รีวิวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่

รีวิว “OKA HAUS สุขุมวิท 36” คอนโด High Rise สไตล์ญี่ปุ่น อัดแน่นไปด้วย Facilities ใกล้ชิดไปกับวิวบางกระเจ้า

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูคอนโดสบายๆ สไตล์ญี่ปุ่นกันที่ “OKA HAUS สุขุมวิท 36” ครับ ที่นี่เป็นคอนโด High Rise สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ที่มีพื้นที่ส่วนกลางเยอะมาก ใหญ่มาก และสวยมาก พอเข้ามาที่นี่ค่อนข้างรู้สึกสงบนะ เหมือนทางเข้าโครงการค่อนข้างไกลจากตัวถนนใหญ่ ทำให้เสียงรถแทบไม่เข้ามารบกวนด้านในเลย ผมว่าเป็นคอนโดที่เหมาะกับการพักผ่อนมากๆ

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop

“OKA HAUS” เป็นคอนโด High Rise สูง 47 ชั้น มี 1 อาคาร ทั้งหมด 1,178 ยูนิต สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ จะเห็นว่าตั้งแต่ทางเข้าโครงการมา เราจะพบกับตึกสูงสีน้ำตาล ซึ่งเขาก็คุมโทนไปยันด้านในตึกเลยนะครับ เอาจริงตอนแรกบอกเลยว่าไม่ได้คาดหวังใดๆ กับการมาดูคอนโดนี้ แต่พอขับรถเข้ามาเห็นตึก เห็น Lobby เท่านั้นแหละ คือสวยแบบมีดีเทลยิบย่อยเยอะแยะไปหมด ผมว่าที่นี่มีการออกแบบ Facilities และพื้นที่ส่วนกลางมาค่อนข้างดีเลย มีความอเนกประสงค์ ความใช้งานได้หลากหลาย ดีไซน์ก็เลิศ

จุดเด่นของโครงการ

จุดเด่นของโครงการคือการมี Facilities และพื้นทีส่วนกลางที่หลากหลาย ทั้งยังนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมกับชีวิตประจำวันของลูกบ้านมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันของทางแสนสิริเองที่ทำงานบนมือถือได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่การแจ้งเตือน จองส่วนกลาง ดูค่าน้ำค่าไฟ ติดตามข่าวสารต่างๆ หรือการมี Touch Pad ให้กับทุกห้อง เพื่อให้ลูกบ้านสามารถควบคุมระบบต่างๆ ผ่านเจ้าเครื่องนี้ได้ เดี๋ยวเราจะมาแยกย่อยสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ

Smart Life

สำหรับโครงการนี้ผมคิดว่าค่อนข้างตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่มากๆ คือทุกอย่างเราสามารถทำงานผ่านมือถือได้ ผ่านแอปพลิเคชันของแสนสิริได้ ทั้งการจองพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ หากเราจองไปแล้ว เมื่อถึงเวลาจอง แอปพลิคชันก็จะแจ้งเตือนบนมือถือของเราทันที หรือจะเป็น Smart Locker ที่เก็บของอัจฉริยะ มีการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน และปลดล็อกผ่าน QR Code แสนจะสะดวก ในส่วนตู้จดหมายของเรา ส่วนใหญ่ก็จะมีกุญแจให้แต่ละห้องใช้มั๊ยครับ แต่ที่นี่หากมีจดหมายในตู้ของเรา มันก็จะแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชันให้เลย ถ้าเราจะลงมาเอาจดหมายก็ใช้แค่ QR Code เพื่อเปิดตู้เท่านั้น ไม่ต้องพกกุญแจให้เสียเวลาเลย

ชั้น 47 ของที่นี่จะมี Co-kitchen ซึ่งในนี้จะมีตู้เพาะปลูกพืชด้วยเรียกว่า “Farmshelf” เราสามารถควบคุมการเจริญเติบโตผ่านมือถือได้ด้วย แถมยังเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปทำอาหารเองได้อีก เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจดีครับ ส่วนระบบ Home Automation ก็มีอยู่แล้ว เราก็ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันได้เลย และในส่วนของ Touch Pad ขนาด 7 นิ้ว ที่มีให้กับทุกห้อง ถ้าเราไม่ได้ใช้มือถือ เราสามารถควบคุมทุกอย่างผ่านเจ้าเครื่องนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบต่างๆ ภายในห้อง จองพื้นที่ส่วนกลาง ดูค่าน้ำค่าไฟ เชื่อม VDO Door Phone ที่ Lobby หรือติดต่อนิติบุคคล และยังสามารถเช็กจดหมายภายในตู้ได้อีก เอาจริงก็ถือว่าครบและสะดวกสบายมากๆ สำหรับเทคโนโลยีต่างๆ นี้

Lobby

ต้องบอกว่า Lobby ของที่นี่คือกว้างขวาง โอ่อ่ามากเว่อ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาและการกัดเซาะของลม เพดานถึงได้สูงเหมือนกับภูเขา แต่ก็ยังเน้นโทนสีน้ำตาลอยู่นะ ละคือมุมนั่งเล่นเยอะมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มารอรถ รอเพื่อน รอรับของ รอรับอาหาร เป็น Lobby ที่นั่งได้เรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวคนพลุกพล่านเลย สำหรับชั้น Ground Floor นี้ นอกจาก Lobby ก็จะมี Smart Mailbox, Smart Locker และห้องนิติบุคคล ส่วนด้านนอกอาคารจะมี EV Charger, Shuttle Bus ไปรับ-ส่งที่ BTS ทองหล่อ และ Educational Playground ด้วยครับ

Relax Area

เดินออกจากลิฟต์มาก็จะเจอความเปิดโล่งนี้ มีพื้นที่นั่งเล่น รับลมชิมวิวตลอดแนว สุดทางเดินจะเป็น Exercise Room และทางซ้ายมือจะเป็นสระว่ายน้ำครับ

มีมุมเด็กเล่นนิดหน่อย รวมไปถึงห้อง Self-laundry มีเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และตู้กดน้ำให้บริการอยู่ฮะ

Swimming Pool

สระว่ายน้ำคือสวยตาแตก หรือผมชอบการออกแบบและการจัดวางของสระและมุมพักผ่อนรึป่าวไม่รู้ ถึงชอบมุมนี้มาก สระนี้จะยาว 40 เมตร กว้าง 5.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร จะเห็นได้ว่าวิวไม่ได้มีตึกอะไรมาบังสายตา เราสามารถมองออกไปไกลจนสุดขอบฟ้าได้ แม้จะอยู่ชั้น 8 แต่วิวดีจริงฮะ

พื้นที่นั่งเล่นรอบๆ สระว่ายน้ำค่อนข้างหลากหลายและไม่ซ้ำจำเจ

Leisure Pool หรือธาราบำบัด (Hydrotherapy) จะเห็นว่าสระทั้งสองเชื่อมต่อกัน ถ้าว่ายน้ำเหนื่อยแล้วอยากจะพัก ก็แค่ข้ามมาอีกสระเท่านั้นเองครับ จะบอกว่าระบบบำบัดของ Leisure Pool คือเยอะ มีทั้ง Bubble Pool เอาไว้นวดเท้า, Massage Seat นวดหลังกับต้นขา, Water Certain นวดไหล่, Walking Corridor ช่วยการทรงตัว และ Spa Bed นอนนวด แช่น้ำไปเลยทั้งตัว เยอะจนเลือกใช้ไม่ถูกแล้วครับ 5555

มุมนี้เป็น Heated Pool เอาไว้แช่น้ำอุ่น ด้านหลังจะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง มีห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า Locker เก็บของ และห้อง Steam

ภาพสระว่ายน้ำมุมสูงครับ

Exercise Room

ห้องนี้ค่อนข้างกว้างและโปร่ง แบ่งออกเป็นโซนๆ แต่ละโซนไม่ได้อยู่ติดกัน มีเครื่องเล่นค่อนข้างเยอะครับ มองเห็นทั้งวิวสระว่ายน้ำ และวิวเมือง

Sky Lounge

เดินขึ้นบันไดไปหน่อยจะเป็นที่พักผ่อน นั่งชมวิวบางกระเจ้าครับ ส่วนด้านล่างจะเป็น Co-working Space ก่อน แล้วเลยเข้าไปอีกจะเป็น Co-Kitchen

Retreat Room

ห้องนี้เป็นห้องพักผ่อนที่มีเก้าอี้ยี่ห้อ OSIM รุ่น uInfinity Luxe ราคาสองแสนกว่าบาทแน่ะ!!! เขามีให้ลูกบ้านนั่งตั้งสี่ตัว แถมยังมีทีวีเอาไว้มานั่งนวดตัวไปดูหนังไปได้อีก หรืออีกฝั่งเป็นวิวบางกระเจ้า เราก็นวดไปชมวิวบางกระเจ้าไปก็ยังได้

Sunset Deck

ชั้นดาดฟ้าของที่นี่ก็คือมีสวนสีเขียวเยอะมาก มีมุมให้นั่งเล่นเยอะมากเช่นกัน มีกล้องส่องทางไกลด้วยนะครับ เผื่อใครอยากจะซูมวิวบางกระเจ้างี้ วิวข้างบนค่อนข้างดีเลย เราจะเลือกวิวเมืองจ๋าๆ ฝั่งทองหล่อ หรือจะมองวิวธรรมชาติอย่างบางกระเจ้าก็ได้

Outdoor Theatre

ลานดูหนังกลางแจ้งก็ชิวไปอีกแบบฮะ

Sansiri Backyard

ปิดท้ายด้วย Sansiri Backyard ส่วนกลางที่ต้องมีทุกโครงการ เอาไว้ปลูกพืชผักสวนครัวให้ลูกบ้านได้มาเด็ดไปทานกันได้ ถ่ายรูปสวยนะฮะมุมนี้ ผมถ่ายมาแล้ว อิอิ


ข้อมูลโครงการ

เนื้อที่โครงการ :ประมาณ 5 ไร่
จำนวนห้องพัก :1,178 ยูนิต
รูปแบบโครงการ :High Rise 47 ชั้น 1 อาคาร
ลิฟต์ :ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว และ Service Lift 1 ตัว
ค่าส่วนกลาง :65 บาท/ตารางเมตร/เดือน
ค่ากองทุน :600 บาท/ตารางเมตร
ที่จอดรถ :49% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
Facility :Lobby, Educational Playground, EV Charger, Smart Mailbox, Smart Locker, Shuttle Bus, Swimming Pool, Kid’s Pool, Leisure Pool, Heated Pool, Exercise Room, Steam Room, Self-laundry, Sky Lounge, Co-working Space, Co-kitchen, Sunset Deck, Outdoor Theatre และ Sansiri Backyard
แบบห้อง :1 Bedroom ขนาด 26.50 – 34.75 ตารางเมตร
2 Bedroom ขนาด 40.50 – 49.50 ตารางเมตร
3 Bedroom ขนาด 86.25 – 86.50 ตารางเมตร
ราคา :ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย :ประมาณ 155,000 บาท/ตารางเมตร

ทำเลโครงการ

โครงการจะตั้งอยู่ติดกับถนนพระราม 4 ถ้าจะไปเส้นสุขุมวิทออกจากโครงการมาเลี้ยวซ้าย จะเจอซอยสุขุมวิท 36 อยู่ไม่ไกลครับ BTS ที่ใกล้ที่สุดคือทองหล่อ ทางโครงการเองก็มี Shuttle Bus รับส่งด้วย ส่วน MRT ที่ใกล้ที่สุดคือศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมว่าโลเคชั่นตรงนี้ก็ค่อนข้างสะดวกนะ จะไปทองหล่อ-เอกมัยก็ไม่ไกล จะไปสามย่าน สาทร สีลมก็ได้ แถมเยื้องๆ โครงการไปหน่อยมีโรงพยาบาลเทพธารินทร์อยู่ใกล้ๆ แล้วโซนนี้คือของกินเยอะ สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ ห่างจากโครงการไปเล็กน้อยมีทั้ง Big C Extra และ Tesco Lotus Extra หรือจะไปสวนเพลินมาร์เก็ต, K Village, EmQuartier, EmPorium และ Gateway เอกมัย ให้เราได้เลือกไปซื้อของได้หลากหลายที่


แปลนโครงการ

จากแปลนโครงการจะเห็นว่าทางเข้ายาวมากกกกกกก กว่าจะมาถึงตัวคอนโด คือแค่ทางเข้าก็ดูไพรเวทแล้วอ่ะเอาจริง สำหรับ Facilities และพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ชั้น Ground, 8 , 47 และชั้นดาดฟ้า สำหรับส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 8 เป็นต้นไป โดยจะเรียงกันเป็นรูปตัว L ครับ


Layout ห้อง

จริงๆ Layout ห้องก็มีเยอะนะครับ มีทั้งแบบครัวปิด ครัวเปิด บางห้องขนาดไม่ต่างกัน ต่างกันที่มีอ่างอาบน้ำหรือไม่มีอ่างอาบน้ำ แต่เรานำ Layout เด่นๆ มาให้ดูทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน คือ 1 Bedroom ขนาด 26.50 – 26.75 ตารางเมตร เป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ 1 Bedroom ขนาด 33.50 – 34 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 34.25 – 34.75 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 49.25 ตารางเมตร ทั้งสามห้องจะเป็นขนาดเดียวกับห้องตัวอย่างครับ

1 Bedroom
26.50 – 26.75 ตารางเมตร

1 Bedroom
34.25 – 34.75 ตารางเมตร

1 Bedroom
33.50 – 34 ตารางเมตร

2 Bedroom
49.25 ตารางเมตร


ห้องตัวอย่าง

ห้องตัวอย่างจะมีให้ดูทั้งหมด 3 ห้องด้วยกัน คือ 1 Bedroom ขนาด 33.50 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 34.75 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 49.25 ตารางเมตร โดยทุกห้องจะขายแบบ Fully Fitted มีห้องน้ำ ห้องครัว และแอร์ให้ แต่แสนสิริเขาก็มี Furniture Package มาให้เลือกด้วยนะครับ โดยจะเพิ่มในส่วนของตู้รองเท้า โต๊ะทานอาหาร โซฟา โต๊ะกาแฟ ชั้นวางทีวี เตียง โต๊ะข้างเตียง และตู้เสื้อผ้า ซึ่งราคาต้องสอบถามกับทางเซลล์ก่อนนะ เพราะบางทีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ฮะ

1 Bedroom ขนาด 33.50 ตารางเมตร

ก่อนจะพาทัวร์ห้องแรก ขอบอกก่อนว่าห้องนี้พิเศษกว่าห้องอื่น ถ้าเพื่อนๆ มองเข้าไปในห้อง จะเห็นว่ามีป้ายแท็กอยู่ทั่วทั้งห้อง ซึ่งเจ้าป้ายนี้มี QR Code อยู่ครับ เราสามารถยกมือถือขึ้นมาสแกน แล้วก็ซื้อของชิ้นนั้นๆ ที่ชอบผ่าน QR Code ที่ห้อยอยู่กับของแต่ละชิ้นในห้องนี้ได้เลย สะดวกมากเว่อ มีป้ายแม้กระทั่งของแต่งห้องนะ ที่ผมชอบอีกอย่างนึงคือป้ายหน้าห้องครับ ดูเป็นญี่ปุ่นมาก ความไม้ ความใส่ภูเขา ความมีเลเยอร์ ทำให้หน้าห้องของเราดูมีอะไรมากขึ้น

สำหรับครัวจะได้เคาน์เตอร์หน้าตาแบบนี้เลย มีเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานให้ด้วย สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้า ครัวจะอยู่ที่ 2.4 เมตร ห้องน้ำ 2.5 เมตร ส่วนห้องนั่งเล่นกับห้องนอน 2.7 เมตรฮะ

มุมนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาดสองที่นั่งได้ แต่ถ้าเราไม่ได้ต้องการโต๊ะทานอาหาร เพิ่มขนาดโซฟาเป็นสามที่นั่งแทนได้นะ

มุมทานอาหารนี้เปิดประตูไปเจอระเบียงได้ เข้าออกได้สองทาง จะเข้าทางห้องนอนก็ได้ มีมุมสำหรับวางเครื่องซักผ้าให้ด้วย

ห้องนอนสามารถวาเงตียงขนาดใหญ่ได้ ตู้เสื้อผ้าไม่ได้ใหญ่มากครับ เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด

ห้องน้ำเข้าออกได้สองทางนะ จะเข้าจากทางครัวหรือทางห้องนอนก็ได้ครับ ที่นี่ให้ชักโครกแบบ Washlet ด้วย เคาน์เตอร์ล้างหน้าเก็บของด้านล่างได้ ห้องอาบน้ำมีประตูกระจกกั้นส่วนเปียกกับส่วนแห้งเอาไว้ ด้านในมีช่องวางของแบบเจาะผนัง ฝักบัว และ Rain Shower


1 Bedroom ขนาด 34.75 ตารางเมตร

ต่อไปเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องที่แล้วนิดหน่อย อยากให้เพื่อนๆ ลองดูที่ประตูห้องดูครับ จะเห็นว่ามีแผงสีดำอยู่ คือเราสามารถเปิดปิดเพื่อรับลมหรือหมุนเวียนอากาศภายในห้องให้ออกมาด้านนอกได้นะ แต่ถ้าไม่ต้องการก็หมุนปิดได้ทุกเมื่อเลย

ตรงข้ามกับครัวสามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งได้ ในโซนนั่งเล่นก็วางโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย อยู่ติดกับระเบียง เพิ่มแสงสว่างในห้องได้เป็นอย่างดีฮะ

ห้องนอนค่อนข้างยาว ห้องตัวอย่างเขาแต่งให้พื้นที่ริมหน้าต่างสามารถนั่งเล่นได้ เป็นเหมือนมุมอ่านหนังสือและมุมพักผ่อน พื้นที่ค่อนข้างเยอะนะครับ ส่วนตรงกลางจะวางเตียงขนาดใหญ่ มาพร้อมโต๊ะข้างเตียง ริมสุดจะเป็นตู้เสื้อผ้า

ห้องน้ำเข้าได้ทางเดียวคือจากห้องนอน ห้องนี้จะพิเศษตรงที่มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย คือห้องน้ำก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากนะครับ แต่ก็สามารถจัดวางอ่างอาบน้ำเข้ามาได้ แล้วถ้าจะอาบน้ำก็ต้องเข้าไปในอ่างนะ


2 Bedroom ขนาด 49.25 ตารางเมตร

ห้องสุดท้ายจะเป็นสองห้องนอน ซึ่งทุกห้องที่เราพาไปดูจะเป็นครัวแบบเปิดหมดเลย ถ้าเราเข้ามาจะเจอโซนครัวและโซนทานอาหารก่อน ซึ่งโต๊ะทานอาหารก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เคาน์เตอร์ครัวก็ใหญ่ขึ้นด้วย มีพื้นที่ในการเตรียมอาหารมากขึ้น แล้วก็ไม่ต้องไปวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงแล้ว เพราะเขาทำที่มาเผื่อด้วย

โซนนั่งเล่นก็กว้างขวาง อยู่ติดกับระเบียง ส่วนห้องน้ำจะมีทั้งหมด 2 ห้องด้วยกัน คือในส่วนของห้องนั่งเล่น และในห้องนอนใหญ่ ห้องนี้ไม่มีอ่างอาบน้ำนะครับ จะเป็นห้องอาบน้ำปกติ

ห้องนอนเล็กสามารถใส่เตียง โต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าได้

ห้องนอนใหญ่สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ แถมตู้เสื้อผ้าก็ใหญ่ขึ้นด้วย ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นห้องน้ำนะครับ ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากห้องน้ำด้านนอก

ทั้งสามห้องที่ผ่านมาจะได้ครัวเปิดทั้งหมด พื้นที่ก็แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน แบ่งห้องน้ำ ครัว มุมทานอาหาร และห้องนอนเอาไว้ ผมค่อนข้างชอบห้องนอนแบบนี้นะ คือเป็นกำแพงทึบไปเลย ไม่ต้องทำเป็นกำแพงกระจก หรือประตูบานเลื่อนกระจก มันให้ความเป็นส่วนตัวดีครับ แล้วที่นี่ก็ให้ชักโครกแบบ Washlet ด้วย ในส่วนของสองห้องนอน จริงๆ ถ้าไม่ต้องการห้องนอนเล็ก เราจะทำเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้นะ เป็นอีกห้องที่วิวดีไม่ต่างจากห้องนอนใหญ่เลย


โปรโมชั่น

ถ้าเพื่อนๆ สนใจโครงการ “OKA HAUS สุขุมวิท 36” ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่นะครับ คือไม่ต้องผ่อน 24 เดือน ฟรีทุกค่าใช้จ่ายจ่ายวันโอน ฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี และมีราคาพิเศษกับ 1 Bedroom ขนาด 26.50 ตารางเมตร เริ่ม 3.29 ล้านบาท และ 1 Bedroom ขนาด 33.50 ตารางเมตร เริ่ม 4.39 ล้านบาท แต่ห้องมีจำนวนจำกัดและไม่ได้มีเยอะนะครับ เพื่อนๆ ต้องถามกับทางเซลล์ก่อนนะว่าห้องเหล่านี้หมดไปรึยัง

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1685 หรือจะซื้อผ่าน LINE MyShop ที่ https://bit.ly/3rYNALa หรือซื้อผ่าน Online Booking ของแสนสิริได้ที่ https://bit.ly/3olgTVI


Related posts
รีวิวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่

มินิรีวิว "เซียล่า จรัญฯ 13 สเตชั่น" (Ciela Charan 13 Station) คอนโด 0 เมตร จาก MRT จรัญฯ 13 พร้อมเข้าอยู่แล้ว!!

รีวิวโครงการ

รีวิวเจาะจุดเด่น "Nue Noble Centre Bangna" เหมือนยก spec กลางสุขุมวิท มาอยู่ติด Central บางนา

รีวิวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่

มินิรีวิว "มารุ เอกมัย 2" (Maru Ekkamai 2) คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ใครเป็นทาสน้อนหมาน้อนแมว ห้ามพลาด!!!

รีวิวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่

มินิรีวิว "ดีคอนโด ธาร จรัญฯ" (Dcondo Taan Charan) คอนโดสงบ สบาย สไตล์บ้านสวน