fbpx
พรีวิวโครงการ

มินิรีวิว “Life ลาดพร้าว” คอนโด High-Rise ติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว ที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

ช่วงนี้หลายๆ คนอยู่บ้านกัน ไม่ได้ออกไปไหน ถึงแม้จะมีคอนโดเปิดใหม่ ให้จองผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แต่มันก็ไม่ได้เห็นของจริง ตึกจริง วิวจริง ห้องจริงอยู่ดีถูกไหมครับ ซึ่งการได้ไปสัมผัสด้วยตาตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ถึงอย่างนั้นด้วยเหตุการณ์แบบนี้จะทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ดังนั้นทีม LivingPop ขออาสาพาไปดูคอนโดแทนเพื่อนๆ เองครับ ซึ่งวันนี้คอนโดที่เราจะพาไปดูคือ “Life ลาดพร้าว” เป็นคอนโด High Rise อยู่ติดกับ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าวเลย เพิ่งสร้างเสร็จกันไปหมาดๆ พร้อมโอน พร้อมรับห้องแล้ว จะมีความน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันครับ


บอกก่อนว่าโครงการ “Life ลาดพร้าว” ของทาง AP Thailand เราไปดูในช่วงที่ COVID-19 กำลังแพร่กระจายเชื้อและยอดผู้ป่วยพุ่งสูงอยู่พอดี ตอนแรกจะมีการจัดงานแถลงข่าวตามปกติ แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ทำให้ต้องแถลงผ่าน Facebook Live แทน ซึ่งทางทีมเองพอดู Live จบ ก็ได้เดินทางไปยังโครงการเลย ซึ่งการเดินทางง่ายแสนง่าย นั่ง BTS ไปเลยชิวๆ ลงสถานีห้าแยกลาดพร้าว เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงโครงการแล้ว ไม่ต้องมองหาให้เสียเวลา เพราะอาคารก็โดดเด่นอยู่ข้างๆ สถานีนี่เอง เหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นประจำมากครับ

จุดเด่นของโครงการ

ทำเล

ทำเลต้องยกให้เป็นจุดเด่นอันดับ 1 จริงๆ ครับ เพราะตัวโครงการอยู่ใกล้กับ BTS มากๆ แถม Central ลาดพร้าวยังอยู่ฝั่งตรงข้าม เราสามารถเดินขึ้นบันไดเลื่อน เพื่อเชื่อมไปยัง Central ได้เลย หรือถ้าอยากซื้อของเข้าห้อง ข้างๆ โครงการเองก็มี Tesco Lotus ด้วย หรืออยากไปชอปปิ้งเสื้อผ้าที่ Union Mall ก็เดินไปได้ ไม่ไกล เดินไปเชื่อม MRT พหลโยธินได้อีก คืออยู่ตรงนี้ได้ทั้ง BTS และ MRT ไปเลย แล้วถ้าอนาคตสถานีกลางบางซื่อเสร็จ เป็น Hub ในการเดินทางอีก เรียกได้ว่าครบครับเรื่องการเดินทางมากๆ

หรือถ้าชอบพื้นที่สีเขียวเยอะๆ อยากไปเดินเล่นในสวน ไปวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ ก็มีสวนจตุจักร วิ่งเสร็จไปชอปปิ้งต่อได้อีก หรือถ้าเบื่อจะเที่ยวแถวนี้แล้ว นั่ง BTS ไป 2 สถานีก็มี Major Cineplex รัชโยธิน ไปเปลี่ยนบรรยากาศกันได้ ใกล้ๆ โครงการมีสถานศึกษาอย่างโรงเรียนหอวัง และ St. John’s University ด้วย ส่วนโรงพยาบาลจะมีโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธินครับ หรือถ้าเป็นสายคาเฟ่ ชอบไปถ่ายรูปที่ร้านกาแฟ จะนั่ง BTS ไปอารีย์ก็ได้นะครับ ไม่กี่สถานีเอง

ถ้าเพื่อนๆ ไปไม่ถูก หรือไม่แน่ใจเส้นทาง สามารถดูผ่าน Google Maps ได้นะครับ ง่ายและชัดเจนดี เผื่อจะปักหมุดจากบ้านมายังโครงการ จะได้ศึกษาเส้นทางก่อนได้


ส่วนกลางและ Facilities จัดหนักเอาเรื่อง

สำหรับส่วนกลางและ Facilities ต่างๆ ตึก A และ B จะแยกส่วนกันนะครับ ใครอยู่ตึกไหนก็ใช้ตึกนั้น ที่ดินของโครงการเป็นตอนลึก ทำให้ทางเดินค่อนข้างทอดยาวเข้าไปกว่าจะถึงตัวอาคาร แต่ก็มีต้นไม้ ใบหญ้า และธรรมชาติที่ทำให้สายตาของเราได้ชื่นชมระหว่างทางที่เดินเข้าไป

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ Lobby ของอาคาร A หรืออาคาร B ก็สามารถมองเห็น Landscape สวยๆ ได้ นอกจากจะมีต้นไม้และใหญ้าแล้ว ยังมีน้ำพุให้ดูเก๋ๆ ด้วย ที่น่าสนใจคือ แต่ละจุดของที่นั่งจะมี Sound Dome ด้วย ถ้ามองในรูปจะเห็นเป็นที่ครอบคล้ายกับหลอดไฟ แต่จริงๆ แล้วเป็นลำโพง เราสามารถเอามือถือมาเชื่อมบลูทูธเพื่อฟังเพลงได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปรบกวนคนอื่นนะครับ เพราะเจ้า Sound Dome จะปล่อยเสียงในพื้นที่โซนของเราเท่านั้น ถ้าใครมานั่งรอที่ Lobby บอกเลยว่าชิว ฟังเพลงไปชมวิวไป อะไรมันจะสบายขนาดนี้ แถมยังมี USB Charger Station ให้เรามานั่งทำงาน และชาร์จแบตไปพร้อมๆ กันได้ หรือถ้าอยากหาห้องประชุม คิดงานกับเพื่อน ที่โครงการก็มีห้องประชุม Intelligent Co-thinking Space สามารถใช้งานทุกอย่างในห้องได้ ไม่ว่าจะเป็นทีวี ไฟ เสียง ม่าน ควบคุมอุณหภูมิแอร์เองได้ด้วย

ขอบอกว่าชอบทางเชื่อมระหว่างอาคาร A และอาคาร B มากๆ ครับ ตอนที่เห็นทางเดินครั้งแรกคือร้อง WOW เลย ปังไม่ไหว มันดูมินิมอลมากๆ แต่ก็ดูทันสมัย คือมองแล้วไม่เบื่อ เป็นมุมถ่ายรูปที่รู้เลยว่าเป็น Life ลาดพร้าวแน่นอน สองข้างทางจะเป็นน้ำ ประหนึ่งว่าเราเดินอยู่บน Runway ที่มีน้ำประกบอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง ด้านข้างมีบาร์กับที่นั่งเล่นด้วยนะครับ เหมือนที่นี่พยายามจะใช้ทุกตารางเมตรให้พักผ่อนหย่อนใจได้ เราจะนั่งมุมไหนในโครงการก็ได้ แถมมันยังสวยและเข้ากันมากๆ แต่จะบอกว่าถ้าใครอยู่ตึก B ก็จะเดินไป BTS ไกลหน่อย เพราะทางเดินยาวมาก เหมือนเดินแบบ สับเท้าตั้งแต่หน้าประตูอาคาร B ไปจนถึงบันไดเลื่อน BTS เลย

Facilities และพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดที่เราพาไปดูจะอยู่ตึก B นะครับ ส่วนนี้จะเป็นฟิตเนส หรือที่ทางโครงการเรียกว่า Panoramic Health Club ซึ่งเป็นส่วนกลางเดียวที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครจะจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาสอนก็มีห้องแยกด้วยนะครับ สามารถใช้ห้องได้เลย หรือถ้าใครจะเล่นเครื่องออกกำลังกายที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ก็มีเพียบ แถมยังได้มองวิวเมืองแบบไม่มีตึกมาบังด้วย

มาดู Sky Social Club กันบ้าง ที่นี่เป็นเหมือนส่วนกลางที่ให้เราได้มานั่งเล่นชมวิวชิวๆ ไป หรือจะมานั่งทำงานก็ได้เหมือนกัน มีมุมสำหรับใครต้องการความสงบ นั่งใช้ความคิดกับตัวเอง หรือจะหามุมถ่ายรูปก็มี ดูเหงาๆ เทาๆ ดีครับ คิดว่าถ้าเป็นแสงตอนเย็นน่าจะดูโดดเดี่ยวกว่านี้อีก

นอกจากจะมีที่นั่งให้เลือกมากมายแล้ว ถ้าเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้น 2 จะเจอกับห้องปาร์ตี้ส่วนตัว ที่เราสามารถจองเพื่อใช้งานแบบไพรเวทได้ด้วยนะ แล้วแต่เลยว่าเราจะทำอะไร ดูหนัง ฟังเพลง นั่งเม้าส์ นั่งประชุม แล้วแต่จะเลือกเลยครับ

มาถึงไฮไลต์ของโครงการกันบ้าง กับสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ชอบความคงคอนเซปต์ของที่นี่ ด้านล่างทางเดินก็มีซุ้มเหล็ก พอมาข้างบนก็มีเหมือนกัน เป็นเหมือน Signature ของโครงการนี้เลย แถมสระว่ายน้ำ ยังเปิดโล่ง ให้เราได้เห็นวิวเมืองแบบเต็มๆ ตา คิดว่าตอนเย็นๆ กับตอนกลางคืนวิวและแสงสีน่าจะสวยมากๆ ครับ

ถ้าใครไม่อยากว่ายน้ำ แต่อยากนั่งรับลมชมวิว เพลิดเพลินทางสายตาและจิตใจ ก็มีโซนให้นั่งเล่น มาพร้อมซุ้มเหล็กขนาดใหญ่ (สวยอีกแล้ว) เอาจริง ถ่ายรูปได้ทุกมุม สวยแน่นอนคอนเฟิร์มครับ

ถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัว เดินเลยสระว่ายน้ำมาหน่อย จะเจอกับที่นั่งเล่น มีน้ำตกส่วนตัวด้วยนะ แถมที่นั่งยังเป็นเหมือนชิงช้า เอาไว้โยกเล่นได้ด้วยครับ หรือถ้าชอบชมวิวก็มีจุดชมวิวให้โดยเฉพาะเลยนะเออ ใครกลัวความสูงไม่แนะนำนะ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการคือ การมี Club House ไม่ใช่ว่าโครงการไหนจะมีก็ได้นะครับ น้อยโครงการมากๆ ที่เป็นคอนโดแล้วมี Club House ของที่นี่จะอยู่ด้านหลังอาคาร B มีสนามบาสแบบครึ่งสนาม หรือจะเดินไปเล่นในอาคาร Club House ก็มีเกมให้เพื่อนๆ ได้เล่นด้วย จะนั่งชิวมองวิวข้างนอกก็ได้นะครับ เป็นอีกลานกิจกรรมที่น่าสนใจ แถมใช้ได้จริงด้วย ใครอยู่แบบครอบครัว พาลูกมาวิ่งเล่นได้เลยครับ พื้นที่กว้างขวางมากๆ

นี่เดินชมพื้นที่ส่วนกลางเล่นๆ แต่ดันชอบจริงๆ แล้วครับ อย่างที่พาชมไปทั้งหมด ก็มี Facilities ให้เลือกใช้งานเยอะจริงๆ รองรับทุกกิจกรรมของทุก Generation แถมยังมี Landscape และวิวที่สวยงามด้วย ถ้าใครกลัวความสูง แล้วไม่ชอบใช้พื้นที่ส่วนกลางชั้นบน ก็ลงมาใช้ชั้นล่างได้เลย มีฟังก์ชันเยอะเหมือนกันครับ


ข้อมูลโครงการ

เนื้อที่โครงการ7 ไร่ 71.4 ตารางวา
รูปแบบโครงการHigh Rise 2 อาคาร 45 และ 46 ชั้น
DeveloperAP Thailand
จำนวนห้องพัก– อาคาร A 707 ยูนิต
– อาคาร B 909 ยูนิต
ลิฟต์– อาคาร A ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว เซอร์วิส 1 ตัว
– อาคาร B ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว เซอร์วิส 1 ตัว
แบบห้อง– Studio ขนาด 26-29 ตารางเมตร
– 1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตร
– 2 Bedroom ขนาด 48.5-75 ตารางเมตร
ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท

ห้องตัวอย่าง

1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตร

ห้องนี้เป็นห้องแรกที่ได้เข้าไปดู ค่อนข้างชอบแปลนห้องนะครับ เพราะจัดสัดส่วนมาลงตัวมากๆ ปกติถ้าซอยห้องแบบนี้ แล้วได้ครัวปิด ครัวจะเล็กมากๆ เดินสวนกันคือติดไปหมด จะทำอาหารเข้าไปคนเดียวก็เกินพอ แต่สำหรับห้องนี้ ครัวกว้างกว่าที่คิดไว้เยอะเลย เดินสวนกันยังไงก็ไม่ติด แถมห้องน้ำยังอยู่ตรงห้องครัวอีก เหมือนจะทำให้ห้องดูแคบ แต่เปล่าเลย ส่วนห้องนั่งเล่นก็เป็นตอนลึกยาวเข้าไป ทางโครงการวางโต๊ะทานอาหารเป็นไอเดียไว้ให้ด้วย ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นมุมนั่งทำงานชิวๆ ได้นะครับ ตอบโจทย์ช่วงนี้เลยที่คนทำงานอยู่บ้านมากขึ้น

ครัวไม่ได้แค่กว้างอย่างเดียวนะครับ เคาน์เตอร์ก็ให้มาเยอะอยู่ แถมวางเครื่องซักผ้าได้อีก ไม่ต้องไปเกะกะระเบียง ถ้าใครชอบทำอาหารน่าจะชอบห้องนี้ เพราะมีพื้นที่ให้วางของ วางเครื่องปรุงเยอะ แถมเป็นครัวปิด กลิ่นก็จะไม่เข้าไปรบกวนส่วนอื่นๆ ในห้อง ส่วนห้องน้ำ จะเข้าทางห้องครัว ทั้งโครงการจะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต ดังนั้นสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทุกห้องจะหน้าตาเหมือนกันหมดครับ

ห้องนอนก็มีพื้นที่กว้างขวาง มีห้องอเนกประสงค์อยู่ด้านข้าง ซึ่งสามารถออกไปที่ระเบียงได้ ทางห้องตัวอย่างจะทำเป็นห้องแต่งตัว แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ต้องการพื้นที่ตู้เสื้อผ้าเยอะ จะทำเป็นห้องทำงานก็ได้ ที่นี่จะขายแบบ Fully Fitted นะครับ คือได้แอร์ ห้องครัว และห้องน้ำเหมือนในห้องตัวอย่าง ส่วนความสูงของฝ้าอยู่ที่ 2.5 เมตร


2 Bedroom ขนาด 75 ตารางเมตร

ต่อไปเป็น 2 ห้องนอน ถ้าอยากได้ห้องที่อารมณ์เหมือนเข้ามาในบ้าน ที่นี่ก็ค่อนข้างให้ความรู้สึกนั้น แปลนห้องอาจจะค่อนข้างแปลกนิดนึงนะครับ แต่ถ้าชอบแบบเปิดประตูเข้ามาแล้วไม่ได้เจอห้องนั่งเล่น น่าจะถูกใจ เพราะเดินเข้ามาก็จะเจอห้องครัวทางด้านซ้ายมือ เป็นครัวแบบปิด ซึ่งอยู่ห่างจากโซนอื่นๆ เลย ไม่ต้องกลัวเวลาทำอาหารกลิ่นจะเข้าไปในห้องนอนครับ เพราะอยู่ไกลกันมากจริงๆ แถมมีโซนทานอาหารอยู่ติดกับห้องนั่งเล่นด้วย มุมนี้ก็เปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานได้เหมือนกันนะครับ Work From Home อ่ะเนอะ จะนั่งตรงไหนของห้องก็ได้

ครัวจะเป็นรูปตัว L มีพื้นที่ทำอาหารเหลือเฟือ จะเข้ามาพร้อมกันสองคนก็ไม่อึดอัดนะ แถมวางเครื่องซักผ้าได้ด้วยครับ

โซนนั่งเล่นเป็นเหมือนศูนย์กลางของบ้าน ที่ให้เราได้มารวมตัวกัน กว้างขวางทีเดียว วางโซฟาและทีวีขนาดใหญ่ได้เลยครับ มีระเบียงอยู่ติดกับห้องนั่งเล่นด้วย เป็นระเบียงยาว ให้เรามองวิวได้ตลอดทั้งวัน แต่ตอนกลางวันอาจจะต้องปิดม่านหน่อยนะครับ ไม่งั้นร้อนเกิน

ระหว่างโซนนั่งเล่นกับโซนทานอาหารจะมีทางเดินไปยังห้องน้ำและห้องนอน ขนาดของห้องนอนไม่ได้แตกต่างกันมาก แทบจะมีพื้นที่เท่าๆ กันเลยครับ เพียงแต่แปลนห้องจะต่างกันเล็กน้อย ซึ่งห้องนอนทั้ง 2 ห้อง กว้างพอที่จะใส่ทั้งเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานเข้าไปได้แบบไม่อึดอัด อยากจะใส่เฟอร์นิเจอร์เพิ่มอีกยังได้เลย

ห้องนอนปีกซ้ายจะมีตู้เสื้อผ้าอยู่ด้านหลัง คือเราเปิดประตูไปจะเจอตู้เสื้อผ้าก่อน ถึงจะเดินมาที่เตียงครับ โดยตู้เสื้อผ้าก็จะติดกับห้องน้ำ เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปเหมือนเดิม จะเข้าออกได้ 2 ทาง เผื่อเรามีแขกมา จะได้ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนของเรา แต่ห้องนอนอีกห้องจะมีห้องน้ำในตัว เปิดได้ด้านเดียวคือจากในห้องนอน ไม่ต้องแชร์กับใคร ถ้าเป็นพี่น้อง หรือแชร์กับเพื่อนอยู่ อาจจะมีตีกันเรื่องห้องนอนได้นะครับ


เป็นไงบ้างครับ อาสาพาไปดูคอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ อย่าง Life ลาดพร้าวถูกใจเพื่อนๆ หรือเปล่า อย่างที่บอกไปว่าทำเลของที่นี่โดดเด่นมากจริงๆ ใกล้ BTS ใกล้ห้างสรรพสินค้า แถมในโครงการยังมีพื้นที่ส่วนกลางและ Facilities ที่ออกแบบมาแบบปังๆ เอาใจคนรุ่นใหม่วัยทำงานมากๆ ด้วยความที่ดูมินิมอลและเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปเก๋ๆ คือแค่เดินเข้าออกโครงการก็แวะถ่ายรูปสวยๆ ได้แล้ว ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจนะครับ สำหรับใครที่มองหาคอนโดในทำเลลาดพร้าวแล้วใกล้กับ BTS ถ้าได้เห็นรูปที่เราชักภาพมาฝากแล้วสนใจ อยากจะดูโครงการจริงก็เข้าไปได้นะครับ ที่นี่เขามีมาตรการป้องกันพอสมควรเลย พนักงานทุกคนใส่หน้ากากอนามัย มีเจลล้างมือบริการตามจุดต่างๆ แถมยังมีการนัดหมายไม่ให้ลูกค้ามาเจอกันเยอะๆ ด้วย จะเน้นพาทัวร์ชมแบบส่วนตัวมากกว่า เพื่อความปลอดภัยครับ


Related posts
พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “Aspire สุขุมวิท - พระราม 4” คอนโดติดถนนใหญ่พระราม 4 ใกล้ BTS พระโขนง มีห้องแบบ Vertiplex เพดานสูง 4.4 เมตร เริ่ม 2.19 ล้านบาท

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “The Line พหลโยธิน พาร์ค” คอนโดสวน 8 ไร่ใกล้ BTS ห้าแยกลาดพร้าว กับราคาว้าวอยู่น้าา

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน)” คอนโด Freehold ผืนสุดท้ายในซอนต้นสน ใกล้สวนลุมพินี

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ "Niche Mono พระราม 9" แค่ล้านปลายๆ ก็ได้อยู่พระราม 9