fbpx
รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก Grande Pleno แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์ : บ้านแฝดโครงการใหม่ ฟังก์ชันบ้านเดี่ยว ในราคาจับต้องได้ ใกล้แจ้งวัฒนะ

ถ้าพูดถึงโซนที่มีความคึกคักสำหรับย่านกรุงเทพตอนเหนือ ย่าน “แจ้งวัฒนะ” ก็คงจะเป็นอีกย่านที่หลายคนจะนึกถึง ด้วยความเป็นเหมือนเมืองในตัวเอง เชื่อมต่อกรุงเทพและนนทบุรี มีแหล่งงานใหญ่ๆ เยอะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ทำให้ย่านแจ้งวัฒนะก็เป็นทำเลที่มีโครงการบ้านต่างๆ มาเปิด ซึ่งก็ต้องบอกว่าด้วยการพัฒนาต่างๆ ทั้งห้าง รถไฟฟ้า รวมถึงแหล่งงาน ทำให้ย่านแจ้งวัฒนะเดิมราคาค่อนข้างจะไปไกลแล้ว อย่างสองข้างทางเราก็จะเห็นว่าเป็นทำเลของคอนโดไปแล้ว

แต่การมาของถนน “ชัยพฤกษ์” และ “สะพานพระราม 4” ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ถนนแจ้งวัฒนะเหมือนได้ถูกขยายต่อออกไป เปิดทำเลใหม่ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงมาก ยังมีพื้นที่ว่างรอบข้างพอที่จะพัฒนาโครงการบ้านได้ไม่ยาก แต่ไม่ไกลจากแจ้งวัฒนะเดิม แค่ข้ามสะพาน

วันนี้เราเลยจะพามาดูโครงการบ้านแฝด ที่ราคายังหยิบจับได้ง่าย ซึ่งถ้าพูดถึงบ้านแฝด หลายๆ คนอาจจะนึกถึงบ้านที่ติดกันทั้งหลัง คล้ายๆ ทาวน์โฮมหน้าแคบๆ แต่ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้บ้านแฝดเค้าพัฒนาไปกว่าเดิมเยอะแล้วครับ เพราะที่นี่จะเป็นบ้านแฝดหน้ากว้าง พื้นที่ตัวบ้านแทบไม่ติดบ้านข้างๆ ชั้น 2 แยกกันอิสระ มีที่ดินรอบบ้าน ทำให้ฟังก์ชันออกมาคล้ายกับบ้านเดี่ยวเลย แต่มาในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า ราคาเริ่ม 6 ล้านบาท กับทำเลที่มีจุดเด่นตรงที่ใกล้ 2 ทำเล ทั้งถนนราชพฤกษ์ และถนนแจ้งวัฒนะ ที่แค่ข้ามสะพานพระราม 4 ไปก็ถึงแจ้งวัฒนะแล้วครับ กับโครงการ

“Grande Pleno แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์”

จุดเด่นโครงการ

ใกล้แจ้งวัฒนะ
แค่ข้ามสะพานพระราม 4

ได้บ้านฟังก์ชันแบบบ้านเดี่ยว
ในราคาเอื้อมถึง

บรรยากาศรอบข้างดี
ส่วนกลางครบ ท่ามกลางธรรมชาติ



ทำเลแจ้งวัฒนะ

ศูนย์กลางความเจริญของย่าน เชื่อมต่อกรุงเทพตอนเหนือและนนทบุรี

สำหรับถนนแจ้งวัฒนะ ก็ถือว่าเป็นถนนเส้นเก่าแก่อีกเส้นนึงเลย ด้วยความที่เค้าเป็นถนนเมนหลักของย่านชานเมือง ทำให้ถนนเส้นนี้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีความเจริญและเป็นแหล่งงานในตัวเอง เรียกได้ว่าถนนสายนี้เป็นเมืองขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ครับ

เราจะเห็นว่าบนถนนแจ้งวัฒนะนี้เอง จะมีทั้งช่วงที่เป็นศูนย์ราชการขนาดใหญ่อย่างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติหรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่มีกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ มาตั้งอยู่  กินพื้นที่ประมาณ 450 ไร่

หรืออย่างถัดมา โซนเมืองทองธานี ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดที่มีความคึกคัก ทั้งจากตัว IMPACT เองที่เป็นฮอลล์จัดแสดงสินค้าและจัดคอนเสิร์ตต่างๆ ในแง่ของความใหญ่โตน่าจะไม่ต้องอธิบายมากเชื่อว่าน่าจะเคยมากันอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีโซนที่เป็นพื้นที่สำนักงาน-ที่พักอาศัยด้วย

หรืออย่างบนถนนแจ้งวัฒนะเอง ตลอดทางเราก็จะเห็นตึกออฟฟิศต่างๆ ตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นตึกจัสมิน, ตึก Software Park, มีห้างใหญ่อย่าง Central แจ้งวัฒนะ หรือจะฝั่งด้านการศึกษาก็มีมหาวิทยาลัยใหญ่อย่างราชภัฎพระนคร, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ใกล้ๆ ก็มี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และ ม.ศิลปากรวิทยาเขตเมืองทองธานี

ปัจจุบันถนนแจ้งวัฒนะทั้งเส้นก็ได้มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูวิ่งผ่านเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นในแง่ของความเจริญ ทำเลนี้ก็พิสูจน์ตัวเองระดับนึงแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เท่ากับ CBD ใจกลางเมือง แต่ก็มีความเป็นเมืองครบ ทั้งห้าง, รถไฟฟ้า รวมไปถึงออฟฟิศและแหล่งงานต่างๆ

ซึ่งรูปแบบที่พักอาศัยในย่านถนนแจ้งวัฒนะ ถ้าติดถนนแจ้งวัฒนะเลย เราก็จะเห็นคอนโดมิเนียมเป็นหลักครับ หรือถ้าบ้านแนวราบก็อาจจะอยู่เข้าซอยไปหน่อย ทำเลนี้ส่วนใหญ่บ้านเดี่ยวก็จะไปหลัก 10-30 ล้านกันแล้วครับ 

การมาเปิดโซนใหม่ของถนนราชพฤกษ์และชัยพฤกษ์

เปิดทำเลใหม่ แค่ข้ามสะพานใกล้ย่านความเจริญเดิม ในราคาที่ยังเป็นมิตร

ต้องบอกว่าความเจริญของถนนแจ้งวัฒนะในอดีต ก็จะมาสิ้นสุดอยู่ที่แถวๆ ช่วงห้าแยกปากเกร็ดครับ เพราะยุคนั้นถนนจะมาสุดอยู่ใกล้ๆ บริเวณนี้ ยังไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาข้ามมาอีกฟาก

จนกระทั่งในช่วงปี 2549 ที่เริ่มมีการตัดถนนราชพฤกษ์ส่วนต่อขยาย จากถนนรัตนาธิเบศร์มาถึงถนน 345 ทำให้พื้นที่โซนนี้เริ่มมีการพัฒนาขึ้นมา จากเดิมที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 

ซึ่งทางด้านฝั่งถนนแจ้งวัฒนะเอง ก็ได้มีการสร้างถนนส่วนต่อขยายเพื่อที่จะมาตัดกับถนนราชพฤกษ์เช่นเดียวกัน ซึ่งก็กลายมาเป็นสะพานพระราม 4 และถนนชัยพฤกษ์ที่เปิดให้บริการในปี 2549 ไล่เลี่ยกันครับ

“ใกล้ความเจริญโซนแจ้งวัฒนะ แค่ข้ามสะพาน ในราคาที่ยังไม่สูงมาก”

ดังนั้นพอถนนราชพฤกษ์และชัยพฤกษ์ตัดผ่านที่ดินโซนนี้ เลยเหมือนกับเป็นการเปิดที่ดินโซนใหม่ที่แต่เดิมถนนหลักเส้นใหญ่ยังเข้าไม่ค่อยถึง ซึ่งที่ดินย่านนี้เองยังมีพื้นที่ว่างอยู่ค่อนข้างเยอะ จุดเด่นของโซนนี้เลยอยู่ที่ยังมีพื้นที่ว่างให้พัฒนาโครงการได้ โดยที่ราคาที่ดินยังไม่สูงจนเกินไป แต่ได้เรื่องของความสะดวกในตัวทำเล ที่แค่ข้ามสะพานก็จะถึงถนนแจ้งวัฒนะ ถึงห้างและแหล่งงานต่างๆ

ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราเลยจะเห็นว่า Developer ต่างๆ เข้ามาสร้างหมู่บ้านในโซนนี้กันเยอะครับ

เลื่อนแถบตรงกลางเพื่อสลับระหว่างภาพในอดีตกับปัจจุบันได้นะครับ

ที่ตั้งโครงการ

บนถนนหอการค้าไทย ใกล้ถนนใหญ่หลายสาย ทั้งชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ และ 345

สำหรับที่ตั้งโครงการ จะอยู่บนถนนหอการค้าไทย ที่เป็นถนนที่เชื่อมต่อกันระหว่างถนนชัยพฤกษ์และถนน 345 ครับ หากมาจากสะพานพระราม 4 เมื่อลงสะพานก็ให้ชิดซ้าย กลับรถ 1 ที ทางเข้าถนนนี้อยู่ใกล้กับจุดกลับรถเลยครับ ส่วนถ้ามาทางถนนสาย 345 ฝั่งรังสิต (แยกบางคูวัด) ขับตรงมา เมื่อเจอสะพานข้ามคลองบางตะไนย ก็ชิดซ้าย จะเจอกับถนนหอการค้าอยู่ถัดไปไม่ไกล 

ซึ่งไม่ว่าจะเข้าจากฝั่งไหน ยังไงก็จะเห็นป้ายอยู่บ้านขนาดใหญ่ เรียงกันเป็น 10 หมู่บ้านอยู่ที่หน้าทางเข้าถนนอยู่แล้วครับ

ทางเข้าฝั่งถนนชัยพฤกษ์

ทางเข้าฝั่งถนน 345

บรรยากาศในซอยโครงการ

โดยที่ตั้งโครงการจะอยู่ในช่วงกลางซอย ซึ่งซอยที่โครงการ Grande Pleno แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่จะเป็นถนนถัดเข้ามาจากซอยเมนหลักอีกทีนึงครับ ขนาดความกว้าง 4 เลนเช่นกัน บรรยากาศของถนนนี้ถือว่าค่อนข้างดีเลย เป็นถนนกว้าง และด้วยความที่เป็นถนนเอกชนสร้างกันเอง ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกค่อนข้างร่มรื่น และเป็นถนนตัน ดังนั้นรถที่สัญจรก็จะไม่เยอะมากครับ มีแค่หมู่บ้านประมาณ 8 โครงการที่อยู่ในถนนเส้นนี้ที่สัญจรวิ่งผ่านเท่านั้น

จากโครงการเราลองจับเวลามาแจ้งวัฒนะ ก็ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงห้าแยกปากเกร็ดแล้วครับ

ถนนหอการค้าไทย โซนหมู่บ้านของย่านนี้

ถนนบรรยากาศดี ร่มรื่นด้วยต้นไม้สองข้างทาง ทะลุออกได้สองฝั่ง

แล้วทำไมหมู่บ้านมาอยู่ในถนนหอการค้าไทยกันเยอะ? ก็ต้องบอกว่าถนนสายนี้เพิ่งตัดขึ้นมาใหม่ช่วงที่ถนนชัยพฤกษ์เพิ่งสร้างเสร็จนี่เองครับโดย Developer รายหนึ่ง โดยที่เค้าตัดถนนขนาด 4 เลน เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อระหว่างถนนชัยพฤกษ์และ 345 เปิดทำเลข้างในเพื่อทำเป็นโครงการหมู่บ้านต่างๆ

แต่นอกจากเจ้านี้จะสร้างหมู่บ้านเองแล้ว ยังมีการตัดแบ่งพื้นที่บางส่วนขายให้กับ Developer เจ้าต่างๆ ด้วย เราเลยจะเห็นภาพตั้งแต่ป้ายหน้าถนนแล้วว่าในเส้นนี้มีหมู่บ้านจากแบรนด์ต่างๆ รวมกันด้านในเลย

“ได้อยู่ Location เดียวกับบ้านระดับหลายสิบล้าน”

และด้วยความที่พื้นที่ด้านในมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้โครงการที่มาเปิดในทำเลนี้ก็จะมีหลายระดับราคาครับ ตั้งแต่ไม่กี่ล้านไปจนถึงระดับคฤหาสน์หลัก 50 ล้านอัพ

ซึ่งที่ตั้งของแต่ละโครงการก็จะสลับกันไปครับ ไม่ใช่ว่าโครงการแพงอยู่หน้าแล้วโครงการราคาหยิบจับง่ายไปอยู่ในๆ ลึกๆ สำหรับทำเลนี้บางโครงการก็อยู่รั้วติดกันหรือตรงข้ามกันนี่เองครับ

อย่างตัวโครงการ Grande Pleno นี้เอง ด้วยรูปแบบที่เป็นบ้านแฝด ทำให้ราคาเริ่มต้นที่ 6 ล้าน ก็ถือว่าเป็นราคาที่หยิบจับได้ง่าย ในทำเลที่โครงการบ้านเดี่ยวใกล้ๆ เริ่มจะไปแตะหลัก 10 ล้านกันแล้วครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกในย่าน

ใกล้ห้างทั้งย่านราชพฤกษ์ และย่านแจ้งวัฒนะ

เริ่มจากบนถนนหอการค้าไทยก่อนครับ ในย่านนี้เองพอมีหมู่บ้านมาตั้งอยู่หลายโครงการ ก็จะมีทั้งเซเว่น-โลตัสโกเฟรช, โซนอาคารพาณิชย์ร้านค้า, ร้านอาหาร รวมไปถึงตลาดตั้งอยู่ครับ ก็เป็นถนนที่มีความคึกคักพอตัว

โดยบนถนนเส้นนี้เองก็จะเป็นที่ตั้งของโรงเรียน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้านนทบุรี และโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรี หรือว่า SISB ครับผม

ส่วนถ้าเป็นห้างและ Community Mall ใกล้ๆ ที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็น The Crystal Chaiyapruek บนถนนชัยพฤกษ์ครับ ที่นี่ก็จะมี Tops และร้านอาหารต่างๆ อย่างเช่น KFC, The Pizza Company, Starbucks, นิตยาไก่ย่าง, ชาบูนางใน และอื่นๆ

ส่วนถ้าขยับไปฝั่งถนนราชพฤกษ์ ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นย่านห้างหลักของโซนราชพฤกษ์ตรงนี้เลย เริ่มจาก Robinsons Lifestyle ราชพฤกษ์ที่เพิ่งเปิดล่าสุด

ถัดไปหน่อยก็จะมีโลตัสนอร์ทราชพฤกษ์, HomePro, Index LivingMall, บุญถาวร และคอมมูนิตี้มอลสัมมากรเพลส ส่วนถัดไปอีกบนถนนรัตนาธิเบศร์ตัดกับถนนวงแหวนก็จะมี Central Westgate ครับ

ฝั่งแจ้งวัฒนะที่ใกล้กับโครงการบนถนนเส้นนี้ก็มีห้างเยอะไม่แพ้กันครับ ทั้ง Big C, โลตัส, โฮมโปร, Major Hollywood, Charn @ The Avenue แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี และห้างใหญ่ของย่านนี้อย่าง Central แจ้งวัฒนะ ที่กำลัง Renovate อยู่ครับ

การเดินทางเข้าเมือง

เลือกใช้ได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนปกติและทางด่วน เชื่อมต่อถนนหลายสาย

สำหรับคนที่มองบ้านทำเลนี้ ก็จะมีทั้งกลุ่มที่ทำงานในย่านแจ้งวัฒนะ-ดอนเมือง และก็มีอีกกลุ่มที่ทำงานย่านใจกลางเมืองเช่นกัน ซึ่งทำเลที่นี่ก็เป็นทำเลชานเมืองที่เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ไม่ยากครับ เชื่อมต่อกับถนนและทางด่วนหลายสาย โดยจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก

ทางแจ้งวัฒนะ

สำหรับการเข้าเมืองผ่านทางถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวออกมาจากโครงการ ข้ามสะพานพระราม 4 ก็จะถึงกับถนนแจ้งวัฒนะแล้วครับ ตรงนี้สามารถเชื่อมต่อกับย่านรามอินทรา, พหลโยธิน หรือว่าใช้วิภาวดีวิ่งเข้าเมืองไปโซนหมอชิต, 5 แยกลาดพร้าว, รัชดา, ดินแดงได้ 


ทางราชพฤกษ์

สำหรับราชพฤกษ์เองก็เป็นอีกถนนที่ตัดตรงเข้าสู่เมืองในย่านสาทร ถึงระยะที่ตั้งจะถือว่าไกลจากฝั่งสาทรพอประมาณ แต่ด้วยถนนราชพฤกษ์ที่ปัจจุบันถูกอัพเกรดให้วิ่งความเร็วได้ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นบางช่วง และไม่มีแยกไฟแดงเลย (ถ้าวิ่งเข้าสาทรจากโครงการ ไฟแดงแรกที่เจอก็แยกศุรศักดิ์เลยครับ) ก็ทำให้ราชพฤกษ์เป็นถนนอีกเส้นที่ค่อนข้างตัดตรงเข้าไปได้เร็ว แต่ในช่วง Rush Hour ช่วงใกล้ๆ เมืองก็จะรถเยอะหน่อยตามปกติของถนนเมืองไทยครับ หรือจะใช้เส้นนี้เชื่อมต่อเข้าย่านจรัญ-ปิ่นเกล้าก็ได้เช่นกัน


ทางด่วนศรีรัช

สำหรับการเข้าเมืองในย่านนี้ ทางด่วนศรีรัชก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกครับ โดยจากโครงการจะอยู่ห่างจากจุดขึ้นลงแจ้งวัฒนะประมาณ 9 กิโลเมตร ซึ่งจากการที่ตัวโครงการสามารถเข้าได้ทั้งถนนชัยยพฤกษ์และถนน 345 ดังนั้นถ้าหากในวันทำงาน วันที่ถนนแจ้งวัฒนะรถติด ก็สามารถเลือกมาลงด่านศรีสมาน เพื่อมาเข้าโครงการทางด้านถนน 345 แทนได้เช่นกันครับ รถจะติดน้อยกว่า (แต่จะเสียค่าทางด่วนเพิ่มเล็กน้อย)

ซึ่งทางด่วนตรงนี้ก็จะเข้าใจกลางเมืองได้หลายย่านเลย ไม่ว่าจะเป็นจตุจักร, พระราม 6, พระราม 4, สีลม, สาทร, พระราม 9 หรือ สุขุมวิท โดยค่าด่านจากแจ้งวัฒนะจะไม่สูงมาก อยู่ที่ 60 บาท เสียแค่ด่านเดียว หรือถ้าจากในเมืองมาลงแจ้งวัฒนะจะเสียสองด่าน คือ 50+10 บาทครับ


ทางรถไฟฟ้า

สำหรับที่ตั้งโครงการอาจจะไม่ได้เน้นใช้รถไฟฟ้าเดินทางเข้าเมืองทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ไกลจากโครงการมากครับ โดยสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดเป็นรถไฟฟ้าสถานีห้าแยกปากเกร็ด อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5 กิโลเมตร ถ้าวันไหนจำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าเข้าเมือง ก็สามารถเรียก Taxi หรือ Grab มาต่อรถขึ้นรถไฟฟ้าได้ครับ

เราลองกด Grab จากหน้าโครงการ ถ้าเป็น Grabbike Win ราคาอยู่ที่ประมาณ 60 บาท แต่ถ้าเป็นรถยนต์ก็จะอยู่ประมาณ 90 บาทครับ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถใช้ในการเดินทางได้สำหรับทำเลนี้

แบรนด์บ้าน Grande Pleno

ก่อนจะเข้าไปถึงรายละเอียดโครงการ ผมขอเล่าถึงแบรนด์ Grande Pleno ก่อนสักเล็กน้อยฮะ ปัจจุบันนี้ทาง AP Thailand มีแบรนด์โครงการแนวราบเยอะมากๆ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีเอกลักษณ์และตัวตนที่ชัดเจน ไม่ทับไลน์กัน อย่างแบรนด์บ้านเดี่ยวจะมีทั้งหมด 7 แบรนด์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น The Palazzo, บ้านกลางกรุง, Soul, Mind, The City, Centro และ Moden ราคาก็เริ่มตั้งแต่ 3.99 – 35 ล้านบาทเลยฮะ แว่วๆ ว่าปีนี้จะมีบ้านแตะร้อยล้านด้วยนะ ส่วนแบรนด์ทาวน์โฮมและบ้านแฝดก็เป็นอีกกลุ่มนึงที่ทาง AP ค่อนข้างที่จะแข็งแกร่งในตลาดมากเช่นกันครับๆ หลักๆ จะมีทั้งหมด 6 แบรนด์ด้วยกันที่ทำตลาด คือ

Baan Klang Muang Classe

ราคา 15 – 25 ล้านบาท

บ้านกลางเมือง The Edition

ราคา 7 – 15 ล้านบาท

บ้านกลางเมือง

ราคา 5 – 7 ล้านบาท

Grande Pleno

ราคา 5 – 7 ล้านบาท

Pleno

ราคา 3 – 5 ล้านบาท

Pleno Town

ราคาล้านปลาย – 3 ล้านบาท

ซึ่งโครงการที่เราจะมารีวิววันนี้เป็นแบรนด์ Grande Pleno ครับ กับโครงการ “Grande Pleno แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์” อย่างที่เพื่อนๆ เห็นไปด้านบนแบรนด์ Grande Pleno จะเป็นแบรนด์ระดับกลางๆ ของบ้านแฝดและทาวน์โฮม ในระยะหลังๆ แบรนด์นี้จะเน้นเป็นบ้านแฝดโดยเฉพาะ ราคาก็ขึ้นอยู่กับทำเลและแบบบ้านของแต่ละโครงการด้วย อย่างทำเลแจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์ ตัวนี้จะราคา 5 – 7 ล้านบาท เป็นบ้านแฝดทั้งหมดเลย ดีไซน์บ้านมาในสไตล์ Modern Luxury มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ พื้นที่จอดรถก็กว้าง สามารถอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ได้สบายๆ

รูปแบบและคอนเซปต์ของโครงการ

โครงการ Grande Pleno แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์ เป็นหมู่บ้านที่มีบ้านแฝด 2 ชั้น โดยจะมีทั้งหมด 198 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 143 – 169 ตารางเมตร กับราคาประมาณ 5 – 7 ล้านบาท ก็เป็นบ้านที่ราคายังจับต้องได้อยู่ฮะ

ตอนนี้ที่นี่เขาจะมีบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 ไทป์ครับ คือมีทั้ง Shane F, Olivia F แต่ไทป์ที่มีให้เลือกมากกว่าจะเป็น Shane F ครับ มีพื้นที่ใช้สอย 143 ตารางเมตร ซึ่งเป็นบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการเลย โดยบ้านที่นี่จะมาในสไตล์ Modern Luxury มีความทันสมัย ดูแล้วไม่น่าเบื่อ บ้านจะเริ่มที่ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ แปลนบ้านจัดวางเป็นรูปตัว L ดูกว้างขวางทุกโซน ห้องนอนชั้นบนก็ไม่เล็ก สามารถอยู่กันเป็นครอบครัวได้ครับ

ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ : Grande Pleno Chaengwattana – Ratchapruek
(แกรนด์ พลีโน่ แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์)
Developer : บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)
เนื้อที่โครงการ :33-2-6 ไร่
จำนวนห้องพักอาศัย :198 ยูนิต
รูปแบบโครงการ :บ้านแฝด 2 ชั้น
แบบบ้าน : Shane F
ที่ดินเริ่ม 35.35 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 143 ตารางเมตร
3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
Olivia F
ที่ดินเริ่ม 40.8 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 158 ตารางเมตร
3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
ที่ตั้งโครงการ :ถ.หอการค้า ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ค่าส่วนกลาง :36 บาท/ตารางวา/เดือน
Facility :– Clubhouse
– Swimming Pool
– Fitness
– ห้องอเนกประสงค์
– Green Connection
ราคา :เริ่มต้น 6.09 ล้านบาท
สถานะโครงการ :เปิดจองครั้งแรก สร้างเสร็จแล้วบางส่วน

ส่วนกลางโครงการ

ที่นี่จะมี Clubhouse ขนาดใหญ่อยู่ติดกับทางเข้าของโครงการเลยครับ ซึ่งการออกแบบก็จะมาในสไตล์ Modern เช่นเดียวกับแบบบ้านของโครงการ ดูทันสมัย เรียบง่าย แต่ยังคงสวยงาม มีพื้นที่สีเขียวล้อมรอบสระว่ายน้ำเอาไว้ ชั้น 2 มีพื้นที่สำหรับห้องออกกำลังกาย และห้องอเนกประสงค์ด้วย ส่วนใจกลางโครงการเองก็จะมีพื้นที่สีเขียว ทั้งสวน เก้าอี้พักผ่อนที่กระจายอยู่รอบๆ รวมไปถึงสนามเด็กเล่น และเครื่องเล่นต่างๆ ด้วย

เดี๋ยวเรามาดูพื้นที่ส่วนกลางแต่ละจุดของโครงการกันเลยครับ

ทางเข้าโครงการ

ด้านหน้าโครงการจะเป็นซุ้มสไตล์ Modern มีความใช้เส้นที่ค่อนข้างเหลี่ยม ตั้งแต่ประตูทางเข้า ยาวไปจนถึง Clubhouse โทนสีที่ใช้ก็จะเป็นสีขาวตัดกับสีเทาเข้ม ดูกลมกลืนไปกับสีของตัวบ้านด้านใน ทางเข้าโครงการรถจะเข้าได้ช่องเดียว และทางออกก็มีช่องเดียวเหมือนกันฮะ

จุดป้อมยามจะมีระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ ทั้งกล้องวงจรปิด ไม้กั้นที่ต้องสแกนเข้าออก และสัญญาณไฟ ข้างๆ จะเป็นประตูสำหรับเดินเข้าออก หากอยากออกมาข้างนอกหรือเข้าข้างในแล้วไม่ได้ใช้รถ ก็สามารถเดินออกจากช่องตรงนี้ได้ครับ


Clubhouse

อาคาร Clubhouse ก็อย่างที่บอกครับ ว่าอยู่ติดกับทางเข้าของโครงการเลย อาคารไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนาดกำลังพอเหมาะกับบ้าน 198 หลัง มีต้นไม้ล้อมรอบทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ตัวอาคารจะมีทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน ชั้นล่างเป็นสระว่ายน้ำ มีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่ล้างตัว และห้องน้ำแยกชายหญิง ส่วนชั้นบนเป็นห้องออกกำลังกายและห้องอเนกประสงค์ฮะ

ถ้าเดินเข้ามาในตัวอาคารก็จะเจอทางเดินแบบนี้เลย ที่นี่เขารองรับ Universal Design ด้วยนะครับ ข้างๆ จะมีจุดที่รถเข็นสามารถขึ้นไปได้ด้วย

สระว่ายน้ำเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถว่ายเพื่อออกกำลังกายได้ มีวิวสวนสีเขียวรายล้อม เหมือนได้ว่ายน้ำท่ามกลางธรรมชาติ โดยมองออกไปก็จะเห็นถนนและสวนที่อยู่ด้านหน้าของโครงการครับ

ข้างๆ สระว่ายน้ำก็จะมีบ่อ Jacuzzi ด้วย เผื่อไม่ได้อยากว่ายน้ำจริงจังก็มาแช่น้ำเฉยๆ ได้

ข้างๆ สระจะมีที่ล้างตัวกับพื้นที่พักผ่อนเล็กน้อยครับ


Fitness

Fitness จะอยู่ที่ชั้น 2 ครับ เดินขึ้นบันไดมานิดหน่อย เครื่องออกกำลังกายก็จะมีลู่วิ่ง จักรยาน และ Weight Training ต่างๆ ถ้ามาออกกำลังกายที่ห้องนี้ก็จะเห็นทั้งวิวในและนอกโครงการเลย สำหรับตัว Fitness เองเขาจะเปิด 24 ชั่วโมงด้วยนะครับ สามารถมาเล่นได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเลย


ห้องอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์จะอยู่ตรงข้ามกับ Fitness เลย ห้องนี้ค่อนข้างกว้างครับ มีทั้งที่นั่งแบบโซฟาและแบบโต๊ะทำงาน ใครเบื่ออยู่บ้านแต่ไม่อยากออกไปนอกโครงการก็มานั่งเล่น นอนเล่น หรือมาทำงานกันที่นี่ได้ หรือเพื่อนๆ จะใช้เป็นที่รับแขก นัดเจอคุยงาน ในกรณีที่ไม่อยากให้เข้าไปที่บ้านก็ได้เช่นกัน


Green Connection

ออกจาก Clubhouse มาดูพื้นที่สีเขียวที่อยู่ใจกลางโครงการกันบ้าง ที่นี่เขาให้สวนมาค่อนข้างใหญ่เลยครับ มาในสไตล์ Modern Classic คุม Theme เดียวกันกับแบบบ้านในโครงการ ด้านหน้าจะมีศาลาที่พักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดทั้งวัน โดยจะเป็นศาลาทรงสี่เหลี่ยมเพิ่ม Facade เป็นเส้นสายให้ดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น ในตัวศาลาจะมีพัดลมอยู่ด้วย อากาศจะได้ไม่ร้อนมากเวลาเราไปนั่งเล่นฮะ รู้ใจอากาศเมืองไทย ที่นี่เขาปลูกต้นไม้ค่อนข้างหลากหลาย มีต้นขนาดใหญ่ที่เอาไว้ให้ร่มเงา พุ่มเตี้ยและดอกไม้ต่างๆ ด้วย โดยรวมสวนก็จะมีความเป็นกลิ่นอายแบบยุโรป

ถ้าเดินเข้ามาหน่อยก็จะเห็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่เลย เป็นสนามที่สามารถพาลูกๆ หรือสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่น เดินเล่น และพบปะกับเพื่อนบ้านได้ รอบๆ สวนจะเป็นทางเดิน มาพร้อมกับที่นั่งข้างทางให้เราได้พักผ่อนตลอดทั้งเส้น


สนามเด็กเล่น

สนามเด็กเล่นก็อยู่ติดกับสวนเลยครับ มีเครื่องเล่น สไลเดอร์ และชิงช้าติดตั้งมาให้ พร้อมปูพื้นยางช่วยกันกระแทกสำหรับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

รูปแบบบ้าน

แบบบ้านจะมีทั้งหมด 5 แบบด้วยกันนะครับ แต่ละแบบจะมีข้อมูลที่แตกต่างกันไป ในโครงการจะมีบ้านทั้งหมด 198 ยูนิต แต่ไทป์ที่มีมากที่สุดจะเป็น Shane F คือบ้านขนาดเริ่มต้นฮะ ส่วนบ้านที่กำลังจะเปิดขายตอนนี้จะเป็น Shane F, Shane Plus F และ Olivia F

เดี๋ยวจะพาเพื่อนๆ ไปดูแปลนบ้านแต่ละหลังกันฮะ

Shane F

ที่ดินเริ่ม 35.35 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 143 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

บ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการ บ้านหน้ากว้าง 11.4 เมตร ถ้าดูจากแปลนเพื่อนๆ จะเห็นว่าส่วนที่ติดกับบ้านข้างๆ จะเป็นห้องครัว รอบๆ บ้านมีพื้นที่ให้ได้แต่งสวนเป็นรูปตัว U ตัวบ้านค่อนข้างจะเต็มพื้นที่ แปลนบ้านชั้นล่าง ด้านหน้าจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ถัดไปเป็นโซนกินข้าว เดินไปด้านในจะเจอกับห้องครัวขนาดใหญ่ มีห้องน้ำอยู่ติดกัน ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำอีก 1 ห้อง


Olivia F

ที่ดินเริ่ม 40.8 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 158 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ไทป์นี้บ้านเกือบเต็มพื้นที่เหมือนเดิมฮะ แปลนคล้ายๆ Shane F เลย แต่ในโซนกินข้าวจะมีความใหญ่ขึ้นมาก สามารถ Built-in ตู้ ชั้น หรือบาร์ต่างๆ ได้ จะทำเป็นครัวฝรั่งยังได้เลยฮะ ไทป์นี้จะย้ายบันไดมาอยู่หน้าบ้านติดกับโรงจอดรถเลย ส่วนชั้นบนมี 3 ห้องนอนเหมือนเดิม และทุกห้องนอนก็จะมีห้องน้ำส่วนตัวเป็นของตัวเอง

มาดูบ้านตัวอย่าง

Shane F

ที่ดินเริ่ม 35.35 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 143 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

บ้านตัวอย่างที่เราพาเพื่อนๆ ไปดูจะมีทั้งหมด 1 ไทป์ด้วยกันครับ คือ Shane F ไทป์นี้จะมีที่ดินเริ่ม 35.35 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 143 ตารางเมตร มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ที่นี่จะเป็นบ้านหน้ากว้างหมดเลยครับ อย่างหลังนี้ก็กว้างประมาณ 11.4 เมตร ตัวบ้านมาในสไตล์ Modern Luxury ด้านหน้าโครงการเป็นสีเทาขาวไปแล้ว พอเป็นตัวบ้านเลยเป็นสีน้ำตาลขาว ก็ยังไปในโทนเดียวกันทั้งโครงการอยู่ฮะ บ้านที่นี่จะปลูกค่อนข้างเต็มพื้นที่ แต่ก็จะเหลือด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างเอาไว้ให้เราตกแต่งเพิ่มเติมตามความต้องการได้

บริเวณหน้าบ้านและลานจอดรถ

โรงรถทางโครงการต่อเติมมาให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ทางเข้าจะมีสองทาง คือจากด้านหน้าติดกับพื้นที่นั่งเล่น แล้วก็ตรงห้องครัว ถ้าหากว่าเราซื้อของใช้ต่างๆ กลับมา เราไม่ต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่นให้เสียเวลาครับ เข้าประตูตรงครัวได้เลย เป็นประตูบานเลื่อนกระจกด้วย ปกติประตูตรงนี้ส่วนมากผมจะเห็นเขาติดตั้งประตูบานทึบกันนะครับ แล้วก็ไม่ได้วางตำแหน่งครัวด้วย แต่วางตำแหน่งที่เป็นโถงทางเดิน ซึ่งผมมองว่าการวางประตูไว้ที่ครัวเลยก็ค่อนข้างสะดวกดีในการขนย้ายของต่างๆ


พื้นที่นั่งเล่น

เข้ามาในตัวบ้านกันบ้าง บ้านค่อนข้างสว่างครับ เพราะหน้าต่างกับประตูค่อนข้างเยอะเลย นอกจากประตูบานเลื่อนกระจกหน้าบ้านแล้ว ยังมีประตูบานเลื่อนกระจกด้านข้างบ้านติดกับโซนกินข้าวด้วย พื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างกว้างขวางเลย วางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบาย และวางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัว I, ตัว L หรือตัว U หรือจะวางอาร์มแชร์เพิ่มเติมก็ได้ฮะ

ฝั่งตรงข้ามโซฟาสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ให้เต็มทั้งผนัง หรือจะวางแค่ทีวีก็สวยครับ สามารถออกแบบได้หลากหลายตามความชอบเลย


โซนรับประทานอาหาร

ขยับเข้ามาหน่อยจะเป็นโซนกินข้าว สามารถวางโต๊ะกินข้าวขนาด 6 – 12 ที่นั่งได้แบบสบายๆ วันไหนอยากกินหมูกระทะก็เปิดประตูบานเลื่อนให้อากาศระบาย ไม่อบอวลอยู่ในบ้านได้ หรือจะกินข้าวไปชมวิวสวนด้านนอกไปก็ได้เช่นกัน หรือถ้าใครชอบจัดปาร์ตี้ พื้นที่บ้านก็เหลือเฟือพอให้ชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวกันได้นะครับ