รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : “Blessity Park วงแหวน – ลำลูกกา” ทาวน์โฮม/บ้านแฝด เข้าเมืองง่าย แทบติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน เริ่ม 1.99 ล้าน*

สวัสดีครับ วันนี้เราจะพามารู้จักกับโครงการ “Blessity Park วงแหวน-ลำลูกกา” โครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ใกล้ทางด่วน เข้าเมืองสะดวก ในราคาที่ยังหยิบจับง่าย เริ่ม 1.99 ล้าน* แถมส่วนกลางโครงการก็ทำออกมาดูดีไม่น้อย

ใครที่กำลังเล็งๆ ขยับขยายมองหาบ้านในช่วงนี้อยู่ วันนี้เราจะพามารู้จักกับโครงการนี้แบบละเอียดกันครับ


จุดเด่นทำเล

“บ้าน 1.99 ล้าน* ที่ใช้เวลาเข้าเมืองไม่ถึง 30 นาที”

เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อยากอยู่คอนโด ถึงแม้จะได้ทำเลในเมือง บางคนอาจจะต้องการพื้นที่ บางคนอาจจะมีครอบครัว บางคนอาจจะมองเผื่อขยับขยายในอนาคต แต่หลายคนก็ยังต้องทำงานในเมืองอยู่ดี ซึ่งด้วยงบ 2-3 ล้าน ตัวเลือกที่อยู่ที่จะตอบโจทย์ทั้งทำเลการเดินทาง ขนาดพื้นที่ และก็ราคา ก็ค่อนข้างเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะท้าทายในยุคปี 2022

แน่นอนครับ ด้วยราคาที่ดินต่างๆ หลายคนน่าจะพอทราบกันว่าถ้างบประมาณ 2 ล้านต้นๆ ถ้าจะหาบ้าน ยังไง๊ยังไงทำเลก็จะต้องเขยิบออกมารอบนอกหน่อย 

ซึ่งที่นี่ก็เช่นกันครับ เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลรอบนอก แต่ก็ชูจุดเด่นในเรื่องของทำเลที่ถึงแม้จะเป็นรอบนอก ก็เป็นรอบนอกที่แทบติดมอเตอร์เวย์วงแหวนตะวันออก และใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนฉลองรัชที่เชื่อมกับถนนวงแหวน สามารถตรงเข้าสู่ย่านสุขุมวิท-พระราม 9 ได้ด้วยต่อเดียว 40 บาท หรือจะเชื่อมต่อทางด่วนอื่นในเมืองก็ได้เช่นกัน 30 นาทีเข้าถึงใจกลางเมืองได้ อันนี้ทีมงานวันมารีวิวออกจากพระราม 9 ก็ใช้เวลามาถึงโครงการแค่ครึ่งชม.จริงๆ ครับ (แต่ถ้าช่วงเย็นที่คนเลิกงานแล้วกลับบ้านพร้อมกัน สายนี้รถก็จะเยอะพอตัว ก็อาจจะต้องบวกเวลาเพิ่มครับ)

ส่วนด้านวงแหวนก็สามารถไปทางรามอินทราได้ฟรี ส่วนถ้าไปสุวรรณภูมิ บางนา จะเสียเงิน 1 ด่าน 30 บาทที่บริเวณทับช้างครับ

Blessity Park วงแหวน-ลำลูกกา ที่หมายถึงวงแหวน-ลำลูกกาจริงๆ

จากชื่อโครงการ “Blessity Park วงแหวน-ลำลูกกา” ต้องบอกว่าทำเลของโครงการก็ตั้งอยู่ตามชื่อวงแหวน-ลำลูกกาจริงๆ ไม่ได้จกตา ไปอยู่คลองหกคลองเจ็ด ไม่ต้องเข้าซอยไกลๆ หรือถนนเลียบมอเตอร์เวย์ลึกๆ ครับ

ตัวโครงการจะตั้งอยู่บนถนนลำลูกกา เกือบติดถนนใหญ่ เข้าซอยประมาณ 100 เมตรก็จะถึงโครงการเลย โดยจะใกล้กับทางด่วนวงแหวนตะวันออกด้วย ห่างจากจุดขึ้นลงแค่ประมาณ 1 กิโล

ทำเลตรงนี้มีข้อดีอีกอย่างคือรอบข้างโครงการค่อนข้างมีความเจริญอยู่พอตัว มีความเป็นชุมชนอยู่แล้ว อย่างบริเวณถนนลำลูกกาหน้าโครงการจะเป็นที่ตั้งของ BigC และ HomePro สามารถเดินไปได้เลย ส่วนปากซอยจะเป็นไปรษณีย์ลำลูกกา ในซอยนี้ก็จะมีหมู่บ้านและหอพักอยู่ครับ ทำให้มีร้านอาหาร ร้านของกินเกือบตลอดทาง ตรงข้ามโครงการก็เป็น 7-Eleven และ Lotus Express ครับ

พูดมามีแต่ข้อดี หลายคนอาจจะหาว่าอวย เริ่มจะไม่น่าเชื่อถือแล้ว มาพูดถึงข้อด้อยของทำเลตรงนี้บ้างละกันครับ ก็ต้องบอกว่าถนนลำลูกกาเป็นถนนสายหลักของแถบนี้ ดังนั้นก็จะมีบางช่วงเวลาที่อาจจะรถติดบ้าง อะไรบ้าง อย่างจุดทางออกจากโครงการที่ต้องกลับรถ จุดนี้รถค่อนข้างเยอะ ตอนช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก็จะมีพี่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยโบกรถที่จุดกลับรถครับ 

กับอีกเรื่องคือถนนแถวนี้ก็ยังมีรถบรรทุกวิ่งสัญจรกันอยู่บ้าง เนื่องจากใกล้กับทางด่วนวงแหวนและเป็นเส้นทางหนึ่งที่ไปฉะเชิงเทราและนครนายกได้


ซูมออกมานิด ทำเลลำลูกกาเป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับทำเลย่านลำลูกกาก็เป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ที่มีแหล่งชุมชน ที่อยู่อาศัยมาตั้งอยู่กันเป็นเวลานานแล้วครับ ทั้งบริเวณที่ติดกับถนนลำลูกกาเอง หรือไม่ว่าจะเป็นบริเวณซอยเลียบคลองต่างๆ ที่ทะลุออกไปทางรังสิต ยิ่งฝั่งสายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5 นี่ก็เป็นโซนหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับถนนลำลูกกาได้

ทำให้ย่านนี้ค่อนข้างคึกคัก มีห้าง โรงเรียน โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ค่อนข้างครบครัน อย่างบนถนนลำลูกกา ช่วงระยะไม่กี่กิโลก็มี BigC ตั้งอยู่ 2 สาขาครับ ซึ่งการเดินทางเมื่อกี้ที่เราพูดถึงแต่การเข้าเมืองด้วยทางด่วน ถ้าเราขับมาออกทางด้านปากทางลำลูกกา ตรงนี้ก็จะสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ถนนพหลโยธิน/วิภาวดี มาย่านดอนเมือง, รัชโยธิน, รัชดา, ห้าแยกลาดพร้าว, จตุจักรได้ครับ

และที่ทำให้ทำเลแถบนี้เป็นที่น่าสนใจขึ้นมาอีกในช่วงหลัง มาจากการที่มีส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเหนือ จากเดิมที่สุดอยู่ที่หมอชิต หรือหน้าสวนจตุจักรมาตั้งแต่ปี 2542 ได้มีการสร้างส่วนต่อขยายมาถึงลำลูกกาบริเวณคูคต เปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถเข้าเมืองได้สะดวกขึ้นมาก

ขึ้นรถไฟฟ้าต่อเดียวถึงสยาม

ข้อดีของรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว หรือที่เรียกกันว่าสายสุขุมวิทคือเป็นสายหลักของกรุงเทพเลย ผ่านย่านสำคัญต่างๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น รัชโยธิน, จตุจักร, อนุสาวรีย์ชัยฯ, สยาม, เพลินจิต, อโศก, ทองหล่อ ไปจนถึงบางนาและสมุทรปราการ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าเส้นที่ยาวมากกกกกกกก

สำหรับลำลูกกาก็จะเป็นต้นสายของรถไฟฟ้าสายนี้เลยครับ ดังนั้นการจะเข้าเมืองด้วยสายนี้ก็จะค่อนข้างสะดวกมาก ไม่ต้องเปลี่ยนสาย ไม่ต้องจ่ายค่ารถเพิ่มอีก ได้นั่งจากต้นทาง แต่ด้วยจำนวนสถานีที่เยอะ ก็อาจจะใช้เวลาหน่อย เราลองคำนวนเวลาคร่าวๆ มาจะเป็นประมาณนี้ครับ

  • BTS คูคต > วงเวียนหลักสี่ : 14 นาที
  • BTS คูคต > รัชโยธิน : 24 นาที
  • BTS คูคต > อนุสาวรีย์ชัย : 40 นาที
  • BTS คูคต > สยาม : 46 นาที
  • BTS คูคต > ทองหล่อ : 57 นาที

ซึ่งจากโครงการไปที่สถานีรถไฟฟ้า BTS คูคตจะมีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตรด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะใช้รถสาธารณะมาที่สถานีคูคตได้แล้ว ที่สถานีนี้จะมีอาคารจอดแล้วจร ไว้สำหรับให้ขับรถมาจอดเพื่อเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้าเมืองต่อได้ด้วย เป็นอีกทางเลือกในการเดินทางครับ

ด้านตัวเลือกการเดินทางอื่นๆ ที่หน้าโครงการก็จะมีป้ายรถประจำทาง และสะพานลอย สามารถขึ้นรถไปกลับได้ทั้งสองฝั่งครับ นอกจากนี้ก็จะมีรถตู้ที่ไปคูคต, ฟิวเจอร์, อนุสาวรีย์ชัยด้วย


โครงการในอนาคต

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย

อย่างที่หลายๆ คนทราบกันแล้วว่าปัจจุบัน รถไฟฟ้าสายสีเขียว จะสุดอยู่ที่สถานีคูคต หรือบริเวณก่อนถึงคลอง 3 แต่จริงๆ แล้วรถไฟฟ้าสายนี้จะมีแผนส่วนต่อขยายในอนาคตมาอีกครับ โดยจะวิ่งอยู่บนถนนสายลำลูกกาเหมือนเดิม ตรงมาเรื่อยๆ มาสุดอยู่ที่บริเวณช่วงหลังจากข้ามถนนวงแหวนมานิดนึง

โดยจะมีสถานีเพิ่มเติมอีก 4 สถานีได้แก่ สถานีคลอง 3, สถานีคลอง 4, สถานีคลอง 5 และสถานีวงแหวนลำลูกกา ซึ่งก็คือมาสุดที่แถวๆ หน้าซอยโครงการ ตรง BigC นี่เองครับ 

ดังนั้นถ้ารถไฟฟ้าสายนี้ทำส่วนต่อขยายเสร็จ หมู่บ้านก็จะห่างจากรถไฟฟ้าเพียงแค่ประมาณ 5-6 ร้อยเมตรเท่านั้นเอง 

นอกจากตัวสถานีที่มาสร้างอยู่ช่วงซอยหน้าโครงการแล้ว ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามฝั่งขาเข้าตรงนี้มีแผนจะก่อสร้างอาคารจอดแล้วจร สำหรับให้คนที่อาศัยอยู่ช่วงคลองที่ไกลออกไปหรือจากหทัยราษฎร์-นิมิตรใหม่ ขับรถมาจอดที่ตึกนี้ เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าได้ครับ ถ้าสร้างเสร็จก็น่าจะทำให้บริเวณนี้คึกคักทีเดียว เป็นจุดเปลี่ยนรถอีกจุดหนึ่งสำหรับคนในย่านนี้

แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าสายนี้ยังเป็นแผนในอนาคต ยังไม่มีกำหนดการก่อสร้างที่แน่นอน แต่ก็ได้มีการทำรายงาน EIA ไว้เรียบร้อยแล้ว เรียกว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็น่าจะสามารถสร้างได้ไม่ต้องรอครับ


ทางด่วนฉลองรัช ส่วนต่อขยาย

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ และน่าจะช่วยในการระบายรถในแถบนี้เพื่อไปเข้าเมืองได้ คือทางด่วนฉลองรัชส่วนต่อขยายครับ อย่างที่เราบอกไปว่าตัวโครงการนี้จะอยู่ใกล้กับถนนวนแหวนตะวันออก และเลี้ยวเข้าไปไม่ไกลก็จะถึงกับจุดขึ้นลงทางด่วนฉลองรัชที่บริเวณจตุโชติแล้ว 

แต่ในอนาคต ทางด่วนฉลองรัชมีแผนที่จะสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มออกมาจากเดิมอีกครับ เป็นทางด่วนฉลองรัช – องครักษ์ – นครนายก – สระบุรี 

ซึ่งถนนลำลูกกาเองก็ค่อนข้างจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทางด่วนสายนี้จะตัดผ่านถนนลำลูกกาในช่วงคลอง 10 ซึ่งถึงแม้ว่าทางด่วนสายนี้จะไม่ได้ถึงกับใกล้ตัวโครงการ Blessity Park ที่อยู่ช่วงลำลูกกา – วงแหวน (คลอง 5) มาก แต่ก็เป็นตัวช่วยระบายรถ จากเดิมที่รถทั้งหมดที่เข้าเข้าเมือง หรือเข้าวงแหวน ต้องมาผ่านลำลูกกาจนถึงคลอง 5 

พอมีทางด่วนสายนี้ก็จะช่วยระบายรถออกไปตั้งแต่คลอง 10 ก่อน ให้ไม่ต้องมาติดด้านในนั่นเองครับ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสำหรับใครที่จะไปทางด้านนครยายก หรือกลับมาจากสระบุรีก็ตัดตรงเข้าลำลูกกาได้ง่ายขึ้นได้

โดยโครงการนี้เค้าก็จะไม่ได้ทำทีเดียวทั้งสาย แต่จะแบ่งเป็น 4 เฟส เริ่มจากช่วงทางด่วนฉลองรัชเดิม มาถึงลำลูกกาและเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบที่ 3 ก่อนเป็นเฟสแรก ระยะทางประมาณ 17 กิโล ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ เตรียมเสนอครม.อนุมัติการก่อสร้างครับ


ถนนวงแหวนรอบที่ 3 (มอเตอร์เวย์สาย MR10)

อีกหนึ่งโครงการใหญ่ กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร อย่างตัวโครงการ Blessity Park ก็อยู่ใกล้กับถนนวงแหวนแล้วใช่ไหมครับ แต่นี่เป็นถนนวงแหวนที่ล้อมรอบกรุงเทพรอบที่ 2 ครับ (ถนนรัชดาเป็นวงแหวนรอบที่ 1 ของกรุงเทพ) 

ซึ่งปัจจุบันเมืองได้มีการขยายขนาดออกมาเรื่อยๆ ทำให้การมีถนนวงแหวนรอบที่ 2 เพื่อเลี่ยงตัวเมืองข้างในเริ่มจะไม่พอ เลยมีโครงการถนนวงแหวนรอบที่ 3 ออกมา เพื่อเชื่อมต่อย่านชานเมืองรอบนอก และเป็นทางเลี่ยงกับการที่ไม่ต้องขับเข้ามาเจอกับรถด้านในครับ

โดยแนวถนนวงแหวนรอบที่ 3 นี่ก็จะอยู่ถัดออกมาจากถนนวงแหวนรอบที่ 2 วนรอบกรุงเทพเช่นเดิม ผ่านพื้นที่ 7 จังหวัดเป็นระยะทางกว่า 360 กิโลเมตร

และด้วยความยาวขนาดนี้ ทำให้แบ่งออกเป็นหลายเฟส ซึ่งแต่ละส่วนก็มีความพร้อมในการก่อสร้างไม่เท่ากันครับ บางช่วงยังศึกษาความเป็นไปได้ หรือยังศึกษาความคุ้มทุนกันอยู่ ส่วนบางช่วงมีการออกแบบคืบหน้าไปพอสมควร

โดยช่วงที่ใกล้โครงการ จะเป็นช่วงเชื่อมต่อรังสิต-ลำลูกกา-สุวินทวงศ์-ลาดกระบัง-บางนา โดยจะตัดกับถนนลำลูกกาช่วงคลอง 10 เป็นช่วงเดียวกับที่มีจุดขึ้นลงของทางด่วนฉลองรัชส่วนต่อขยายครับ

ข้อดีของโครงการนี้ก็คือจะมาช่วยลดความหนาแน่นและความแออัดที่จุดขึ้นลงถนนวงแหวน แทนที่รถจากไกลๆ รวมถึงรถบรรทุกที่ต้องมาใช้วงแหวนรอบที่ 2 กันหมด ก็จะถูกแบ่งออกไปใช้ถนนวงแหวนรอบที่ 3 ได้เช่นกัน

ซึ่งก็คาดว่าช่วงนี้จะเป็นส่วนที่ได้สร้างก่อนเป็นลำดับแรกๆ แต่ต้องรอดูว่าจะอนุมัติเมื่อไหร่ คาดว่าน่าจะในอนาคตไม่ไกลมากครับ

นอกจากนี้ในโครงการวงแหวนรอบ 3 ยังมีมอเตอร์เวย์สาย MR6 ที่จะแยกออกจากทางด่วนฉลองรัชส่วนต่อขยายในช่วงใกล้ๆ จุดตัดวงแหวนรอบ 3 ตรงลำลูกกา เพื่อออกไปสระแก้วอีกสายนึงด้วยครับ แต่อันนี้น่าจะยังเป็นแผนอีกค่อนข้างไกล


ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ :Blessity Park วงแหวน – ลำลูกกา
เนื้อที่โครงการ :26-3-18.5 ไร่
รูปแบบโครงการ :ทาวน์โฮม 2 ชั้น และบ้านแฝด
จำนวนบ้านพักอาศัย : ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร มี 104 ยูนิต
– ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร มี 147 ยูนิต
– บ้านแฝดมี 49 ยูนิต
บริษัท :บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ค่าส่วนกลาง :50 บาท/ตารางวา
Facility :– Clubhouse
– สระว่ายน้ำ
– ฟิตเนส
– สนามบาส
– Co-working Space

– Kids Room
– สวนสาธารณะ
– Sky Walk
ความปลอดภัย :– เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
– เข้าออกโครงการด้วยระบบ Key Card Access
– กล้อง CCTV
แบบบ้าน : ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
พื้นที่ 17.50 – 39.70 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 105.4 ตารางเมตร
ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
พื้นที่ 19.40 – 42.60 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 115.2 ตารางเมตร
บ้านแฝด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

พื้นที่ 36 – 50.8 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 141.2 ตารางเมตร
ราคา :ทาวน์โฮมเริ่ม 1.99 ล้านบาท* แปลงพิเศษ จำนวนจำกัด บ้านแฝดเริ่ม 3.99 ล้านบาท*

รูปแบบโครงการ Blessity Park วงแหวน – ลำลูกกา

สำหรับรูปแบบของโครงการ จะมีทั้งบ้านแฝดและทาวน์โฮมครับ ที่ดินเขาจะเป็นตอนลึกยาวเข้าไปด้านใน มีพื้นที่ 26-3-18.5 ไร่ จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งใหญ่ๆ คือฝั่งซ้ายเป็นบ้านแฝด และฝั่งขวาเป็นทาวน์โฮม มีคลับเฮ้าส์อยู่ตรงกลางใกล้กับทางเข้าของโครงการเลย ที่นี่เขาจะมีบ้านทั้งหมด 300 ยูนิต เป็นทาวน์โฮม 251 ยูนิต และบ้านแฝดอีก 49 ยูนิต โดยทาวน์โฮมเขาจะมีให้เลือก 2 แบบ คือแบบหน้ากว้าง 5 เมตร กับหน้ากว้าง 6 เมตร

สำหรับทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร จะมีทั้งหมด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่ 17.50 – 39.70 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 105.4 ตารางเมตร ส่วนทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่ 19.40 – 42.60 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 115.2 ตารางเมตร และบ้านแฝด มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่ 36 – 50.8 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 141.2 ตารางเมตร

แบบบ้านทั้ง 3 ไทป์ เป็นบ้านที่เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูด้วย ซึ่งฟังก์ชันและแปลนของแต่ละหลังก็จะแตกต่างกันออกไปครับ

มาดูบริเวณทางเข้าโครงการกันบ้าง ที่นี่จะมีป้อมยาม มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าเป็นลูกบ้านก็สามารถเข้าออกโครงการด้วยระบบ Key Card Access ได้เลย ถนนที่เข้ามาจากประตูด้านหน้าก็จะเป็นถนนเส้นหลักของโครงการครับ จะกว้าง 12 เมตร รถสวนกันไปมาได้สบายๆ เลย ส่วนถนนเส้นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ถนนเส้นหลักก็จะกว้าง 9 เมตร

เวลาเราขับรถเข้ามาสิ่งที่สะดุดตาก็น่าจะเป็นคลับเฮ้าส์นี่แหละฮะ ถือเป็นไฮไลท์ของโครงการเลยนะ เอาจริงถ้าเราซื้อทาวน์โฮมที่นี่ราคาสองล้านต้นๆ แต่ได้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อยเลย เดี๋ยวผมจะพาเพื่อนๆ มาดูกันครับว่าส่วนกลางของที่นี่จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

Clubhouse

มาเริ่มที่คลับเฮ้าส์กันก่อนเลยครับ ที่นี่จะมีทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน ด้านล่างจะมี 2 ห้อง เป็นห้องนั่งเล่นกับ Co-working Space นอกจากนี้ก็ยังมีสระว่ายน้ำ และห้องน้ำด้วย ส่วนด้านบนจะเป็นฟิตเนสกับห้องเด็กเล่นครับ

สำหรับห้องนั่งเล่นลูกบ้านสามารถมาใช้บริการได้เลย ที่นี่เขาให้หน้าต่างกระจกบานใหญ่มากกกก คือตัวเพดานก็สูงอยู่แล้วนะ แต่ก็ให้กระจกแบบเต็มบานมาสองฝั่งเลย เราสามารถมองวิวสระว่ายน้ำไปด้วยได้ แล้วแสงแดดในตอนกลางวันสาดเข้ามาด้านในเต็มๆ แทบไม่ต้องเปิดไฟเลย แต่ก็อาจจะต้องเปิดแอร์สู้นิดนึงฮะ ไม่งั้นร้อนแน่ๆ

ในส่วนของสระว่ายน้ำเป็นรูปทรง Free Form มีความอิสระอยู่ครับ คือไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมธรรมดาแล้วจบ แต่ทำให้มีทรวดทรงและลวดลายที่มีดีไซน์มากยิ่งขึ้น สระที่นี่จะกว้าง 14 เมตร ยาว 21 เมตร และลึก 1.2 เมตร รอบๆ สระว่ายน้ำก็จะมีเก้าอี้ไว้ให้นั่งพักผ่อนด้วย

ที่อาบน้ำกับห้องน้ำก็จะอยู่ติดกันเลย ห้องน้ำแยกชายหญิง มีล็อกเกอร์เก็บของให้ มีห้องแต่งตัว แล้วก็ห้องอาบน้ำด้วยครับ

ชั้น 2 จะเป็นฟิตเนสกับห้องเด็กเล่น ห้องฟิตเนสค่อนข้างกว้างเลย มีเครื่องออกกำลังกายมาให้เยอะครับ แล้วถ้าใครอยากจะใช้เสื่อโยคะหรือลูกบอล เขาก็มีพื้นที่ว่างเหลือเฟือให้เราได้ออกกำลังกายด้วย

ส่วนห้องเด็กเล่นก็จะมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้น้องๆ มาใช้ได้เลย ทั้งของเล่น บ้านบอล กระดาน รวมไปถึงตาข่ายด้านนอกให้ได้ปีนป่ายกันด้วย ห้องฟิตเนสกับห้องเด็กเล่นต้องมีคีย์การ์ดนะครับถึงจะเข้าออกได้


Outdoor Area

เมื่อกี้เราพาไปดูคลับเฮ้าส์กันแล้ว ต่อไปจะพามาเดินด้านนอกที่ติดกับคลับเฮ้าส์กันบ้างครับ บริเวณด้านนอกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสวน มีต้นไม้และสนามหญ้าโอบล้อมอยู่เต็มไปหมด มีสนามเด็กเล่น สไลเดอร์ สนามบาส ชิงช้า และ Skywalk เป็นจุดที่ค่อนข้างร่มรื่นเลย

สนามบาสจะมาแบบครึ่งสนาม มีแป้นบาสเตรียมไว้ให้ แต่ลูกบ้านอาจจะต้องนำลูกบาสมาเองนะ ทางโครงการเขาปลูกต้นไม้ไว้รอบๆ สนามบาส นอกจากจะร่มรื่นแล้ว ผมว่ายังช่วยกันลูกบาสกลิ้งกระเด็นออกไปยังถนนด้านหลังได้ด้วย

เดินเลยสนามบาสมาจะเป็นสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่เลยครับ มีหลากหลายมุมให้ได้เลือก จะเล่นสไลเดอร์จิ๋ว หรือนั่งพักเหนื่อยก็ได้ แต่ถ้าใครชอบเล่นสไลเดอร์ใหญ่ๆ เขาก็มีนะ สีแดงโดดเด่นสะดุดตา มาพร้อมกับทรายขนาดย่อมๆ เอาไว้กันกระแทกตอนสไลด์ลงมาด้วย แล้วถ้าอยากจะเล่นอีกรอบก็ไม่ต้องเดินไกล เขามีเชือกให้ไต่ขึ้นไปด้านบนฮะ

ที่นี่เขาสร้าง Skywalk มาให้ลูกบ้านได้เดินด้วยนะ อารมณ์เหมือนไปเที่ยวเชียงใหม่ที่มี Skywalk ให้เดินชมธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร ก็เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจครับ เด็กเดินได้ผู้ใหญ่เดินดี แล้วด้านล่างของ Skywalk ยังมีชิงช้าห้อยมาให้เราได้ไปนั่งเล่นด้วย ก็ถือเป็นการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ได้ดีมาก

ที่นี่เขาจะมีค่าส่วนกลางด้วยนะครับ อยู่ที่ 50 บาท/ตารางวา

พื้นที่ส่วนกลางๆ หลักๆ ก็จะมีประมาณนี้ครับ ให้มากำลังดี แล้วแต่ละโซนก็สามารถใช้ได้จริง มาใช้ได้ทุกเจเนอเรชั่นเลย ยิ่งถ้าใครอยู่เป็นครอบครัว มีลูกมีหลานแต่ในบ้านไม่มีที่วิ่งเล่น สวนสาธารณะของโครงการเองก็ค่อนข้างตอบโจทย์ให้เด็กๆ ได้มีพื้นที่เล่นกันแบบเต็มที่เลย ทั้งยังเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางโครงการด้วย สำหรับบ้านทาวน์โฮม อาจจะไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ได้ปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ต่างๆ ใช่มั๊ยครับ เราก็สามารถมาเดินเล่นที่สวนส่วนกลางแทนได้ เพราะเขาปลูกต้นไม้มาให้แบบแน่นๆ เลย เป็นโซนที่เรียกได้ว่าร่มรื่นและน่ามาเดินเล่นครับ


จุดเด่นของบ้านแต่ละไทป์

รู้จักโครงการกับดูพื้นที่ส่วนกลางกันไปพอสมควรแล้ว ก่อนที่จะไปดูบ้าน ผมอยากให้เพื่อนๆ ได้ดูก่อนว่าบ้านทั้ง 3 ไทป์ที่เราจะพาไปดูมีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกัน และมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันฮะ

บ้านแฝด
บ้านทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร และ 5 เมตร

เริ่มที่ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตรกันเลย ไทป์นี้จะมีห้องนอนและห้องน้ำน้อยที่สุดครับ คือ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ด้วยความที่เขาเอาห้องนอนไปไว้ชั้นบนหมด แต่ชั้นบนมีห้องน้ำแค่ห้องเดียว อาจจะต้องแย่งกันใช้บ้าง ดังนั้นทางโครงการเลยแยกห้องอาบน้ำออกมาสะเลย ใครจะอาบน้ำก็อาบไป ใครจะถ่ายหนักถ่ายเบา ล้างหน้าแปรงฟันก็ไม่ต้องรอ สามารถเข้าไปอีกห้องได้ ลดปัญหาเรื่องการแย่งใช้ห้องน้ำไปได้เลยครับ

ส่วนทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร จะมี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ชั้นล่างมีห้องนอนเพิ่มเข้ามา สามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ ส่วนชั้นบนจะมีอีก 3 ห้องนอนครับ ห้อง Master Bedroom จะมีพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ด้วย แถมยังมีห้องน้ำในตัว ต่างจากทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตรฮะ

นอกจากนี้บ้านทาวน์โฮมทั้ง 2 แบบ ยังมีลิ้นชักสำหรับเก็บของใต้บันไดจำนวน 2 ขั้นด้วย ซึ่งในบ้านแฝดไม่มีครับ

สำหรับบ้านแฝด มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ในแต่ละโซนค่อนข้างกว้างเลย มีห้องครัวแบบแยกด้วย ทำประตูบานเลื่อนกระจกแบบเปิดปิดไว้ให้แล้ว สามารถเชื่อมต่อกับด้านหลังบ้านได้ เผื่อใครที่ไม่ได้อยากจะต่อเติมครัวเพิ่ม หลังนี้ก็สร้างห้องเอาไว้ให้ รอเรามา Built-in เคาน์เตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ครับ ความพิเศษที่ผมไม่ค่อยเห็นที่ไหนของบ้านแฝดเลย คือตู้เก็บของตรงบันไดครับ สามารถใส่ของได้จริงนะ ใส่ได้เยอะเลยด้วย

แล้วบ้านแฝดก็ยังเป็นไทป์เดียวที่ห้องน้ำชั้นบนทางโครงการติดตั้งฉากกั้นกระจกมาให้เพื่อแยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งครับ แถมบ้านแฝดยังได้รั้วไฟฟ้าด้วยนะ ประตูทางเข้าบ้านทางโครงการก็ทำมาให้เหมือนบ้านตัวอย่าง เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลยฮะ

บ้านทุกหลังจะมีห้องเก็บของใต้บันไดด้วยนะครับ ทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝดเลย แต่บ้านแฝดจะมีขนาดเล็กกว่าค่อนข้างมาก ด้านในทางโครงการติดตั้งไฟมาให้พร้อมใช้งานแล้ว อ้อ! อีกอย่างทั้งทาวน์โฮมแล้วก็บ้านแฝด เขาติดตั้งหลังคาจอดรถมาให้ด้วยนะครับ แต่ละบ้านจะได้ไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเองอีก ช่วยลคค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้


มาดูบ้านตัวอย่าง

เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูบ้านทั้ง 3 ไทป์ โดยเริ่มจากทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตรก่อนนะครับ จากนั้นจะเป็นทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร และบ้านแฝดตามลำดับเลย

ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร

ไทป์นี้จะมี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้สอย 105.4 ตารางเมตร ที่ทางโครงการให้มาจะเป็นบ้านเปล่านะครับ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาให้ เราจะต้องมา Built-in และซื้อของเพิ่มเติมเอาเอง จากแปลนจะเห็นว่ามีการวางครัวไว้ด้านในตัวบ้าน ไม่ได้ต่อเติมด้านหลัง ข้างๆ กันจะเป็นมุมทานอาหาร และมีมุมนั่งเล่นอยู่ด้านหน้าบ้าน บันไดก็จะอยู่หน้าบ้านเช่นกัน ไม่ต้องกลัวว่าจะมืดนะครับ เขามีหน้าต่างเอาไว้เพิ่มช่องแสงให้ด้วย

ส่วนชั้น 2 จะแบ่งได้อีก 3 ห้องนอน เป็นห้องนอนใหญ่ 1 ห้องนอน และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องนอน อย่างที่บอกครับว่าจุดเด่นของบ้านไทป์นี้คือ เขาแยกห้องอาบน้ำออกจากห้องน้ำ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้ใครคนใดคนนึงอาบน้ำเสร็จก่อนเราถึงจะเข้าห้องน้ำได้ อันนี้ถือเป็นข้อดีมากเลยนะ สำหรับบ้านที่มีจำนวนสมาชิกอาศัยอยู่เยอะ

ชั้น 1

มาดูบ้านตัวอย่างกันบ้าง เริ่มตั้งแต่ทางเข้าบ้านเลย ตอนแรกที่ดูในแปลนเหมือนจะแน่นนะ แต่พอมาดูบ้านจริงๆ แล้วโล่งกว่าที่คิดครับ มุมนั่งเล่นที่อยู่หน้าบ้านสามารถวางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่งได้ ไม่ได้อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหารมากนัก

มุมทานอาหารสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้ ไม่ได้ดูอึดอัดอะไรฮะ ผนังที่ดูโล่งๆ เราก็สามารถ Built-in ตู้หรือชั้นเก็บของต่างๆ ได้นะ ใช้ทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์บ้านเราจะได้มีที่เก็บของเยอะๆ ครับ

ในส่วนของครัว ถ้าหากว่าเพื่อนๆ ไม่ได้ต่อเติมด้านหลัง มุมนี้ก็ถือเป็นครัวที่ครบเลย สามารถ Built-in เคาน์เตอร์ครัวได้เยอะ มีตู้เก็บของด้านบน สามารถติดตั้งอ่างล้างจานขนาดใหญ่ได้ รวมไปถึงเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันด้วย แต่ตู้เย็นจะอยู่ด้านนอกแยกออกมาจากครัว (แต่ก็ยังอยู่ติดกันนะ) หรือถ้าเพื่อนๆ อยากจะเอาตู้เย็นไว้ด้านใน ก็เปลี่ยนจากครัวรูปตัว L เป็นครัวรูปตัว I ได้ครับ

ส่วนทางไปห้องน้ำที่เห็นมีประตู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องเก็บของใต้บันได ส่วนฝั่งขวาจะเป็นประตูห้องน้ำครับ ห้องเก็บของค่อนข้างลึก มีพื้นที่ให้เก็บได้หลายอย่างเลย ส่วนห้องน้ำที่ทางโครงการให้ก็จะหน้าตาแบบบ้านตัวอย่างเลย มีอ่างล้างหน้า กระจก ชักโครก และฝักบัวยี่ห้อ Englefield แต่ไม่มีฉากกั้นกระจกสำหรับมุมอาบน้ำนะ

ชั้น 2

ขึ้นบันไดมาต่อกันที่ชั้น 2 จะเจอโถงทางเดิน ผมพามาดูห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของบ้านหลังนี้ก่อนเลย ห้องน้ำที่แยกออกมาก็จะมีฝักบัวครับ ไม่ต้องมีฉากกั้นกระจกใดๆ ทั้งสิ้น เพราะห้องนี้ยังไงก็เปียกเป็นปกติ ส่วนห้องน้ำอีกห้องจะมีอ่างล้างหน้า กระจก และชักโครก ทั้งสองห้องมีหน้าต่างด้วย ทำให้แสงแดดลอดผ่านเข้ามาได้ตลอด ทำให้ห้องน้ำไม่ชื้นด้วย

ติดกับห้องน้ำจะเป็นห้องนอนเล็กครับ มีพื้นที่พอสำหรับวางเตียงขนาดประมาณ 3 ฟุต โต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าได้

แต่ห้องนอนเล็กอีกห้อง ทางโครงการแต่งเป็นห้องโยคะเอาไว้ออกกำลังกาย จริงๆ ก็ค่อนข้างอเนกประสงค์ถ้าเพื่อนๆ อยากจะตกแต่งเป็นห้องอื่นๆ อย่างห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องเล่นเกม ห้องไลฟ์ขายของก็ย่อมได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเลย

ส่วน Master Bedroom จะอยู่ด้านหน้าบ้าน สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ รวมไปถึงตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งด้วย


ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 เมตร

ไทป์นี้จะมี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอย 115.2 ตารางเมตร หลังนี้ก็จะมีหน้ากว้างกว่าหลังก่อนหน้านี้ หลังก่อนหน้านี้ถ้าดูแปลนแล้วบ้านจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นตอนลึกเข้าไปใช่มั๊ยครับ แต่ถ้าเป็นหลังนี้จะดูเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสมากกว่า (สำหรับตัวบ้านนะ) ส่วนในแปลนจะทำครัวติดกับมุมทานอาหารไปเลย มีห้องนอนด้านล่างด้วย แต่ในบ้านตัวอย่างจะต่างออกไปนะครับ เขายกครัวไปไว้ตรงลานซักล้างหลังบ้านแทน ทำให้บ้านดูมีพื้นที่มากขึ้น

ส่วนชั้นบนจะมีทั้งหมด 3 ห้องนอน 2 ห้องนอนเล็กจะใช้ห้องน้ำร่วมกัน ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำส่วนตัวด้านใน แล้วก็มี Walk-in Closet ด้วย

ชั้น 1

เข้ามาด้านในตัวบ้านจะเจอกับมุมนั่งเล่นก่อนเลย แต่ถ้าเพื่อนๆ มองเข้าไปด้านใน หากว่าเรามีการต่อเติมครัวด้านหลัง ก็จะทำให้บ้านดูเป็นตอนลึกมากขึ้นครับ มีการวางบันไดไว้ด้านหน้าเช่นเคย ส่วนมุมทีวีสามารถกรุผนังทำชั้นต่างๆ เพิ่มได้

จากแปลนที่ห้องครัวดูติดชิดกับมุมทานอาหาร พอเขายกครัวไปต่อเติมด้านหลัง มุมทานอาหารก็จะดูกว้างขึ้น วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้

ในโซนห้องนอนด้านล่าง จะอยู่ติดกับห้องน้ำ และตรงข้ามเป็นห้องเก็บของใต้บันได ต้องบอกว่าเป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่และสูงเลย ลองดูจากขนาดประตูได้ครับ ประตูห้องเก็บของขนาดเท่ากับประตูห้องน้ำเลย เราสามารถเดินเข้าไปเก็บของได้แบบชิวๆ ส่วนห้องน้ำเองก็จะมีอ่างล้างหน้า กระจก ชักโครก และฝักบัวเหมือนกับบ้านหลังก่อนหน้านี้เลย

ส่วนห้องนอนชั้นล่าง สามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ต่างๆ ได้ ห้องค่อนข้างกว้างเลยครับ และถึงแม้เขาจะมีการต่อเติมด้านหลัง ห้องนี้ก็ยังได้แสงธรรมชาติจากด้านนอกอยู่นะ เพราะเขาใส่หลังคาโปร่งแสง ที่แสงแดดยังสามารถส่องลงมาได้อยู่ครับ

มาดูในส่วนที่ทางโครงการต่อเติมมาเป็นไอเดียกันบ้าง เขาทำเป็นห้องครัวรูปตัว L ครับ แต่ไม่ได้ทำทั้งหมดนะ มีพื้นที่สำหรับซักล้างและนั่งเล่นชิวๆ ได้อีก ในส่วนของห้องครัว สามารถ Built-in เคาน์เตอร์ ตู้เก็บของ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควันและอ่างล้างจานได้ พื้นที่ไม่แออัดนะ เราสามารถเดินสวนกันด้านในได้สบายๆ เลย

แต่ไม่ต้องกลัวนะครับว่าครัวจะทึบและมืดเกินไป เพราะห้องซักล้าง หลังคาเขาทำเป็นแบบโปร่งแสง ดังนั้นแสงแดดด้านนอกสามารถส่องลงมาด้านในให้ดูสว่างได้ในตอนกลางวัน ห้องนี้พื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะ เขาเลยทำที่นั่งกับเพิ่มต้นไม้เข้ามา ทำให้บ้านดูมีความเขียวๆ ขึ้นมาหน่อยฮะ

ชั้น 2

มาต่อกันที่ชั้น 2 ชั้นนี้จะแบ่งห้องออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งหน้าบ้านกับหลังบ้าน ซึ่งทุกห้องจะมีหน้าต่างเป็นของตัวเอง เพิ่มแสงสว่างทำให้ห้องไม่ดูมืดและอึดอัดครับ โดยฝั่งหน้าบ้านจะมีห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็ก ส่วนฝั่งหลังบ้านเป็นห้องนอนเล็กกับห้องน้ำ ในส่วนของห้องน้ำจะเป็นตอนลึก มีอ่างล้างหน้า กระจก ชักโครก และฝักบัว แต่ตรงโซนอาบน้ำไม่ได้มีฉากกั้นกระจกติดตั้งมาให้ จุดนี้เราสามารถติดตั้งเพิ่มเองได้นะ

ในส่วนของห้องนอนเล็ก ขนาดก็ไม่ได้เล็ก สามารถวางเตียง โต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองห้องเลย

ความพิเศษของบ้านไทป์นี้อยู่ที่ห้องนอนใหญ่ครับ นอกจากจะมีพื้นที่วางเตียงขนาดใหญ่แล้ว ยังมีโซนสำหรับทำ Walk-in Closet มาให้ด้วย เพิ่มพื้นที่เก็บเสื้อผ้าได้เยอะเลย ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวด้วยครับ


บ้านแฝด

สำหรับบ้านแฝดจะมี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 141.2 ตารางเมตร ถ้าดูจากแปลนจะเห็นชัดเลยครับ ว่ามีความแตกต่างจากทาวน์โฮม เนื่องจากพื้นที่ในตัวบ้านค่อนข้างเยอะแล้ว ดังนั้นมุมซักล้างด้านนอกก็ไม่ได้มีพื้นที่เหลือเยอะที่จะต่อเติมเพิ่มได้ เน้นเป็นการมีพื้นที่สีเขียวรายล้อมรอบบ้านมากกว่า ชั้นล่างจะเห็นว่ามุมนั่งเล่นกับมุมทานอาหารจะเชื่อมต่อกัน ทำให้บ้านดูโล่งมากขึ้น มีครัวแยกมาให้ ทำเป็นครัวไทยได้เลย ชั้นล่างมีห้องนอนเล็กด้วย เผื่อบ้านใครมีผู้สูงอายุ หรือถ้าไม่มีจะดัดแปลงเป็นห้องอเนกประสงค์ก็ได้เช่นกันฮะ

ส่วนชั้นบนมี 3 ห้องนอน ห้องนอนเล็กมีขนาดกว้างขึ้น ส่วนห้องนอนใหญ่ก็สามารถทำ Walk-in Closet ได้ ทั้งยังมีห้องน้ำในตัวด้วย เป็นบ้านไทป์เดียวที่ทางโครงการให้ฉากกั้นกระจกในโซนอาบน้ำครับ

ชั้น 1

ข้อดีของบ้านแฝดที่ผมเข้ามาแล้วค่อนข้างชอบ คือเขาให้หน้าต่างมาเยอะมาก ถ้าเป็นทาวน์โฮมจะไม่ค่อยมีหน้าต่างให้แสงเข้ามาเยอะๆ ใช่มั๊ยครับ แต่บ้านแฝดเขาใส่หน้าต่างกับประตูมาให้เยอะแยะไปหมดเลย

ในโซนนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่เกิน 3 ที่นั่งได้สบายๆ ถ้าเป็นโซฟาตัว L ก็ยังมีช่องทางเดินเหลือให้ผ่านไปมาได้ ส่วนชั้นวางทีวีกับผนังก็สามารถ Built-in กันได้แบบเต็มๆ ไม่มีกั๊ก

โซนทานอาหารค่อนข้างใหญ่เลย วางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งได้แบบชิวๆ จะ Built-in ตู้ทำเป็นมุมชา มุมกาแฟ หรือมุมบาร์สวยๆ ก็ได้ครับ

โถงทางเดินขึ้นไปยังชั้น 2 กว้างมาก ถ้าเราเดินไปจะเจอครัวก่อน แล้วถึงจะเป็นห้องนอน สุดทางคือห้องน้ำกับห้องเก็บของ

สำหรับครัวที่ได้จริงๆ จะเป็นห้องเปล่าๆ โล่งๆ นะครับ เราต้องมา Built-in เพิ่มเอาเอง มีพื้นที่ให้ทำครัวได้เยอะเลย แล้วถ้าเพื่อนๆ อยากจะเดินออกไปหลังบ้าน ก็ออกทางประตูตรงห้องครัวได้เลยนะ ประตูบานเลื่อนกระจกนี้ทางโครงการติดตั้งมาให้แล้ว เวลาทำอาหารกลิ่นจะได้ไม่เข้าไปในบ้านครับ

มาถึงห้องนอนด้านล่างกันบ้าง ทางโครงการเขาแต่งเป็นห้องนั่งเล่น นอนเล่น ทำงานได้ ก็เรียกได้ว่าอเนกประสงค์มากๆ ถ้าอยากพักผ่อนสายตา มองออกไปนอกหน้าต่างก็เจอต้นไม้สีเขียวริมรั้วแล้ว ดูผ่อนคลายดีครับ

บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีห้องเก็บของใต้บันไดเล็กที่สุดครับ อาจจะต้องมีการมุดนิดนึง ส่วนห้องน้ำก็ไม่ต่างจากทาวน์โฮมเลย

ชั้น 2

ขึ้นบันไดมาบอกเลยว่าต้องสะดุดตากับตู้เก็บของ ผมแทบไม่เคยเห็นใครทำตู้เก็บของไว้ตรงนี้เลย สามารถใส่ของจุกจิก ของที่เราไม่ได้ค่อยได้หยิบใช้ได้ เป็นไอเดียที่เก็บของที่น่าสนใจไปอีกแบบฮะ