จะเป็นตึกที่ต่างกับตึก B และ C พอสมควรครับ อย่างที่เล่าไปว่าตึกนี้จะเป็น Single Corridor มีห้องพักแค่ฝั่งเดียว ชั้นนึงเลยมีแค่ 10 ห้องเท่านั้น เป็น 1 Bedroom 34.5-39 ตารางเมตรล้วนๆ ยิ่งชั้นสระว่ายน้ำที่เป็น Pool Access จะมีห้องพักแค่ 7 ห้องเท่านั้น ซึ่งความแตกต่างอีกอย่างคือตึกนี้จะมีเพียงแค่ 7 ชั้นครับ ทำให้ความสูงของเพดานห้องในตึก A จะแตกต่างจากตึกอื่นด้วย โดยห้อง Pool Access จะได้เพดานสูง 2.7 เมตร และชั้นอื่นๆ ของตึก A สูง 2.6 เมตร ส่วนห้องพักตึก B และ C เพดานจะสูง 2.5 เมตรครับ
แล้วก็จากแปลนถ้าเพื่อนๆ ดูใกล้ๆ กับ Lift Lobby จะมีห้องเก็บของหรือ Private Storage ที่ทางศุภาลัยเขาขายเพิ่มให้กับลูกบ้านด้วย เป็นห้องที่ราคาต่อตารางเมตรจะถูกกว่าห้องพักอาศัยปกติฮะ ออกโฉนดเป็นของเราเลย สามารถเก็บของได้จริง แต่อาคาร A จะมีชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น โดยเริ่มจากชั้น 4-7 ส่วนอาคาร B กับ C จะเริ่มที่ชั้น 3-8
จริงๆ แล้วห้องเก็บของนี้ทางศุภาลัยก็จะเริ่มใส่มากับโครงการใหม่ๆ อย่างตัว Supalai Parc เอกมัย – พัฒนาการเองก็มีเหมือนกัน ด้วยความที่เดี๋ยวนี้เป็นยุคของการสั่งทุกสิ่งอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ บางทีที่เก็บของในห้องอาจจะไม่พอ ห้องเก็บของตรงนี้ก็จะช่วยเราได้ แถมยังอยู่ชั้นเดียวกันด้วย เดินไปหยิบไปเก็บได้สะดวกฮะ

อาคาร A
แปลนอาคาร A ถ้าสังเกตจะเห็นว่าไทป์ 1D1, 1D2 และ 1D3 จะมี Layout ห้องที่เหมือนกันทั้งหมดเลย อาจจะสลับกันแค่ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา และขนาดเท่านั้นที่แตกต่างกัน แต่นอกนั้นเหมือนกันฮะ โดยทั้งสามห้องจะมี Living Area ขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า มีโต๊ะกินข้าวอยู่ติดกับทางเข้าประตู มีครัวปิดอยู่ข้างๆ ซึ่งห้องน้ำจะอยู่ในครัวอีกที ห้องนอนจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกนะครับ ซึ่งเป็นบานเลื่อนที่ไม่เห็นตัวห้องนอนของเรานะ จะเห็นเป็น Corner ที่อยู่ติดกับระเบียง ให้อารมณ์เหมือนเป็นห้องอเนกประสงค์ฮะ ต้องเดินเข้ามาหน่อยถึงจะเจอกับห้องนอน ขนาดไม่เล็กเลย มีพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าแบบเต็มผนังฝั่งนึงได้เลย หรือจะแบ่งกับมุมโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนกับในแปลนก็ได้ แล้วตัวห้องนอนเองก็จะได้หน้าต่างบานใหญ่ด้วย
1 Bedroom
35 ตารางเมตร

1 Bedroom
36.5 ตารางเมตร

1 Bedroom
39 ตารางเมตร

ส่วนไทป์ 1P1 กับ 1P2 จะอยู่ที่ชั้น 2 เท่านั้นครับ ตัวที่เป็น Pool Access คือ 1P1 ห้องนี้จะเป็นห้องแบบครัวเปิด ถ้าเปิดประตูเข้าไปจะเป็นครัวด้านหน้า โต๊ะกินข้าวตรงกลาง และด้านในสุดติดกับระเบียงจะเป็นห้องนั่งเล่น ก็จะได้วิวสระว่ายน้ำทั้งจากในห้องและจากระเบียงเลย ส่วนปีกขวาของห้องจะเป็นห้องนอน และห้องน้ำที่เข้าในห้องนอน และด้วยความที่ห้องนอนแปลนนี้ค่อนข้างยาว ดังนั้นก็จะมีมุมสำหรับทำ Walk-in Closet ด้วย เป็นห้องที่มีพื้นที่เก็บของเยอะครับ
แล้วก็ไทป์ 1P1 กับ 1P2 จะต่างกันที่ขนาดของห้อง กับตรงที่ระเบียง 1P1 จะมีบันไดลงไปยังสระว่ายน้ำด้วย ส่วนนี้จะคิดเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนะครับ เขาไม่ได้เอาไปคิดกับขนาดห้องด้วย ในขณะที่ห้อง 1P2 จะมีบันไดลงไปในพื้นที่ของ Pool Bed ที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำเช่นกัน
1 Bedroom
34.5 ตารางเมตร

1 Bedroom
39 ตารางเมตร

อาคาร B และ C
สำหรับอาคาร B และ C ไทป์และ Layout ของห้องจะมีให้เลือกเยอะกว่าครับ ทั้งห้องแบบ 1 Bedroom Plus แล้วก็ 2 Bedroom ด้วย ถ้าเป็น 2 Bedroom ก็จะอยู่มุมอาคารทั้ง 2 ฝั่งเลย ชั้นนึงมีประมาณ 4 ห้อง ส่วนห้อง 1 Bedroom Plus ชั้นนึงจะมีแค่ห้องเดียวครับ ทั้งสองอาคารชั้นนึงจะมีทั้งหมด 30 ยูนิตด้วยกัน ส่วน Storage Room หรือห้องเก็บของชั้นนึงจะมีทั้งหมด 2 ห้องครับ ตำแหน่งก็จะอยู่หลังลิฟต์เหมือนกัน โดยเริ่มจากชั้น 3 – 8
1 Bedroom 25 – 41 ตารางเมตร
ตัว 1 ห้องนอนจะมีให้เลือกหลายไทป์เลยครับ ผมเลือก Layout ที่ไม่ซ้ำกันมาให้เพื่อนๆ ได้ดู ก็จะมี 4 Layout ด้วยกันฮะ อย่างไทป์ 1A1 เป็นไทป์ที่มีค่อนข้างเยอะเลย มีห้องตัวอย่างให้ดูด้วย ห้องนี้เน้นอยู่คนเดียวชิลๆ ครับ เป็นครัวปิด อยู่ด้านหน้าทางเข้า ห้องน้ำเข้าตรงครัว ส่วนโซน Living จะรวมกันทั้งโซนเตียงนอน โซนนั่งเล่น และโซนทำงาน ไม่ต้องทำความสะอาดเยอะ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทุกพื้นที่ในห้องแล้ว
ส่วนไทป์ 1B1 ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาเลยฮะ เป็นไทป์ที่มีห้องตัวอย่างเหมือนกัน ด้วยความที่พื้นที่ใช้สอยเยอะขึ้น เขาเลยแบ่งห้องเป็นสัดเป็นส่วนได้ลงตัว โซน Living คือกว้างมากๆ มีมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว ได้ครัวปิดติดระเบียงด้วย ห้องน้ำจะอยู่ที่โซน Living ส่วนห้องนอนก็กว้างครับ แบ่งมุมแต่งตัวกับมุมเตียงนอนได้


ต่อไปเป็นไทป์ 1C1 ที่ Layout จะแตกต่างจากห้องก่อนหน้าเล็กน้อยครับ เขาโยกเอามุมกินข้าวไปไว้ติดกับทางเข้าแทน แล้วค่อยเป็นมุมนั่งเล่น ได้ครัวปิดติดระเบียงเหมือนเดิม ห้องนอนกว้างขึ้น มีพื้นที่ทำเป็น Walk-in Closet ด้วย ส่วนห้องน้ำก็จะอยู่ในห้องนอนเลย ก็อาจจะเดินลึกนิดนึง
ไทป์ 1E1 เป็นไทป์ที่ Layout ต่างจากห้องอื่นมากครับ เขาทำเป็น Open Plan ให้เราสามารถออกแบบเองได้ว่าจะจัดสรรห้องยังไง อย่างห้องนี้ถ้าเปิดเข้ามาก็จะเจอครัวก่อน เป็นครัวแบบเปิด จากที่ทางโครงการวางมาให้ดูก็จะเป็นมุมกินข้าวแบบ 4 ที่นั่งอยู่ติดกับโซฟาไปเลย เวลากินข้าวไปเราก็สามารถดูทีวีไปพร้อมกันได้ หรือเวลาเพื่อนๆ มาที่ห้อง ก็มีพื้นที่เยอะให้ได้เลือกนั่ง จะนั่งที่โซฟาก็ได้ นั่งที่โต๊ะกินข้าวก็ได้ หรือบางทีอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็มานั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าวก็ได้ ทั้งห้องเป็นเหมือนมุมอเนกประสงค์ของเราเลย ที่เป็นไฮไลต์ของห้องคือเขามีมุมสำหรับ Walk-in Closet โดยเฉพาะด้วยครับ เป็นห้องแยกออกมาเลย พื้นที่ค่อนข้าวยาว อยู่ติดห้องนอนและห้องน้ำ ห้องน้ำจะเข้าออกได้ 2 ทาง ส่วนห้องนอนก็กว้างขวาง มีพื้นที่สำหรับชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงานแบบเหลือๆ เลย


1 Bedroom Plus 40.50 ตารางเมตร
ห้องนี้จะมีไทป์เดียว Layout เดียวให้เลือกครับ แบ่งห้องเป็นสัดส่วนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีห้องอเนกประสงค์ เป็นประตูบานเลื่อนกระจกกั้น เพราะห้องอเนกประสงค์อยู่ติดกับระเบียง แสงจากข้างนอกจะได้ส่องเข้ามาถึงตัว Living Area ได้ ครัวจะอยู่ปีกซ้ายของห้อง สามารถวางชั้นหรือ Built-in ตู้เก็บของเพิ่มเติมเองได้ ห้องน้ำก็จะเข้าจากทางห้องครัว ส่วนห้องนอนขนาดกำลังดี วางเตียง ชั้นวางทีวี ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้

2 Bedroom 45.50 – 53 ตารางเมตร
จริงๆ แล้วไทป์ 2A1 กับ 2A2 ไม่ได้ต่างกันเลยครับ สลับซ้ายขวากับขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่านั้นเอง สองไทป์นี้จะมี 1 ห้องน้ำ อยู่ในโซน Living ได้ครัวเปิดอยู่ติดกับทางเข้า สามารถวางโต๊ะกินข้าวแบบ 4 ที่นั่งได้ ห้องนั่งเล่นอยู่ด้านในสุดติดกับระเบียง ส่วนห้องนอนทั้งสองห้องจะอยู่ฝั่งขวา ห้องนอนเล็กกับห้องนอนใหญ่ขนาดต่างกันเล็กน้อย แต่ด้วยความที่เป็นห้องมุม ก็ทำให้ทั้งสองห้องมีหน้าต่างเป็นของตัวเอง ได้เห็นแสงธรรมชาติและสามารถมองวิวข้างนอกได้
ส่วนไทป์ 2B1 จะเป็นห้องหน้ากว้าง ได้ 2 ห้องน้ำด้วย ห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัว จะมีโถงทางเดินจากห้องนอนเชื่อมเข้าสู่โซน Living ด้วย ก็จะทำให้ห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ ส่วนโซน Living ก็จะเชื่อมต่อกันทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดด้านหน้า มุมกินข้าวตรงกลาง หรือมุมนั่งเล่นที่ติดกับระเบียง



ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 25 ตารางเมตร
ได้ Living Area กว้าง มี Favorite Corner ริมหน้าต่าง ระเบียงขนาดกำลังดี ออกไปใช้งานได้จริง
ไทป์นี้เรียกได้ว่าเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการเลยครับ เป็น 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร ที่ได้ครัวปิดอยู่ด้านหน้าห้องเลย ชุดครัวที่ได้นอกจากตู้เก็บของต่างๆ ก็จะมีที่วางไมโครเวฟ และช่องวางเครื่องซักผ้าด้วย ทั้งยังติดตั้งอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันยี่ห้อ Hafele มาให้แล้ว โซนครัวก็เรียกได้ว่าครบเลยครับ มุมที่วางตู้เย็นก็กว้าง ด้านข้างมีช่องเหลือ สามารถเอารถเข็นเล็กๆ มาไว้อุปกรณ์เครื่องปรุงหรือของใช้ต่างๆ ได้ ตรงข้ามกับโซนครัวก็จะเป็นห้องน้ำ
เดินเข้ามาหน่อยจะเจอกับ Living Area ขนาดใหญ่เลย ฝั่งซ้ายสามารถวางชั้นวางทีวีและตู้เสื้อผ้าได้ ส่วนฝั่งขวาก็วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง เตียงนอน และริมหน้าต่างก็ทำเป็นมุมอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ด้วยความที่เขาให้หน้าต่างบานใหญ่บวกกับมีระเบียงอยู่ติดกับ ทำให้ช่องแสงเยอะ ส่องสว่างทั้งห้องแบบที่ไม่ต้องเปิดไฟในตอนกลางวันยังได้


ครัวปิดติดหน้าห้อง : ชุดครัว Built-in มาให้ วางเครื่องซักผ้าได้

ชุดเคาน์เตอร์ครัวจะได้เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยครับ เป็นชุดครัวมาตรฐานของทางศุภาลัยที่เราจะเห็นได้ในหลายๆ โครงการ ด้านล่างอ่างล้างจานจะเป็นตู้เก็บของโล่งๆ เราสามารถใส่ของใหญ่ๆ ได้ หรือวางชั้นเก็บของเพิ่ม จะทำให้เราจัดระเบียบเครื่องครัวและทำให้วางของได้มากขึ้นด้วย ข้างๆ เป็นช่องที่วางเครื่องซักผ้าได้ ส่วนชั้นด้านบน นอกจากจะวางไมโครเวฟได้แล้ว ก็ยังวางอุปกรณ์ครัวอื่นๆ ได้อีกฮะ
สำหรับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันก็ติดตั้งมาให้แล้ว จากพื้นที่เคาน์เตอร์ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่ชอบทำอาหารและทำอาหารเป็นประจำ พื้นที่เตรียมอาหารอาจจะไม่พอ เราสามารถซื้อโต๊ะพับเล็กๆ มาวางเวลาทำอาหารได้นะครับ เอาไว้วางวัตถุดิบหรือเครื่องปรุง จะทำให้เรามี space มากขึ้น ด้านข้างตู้เย็นก็มีช่องว่างเหลือจะวางรถเข็นขนาดเล็ก หรือโต๊ะพับได้ เวลาที่เราไม่ได้ทำอาหาร ก็เก็บไว้ด้านข้าง ไม่เกะกะแน่นอน
พื้นที่ครัวก็ไม่ได้เล็กเลยครับ ถึงแม้ว่าเราจะทำอาหารอยู่ แต่มีเพื่อนหรือแขกเดินมาเข้าห้องน้ำ ก็ไม่เดินชนกัน มีทางเดินให้สวนไปมาได้ ไทป์นี้จะเป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนกระจกติดแบบสามตอน ตรงเคาน์เตอร์ครัวก็มี Backsplash ติดตั้งมาให้ เวลาทำอาหารแล้วกระเด็นจะได้ทำความสะอาดง่าย
มุมนั่งเล่นกว้างขวาง : วางเฟอร์ฯ ได้เยอะ ห้องไม่อึดอัด

ทางโครงการไม่ได้มีเฟอร์ฯ ลอยตัวให้นะครับ เพราะเขาขายแบบ Fully Fitted ดังนั้น Living Area ก็จะโล่งๆ เลย เราสามารถตกแต่งเพิ่มเติมเองได้ตามใจชอบ อย่างห้องตัวอย่างก็จะวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง มีโต๊ะกาแฟเล็กๆ ด้านหน้า เวลาเดินเข้ามาในห้องโต๊ะกาแฟจะไม่เกะกะนะครับ เพราะระยะระหว่างโซฟากับชั้นวางทีวียาวมาก ข้างๆ โซฟาเป็นเตียงนอนขนาด 5 ฟุตอยู่กลางห้องเลย ริมหน้าต่างเป็นมุมอเนกประสงค์
มุมเตียงนอนกลางห้อง : รอบข้างเตียงมีพื้นที่เยอะ

เตียงเหมือนเป็นจุดใจกลางของห้องครับ ฝั่งซ้ายของเตียงก็จะเป็นมุมอเนกประสงค์ ฝั่งขวาก็เป็นมุมนั่งเล่น ในห้องตัวอย่างก็จะเห็นว่าเราสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ด้วยนะครับ พื้นที่ไม่ได้แคบเลย เดินเข้าเดินออกได้ ปลายเตียงวางตู้เสื้อผ้าได้อีก ถ้ากลัวว่าจะเก็บของไม่พอ ตรงที่เป็นกระจกเราทำเป็นตู้เก็บของเพิ่ม หรือทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ก็จะได้โซนแต่งหน้าที่แสงธรรมชาติเข้าจากทางระเบียง เป็นมุมที่จะแต่งตัวก็เหมาะ จะแต่งหน้าก็ไม่โป๊ะแน่นอน
มุมอเนกประสงค์ : ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ มาพร้อมกระจกบานใหญ่ ชมวิวได้เต็มตา

มุมริมหน้าต่างตรงนี้จริงๆ เราสามารถปรับเปลี่ยนเป็นมุมอื่นๆ ได้ตามต้องการครับ แต่ทางห้องตัวอย่างเขาแต่งเป็นมุมทำงานเป็นไอเดียให้เราเผื่อเอาไปแต่งห้องเองได้ เรียกได้ว่าเป็นมุมทำงานที่วางโต๊ะยาวๆ ได้ทั้งฝั่ง หรือใครจะชอบโต๊ะสั้นกว่านี้ แล้วเพิ่มเป็นชั้นวางของข้างๆ ก็ได้เหมือนกันฮะ โซนนี้จะอยู่ติดหน้าต่างบานใหญ่เลย รับแสงเต็มๆ สามารถมองวิวด้านนอกเวลาทำงานได้ด้วย เป็นจุดพักสายตาที่ดี สาย Work From Home น่าจะชอบมุมนี้
ห้องน้ำ : สุขภัณฑ์ครบ ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ด้วย

ห้องน้ำจะได้เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยครับ สุขภัณฑ์ทั้งหมดของ Hafele อ่างล้างหน้าด้านล่างจะไม่ได้มีตู้เก็บของนะครับ แต่ถ้าอยากได้ที่เก็บของ เราก็วางชั้นหรือตู้มาเพิ่มเองได้ ชักโครกก็ติดตั้งมาพร้อมสายชำระและที่วางกระดาษทิชชู่ ด้านหลังชักโครกกับอ่างล้างหน้าวางของได้ทั้งฝั่ง มีกระจกมาให้ด้วย ข้างๆ กระจกยังว่างนะครับ ถ้าใครไม่อยากวางชั้นที่พื้นก็วางชั้นบนนี้แทนได้ เพิ่มพื้นที่เก็บของแบบแนวตั้ง ห้องอาบน้ำก็จะมีฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อน ด้านในมีชั้นวางของแบบเจาะผนัง ในส่วนของเครื่องทำน้ำอุ่นก็จะติดตั้งมาให้เลย เป็นสีที่เข้ากับฝักบัวและก๊อกน้ำ
ระเบียง : ใช้งานจริงได้ มีความเป็นส่วนตัวพอสมควร
ด้วยความที่เราไม่ต้องเอาเครื่องซักผ้ามาไว้ที่ระเบียงแล้ว บวกกับคอมเพรสเซอร์แอร์ก็อยู่ด้านบน ทำให้เรามีพื้นที่ใช้สอยแบบโล่งๆ เลย สามารถตากผ้าได้ ปลูกต้นไม้ได้ ทำเป็นมุมพักผ่อนก็ได้ ล้างระเบียงก็ง่าย มีก๊อกน้ำกับท่อมาให้พร้อม ตัวระเบียงเขาทำราวด้านข้างให้สูงแบบพื้นจรดฝ้า ช่วยพรางสายตาให้ด้านนอกไม่เห็นห้องเราแบบโจ่งแจ้งจนเกินไป ยังได้ความเป็นส่วนตัวอยู่

ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 33 ตารางเมตร
ได้พื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่และได้ห้องนอนปิด อยู่เป็นคู่ได้สบาย
มาดูห้องตัวอย่างอีกห้องกันครับ ห้องนี้ไม่ใช่แค่ขนาดเพิ่มขึ้นนะครับ Layout ห้องก็เปลี่ยนไป เขาเอา Living Area ใหญ่ๆ มาไว้ด้านหน้า ถ้าเปิดประตูเข้ามาในห้องจะรู้สึกกว้างมาก แบ่งเป็นมุมนั่งเล่นกับมุมกินข้าวได้สบาย แต่ห้องน้ำจะเข้าจากห้องนั่งเล่น ทำให้มุมชั้นวางทีวีเล็กลงหน่อย แต่ได้ครัวปิดอยู่ติดกับระเบียง ขนาดเคาน์เตอร์เหมือนกับห้องก่อนหน้าเป๊ะ ตัวห้องนอนจะมีความเป็นส่วนตัว เพราะเป็นผนังและประตูแบบทึบ ข้อดีเลยคือเวลาแขกมาหาเราที่ห้อง ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในห้องนอนของเราฮะ เพราะห้องครัวห้องน้ำ เข้าจากทาง Living Area ทั้งหมด
Living Area : พื้นที่ใช้สอยเยอะ แต่งห้องได้ตามใจ

จากรูปก็จะเห็นว่า Living Area ค่อนข้างกว้างเลยครับ ด้านหน้าที่ติดกับประตูทำเป็นมุมนั่งเล่นได้ วางโซฟา 2 – 3 ที่นั่งไม่ทำให้ห้องดูแน่น มีโต๊ะกาแฟเล็กๆ ก็ยังเดินผ่านไปมาสะดวก ฝั่งชั้นวางทีวีก็วางจอใหญ่ได้ประมาณนึงครับ ถ้าเน้นมีช่องเก็บของเยอะๆ วางชั้นวางทีวี หรือ Built-in ชั้นวางให้เต็มทั้งผนังไปเลยก็ได้เช่นกัน หรือถ้าคิดว่าเก็บของไม่พอ ข้างๆ ก็มีพื้นที่โล่งพอจะวางชั้น หรือ Built-in ตู้ไปเลย ก็จะได้มุมเก็บของมากขึ้น ทำเป็นมุมโชว์ของสะสมก็เก๋ดีฮะ
มุมกินข้าว : อยู่ใกล้ครัว ไม่ต้องเดินไกล
มุมกินข้าวก็จะอยู่ระหว่างมุมนั่งเล่นกับครัวครับ เราสามารถวางโต๊ะได้หลากหลายแบบเลยนะครับ จะเป็นโต๊ะกลม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วแต่ชอบ หรือถ้าปกติชอบกินข้าวหน้าโซฟา ชอบกินข้าวไปดูทีวีไป จะเปลี่ยนเป็นมุมทำงานก็ได้เหมือนกัน

ครัวปิดติดระเบียง : ระบายอากาศและกลิ่นดี ลม Flow

ชุดครัวก็จะเหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ แต่ถ้าเป็นห้องขนาด 40 ตารางเมตรขึ้นไป จะได้เคาน์เตอร์ครัวที่ยาวขึ้น ข้อดีของครัวที่อยู่ติดระเบียง นอกจากเรื่องของการระบายกลิ่นและควันได้ดีเวลาทำอาหารแล้ว ยังตากผ้าง่ายด้วยครับ เพราะเครื่องซักผ้าอยู่ด้านใน เปิดประตูบานเลื่อนปุ๊บตากผ้าได้ปั๊บ สะดวกดีเหมือนกันฮะ

ห้องนอน : มาพร้อมหน้าต่างบานใหญ่ ได้ความเป็นส่วนตัว

ห้องตัวอย่างทำห้องนอนออกมาได้ค่อนข้างลงตัวเลยครับ เตียงนอนก็จะอยู่ใกล้กับหน้าต่าง แต่รอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ หน้าต่างกระจกใหญ่เกือบเต็มผนัง แสงเข้าเต็มๆ นอนชมวิวจากเตียงได้เลย ข้างเตียงก็วางโต๊ะข้างเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งได้ แบบไม่เล็กด้วยครับ ใครชอบแต่งหน้าแต่งตัววางเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ได้เยอะเลยแหละ
ข้างเตียงก็วางโต๊ะข้างเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งได้ แบบไม่เล็กด้วยครับ ใครชอบแต่งหน้าแต่งตัววางเครื่องสำอางค์หรือสกินแคร์ได้เยอะเลยแหละ ตู้เสื้อผ้าก็จะอยู่ใกล้กับประตู เป็นเหมือนกึ่งๆ มุม Walk-in Closet เลย ปลายเตียงเดินผ่านไปมาได้ จะติดทีวีที่ผนัง หรือทำเป็นชั้นเก็บของ ชั้นโชว์ของต่างๆ ได้อีก
ของอื่นๆ ที่ได้มาด้วย
ห้องแบบ Fully Fitted ของโครงการ นอกจากชุดครัวกับห้องน้ำแล้ว ยังมีแอร์ของ Samsung และ Digital Door Lock ของ Hafele ติดตั้งมาให้ด้วยครับ และทุกห้องโครงการจะติด Wallpaper มาให้เรียบร้อย


สรุป
ทำเลดี ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ห้างอยู่ตรงหน้า ราคาเข้าถึงง่าย
ต้องบอกว่าศุภาลัยเป็นแบรนด์นึงที่พัฒนา Product ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องของราคาได้ดีเสมอๆ ครับ เพราะไม่ใช่ว่า Developer ทุกเจ้าจะเก่งกับการทำโครงการในระดับราคานี้ บางเจ้าเกือบเอาชื่อมาทิ้งก็มี ด้วยความที่ Product กลุ่มนี้เน้นราคาขายที่เป็นมิตรอยู่ในช่วงล้านปลายๆ สองล้านต้นๆ ก็เลยจะมีเรื่องของการคุม cost การคุมต้นทุนต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ บางทีไปตัดสิ่งที่ไม่ควรตัดเพื่อให้ทำราคาได้
ซึ่งสำหรับศุภาลัย ค่อนข้างจะเป็นแบรนด์ที่เก่งกับการทำคอนโดตลาดราคาที่เน้นความคุ้มค่ามากเป็นพิเศษ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่ว่าจะไปทำเลไหน ก็มักจะทำราคาได้ดีโดยที่คุณภาพก็ยังโอเค ซึ่งศุภาลัยก็ค่อนข้างมั่นใจตรงนี้ รอบนี้เลยมีการเพิ่มการรับประกันห้องเป็น 3 ปี และประกันโครงสร้าง 10 ปีอีกด้วยครับ
ถ้าพูดถึงความคุ้มค่า ชื่อของศุภาลัยก็จะติดมาเป็นอันดับต้นๆ ที่คนนึกถึงแน่นอน แต่จุดอ่อนในเมื่อก่อนของศุภาลัยก็ต้องยอมรับว่าคุ้มค่า แต่มันไม่เท่ครับ ส่วนกลางหรือ spec ห้องต่างๆ มันดูเชย มันดูอวดใครไม่ได้ซักเท่าไหร่ ซึ่งในยุคหลัง ทางศุภาลัยก็พยายามปรับ พยายาม Rebrand เราเลยจะเห็นโครงการยุคใหม่ๆ แต่ละที่ของศุภาลัยอัพเกรดเรื่องของงาน Design ขึ้นมาแบบก้าวกระโดดพอสมควร อย่างที่นี่ก็เป็นอีกโครงการนึงที่ดีไซน์ต่างจากยุคก่อนๆ มากกกก
ถ้าเทียบกับเพื่อนบ้านในย่านนี้ ที่จะมีทั้งคอนโดจาก Developer เจ้าเล็ก ที่ทำราคาได้ค่อนข้างดีเลย กับ Developer ระดับ Top Tier ที่ก็มาเปิดโครงการที่นี่เช่นกัน ทีมงานก็มองว่าตัว Supalai Sense ศรีนครินทร์จะเป็นโครงการที่ผสมข้อดีของแต่ละด้านเอาไว้ครับ คือมาในราคาที่ดี แต่อาจจะไม่ได้ถึงกับถูกที่สุดในย่าน แต่ได้พื้นที่ส่วนกลาง ได้แบรนด์ ได้เรื่องความน่าเชื่อถือ ในเรื่องความสวยความเท่ ตัวนี้ก็ทำได้ดี แต่อาจจะไม่ได้ชนะเพื่อนบ้านบางเจ้าในย่านนี้ (ในมุมมองของทีมงาน) แต่ก็กลับไปที่เรื่องของราคา ที่ทำออกมาต่างกัน
เลยคิดว่าที่นี่เป็นเหมือนกับการผสมเอาข้อดีแต่ละอย่างที่คนที่มองหาคอนโดในย่านนี้น่าจะต้องการมาเขย่าๆ หาจุดกึ่งกลางทั้งในเรื่อง ทำเล ส่วนกลาง ขนาดห้อง spec ต่างๆ ทำออกมาเป็นโครงการ Supalai Sense ตัวนี้ ในราคาที่ยังน่ารักคุ้มค่าในแบบศุภาลัยเช่นเคยครับ


ซึ่งในแง่ของตัวโครงการ ที่นี่ก็ให้ส่วนกลางมาครบครับ ไม่ว่าจะเป็นห้อง Lobby ที่มีโซนเพดานสูง, สระว่ายน้ำ Infinity Edge ยาว 36 เมตร, ห้องฟิตเนส, ห้อง Co-Working Space พื้นที่สวนทั้งบริเวณชั้น 3 และดาดฟ้าตึก A แต่ละส่วนก็จะมีการแทรกดีเทลการออกแบบ ทำออกมาดูน่าใช้งานครับ โดยตีมของโครงการคือจะเน้นให้ที่นี่เป็นเหมือนที่พักผ่อนให้ทุกวันเป็นวันหยุด ซึ่งถือว่าส่วนกลางที่ทำเสร็จจริงแล้วออกมาก็ดูดีใช้ได้เลย สำหรับคอนโดระดับราคาอยู่ช่วง 6 หมื่นบาท/ตารางเมตร และมีขนาดโครงการไม่ใหญ่มากครับ
ความพิเศษของโครงการ Supalai Sense ศรีนครินทร์อีกอย่างคือตึก A จะมีความพรีเมี่ยมกว่าอีก 2 ตึกที่เหลือครับ ในตึกจะเป็นตึกที่มีส่วนกลาง ได้ห้องแบบ Single Corridor ไม่มีห้องตรงข้าม ทั้งชั้นมีแค่ 7-10 ยูนิต แล้วมีแค่ 7 ชั้น ทั้งตึกมีแค่ 57 ห้อง ห้องเพดานสูงขึ้นมาเป็น 2.6 เมตรและ 2.7 เมตร แถมแปลนห้องจะได้หน้ากว้างกว่าปกติ เริ่มต้นที่ 34.5 ตารางเมตร และมีห้องที่เป็นห้องพิเศษสุดๆ 7 ห้องที่เป็น Pool Access ที่ชั้น 2
ตึก A เลยจะเหมาะกับคนที่มองหาคอนโดที่อัพสเปกขึ้นไปอีก Step นึงโดยที่ราคาก็ยังอยู่ในช่วง 2 ล้านกลางๆ ไม่เกิน 3 ล้านอยู่ครับ แม้จะเป็นห้องใหญ่ที่สุดในตึกอย่างห้อง 39 ตารางเมตร
ส่วนตึก B และ C ก็จะเป็นตึกที่ทำราคาออกมาได้น่ารักขึ้น ส่วนใหญ่มาในห้องแปลนหน้าลึก เริ่มต้น 25 – 53 ตารางเมตร มีห้องใหญ่สุดเป็น 2 Bedroom ที่ตำแหน่งจะเป็นบริเวณมุมของแต่ละอาคาร เฉลี่ยรวมทั้งโครงการก็ประมาณ 63,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งตัวห้องเองก็จะขายแบบ Fully Fitted ได้ในส่วนของชุดครัวที่มีทั้งอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันมาให้ ห้องน้ำเองก็เป็นแบบสำเร็จรูปที่มีของติดตั้งมาให้ครบ มีเครื่องทำน้ำอุ่นและฉากกั้นอาบน้ำด้วย นอกจากนี้ก็จะมีแอร์และ Digital Door Lock ด้วยครับ พื้นที่ส่วนอื่นๆ ในห้องเราสามารถตกแต่งเพิ่มเติมให้เป็นในแบบของตัวเองได้เลย

แล้วที่นี่เหมาะกับใคร?? ด้วยทำเลและระดับราคาคอนโดนนี้ก็จะเน้นกลุ่มคนทำงาน ที่อาจจะทั้งจบใหม่และกลุ่มคนที่มองหาคอนโดซักห้องในราคาที่ไม่สูงเกินไปครับ แน่นอนว่าที่นี่อาจจะไม่ได้ถึงกับอยู่ติดรถไฟฟ้าเลย มีระยะห่างออกมา 700 เมตร ซึ่งก็ถือว่าอาจจะเกินระยะเดินทั่วไป แต่ก็แน่นอนครับว่าถ้าใกล้รถไฟฟ้าหรือไปอยู่ติดถนนศรีนครินทร์ ราคาก็คงไม่ใช่แบบที่เห็นแน่ๆ ดังนั้นที่นี่ในเรื่องของที่ตั้งเลยจะเป็นความเขยิบมานิดนึง แต่ได้ราคาที่ซื้ออยู่ได้จริงสำหรับคนทำงานย่านนี้นั่นเองครับ (ซึ่งเรียกวินไปก็ 10 บาท หรือใช้งาน Shuttle Service เพื่อไปกลับสถานีจากโครงการได้ครับ)
โดยการใช้งานรถไฟฟ้าจะอิงกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่เป็นรถไฟฟ้าสายรอง เน้นเชื่อมต่อย่านรอบนอกของกรุงเทพ โดยการเข้าเมืองจะต้องเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักอย่าง BTS, MRT อีกทีนึง ตัวทำเลโครงการคอนโดย่านนี้เลยจะเน้นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในย่านละแวกนี้เป็นหลักครับ ทั้งบนถนนศรีนครินทร์, อุดมสุข, บางนา, เฉลิมพระเกียรติ ร.9 และอ่อนนุช ซึ่งเป็นย่านนี่มีออฟฟิศและธุรกิจขนาดเล็กกระจายตัวอยู่เยอะ และสามารถใช้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เพื่อไปย่านอื่นๆ ได้เช่นสำโรง, บางกะปิ, ลาดพร้าว, รัชดา สำหรับใครที่อาจจะทำงานอยู่ในละแวกใกล้เคียง
ซึ่งข้อดีของที่ตั้งโครงการนี้ ที่เป็นจุดขายเลยคืออยู่ในซอยที่ตรงข้ามกับซีคอนสแควร์ ที่นี่ก็จะมีทั้งคนทำงานในห้าง และเป็นแหล่ง Shopping แหล่งกินเที่ยว แหล่งพบปะ เป็นจุดศูนย์กลางของย่าน ทำให้เป็นย่านที่ค่อนข้างคึกคักทั้งวันธรรมดาและวันหยุดครับ
ดังนั้นในเรื่องของทำเลถ้าเทียบกับในโซนต่างๆ ของศรีนครินทร์เองที่นี่ก็เป็นโซนนึงที่มีค่อนข้างครบครัน มีห้างใหญ่ มีสวน มีทางเลือกการเดินทางสะดวก เป็นทำเลที่เน้นสำหรับคนทำงานในย่านนี้หรือละแวกใกล้ๆ ได้ทั้งอยู่เองหรือถ้าปล่อยเช่ากลุ่มคนที่มาเช่าก็ค่อนข้างมีภาพชัดเจนว่าจะเป็นใคร โดยที่ต้นทุนราคาห้องก็ยังไม่สูงเกินไปพอให้ทำราคาเช่าที่โอเคได้ แต่ถ้าใครทำงานในเมืองกรุงเทพชั้นในแล้วมองหาคอนโดราคาเบาๆ ที่นี่อาจจะยังไม่ได้ทำมาเน้นตอบโจทย์นั้นครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดในย่านศรีนครินทร์ Supalai Sense ศรีนครินทร์ ก็เป็นอีกโครงการนึงที่น่าสนใจ ทั้งราคา ทำเล และรูปแบบตัวโครงการ โดยตอนนี้โครงการก็เพิ่งสร้างเสร็จไปหมาดๆ และจะมี Event เปิดตึกครั้งแรกในวันที่ 28-29 มีนาคมนี้ที่โครงการ
พิเศษโปรลับเฉพาะในงานนี้ ฟรี! Fully Furnished Package ทั้งห้อง ในราคาเริ่มต้น 1.52 ล้านบาท








































