รีวิวเจาะลึก

รีวิวโครงการ “ศุภาลัย City Resort จรัญฯ 91” คอนโด Low-Rise ใกล้ MRT บางอ้อ ราคาเริ่มต้น 1.48 ล้านบาท

ช่วงปีนี้ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่เป็นโอกาสดีสำหรับใครที่เริ่มจะขยับขยายหาที่พักเป็นของตัวเอง เพราะในปีนี้คอนโดหลายๆ เจ้ากลับมาเน้นโครงการคอนโดกลุ่มที่ราคาไม่สูงมาก อยู่ในระดับที่คนวัยทำงานสามารถจับต้องได้ วันนี้เราเลยจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับอีกหนึ่งโครงการ ที่เรียกได้ว่าราคาสมเหตุสมผล ซื้ออยู่ได้จริง แถมเป็นทำเลที่ไม่ได้อยู่ไกลทุ่งสุดทางเลยไปถึงบางใหญ่ แต่เค้าอยู่ในย่านฝั่งธนอย่างจรัญสนิทวงศ์นี่เอง เดินเพียง 190 เมตรจากรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางอ้อ (ใกล้ๆ โรงพยาบาลยันฮี) กับโครงการ

ศุภาลัย City Resort จรัญสนิทวงศ์ 91

พูดถึงชื่อศุภาลัย เรื่องราคาต้องบอกว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของทางศุภาลัยอยู่แล้วครับ กับการที่สามารถทำราคาออกมาได้สมเหตุสมผล และมักจะราคาถูกกว่าโครงการคู่แข่งในย่านเดียวกันเสมอ แต่ก็ยังคงคุณภาพการก่อสร้างและมาตรฐานไว้ โครงการศุภาลัย City Resort จรัญสนิทวงศ์ 91 ก็เป็นอีกโครงการนึงที่ทำราคาออกมาได้ดีครับ อย่างที่นี่บอกก่อนเลยว่าราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาท/ตร.ม. หรือเริ่ม 1.39 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 27 ตร.ม. (แต่ถ้าเฉลี่ยทั้งโครงการก็จะอยู่ประมาณ 60,000 บาท/ตร.ม)

ซึ่งเมื่อบวกกับทำเลที่เดินจากรถไฟฟ้าสถานีบางอ้อแค่ประมาณ 190 เมตรด้วย ก็ถือว่าทำเลของที่นี่ก็ค่อนข้างดีเกินราคาไปพอสมควร แต่ที่นี่จะมีดีแค่ถูกกับใกล้รถไฟฟ้าหรือเปล่า หรือจะมีอะไรที่น่าสนใจอีก เราลองมาทำความรู้จักกับโครงการนี้กันครับ




โครงการตั้งอยู่ตรงไหน

“อยู่ซอยตรงข้ามโรงพยาบาลยันฮี”

ที่ตั้งของโครงการนี้ ก็ตามชื่อโครงการเลยครับ คือจะอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 91 โดยเดินเข้ามาจากปากซอยนิดเดียว “ประมาณ 100 เมตร”

ซอยจรัญสนิทวงศ์ 91 จะอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ฝั่งที่มุ่งหน้าไปทางสะพานพระราม 7 อยู่ไม่ห่างจากสะพานพระราม 7 มากครับ ซึ่งบริเวณนี้จะมีจุดขึ้นลงทางด่วน “ศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ” ที่สามารถวิ่งไปเชื่อมทางด่วนศรีรัชบริเวณแถวบางซื่อได้ และบริเวณปากซอยห่างออกไปประมาณ 100 เมตร จะเป็นรถไฟฟ้า MRT สถานีบางอ้อ

บรรยากาศในซอยนี้จะเป็นย่านอยู่อาศัยเดิมอยู่แล้วครับ มีบ้านคน รวมถึงมีอพาร์ทเมนท์ตั้งอยู่ด้วย ผู้คนที่อาศัยในอพาร์ทเมนต์ซอยนี้บางส่วนก็จะเป็นบุคลากรที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลยันฮีครับ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับซอยนี้เลย ความกว้างของซอยก็พอประมาณรถสวนกันได้ 2 เลน เป็นซอยตันที่รถวิ่งอาจจะไม่ได้พลุกพล่านมาก แต่ก็มีคนอยู่กันคึกคักพอสมควรไม่เปลี่ยวครับ

การใช้ชีวิตบริเวณรอบๆ โครงการ

ก่อนถึงโครงการมีร้านอาหารตามสั่ง ร้านน้ำปั่นที่อยู่ใกล้ๆ เอาไว้ฝากท้องได้ถ้าไม่อยากเดินไปไกล ด้านปากซอย แถวนี้ก็จะมีร้านค้าต่างๆ อยู่แล้ว โดยมีแฟมิลี่มาร์ทอยู่ที่ปากซอยเลย รวมถึงมีไปรษณีย์บางอ้อ, ร้านขายยา, ธนาคารกรุงศรี, ร้านขายของชำ และถ้าเดินไปอีกนิดทางด้านสถานีรถไฟฟ้าบางอ้อ ก็จะเจอเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่เชิงบันไดทางขึ้นสถานีด้วยครับ

ฝั่งตรงข้ามซอยจรัญสนิทวงศ์ 91 จะเป็นโรงพยาบาลยันฮี ทำให้ฝั่งนี้ของกินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ครับ มีตลาดอยู่ด้านข้างของโรงพยาบาลด้วยและมีสะพานลอยข้ามถนนอยู่ตรงหน้าปากซอย สามารถเดินข้ามได้เลย ถัดไปอีกหน่อยจะมี Meeting Mall ซึ่งเป็น Community Mall เล็กๆ ที่กำลังเตรียมจะ Renovate เร็วๆ นี้ครับ


ทางเลือกการเดินทาง

1.รถไฟฟ้า

“190 เมตร จาก MRT สถานีบางอ้อ”

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของที่นี่เลยครับ กับการที่โครงการห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่มากครับ ซึ่งสายรถไฟฟ้าที่โครงการนี้อยู่จะเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เพิ่งสร้างเสร็จล่าสุดในปีนี้ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว

สำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้จักรถไฟฟ้าสายนี้ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เดิมจะเป็นสายที่อยู่ใต้ดินในช่วงหัวลำโพง-รัชดา-บางซื่อ แต่ในภายหลังได้มีการสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มในด้านหัวและด้านท้าย โดยเพิ่มช่วงหัวลำโพง-หลักสอง และ บางซื่อ-ท่าพระ ทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปัจจุบัน จะวิ่งในลักษณะเป็นสายวงกลมรอบเมือง โดยเริ่มจากสถานีท่าพระไปทางจรัญ ไปวนรอบเมืองแล้ววกกลับมาผ่านท่าพระอีกที และวิ่งตรงต่อไปสุดที่เดอะมอลล์บางแคครับ

ข้อดีของสายสีน้ำเงินคือจากการที่ลักษณะการวิ่งเป็นวงกลมคือรถไฟฟ้าสายนี้จะตัดผ่านจุดต่างๆ ในกทม. และผ่านรถไฟฟ้าสายสำคัญสายอื่นๆ เยอะมาก เป็นเหมือนตัวเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายต่างๆ ดังนั้นสายนี้จึงเดินทางไปที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก

ตัวสถานีที่ใกล้กับโครงการจะเป็นสถานีบางอ้อ ซึ่งเป็นสถานีแรกเลยที่รถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำมาฝั่งธน ซึ่งหลังจากที่รถไฟฟ้าเปิดบริการทำให้ฝั่งธนในด้านนี้สามารถเข้าเมืองได้สะดวกขึ้น เพราะนั่งรถไม่กี่สถานีก็สามารถถึงบางซื่อ/จตุจักร/ห้าแยกลาดพร้าวแล้วครับ

ระยะทางคร่าวๆ จากสถานีบางอ้อ (ประมาณเวลาการเดินทาง สถานีละ 2-3 นาที)

  1. สถานีเตาปูน (เชื่อมต่อ MRT สายสีม่วง) : 2 สถานี
  2. สถานีบางซื่อ (เป็นที่ตั้งของสถานีกลางบางซื่อ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง) : 3 สถานี
  3. สถานีสวนจตุจักร (เชื่อมต่อ BTS สายสุขุมวิท) : 5 สถานี
  4. สถานีลาดพร้าว (เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง) : 7 สถานี
  5. สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ (เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม) : 11 สถานี
  6. สถานีสุขุมวิท (เชื่อมต่อ BTS สายสุขุมวิท) : 14 สถานี
  7. สถานีท่าพระ (Interchange เปลี่ยนรถไปทางหลักสอง/หัวลำโพง) : 7 สถานี
  8. สถานีสีลม (เชื่อมต่อ BTS สายสุขุมวิท) : 14 สถานี

จะเห็นว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายต่างๆ เยอะทีเดียว และในต้นปี 2564 นี้ ก็จะมีสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นศูนย์รวมการขนส่งทางรางแห่งใหม่ ที่รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง, รถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน, รถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟทางไกล ซึ่งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินก็เชื่อมต่ออยู่ใต้สถานีกลางบางซื่อเลย โดยสถานีกลางบางซื่อแห่งใหม่นี้จะอยู่ถัดออกไปจากโครงการศุภาลัย จรัญฯ 91 แค่ 3 สถานีเองครับ

รู้จักกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกันพอประมาณแล้ว เราลองมาดูระยะเดินจากรถไฟฟ้ากันครับ ทางขึ้นลงที่ใกล้ที่สุดจะเป็นทางออก 3 ซึ่งด้านนี้จะมีบันไดเลื่อนสำหรับขึ้นสถานีด้วย เดินมาอีกนิดจะเจอกับคลองสะพานยาว โดยสามารถเลือกทางเดินไปโครงการได้ 2 เส้นทาง ถ้าหากเดินทางเลียบคลอง ทางนี้จะมีระยะเดินจากรถไฟฟ้าไปโครงการประมาณ 190 เมตร แต่ถ้าเข้าทางซอยจรัญฯ 91 ปกติ ทางนี้จะมีระยะเดินประมาณ 240 เมตรครับผม


2. รถเมล์

สำหรับถนนจรัญสวิทวงศ์เป็นถนนเก่าแก่อีกเส้นนึงครับ ดังนั้นถนนเส้นนี้จะมีสายรถเมล์ต่างๆ วิ่งอยู่แล้ว สามารถเลือกการเดินทางด้วยรถเมล์ได้หลายสาย เช่นไป กฟผ., ไปลงเรือใต้สะพานพระราม 7, วิทยาลัยเทคโนโลยีพระรามหก, ไปสนามหลวง/ท่าพระจันทร์, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า หรือไปทางวงศ์สว่างก็ได้เช่นกัน

สายรถเมล์ที่ผ่าน เช่นสาย 18, 95, 170, 175, 203 ครับ


3. วินมอเตอร์ไซค์

สำหรับวินมอเตอรไซค์ จะอยู่ที่บริเวณหน้าปากซอยจรัญฯ 91 เลยครับ ทีมงานลองสำรวจราคาคร่าวๆ จะประมาณนี้ครับผม

เข้าซอย10 บาท
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต30 บาท
ท่าเรือพระราม 730 บาท
โลตัสบางพลัด40 บาท
ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ50 บาท
โรงเรียนโยธินบูรณะ50 บาท
บิ๊กซีวงศ์สว่าง60 บาท

4. รถยนต์

ใครที่ใช้รถ ที่นี่ก็เดินทางได้สะดวกพอสมควร เพราะจากถนนจรัญสนิทวงศ์ สามารถเลือกเข้าเมืองได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นขับข้ามสะพานพระราม 7 ไปทางรัชวิภา, เข้าเมืองโซนบางซื่อ/สามเสนทางถนนกรุงเทพนนท์ หรือจะไปข้ามแม่น้ำผ่านทางสะพานซังฮี้, สะพานพระราม 8 หรือสะพานปิ่นเกล้าก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้บริเวณสะพานพระราม 7 ยังมีจุดขึ้นลงของทางด่วน “ศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ” สามารถขึ้นทางด่วนนี้เพื่อไปเชื่อมต่อทางด่วนอื่นๆ ในเมืองได้ครับ

ลองเลื่อนแถบด้านล่างเพื่อสลับระหว่างภาพจุดขึ้นลงทางด่วน กับแผนที่บริเวณใกล้เคียงโครงการได้ครับ

และในอนาคต บริเวณรัฐสภาใหม่ยังมีแผนที่จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแห่งใหม่ หรือที่มีชื่อเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “สะพานเกียกกาย” ซึ่งจะข้ามแม่น้ำมาฝั่งธนบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ ไม่ไกลจากตัวโครงการเลย เพิ่มความสะดวกในการเดินทางยิ่งขึ้น


5. เรือ

เรือก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางของผู้ที่อาศัยในแถบนี้ด้วยเช่นกันครับ เนื่องจากตัวโครงการเองก็ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่มาก สามารถใช้เรือเพื่อไปนนทบุรี, โรงพยาบาลศิริราช, โซนเมืองเก่าอย่าง สนามหลวง/ท่าพระจันทร์, ท่าสี่พระยา (เชื่อมต่อเรือข้ามไป iconsiam), หรือไปถึงสาทรได้ครับ โดยท่าเรือที่น่าจะสะดวกที่สุดคือท่าสะพานพระราม 7 ที่อยู่ใต้สะพานพระราม 7 ฝั่งบางกรวย (ฝั่งธน) นั่นเองครับ


สถานที่ใกล้เคียง

โรงพยาบาลยันฮี
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
สัปปายะสภาสถาน (รัฐสภาใหม่)
ปูนซิเมนต์ไทย (SCG)
เกตเวย์บางซื่อ
โลตัสบางพลัด

รูปแบบโครงการ

ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ :Supalai City Resort จรัญสนิทวงศ์ 91
ที่ตั้งโครงการ :190 เมตรจากรถไฟฟ้า MRT สถานีบางอ้อ (Google Maps)
พื้นที่โครงการ :ประมาณ 11 ไร่ 3 งาน 20.4 ตารางวา
รูปแบบโครงการ :อาคาร Low Rise 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร
จำนวนห้องพัก :1,036 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต
ราคา :เฉลี่ยทั้งโครงการ ประมาณ 60,000 บาท/ตร.ม.
ที่จอดรถ :แบบช่องจอดปกติ ทั้งหมด 50% (ไม่รวมซ้อนคัน)
สิ่งอำนวยความสะดวก :– Lobby
– สระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool ระบบเกลือ และสระเด็ก
– ฟิตเนส
– Co-living space & lobby hall
– Library & meeting Room
– สนามเด็กเล่น
– สวนพักผ่อนในโครงการ
– กล้องวงจรปิด และ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
– ระบบสแกนหน้า
แบบห้อง :1 ห้องนอน 27-35 ตร.ม. ราคา 1.39-2.34 ล้านบาท
1 ห้องนอน พลัส 37-45.5 ตร.ม. ราคา 2.08-2.83 ล้านบาท
2 ห้องนอน 46.5-57 ตร.ม. ราคา 2.27-3.72 ล้านบาท

รูปแบบโครงการของที่นี่จะเป็นอาคาร Low Rise 8 ชั้นครับ ที่ดินมีขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควรถึง 11 ไร่ ยูนิตภายในโครงการก็จัดออกมาถือว่าไม่ได้แน่นมาก อยู่ที่ 1,036 ยูนิต โดยจัดผังโครงการ ให้ตึกล้อมรอบแล้วเว้นที่ตรงกลางไว้เป็นส่วนของฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ทำให้ห้องที่อยู่วิวด้านในมี space ระหว่างตึกด้วยกันเองพอสมควร

การออกแบบของที่นี่ทั้งภายนอกและภายในจะนำเสนอออกมาในแบบที่เอากลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนฝั่งธนดั้งเดิมเข้ามาผสมผสาน โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการทำเกษตรกรรมและเครื่องจักสาน

ถึงจะเป็นคอนโดระดับ Affordable แต่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ก็มีมาให้ค่อนข้างครบครับ เริ่มจากบริเวณทางเข้าโครงการ จุดนี้จะมีพื้นที่ร้านค้าตั้งอยู่ โดยทางโครงการก็ได้ดีลกับเซเว่นอีเลฟเว่นมาเปิดที่ในโครงการนี้เลย

ถัดมาจะเป็นสะพานข้ามคลอง ซึ่งเราสามารถใช้ทางเลียบคลองเดินไปออกถนนจรัญสนิทวงศ์ได้เช่นกัน ระยะทางเดินจะสั้นกว่าเล็กน้อย ก่อนจะถึงป้อมยาม จุดนี้จะมีสแกนบัตรสำหรับรถยนต์ที่ผ่านเข้าออกครับ

เข้ามาจะพบกับลานจอดรถที่อยู่รอบโครงการและบริเวณชั้น 1 ของแต่ละอาคาร ที่โครงการนี้มีที่จอดรถประมาณ 50 เปอเซนต์ ไม่รวมจอดซ้อนคัน จุดเล็กๆ ที่โครงการทำไว้ให้ด้วยคือที่บริเวณที่จอดรถที่ใกล้กับโถงลิฟต์ของแต่ละอาคาร จะมีจุดจอดรถสำหรับผู้พิการให้ด้วย โดยช่องจะกว้างเป็นพิเศษ

อาคารที่อยู่ตรงส่วนกลางของลานจอดรถ ที่อาคารนี้จะเป็นอาคาร 2 ชั้นที่มีแต่ส่วนกลางโดยเฉพาะ โดยที่ชั้น 1 จะเป็นห้องนิติ และ Lobby กลางที่ให้ทุกอาคารมาใช้สำหรับรับแขกรวมกันที่นี่ ส่วนบริเวณชั้น 2 จะเป็นส่วนของฟิตเนสและสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ infinity edge pool ครับ

พื้นที่ระหว่างอาคาร 1 และ อาคาร 2 ตรงนี้จะมีพื้นที่สีเขียวอยู่ด้วย ทางโครงการจัดพื้นที่ตรงนี้เป็นสวนพร้อมกับสนามเด็กเล่น

ที่ด้านหลังของโครงการจะเป็นจุดที่จัดออกมาเป็นสวนหย่อมอีกหนึ่งแห่งครับ ขนาดกว้างพอประมาณ โดยบริเวณที่ติดกับสวนจะมีห้อง Library สำหรับมานั่งทำงาน/อ่านหนังสือได้


รูปแบบห้องของโครงการศุภาลัย City Resort จรัญฯ 91

1 Bedroom : 27-35 ตร.ม.

ห้องของที่นี่ ส่วนใหญ่จะจัดออกมาเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่ 27 ถึง 35 ตารางเมตรครับ ถือว่าเป็นห้องเริ่มต้นที่ขนาดไม่ได้แคบเลย และด้วยราคาต่อตารางเมตรของที่นี่ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างถูก ทำให้ราคาเริ่มต้นของห้อง 27 ตารางเมตร จะอยู่ที่ประมาณ 1.4 – 1.5 ล้านบาทเท่านั้นเองครับ ซึ่งห้องไซส์ 27 ตารางเมตร จะเป็นห้องที่ทำออกมาในแนวห้อง Studio มีบานกระจกเลื่อนกั้นระหว่างห้องนอนกับโซนนั่งเล่น ส่วนห้องไซส์ 35 ตารางเมตร จะจัดออกมาเป็น 1 Bedroom แบบมีประตูปิด เพิ่มความเป็นส่วนตัวขึ้น


1 Bedroom Plus : 37 – 45.5 ตร.ม.

การออกแบบผังห้องของที่นี่จะเน้นให้ห้องกว้างครับ เลยจะไม่ได้ซอยห้องถี่ๆ อย่างในบางโครงการ ถ้าพื้นที่ 30 ตารางเมตรต้นๆ อาจจะจัดออกมาเป็น 1 Bedroom Plus ที่มีห้องเล็กมาอีกห้องนึงแล้ว แต่สำหรับโครงการนี้ ห้อง 1 Bedroom Plus ก็มีเหมือนกันครับ แต่จะเริ่มต้นที่ 37 ตารางเมตร ขึ้นไป จนไปถึง 45 ตารางเมตร โดยรูปแบบห้อง 1 Bedroom Plus ของที่นี่ ห้องนอนเล็กจะมีประตูทึบให้ทั้งหมด ไม่ได้เป็นแค่กั้นบานกระจกสไลด์ และมีหน้าต่างที่ห้องนอนเล็ก ซึ่งถ้าว่ากันตามตรง ห้อง 1 Bedroom Plus ของที่นี่ก็เหมือนเป็นห้อง 2 Bedroom แล้วครับ เพียงแต่ห้องนอนเล็กอาจจะวางเตียงได้แค่นอนคนเดียวไซส์ 3.5 ฟุต

ความน่าสนใจอีกอย่างของห้อง 1 Bedroom Plus ที่นี่ คือทางโครงการจัดห้อง 1 Bedroom Plus เกือบทั้งหมดไปอยู่ติดกับบันไดหนีไฟครับ ทำให้ส่วนใหญ่เป็นห้องที่กำแพงห้องไม่ติดกับใคร ได้ความเป็นส่วนตัว และเป็นห้องมุมซึ่งทำให้ได้หน้าต่างเพิ่มเข้ามาเพิ่มความโปร่งให้กับห้อง ส่วนของห้องน้ำมีการจัดผังให้ยื่นออกไปจากตัวห้องปกติ ทำให้ได้พื้นที่ใช้งานในส่วนครัวเพิ่มขึ้นด้วย


2 Bedroom : 46.5 – 57 ตร.ม.

ใครที่อยู่หลายคนหรือต้องการพื้นที่ที่มากขึ้น โครงการก็มีห้องแบบ 2 ห้องนอนมาให้เลือกด้วยเช่นเดียวกันครับ โดยมีขนาดเริ่มต้นที่ 46.5 ตารางเมตร สังเกตว่าขนาดเริ่มต้นของห้อง 2 Bedroom จะไม่ได้หนีจากห้องใหญ่สุดของ 1 Bedroom Plus แต่จะต่างกันเล็กน้อยตรงที่ห้อง 2 Bedroom ห้องนอนเล็กจะมีขนาดที่กว้างกว่าเล็กน้อย พอที่จะใส่เตียงขนาด 5 ฟุตลงไปพร้อมกับมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าในห้องแบบไม่อึดอัดได้ครับ ส่วนห้องไซส์ 57 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดใหญ่สุดของโครงการนี้ ก็จะเพิ่มห้องน้ำเข้ามาอีกห้อง เป็นมี 2 ห้องน้ำ สามารถใช้งานได้พร้อมกันในตอนเช้าที่รีบๆ ไม่ต้องรอกันครับ
สำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอน จะถูกวางตำแหน่งไว้เป็นห้องมุมเช่นเดียวกันครับ


ห้องตัวอย่างของโครงการ

ได้เห็นผังห้องคร่าวๆ กันไปแล้ว เราลองมาดูห้องตัวอย่างของที่นี่กันครับ ปัจจุบัน Sale Gallery เปิดให้เข้าชมได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย ตั้งอยู่บนพื้นที่ของโครงการเลยในซอยจรัญสนิทวงศ์ 91 เข้ามา 100 เมตรอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งใน Sale Gallery ได้จัดห้องตัวอย่าง 2 type ให้ชม ได้แก่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 27 ตารางเมตร และห้องแบบ 1 Bedroom ที่มีขนาด 35 ตารางเมตร

1 Bedroom 27 ตร.ม.

เรามาดูห้องตัวอย่างห้องแรกที่เป็นห้องไซส์เล็กสุดของที่นี่กันก่อนครับ ห้องนี้ผังห้องจะออกมาในแนวห้อง Studio เข้ามาจะเจอกับครัวก่อน และมีห้องน้ำอยู่ทางด้านขวามือ

ห้องของที่นี่จะให้ชุดครัวมาด้วยเลยครับ แต่ชุดครัวจะไม่ได้มีเตากับที่ดูดควันมาให้นะครับ สำหรับใครที่ชอบทำอาหารอาจจะต้องติดเพิ่มกันเอง แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ทำอาหารบ่อยอาจจะซื้อแค่ไมโครเวฟมาก็ได้ครับ

ห้องน้ำของที่นี่ สุขภัณฑ์ที่ให้จะเป็นของ Cotto ทั้งหมด มีการแบ่งโซนสำหรับส่วนเปียกและส่วนแห้งพร้อมทำธรณีให้ สามารถซื้อฉากกั้นมาติดเพิ่มได้ครับ
แต่สิ่งที่แถมมากับห้องน้ำคือจะมีพัดลมสำหรับดูดระบายอากาศ พร้อมกับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เลย

ถัดมาเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น อย่างที่บอกว่าทางศุภาลัยจะเน้นห้องที่ดูกว้าง ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่นที่นี่จึงค่อนข้างกว้างพอสมควรครับ เพดานห้องจะสูง 2.5 เมตร ห้องจริงจะเป็นเพดานฉาบเรียบทั้งหมด ไม่ได้มีเล่นระดับหรือซ่อนไฟหลืบแบบในห้องตัวอย่างนะครับ

ชุดเฟอร์ที่เห็นในห้องตัวอย่างจะไม่เหมือนกับของที่โครงการให้มานะครับ แต่แต่งให้ดูเป็นไอเดีย ส่วนห้องจริงทางโครงการก็มีแพคเกจเฟอร์นิเจอร์ทั้งห้องแถมให้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้จะมีรายการตามในรูปนี้ครับ (ซึ่งก็ถือว่าให้เฟอร์ครบเลยล่ะครับ)

ระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นจะมีบานกระจกสไลด์กั้น เพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับเผื่อใครอยู่สองคน คนนึงดูทีวี คนนึงจะนอน เสียงจะได้ไม่กวนกัน และที่นี่ติดแอร์มาให้ 2 เครื่องครับ สามารถเลือกเปิดแค่บางห้อง ไม่ต้องเปิดทั้งหมด ช่วยประหยัดค่าไฟลงไปได้

ที่ห้องนอนจะมีพื้นที่พอสมควร สามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแต่งหน้าได้ที่ปลายเตียง

ที่บริเวณริมหน้าต่าง ตรงนี้จะมีพื้นที่อีกเล็กน้อย สามารถวางเป็นโต๊ะทำงาน หรือโซฟาได้ครับ พร้อมรับวิวด้านนอก โดยตัวหน้าต่างที่ห้องให้มามีขนาดกว้างพอสมควรเลยและเป็นกระจกตัดแสงลดความร้อนพร้อมกรอบหน้าต่างแบบ UPVC ลดเสียงรบกวน

ถัดมาจะเป็นส่วนของระเบียง จะมีขนาดไม่กว้างมาก เน้นใช้งานเป็นหลัก โดยจะวางคอยล์ร้อนของเครื่องปรับอากาศแขวนไว้ด้านบนพร้อมครีบปัดลมร้อนออกไปนอกระเบียงให้ ที่ระเบียงจะมีการวางปลั๊กไฟและหัวก๊อกเผื่อสำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ให้แล้วครับ


1 Bedroom 35 ตร.ม.

ถัดมาจะเป็นห้อง 1 Bedroom เช่นกัน แต่จะมีขนาดที่กว้างขึ้น และห้องเป็นสัดเป็นส่วนขึ้นครับ โดยเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อน แล้วย้ายเอาครัวไปติดกับทางระเบียงแทน

ห้องตัวอย่างห้องนี้จะแต่งออกมาในโทนเข้มๆ ขรึมๆ หน่อย ห้องนั่งเล่นของห้อง Type นี้ก็จะกว้างกว่าห้องที่แล้วเล็กน้อยครับ โดยห้องนั่งเล่นจะรวมเอาโซนรับประทานอาหารเข้ามาอยู่ด้วย อย่างห้องนี้เค้าจัดให้โต๊ะรับประทานอาหารเป็นกึ่งๆ เคาน์เตอร์อยู่กลางห้องเลย ก็ดูเท่ไปอีกแบบครับ ส่วนห้องน้ำจะถูกจัดให้อยู่ด้านหลังของชั้นทีวี ของที่ได้ในห้องน้ำจะเหมือนกับห้องก่อนหน้าเลยครับ

ห้องครัวของ Type นี้จะทำอาหารได้จริงจังมากขึ้น เพราะเป็นครัวปิด อยู่ติดระเบียง ระบายกลิ่นง่าย และโครงการทำประตูกระจกบานสไลด์ระหว่างห้องครัว/ห้องนั่งเล่นมาให้ครับ เพื่อกันกลิ่นเข้ามารบกวนภายในห้อง แต่พอเป็นประตูกระจกก็ทำให้แสงที่มาจากระเบียง ยังสามารถส่องเข้ามาถึงภายในห้องได้อยู่ครับ

ถัดมาจากครัวก็จะเป็นส่วนของระเบียง ขนาดพอกันกับห้องก่อนหน้า มีการติดครีบเป่าความร้อนแอร์ไปข้างนอก และเดินก๊อกน้ำ+ปลั๊กไฟมาให้เช่นเดียวกัน

มาถึงห้องนอน ห้อง Type นี้จะเป็นผนังทึบพร้อมมีประตูแบบปกติมาให้ พื้นที่ห้องนอนค่อนข้างใหญ่อีกเช่นกัน เปิดเข้ามาจะเจอกับโซนที่สำหรับแต่งตัวก่อน กึ่งๆ จะเป็น Walk-in Closet ครับ

ถัดมาเป็นส่วนของเตียง ห้องกว้างพอจะวางเตียง 6 ฟุตได้สบายครับ แล้วยังมีที่เหลือพอวางโต๊ะทำงาน/โต๊ะแต่งหน้าไว้ด้านข้างได้อีก ที่ปลายเตียงสามารถติดทีวีแขวนผนังหรือวางชั้นทีวีเล็กๆ ได้ หน้าต่างที่ให้มาในห้องนอนก็มีขนาดใหญ่พอสมควรครับ

รายการของในห้องที่มากับโครงการ

  • ชุดครัว
  • เฟอร์นิเจอร์ทั้งห้อง
  • พัดลมระบายอากาศในห้องน้ำ
  • เครื่องทำน้ำอุ่น
  • แอร์ 2 เครื่อง (สำหรับห้อง 1 ห้องนอน)
  • วอลเปเปอร์รอบห้อง
  • บานสไลด์กระจกกั้นห้อง (แล้วแต่ Type ห้อง)

สรุปจุดเด่นโครงการ

ถ้าพูดถึงจุดเด่นของโครงการนี้ น่าจะเป็นเรื่องของการที่สามารถ Balance ระหว่างทำเลติดรถไฟฟ้า ในราคาเริ่มต้นล้านกว่า กับ spec และรูปแบบของโครงการที่ดูลงตัวในราคานี้ครับ เริ่มกันที่อย่างแรกทำเลก่อน

ทำเล

ที่ตั้งของโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า 190-240 เมตร เดินได้สบาย ใกล้กับสถานี MRT บางอ้อ ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงแม้ว่าจะอยู่ฝั่งธนและเป็นส่วนต่อขยาย แต่รถไฟฟ้าสายนี้ก็เป็นสายหลักที่วิ่งตรงเข้าสู่บางซื่อ,จตุจักร ,รัชดา, สีลม ได้โดยตรง ใช้เวลาเข้าเมืองไม่นาน เป็นสถานีแรกหลังจากรถไฟฟ้าวิ่งข้ามแม่น้ำมาในฝั่งธน ดังนั้นใครที่ทำงานในเมือง แต่ยังรู้สึกว่าโครงการในเมืองราคาสูงไป ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ขยับออกมาแค่ข้ามแม่น้ำนิดเดียวครับ

แถมที่ตั้งโครงการก็อยู่ในย่านจรัญฯ ที่มีความเจริญดั้งเดิมอยู่แล้ว อาจจะไม่ได้ถึงกับอยู่ติดห้าง แต่ตรงข้ามซอยก็มีโรงพยาบาลยันฮี ซึ่งทำให้มีของกิน และร้านค้าใกล้บริเวณโรงพยาบาลหลากหลายเจ้า นอกจากนี้ยังใกล้ กฟผ., ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือด้วยครับ โครงการนี้จึงค่อนข้างตอบโจทย์การอยู่อาศัยสำหรับใครที่ทำงานอยู่แถวๆ นี้พอสมควร ส่วนทางเลือกในการเดินทางอื่นๆ ของที่นี่ก็ค่อนข้างที่จะหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ เรือ หรือทางด่วน


ความคุ้มค่า

ถ้าพูดถึงคอนโดราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1.4 ล้าน แล้วห่างจากรถไฟฟ้าแค่ 200 เมตร ต้องบอกว่าปัจจุบันมีน้อยมากๆ ครับ แล้วยิ่งเป็นรถไฟฟ้าสายหลัก ในสถานีที่ไม่ได้ออกไปไกล อันนี้ยิ่งหายาก ซึ่งราคาที่โครงการทำออกมาค่อนข้างน่าสนใจสำหรับใครที่อยากจะขยับขยายเริ่มต้นมีห้องเป็นของตัวเองซักที กับราคาเฉลี่ยที่อยู่ประมาณ 50,000 – 60,000 บาทต่อตารางเมตร การผ่อนดาวน์ของที่นี่ก็ไม่ได้สูงมากครับ เงินดาวน์อยู่ที่ประมาณ 15% แบ่งเป็น 24 งวด ตกงวดละประมาณ 5 พันบาทสำหรับห้อง 1 Bedroom ผ่อนดาวน์เสร็จโครงการก็น่าจะเรียบร้อยพอดีในช่วงปลายปี 2565 ครับ

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมให้ ถ้าหากเลือกไม่รับ สามารถนำมาเป็นส่วนลดเพิ่มจากเดิมได้อีก 90,000 – 130,000 บาทครับ


ส่วนกลางและ spec ห้องไม่แย่เลยนะ

ต้องเข้าใจกันก่อนว่าคอนโดนี้อยู่ในระดับ Affordable ที่ราคาเน้นความคุ้มค่า ทำออกมาให้ราคาไม่สูงมาก เป็นเจ้าของได้ง่าย แต่พอกลับมามองสิ่งที่โครงการให้ ก็ถือว่าจัดมาดีพอสมควรเลยครับ เริ่มจากตัวโครงการถึงจะมีขนาดใหญ่ก็จริง มีที่ดิน 11 ไร่ แต่ก็ยังจัด unit มาประมาณ 1,100 ห้อง ซึ่งไม่ได้แออัดมาก แถมมี space ด้านในระหว่างตึกอีกพอสมควรเลย

ส่วนกลางของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน หรือห้อง Library และห้อง Lobby ก็มีมาให้ครบ ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นห้อง Lobby รวมที่ตึกกลาง ไม่ใช่แยกกันแต่ละอาคาร ด้านที่จอดรถก็ให้มา 50% ยังไม่รวมซ้อนคัน ซึ่งอันนี้ค่อนข้างให้เยอะกว่ามาตรฐานของคอนโดระดับนี้ไปพอตัวครับ มีที่จอดผู้พิการและที่จอดจักรยานให้ด้วย

ในส่วนของตัวห้องพัก อาจจะขาดบางอย่างไปบ้าง เช่นเตา/เครื่องดูดควัน ฉากกั้นอาบน้ำ แต่เป็นสิ่งที่ทีมงานคิดว่าเรายังสามารถติดตั้งเองพอได้ครับ ของที่ทางโครงการให้มาเช่น สุขภัณฑ์ Cotto, แอร์ 2 ตัว, ชุดครัว, ไฟเพดานดาวน์ไลท์ LED แบบฝัง, บานกระจกสไลด์กั้นห้อง ซึ่งเป็นของชิ้นใหญ่ที่เราติดตั้งหรือเปลี่ยนเองลำบาก ชิ้นพวกนี้ที่โครงการให้มาก็ถือว่าให้ของสมราคาครับ แล้วยังมีวอลเปเปอร์กับชุดเฟอร์นิเจอร์ทั้งห้องแถมให้ด้วยอีก

โดยรวมสำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดราคาไม่สูง ซึ่งอาจจะเป็นคนที่คุ้นเคยในย่านนี้อยู่แล้ว แล้วอยากขยับขยาย หรือใครที่กำลังมองหาคอนโดติดรถไฟฟ้าระยะเดินไม่ไกล ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่อยากจะให้ลองมาชมกันครับ ตอนนี้ Sale Gallery เปิดให้เข้าชมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถลองแวะเข้าไปชมกันได้ครับ


ดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียน

สำหรับใครที่สนใจโครงการ สามารถเข้าไปชมห้องตัวอย่างได้ที่สำนักงานขาย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จริงของโครงการ (ในซอยจรัญ 91) ได้เลยครับ โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดโครงการได้ที่ลิงค์ด้านล่าง หรือจะโทรศัพท์สอบถามที่เบอร์ 1720 ก็ได้เช่นกันครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก : ศุภาลัย

Related posts
รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : "ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง" คอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีส้มสถานี กกท. เข้าออกได้สองทาง ส่วนกลางจัดเต็ม

รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : ATMOZ KANAAL RANGSIT คอนโดริมน้ำ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง ส่วนกลางแน่นๆ กว่า 40 รายการ เริ่ม 1.49 ล้าน

รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : “ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ” ติดห้าง ติดรถไฟฟ้า ราคาว้าว

รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : “ศุภาลัย เวอเรนด้า สุขุมวิท 117” คอนโดติดรถไฟฟ้า ต่อเดียวถึงสยาม ห้องใหญ่ ในราคาซื้อได้จริง ราคาเดียว 1.75 ล้าน