fbpx
พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน)” คอนโด Freehold ผืนสุดท้ายในซอนต้นสน ใกล้สวนลุมพินี

พาไปดูโครงการ Muniq หลังสวน คอนโดสุดหรูที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงสวนลุมพินีแล้ว แถมยังเป็นพื้นที่แบบ Freehold ผืนสุดท้ายในซอยต้นสนด้วย ต้องบอกว่าทำเลดีมากๆ ใกล้สวนสีเขียวขนาดใหญ่ แล้วยังใกล้กับ BTS สถานีราชดำริ สถานีชิดลม รวมไปถึง MRT สถานีสวนลุมพินี หรือจริงๆ จะใช้รถยนต์ก็สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทางครับ รอบๆ โครงการก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน เพราะคอนโดเรียกได้ว่าตั้งอยู่ใจกลางเมืองแบบสุด

การออกแบบและดีไซน์ที่นี่มีความร่วมสมัย ทั้งยังดูหรูหรา และในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกโรแมนติกด้วย พื้นที่ส่วนกลางที่นี่ค่อนข้างเยอะ มีให้เลือกใช้งานได้หลายชั้น และให้มาแบบจัดเต็ม ส่วนห้องพักอาศัยก็มีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse ก็คือมีหลากหลายขนาดให้ได้เลือก ตั้งแต่อยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่ ไปจนถึงอยู่แบบครอบครัว เดี๋ยวผมจะพาไปดูความสวยงามของที่นี่กันครับ ห้องตัวอย่างจะสวยแค่ไหน ส่วนกลางจะเยอะจริงรึป่าว และโครงการจะมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ตามมาเล้ยยยย



Muniq Langsuan
(มิวนีค หลังสวน)

โครงการ Muniq หลังสวน พัฒนาโดย MJD-JVI Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Major Development PCL ครับ บอกเลยว่าชื่อ Muniq เขามีที่มาที่ไปอยู่นะ โดยตัว M + Uniq = Muniq เป็นไงฮะ เป็นการรวมคำที่มีความหมายที่ดี โดยกลุ่มเป้าหมายของที่นี่ เขาตั้งใจให้เป็นคู่รักแต่งงานใหม่ เป็น Romance Relationship แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ได้ด้วย เพราะมีขนาดห้องให้เลือกเยอะและใหญ่มาก รองรับการขยายครอบครัวในอนาคตได้

ความพิเศษของที่นี่คือเขามีบริการ MJD Journey ครับ บริการนี้เนี่ย เป็นสิทธิพิเศษที่ทางเมเจอร์ร่วมมือกับ Sofitel Bangkok Sukhumvit คือลูกบ้านของ Muniq และ Maru สามารถใช้บริการโรงแรมระดับ 5 ดาวได้ โดยเขาจะมีบริการทำความสะอาด ซักรีด จัดส่งดอกไม้ จองรถลีมูซีน (ไปที่ไหนก็ได้) เชฟ สปา ซาลอน และ Personal Trainer ซึ่งเขาจะส่งคนจากโรงแรมมาให้บริการเราถึงที่โครงการเลย มีความเป็นมืออาชีพ มาตรฐานระดับโรงแรมแน่นอน หรือถ้าเราไม่ใช้บริการที่โครงการ แต่อยากจะไปใช้ที่โรงแรม Sofitel ก็ได้เช่นเดียวกันครับ อย่างพวกสปา ทำผม ทำเล็บ หรือ Personal Trainer ต่างๆ เขาก็มีบริการให้ที่โรงแรมเลย เผื่อเราอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ

เราสามารถใช้ MJD Journey ได้ด้วยการแลกคะแนนต่างๆ เวลาจะใช้งานก็ไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชันใดๆ เพิ่มเติม เพียงแค่แอดไลน์ MJD.TH เราก็สามารถเข้าไปดูสิทธิพิเศษและจองวันเวลาเพื่อรับบริการต่างๆ ได้เลยครับ

เดี๋ยวก่อนจะเข้าไปดูด้านใน ผมขอพาเพื่อนๆ ออกมาดูด้านหน้าโครงการกันก่อนว่าหน้าตาเป็นยังไง เริ่มจากทางเข้า เราต้องข้ามสะพานนี้ ไม่ว่าเราจะเดินมาหรือขับรถมา เมื่อขับเข้ามาแล้วก็จะเจอกับป้อมยามครับ ทางด้านขวามือจะมีทางเข้าเล็กๆ สำหรับลูกบ้านด้วยนะ

Drop-off

จุดแรกเป็นจุดรับ-ส่งรถ เวลาที่มีรถมาส่งลูกบ้าน หรือเราเรียกรถมา รถก็จะมาจอดรถตรงนี้ครับ

Silver Courtyard

มุมนี้เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ ถ้าตอนเย็นๆ บรรยากาศดีๆ เบื่อวิวเมืองแล้ว ก็มานั่งเล่นกันที่ชั้น 1 ได้นะ มีพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้ มีความร่มรื่นให้เราได้รู้สึกผ่อนคลายฮะ

Welcome Lobby + Reception Area

ถ้าเราเดินเข้ามาด้านในจะเจอมุมนี้ก่อนเลยครับ เป็นล็อบบี้หลัก ถ้าเดินไปทางขวาจะเป็น Reception Area แต่ถ้าตรงไปจะเป็นห้องสมุด

Library

ห้องอ่านหนังสือที่สามารถมานั่งทำงานได้ จากล็อบบี้หลักถ้าเราไม่เลี้ยวขวา แต่เดินตรงเข้ามาก็จะเจอห้องนี้ครับ

Meeting Room

ส่วนนี่เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ ถ้าชอบความเป็นส่วนตัวหน่อยก็เข้ามาใช้ห้องนี้ได้เลย

Mail Room

ผมชอบห้องจดหมายของที่นี่นะ ดูแปลกตาดีฮะ เวลาเราจะมาดูจดหมายก็ไม่ต้องก้มหาตู้ตัวเองให้ปวดหลัง แล้วก็ไม่ต้องเอื้อมเปิดตู้สูงๆ ให้เมื่อยแขนด้วย

Active Airium Entrance

มาดูส่วนกลางที่ชั้น 5 กันบ้างฮะ สำหรับโถงกลางตรงนี้ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบบันไดวนนะ คือถ้าเรามองมาจากทางเข้าหลัก ก็จะได้มุมมองนึง แต่ถ้าเราลองเอาตัวเองไปไว้องศาอื่นๆ ของห้อง เราก็จะได้เห็นความสวยงามของบันไดวนในมุมอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งให้อารมณ์และความรู้สึกแตกต่างกัน ถึงแม้จะเป็นบันไดอันเดียวกันก็ตาม

Male + Female Room

สำหรับห้องน้ำในชั้นนี้ทั้งชายและหญิงจะมีเหมือนกันเลยครับ ทั้ง Locker Room, Changing Room, Spa Room และ Toilets

นอกจากนี้ยังมี Sauna Room กับ Steam Room ด้วย

Gym + Yoga Room

เดินขึ้นบันไดวนมาที่ชั้น 6 หรือจะขึ้นลิฟต์มาก็ได้ฮะ ชั้นนี้เป็นห้องออกกำลังกายทั้งหมดเลย อุปกรณ์มีให้เล่นหลากหลายประเภท เป็นเครื่องของ Technogym ทั้งหมด

วิวห้องออกกำลังกายไม่ได้เน้นมากนะครับ ฝั่งนึงก็จะเป็นด้านในอาคาร อีกฝั่งนึงมีกระจกมองไปเห็นด้านนอกเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำเป็นกระจกใหญ่ๆ เพราะตรงข้ามมีตึกข้างๆ ด้วยความที่ไม่ได้อยู่ชั้นสูง วิวก็จะไม่ได้สวยมาก

Game Lounge

ห้องนี้เป็นเหมือนมุมบันเทิง มีเครื่องเล่นเกมหลายอย่าง ห้องค่อนข้างกว้างเลย ถึงแม้จะมีลูกบ้านคนอื่นๆ เล่นอยู่ แต่ก็ยังมีอีกหลายมุมให้เราได้เข้าไปเล่นครับ

Kids Quarter

ห้องสำหรับเด็กๆ มีที่ให้ได้วิ่งเล่นเพียบ แถมยังมีหนังสือและของเล่นสำหรับเด็กๆ ด้วย

Heated Pool

จะบอกว่าสระว่ายน้ำชั้น 27 ของที่นี่คือไฮไลต์เลยฮะ นอกจากจะเป็นสระน้ำอุ่นแล้ว วิวที่ได้คือสวนลุมพินีเต็มๆ อย่างที่รู้กันว่าธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพหายาก ยิ่งใจกลางเมืองด้วยแล้ว ถือว่าน้อยมากๆ แต่ที่นี่มองลงไปก็เห็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เลย หรือถ้ามองไปยังทิศทางอื่นๆ ก็จะได้วิวเมือง วิวท้องฟ้าสวยๆ เป็นมุมที่ช่วยให้เราผ่อนคลายได้ทั้งร่างกายและจิตใจเลยแหละฮะ ติดกับสระว่ายน้ำก็จะมีสระเด็กกับ Jacuzzi ด้วยนะ

Amphitheatre

ห้องดูหนังเขาจะมีทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกันครับ สามารถมาดูหลายๆ คนพร้อมกันได้นะ จะเห็นว่าจอจะอยู่ที่ชั้นล่าง แล้วชั้นบนจะดูยังไง? จริงๆ ชั้นบนก็มีจอให้เหมือนกันครับ แต่เขาไม่ได้เอาลงมาเท่านั้นเอง ดังนั้นไม่ว่าเราจะนั่งชั้นไหนก็สามารถดูหนังได้เหมือนกัน

Charming Balcony

ระเบียงตรงนี้เราสามารถมานั่งเล่นได้ครับ หรือจะมายืนชมวิวก็ได้นะ วันที่ผมไปลมแรงดีมาก ถึงแดดจะแรงแต่ก็ไม่ร้อนมากเท่าไหร่

Decanter Sky Lounge

ห้องนี้เป็นห้องที่เราสามารถมาจัดงานได้ อย่างวันที่ผมไปเขาทำเป็นบาร์ ให้สื่อกับชาวบล็อกเกอร์ได้ชิมอาหารและดื่มค็อกเทลกัน

Private Kitchen and Private Dining Room

ห้องนี้เราสามารถมาใช้บริการ MJD Journey ได้นะครับ ให้เชฟจาก Sofitel มาทำอาหารให้เราทาน เราก็นั่งรอสวยๆ เลย

และนี่ก็เป็น Facilities และพื้นที่ส่วนกลางที่เรานำมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันฮะ ซึ่งส่วนกลางเขาก็จะอยู่ที่ชั้น 1 5 6 7 27 28 และชั้นดาดฟ้า จะมีสวนกับพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจด้วย แต่วันที่เราไป ไม่ได้ขึ้นไปชั้นดาดฟ้าฮะ ส่วนรูปด้านล่างนำบรรยากาศสระว่ายน้ำตอนกลางคืนมาให้ดู ก็จะคนละอารมณ์กับตอนเย็นเลย


ข้อมูลโครงการ

เนื้อที่โครงการ :1-1-65 ไร่
จำนวนห้องพักอาศัย :163 ยูนิต
รูปแบบโครงการ :High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร
ลิฟต์ :ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และเซอร์วิสลิฟต์ 1 ตัว
ที่จอดรถ :Automatic Parking 110% หรือ 185 คัน
ค่าส่วนกลาง :120 บาท/ตารางเมตร/เดือน
ค่ากองทุน :1200 บาท/ตารางเมตร
Facility :Welcome Lobby, Reception Area, Library, Meeting Room, Mail Room,
The Silver Courtyard, Active Airium, Spa Room, Steam&Sauna Room, Gym,
Yoga Room, Game Lounge, Kids Quarter, Heated Pool, Kids Pool, Jacuzzi,
Amphitheatre, Decanter Lounge, Private Kitchen & Dining Room
แบบห้อง : 1 Bedroom ขนาด 50.88 – 57.89 ตารางเมตร
1 Bedroom Plus ขนาด 63.80 – 79.78 ตารางเมตร
2 Bedroom ขนาด 78.90 – 172.13 ตารางเมตร

2 Bedroom Plus ขนาด 69.40 – 152.42 ตารางเมตร
3 Bedroom ขนาด 123.29 – 128.04 ตารางเมตร
3 Bedroom Plus ขนาด 175 – 176.18 ตารางเมตร
Penthouse ขนาด 81.91 – 277.85 ตารางเมตร
ราคา :เริ่มต้น 18 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย : ประมาณ 340,000 บาท/ตารางเมตร

ทำเลโครงการ

ในส่วนของทำเลคือใจกลางเมืองที่แท้ทรู แต่จริงๆ แล้วในย่านหลังสวนนี้ที่ดินส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หลายๆ โครงการก็จะเช่าที่ดินเพื่อทำโครงการ Leasehold แบบ 30 ปี หากหมดสัญญาก็อาจจะต่อหรือไม่ต่อก็ได้ แต่โครงการ Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน) ถือเป็นที่ดิน Freehold ผืนสุดท้ายในซอยต้นสนแล้วครับ แถมยังอยู่ใกล้กับสวนลุมพินีชนิดที่ว่าเดินไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว เป็นสวนสารณะและแหล่งธรรมชาติขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ร่มรื่นและน่ามาเดินเล่นมากๆ (เมื่อก่อนผมทำงานใกล้ๆ กับสวนลุมพินี พอเลิกงานผมรอให้แดดหมด แล้วก็จะไปวิ่งประจำฮะ คนน้อยกว่าตอนเย็นเยอะเลย วิ่งสะดวก ถ้าเพื่อนๆ ลองไปวิ่งตอนเย็น คนคือเต็มถนนไม่ไหว วิ่งยากฮะ) หรือถ้าเบื่อๆ สวนลุมพินีแล้ว จะไปเดินเล่นที่สวนเบญจกิติแทนก็ได้นะ

การเดินทางสะดวกทั้งขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนตัว ถ้าเป็น BTS จะใกล้กับสถานีราชดำริ ชิดลม และเพลินจิต แต่ถ้าเป็น MRT จะใกล้กับสถานีสีลมและลุมพินี ทั้ง BTS และ MRT อาจจะไม่ได้ใกล้ขนาดที่ว่าเดินได้สบายๆ ถ้าเดินก็อาจจะเหนื่อยหน่อย ใช้เวลาไม่น้อยเลย ถ้าต่อแท็กซี่หรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็จะเร็วกว่า แต่ถ้าเราใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางก็เข้าออกได้กหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนราชดำริ ถนนสารสิน ถนนหลังสวน ถนนต้นสน ถนนวิทยุ หรือถนนเพลินจิต ทั้งยังอยู่ใกล้กับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัชด้วย

ด้วยความที่ทำเลอยู่ใจกลางเมืองอย่างที่บอก ดังนั้นโครงการก็จะใกล้กับห้างสรรพสินค้าเยอะมากกกกก ที่ใกล้สุดก็ Velaa Sindhorn Village เป็น Community Mall ที่รวมหลายร้านอาหารและร้านกาแฟไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ยังใกล้กับ Central Embassy, Central Chidlom, The Mercury Ville, Gaysorn Shopping Mall, Central World, Big C, The Market, Siam Paragon, Siam Center, Siam Discovery, Siam Square One, สยาม, MBK, สามย่านมิตรทาวน์, จามจุรีสแควร์, Silom Complex, Dusit Central Park (โครงการในอนาคต) และ One Bangkok (โครงการในอนาคต)

นอกจากจะใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ยังใกล้กับสถานศึกษาอย่างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิต มศว (ปทุมวัน) โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนสถานพยาบาลจะมีโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาล BNH โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ โรงพยาบาลพญาไท 1 โรงพยาบาลสวนเบญจกิติฯ และโรงพยาบาลเมดพาร์ค แล้วในย่านนี้ก็ยังเต็มไปด้วยโรงแรมชั้นนำด้วย ก็เรียกได้ว่าเป็นโครงการนึงที่เด่นมากๆ ในเรื่องของทำเลครับ


แปลนโครงการ

สำหรับแปลนโครงการ Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน) เรานำมาให้ดูหลายชั้นเลยครับ เริ่มจากชั้นที่ 1 ก็จะมี Facilities ต่างๆ ที่เราได้กล่าวไปข้างต้น อย่างที่รู้ว่าโครงการนี้จอดรถแบบ Automatic Parking ดังนั้นชั้น 2 – 4 ก็จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด มี 111% หรือจอดได้ 185 คัน ก็เหลือๆ ครับ มีที่จอดทุกยูนิตแน่นอน พอมาชั้น 5 6 7 ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางด้วย แล้วก็ห้องพักอาศัยด้วย ชั้นละ 6 ยูนิต ชั้น 8 – 10 มีห้องพักอาศัยชั้นละ 10 ยูนิต ชั้น 11 มีห้องพักอาสัย 9 ยูนิต ชั้น 12 – 18 มีห้องพักอาศัย 10 ยูนิต ชั้น 19 – 21 มีห้องพักอาศัย 7 ยูนิต ชั้น 22 มีห้องพักอาศัย 4 ยูนิต ชั้น 23 มีห้องพักอาศัย 3 ยูนิต ชั้น 24 มีห้องพักอาศัย 4 ยูนิต ชั้น 25 – 26 มีห้องพักอาศัยเพียง 2 ยูนิต ส่วนชั้น 26 27 28 28M และชั้นดาดฟ้าจะเป็น Facilities และพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดครับ

ก็จะเห็นได้ว่าในแต่ละชั้น ห้องพักอาศัยไม่ได้เยอะเลย มากสุดก็ 10 ยูนิตเท่านั้นเองฮะ น้อยสุดก็ 2 ยูนิต เรียกได้ว่าให้ความเป็นส่วนตัวกับลูกบ้านมากๆ โดยที่นี่จะมีลิฟต์ทั้งหมด 2 ตัว บวกเซอร์วิสลิฟต์อีก 1 ตัว


แปลนห้อง

แปลนห้องที่ผมนำมาให้ดูจะเป็นแปลนของห้องตัวอย่างด้านล่างนะ เวลาเพื่อนๆ ดูห้องตัวอย่างจะได้ไม่งงฮะ

2 Bedroom 78.9 ตารางเมตร

2 Bedroom Plus 96.4 ตารางเมตร


ห้องตัวอย่าง

ห้องตัวอย่างจะมีทั้งหมด 2 ห้องด้วยกัน เป็น 2 Bedroom ขนาด 78.9 ตารางเมตร กับ 2 Bedroom Plus ขนาด 96.4 ตารางเมตร เป็นห้องขนาดใหญ่มาก โดยทุกห้องจะขายแบบ Fully Fitted ให้ในส่วนของครัว เตาอบ อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าแบบ 4 หัว และเครื่องดูดควัน ห้องน้ำครบชุด แอร์แบบฝังฝ้า และผนังฉาบเรียบติดวอลเปเปอร์มาให้ครับ

2 Bedroom ขนาด 78.9 ตารางเมตร

ห้องนี้เขาจะแต่งเน้นสีสันฮะ ถ้าเข้ามาแล้วเจอตู้แดงผนังแดงไม่ต้องตกใจนะ บริเวณทางเข้าจะเป็นเหมือนโถงทางเดินขนาดใหญ่ก่อนจะเข้าไปยังตัวห้องจริง ซึ่งด้านขวาเราสามารถ Built-in ตู้ให้เข้ากับ Mood&Tone ของห้องได้ ถ้าดูจากในรูปเพื่อนๆ จะเห็นประตูสีขาวที่เปิดแบบแง้มๆ ออกมาหน่อย ห้องนั้นจะเป็นห้องซักผ้าครับ วางทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าได้สบายๆ

ผ่านโถงทางเดินมาแล้วจะเจอกับมุมทานอาหารและครัวต่อ สำหรับครัวจะมีชุดเคาน์เตอร์ครัวพร้อมที่เก็บของ เตาไฟฟ้าแบบ 4 หัว เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานมาให้

โต๊ะทานอาหารจะวางเป็นโต๊ะกลมหรือโต๊ะเหลี่ยมก็ได้นะครับ มีพื้นที่เหลือๆ ส่วนมุมนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียง ด้วยความที่ห้องค่อนข้างกว้าง ระยะระหว่างโซฟากับทีวีเลยเยอะ ทำให้เราสามารถติดตั้งมีวีจอใหญ่ๆ ได้ เพดานห้องที่นี่จะสูง 3 เมตร ทำให้ห้องดูโปร่งมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของห้องนอนเล็ก ที่ไม่เล็ก สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้สบายๆ เขาให้หน้าต่างมาแบบเต็มบานด้วยนะ เราสามารถมองวิวได้แบบเต็มๆ ตาเลย

แม้จะเป็นห้องนอนเล็กก็มีห้องน้ำในตัวนะครับ เพราะด้านนอกก็จะมีห้องน้ำสำหรับแขกโดยเฉพาะเหมือนกัน ห้องน้ำที่นี่เขาก็จะให้มาเหมือนกับห้องตัวอย่างเลย อ่างล้างหน้ามีตู้เก็บของด้านล่าง กระจกคือส่องได้ตั้งแต่อ่างล้างหน้ายาวไปถึงชักโครกเลย ห้องอาบน้ำก็มีฉากกั้นกระจก ด้านในมีช่องว่างของแบบเจาะผนัง นอกจากฝักบัวที่ให้มาแล้ว ก็มี Rain Shower มาให้เช่นกัน

ในส่วนของห้องนอนใหญ่บอกเลยว่ากว้างมากกกกกกก ได้กระจกแบบเข้ามุมด้วย เป็นอีกมุมที่สามารถมานั่งพักผ่อนสายตาได้ โต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ จะทำเป็นโต๊ะทำงานก็ได้เช่นเดียวกัน

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วยครับ แต่เขาแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจนนะ ทั้งอ่างอาบน้ำและฝักบัวก็จะอยู่ในโซนเดียวกันไปเลย มีฉากกระกั้นเอาไว้ แล้วก็มีหน้าต่างบานใหญ่เอาไว้ดูวิวตอนแช่อยู่ในอ่างด้วย


2 Bedroom Plus ขนาด 96.4 ตารางเมตร

มาที่ห้องต่อไปครับ ห้องนี้บอกเลยว่าห้องนอน 2 ห้อง แทบจะกว้างกว่าห้องครัวกับห้องนั่งเล่นรวมกันแล้ว มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง มีห้องน้ำสำหรับแขกแยกด้วยฮะ สิ่งที่ห้องนี้แตกต่างจากห้องที่แล้วคือมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มเข้ามา โดยห้องนี้เขาจะแต่งเป็นมุมทำงาน

เข้าห้องมาด้านขวามือจะเป็นครัวก่อนเลยครัว เป็นครัวรูปตัว L มาพร้อม Island เรียกได้ว่าครัวขนาดใหญ่กว่าห้องก่อนหน้านี้ค่อนข้างมาก มีตู้เก็บของเยอะทั้งด้านบนและด้านล่าง เตาให้มาแบบ 4 หัวเหมือนเดิม มีเครื่องดูดควัน อ่างล้างจานและเตาอบด้วย ส่วน Island ด้านล่างเก็บของได้ ด้านบนก็เอาไว้เตรียมอาหารฮะ

มุมทานอาหารสามารถวางโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้นะครับ แต่ห้องนี้แต่งเป็นโต๊ะกลม ทำให้มุมนี้ดูกว้างขึ้น

นี่เป็นห้องอเนกประสงค์ที่เพิ่มเข้ามา เป็นห้องทำงานได้ หรือจะดัดแปลงเป็นห้องอื่นๆ ก็ได้ มีประตูเปิดปิดเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วย

มุมห้องนั่งเล่นค่อนข้างใหญ่เลย อยู่ติดระเบียงเหมือนเดิม

มาดูห้องนอนเล็กกันก่อน แต่เอาจริงขนาดไม่ได้เล็กเลยนะ ห้องวิวดีด้วย วางเตียงขนาดใหญ่ได้สบาย ตู้เสื้อผ้าก็เยอะ แถมมุมทีวียังทำเป็นโต๊ะทำงานกับโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย

ในส่วนของห้องน้ำ ห้องอาบน้ำจะมีฉากกั้นกระจก อยู่ระหว่างอ่างล้างหน้าและชักโครก

ในส่วนของห้องนอนใหญ่จะมี Walk-in Closet มาให้ด้วย คือถ้าเราเดินเข้าห้องมา ซ้ายมือจะเป็น Walk-in Closet เดินไปอีกนิดนึงขวามือจะเป็นห้องน้ำครับ ห้องนี้ได้กระจกเข้ามุมเหมือนกัน เอาไว้นอนมองวิวชิวๆ

ห้องน้ำก็จะมีอ่างอาบน้ำด้วย มาพร้อมกระจกบานใหญ่ นอกจากจะชมวิวได้แล้ว ยังทำให้ห้องน้ำดูสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟด้วยครับ

ในส่วนของห้องพักอาศัยขนาดค่อนข้างใหญ่ ถ้าอยู่หลายคนก็ไม่อึดอัด มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมแบบส่วนรวมด้วย หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัวก็แยกย้ายอยู่ในห้องใครห้องมันได้ ของที่ได้ทั้งห้องครัวและห้องน้ำก็แทบไม่ต้องแต่งไรเพิ่มเลยครับ ยังมีส่วนอื่นๆ รอให้เราแต่งอีกเพียบ ในเรื่องของวิว ถ้าเราไม่ได้อยู่ชั้นสูงมาก ก็อาจจะมีตึกข้างๆ บังวิวอยู่บ้าง แต่ถ้าเราอยู่ชั้นสูงๆ หรือเลือกทิศทางดีๆ วิวด้านนอกก็จะโล่งฮะ

สรุปภาพรวมโครงการ

พื้นที่ส่วนกลาง เรียกได้ว่าให้มาเยอะและครบครัน มีกิจกรรมให้ทุกเจเนอเรชั่นได้ทำ แถมสระว่ายน้ำก็วิวดีมากกกกกกกกกก เป็นที่ที่เหมาะกับการพักผ่อน คือเราไม่จำเป็นต้องมาชั้น 27 เพื่อว่ายน้ำก็ได้ แค่มานอนกินลมชมวิว แค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ แล้วในส่วนของห้องน้ำเองก็ให้มาทั้งห้องสปา ห้องสตีมและซาวน่า คือบางที่เขาอาจจะให้แต่สตีม บางที่ให้แต่ซาวน่า บางที่มีแค่ห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชายไม่มี แต่สำหรับที่นี่เขาก็ให้มาอย่างเท่าเทียมกันทั้งสองห้องครับ

ทำเล ก็อย่างที่บอกว่าโครงการตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพราะฉะนั้นทำเลย่อมปังอยู่แล้วครับ ทั้งในเรื่องของการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการเลย

ห้องพักอาศัย มีให้เลือกมากมายหลากหลายขนาด ตามแต่สมาชิกครอบครัวที่เราต้องการอาศัย ตั้งแต่ 1 คนไปจนถึงครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ลูกต่างๆ ขนาดห้องเริ่มตั้งแต่ 1 – 3 Bedroom ไปจนถึง Penthouse ห้องแต่ละขนาดก็จะมีการวาง Layout ที่แตกต่างกันไปตามฟังก์ชันการใช้งาน แล้วอ่างอาบน้ำก็มีให้ตั้งแต่ 1 Bedroom นะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเป็น 2 Bedroom ขึ้นไป อ่างอาบน้ำจะอยู่ในห้องนอนใหญ่เท่านั้น

ราคา สำหรับราคาก็ไม่เบาเลยครับ ด้วยความที่เป็นโครงการระดับ Super Luxury ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่ 18 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 340,000 บาท/ตารางเมตร ราคานี้ก็แลกมากับโลเคชั่นใจกลางเมือง เดินทางไปไหนก็สะดวก ผมบอกไม่ได้ว่าคุ้มมั๊ย เพราะคนที่มองว่าคุ้มหรือไม่คุ้มน่าจะเป็นคนที่จ่ายเงินซื้อมากกว่าฮะ

สิทธิพิเศษ ความพิเศษอีกอย่างนึงของที่นี่ที่จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ คือ บริการ MJD Journey ครับ ลูกบ้านสามารถใช้บริการโรงแรมระดับ 5 ดาวของ Sofitel Bangkok Sukhumvit ได้ โดยเขาจะมีบริการทำความสะอาด ซักรีด จัดส่งดอกไม้ จองรถลีมูซีน (ไปที่ไหนก็ได้) เชฟ สปา ซาลอน และ Personal Trainer ซึ่งเขาจะส่งคนจากโรงแรมมาให้บริการเราถึงที่โครงการเลย ก็ถือเป็นสิทธิพิเศษดีๆ ที่ไม่ได้มีให้กับทุกโครงการนะครับ


โปรโมชั่น

ถ้าเพื่อนๆ สนใจโครงการ Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน) สามารถเข้าไปดูห้องจริง โครงการจริง วิวจริงกันได้เลย ตอนนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 18 ล้านบาท (เฉลี่ย 340,000 บาท/ตารางเมตร) เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/338O1u5 หรือโทร 1266


Related posts
พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “Aspire สุขุมวิท - พระราม 4” คอนโดติดถนนใหญ่พระราม 4 ใกล้ BTS พระโขนง มีห้องแบบ Vertiplex เพดานสูง 4.4 เมตร เริ่ม 2.19 ล้านบาท

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ “The Line พหลโยธิน พาร์ค” คอนโดสวน 8 ไร่ใกล้ BTS ห้าแยกลาดพร้าว กับราคาว้าวอยู่น้าา

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ "Niche Mono พระราม 9" แค่ล้านปลายๆ ก็ได้อยู่พระราม 9

พรีวิวโครงการ

พาชมโครงการ "Park รามอินทรา" คอนโดห้องไซส์ใหญ่ แถมใกล้รถไฟฟ้า ในราคาเบาๆ