สำหรับ Grand Bangkok Boulevard เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Portfolio สร้างชื่อของ SC เลยก็ว่าได้ครับ ถือว่าเป็นบ้านในกลุ่ม Luxury ที่ทาง SC ทำมานาน และถนัดมากๆ มีฐานลูกค้าที่ซื้อโครงการไปแล้วกลุ่มใหญ่มากๆ และก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่เชื่อว่า ใครที่กำลังมองหาบ้านหรูในระดับ 30-80 ล้าน ก็คงจะมีชื่อ Grand Bangkok Boulevard อยู่ในใจ หรืออยู่ในลิสต์โครงการที่ต้องไปดูครับ
ซึ่งในปีนี้ Grand Bangkok Boulevard ก็มาพร้อมกับการเปิดตัว “แบบบ้านใหม่” ที่ทาง SC เล่าให้ฟังว่าแบบบ้านนี้ พัฒนามาจากการฟัง insight ต่างๆ ของลูกบ้าน ให้นอกเหนือจากความหรูหราในด้านดีไซน์แล้ว ตัวบ้านก็ยังมีการออกแบบประโยชน์ใช้สอย ให้มีดีเทลต่างๆ เข้ากับการใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ จุดของตัวบ้านด้วยครับ
เลยออกมาเป็นบ้าน 2 ซีรีส์ใหม่ “Reliée” และ “Niveaux” บ้านในสไตล์ Modern French ที่มีความเรียบหรู คลาสสิก สง่างามเหนือกาลเวลา แต่มาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างกัน ผ่านแคมเปญ “Live and Learn Home” ที่นำประสบการณ์จากการดูแลลูกค้ากว่า 40,000 ครอบครัว มาถอดรหัสเป็น Insight เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เข้าใจชีวิตจริง และตอบรับทุกความต้องการได้อย่างลงตัว
อย่าง “Reliée” เป็นบ้านขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับโถงกลาง Double Volume ที่เปิดโล่งแบบอลังการตั้งแต่หน้าจนถึงหลังบ้าน สร้าง First Impression ที่โอ่อ่าตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าบ้าน
ส่วน “Niveaux” ก็จะเป็นบ้านที่เน้นลูกเล่นการไล่ระดับของพื้นตัวบ้านที่ไม่เท่ากันที่ชั้นบน สร้างมิติของบ้านให้แตกต่างด้วยพื้นที่นั่งเล่นเพดานสูง 4.25 เมตรที่ชั้น 2
สนับสนุนคอนเทนต์ชิ้นนี้โดย “Grand Bangkok Boulevard”
ซึ่งบ้านทั้ง 2 ซีรีส์นี้ จะเปิดตัวในโครงการ Grand Bangkok Boulevard
พร้อมกันทีเดียวถึง 5 โครงการ ใน 4 ทำเลในวันที่ 10-11 ตุลาคมนี้ครับ
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สเตต บางนา
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.15
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด เพชรเกษม – กาญจนา
เริ่มต้น 30-80 ล้านบาท* พร้อมเปิดให้ชมบ้านซีรีส์ใหม่แล้ว ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม/ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษและนัดหมายเข้าชมโครงการ
วันนี้เราเลยจะขอพาไปเจาะลึก กับแบบบ้านทั้ง 2 ซีรีส์กันครับ ว่านอกจากงานดีไซน์แบบใหม่ที่เราเห็นกันแล้ว ตัวบ้านที่ผ่านการคิดมาใหม่จาก SC เค้าจะมีรายละเอียดและฟังก์ชันเป็นอย่างไรบ้างครับ
Reliée (เร-ลี-เย่)
บ้านที่ร้อยเรียงทุกพื้นที่เข้าหากันด้วยทางเชื่อมใจกลางบ้าน

เปิดด้วยซีรีส์แรกก่อนครับ Reliée เป็นคำภาษาฝรั่งเศส แปลว่าร้อยเรียงหรือเชื่อมโยง ที่มาของชื่อคือทางเชื่อมบนชั้น 2 ที่เป็นสะพานพาดผ่านโถงกลางบ้าน ทาง SC บอกว่าตอนพัฒนาแบบยังไม่ได้ตั้งชื่อ ทีมเรียกกันเองว่า Bridge Series
โถงกลางที่ว่านี้ไม่ใช่โถงสั้นๆ ตรงทางเข้า แต่ยาวตั้งแต่หน้าบ้านไปจนสุดหลังบ้าน สะพานเลยทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกันครับ คือเชื่อมปีกซ้ายกับปีกขวาของชั้นบนเข้าหากัน และแบ่งโถงชั้นล่างออกเป็นสองโซนให้ใช้งานคนละแบบ ที่ทำแบบนี้ได้เพราะตัวบ้านลึกถึง 18 เมตร ลึกกว่าบ้านรุ่นก่อนของ Grand Bangkok Boulevard เลยได้โถงและห้องที่กว้างขึ้นบนที่ดินขนาดใกล้เคียงเดิม
ส่วนบ้านมาในสไตล์ Modern French ที่วางสัดส่วนแบบคลาสสิก สมมาตร ไฮไลต์เด่นที่ Grand Entrance ขนาดใหญ่ เล่นกับลวดลายฉลุที่ซุ้มทางเข้า ที่เพิ่มมิติให้ตัวบ้านเมื่อมีแสงและเงาตกกระทบ
Niveaux (นี-โว)
บ้านเล่นระดับ ที่ได้พื้นที่สูงโปร่งเป็นพิเศษจากการจัดวางฟังก์ชันที่แตกต่าง

ซีรีส์ที่สองชื่อ Niveaux ภาษาฝรั่งเศส แปลว่าระดับหรือชั้น ตรงกับแนวคิดของตัวบ้าน ที่จะเป็นบ้านเล่นระดับ ให้พื้นที่แตกต่างจากบ้านธรรมดาทั่วไปครับ โดยจะมีการลดระดับพื้นที่ชั้น 2 บางส่วน ทำให้ได้ห้องเพดานสูงที่โปร่ง กว่า 4.25 เมตร เปิดโล่งเป็นพิเศษ แต่ก็ยังเชื่อมต่อกับโซนอื่นๆ ของตัวบ้าน ไม่ถูกตัดขาดออกจากกันครับ
เป็นบ้านที่นอกจากพื้นที่จะเยอะในแนวราบแล้ว ก็ยังได้ปริมาตรในแนวสูงที่สร้างความโอ่อ่าด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Detail ของตัวบ้านในจุดต่างๆ อีกหลายอย่าง เช่นพื้นที่เก็บของที่เยอะขึ้น, Master Bedroom 2 ห้องใหญ่ และ โซน Double Living Area ที่สามารถแบ่งเป็นพื้นที่รับแขก และพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวได้
งานหน้าบ้านเป็น Modern French เช่นกัน แต่ไปทางสไตล์ Haussmannian ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาคารในปารีสยุคปรับผังเมือง จุดสังเกตคือหน้าต่างสูง กรอบหน้าต่างมีรายละเอียด และการวางองค์ประกอบที่สมมาตรกันทั้งหลัง พร้อมไฮไลต์หน้าบ้านจากหน้าต่าง Bay Window บานใหญ่ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน
รู้จักหน้าตาบ้านทั้งสองซีรีส์กันแล้ว หน้าถัดไปขอย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นก่อนครับ ว่าทำไมบ้านสองซีรีส์นี้ถึงดีไซน์ออกมาเป็นแบบนี้
บ้านที่เริ่มจาก “การฟัง”

จุดเริ่มต้นก่อนจะเป็นบ้าน 2 ซีรีส์นี้ SC ไปนั่งฟังคนที่อยู่บ้าน SC จริงก่อน ปกติเวลาแบรนด์บ้านออกแบบบ้านรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จะเริ่มจากโจทย์ดีไซน์ ว่ารอบนี้จะเอาสไตล์ไหน แต่รอบนี้ SC ตั้งต้นกลับด้านครับ คือเอาเสียงของลูกบ้านที่อยู่จริงมาก่อน แล้วค่อยให้สถาปนิกหาทางแก้ ทาง SC บอกว่า “เรามีตัวรับฟังเสียงของลูกค้ามา ว่าบ้านของ SC ต้องปรับอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้ตอบโจทย์กับลูกค้าได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ในวันนี้ ต้องเป็นอนาคตด้วย”
ซึ่งสิ่งที่เก็บกลับมาไม่ใช่แค่ความเห็นด้านความสวยงาม แต่เป็นเรื่องเล็กๆ ที่คนอยู่บ้านหลังใหญ่ต้องเจอทุกวัน เช่น เข้าบ้านทางโรงจอดรถมากกว่าประตูหน้า หรือต้องเสียห้องนอนไปหนึ่งห้องเพราะบ้านไม่มีที่เก็บของ
พอนำ feedback ต่างๆ มารวบรวม ก็ตกผลึกออกมาเป็นบทเรียน 4 ข้อ ที่กลายเป็นแกนของบ้านทั้ง 2 ซีรีส์
- Equality : ทุกคนในบ้านต้องมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง ให้ใช้พื้นที่บ้านได้อย่างเท่าเทียม
- Function : ที่เก็บของต้องพอ จะได้ไม่ต้องเอาห้องนอนไปทำห้องเก็บของอีก
- Space : ทำบ้านให้ลึกขึ้น จัดพื้นที่ง่ายขึ้น ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มบนที่ดินขนาดเท่าเดิม
- Lifestyle : มีพื้นที่สำหรับสุขภาพและกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายของครอบครัว
ถัดไปเราลองไปดูกันครับว่า บ้านทั้ง 2 ซีรีส์ จะมีใส่รายละเอียดของแต่ละด้านไว้ตรงไหนบ้าง
Reliée : Modern French
บ้านที่ร้อยเรียงทุกพื้นที่เข้าหากันด้วยทางเชื่อมใจกลางบ้าน

มาเริ่มกันที่บ้านซีรีส์แรก “Reliée” (เร-ลี-เย่) กันก่อนครับ ชื่อนี้เป็นคำภาษาฝรั่งเศส ที่มาจากคำว่า “เชื่อม” หรือ “ร้อยเรียง” เข้าด้วยกันครับ
ไฮไลต์เด่นของบ้านคือเป็นบ้านที่มีทางเชื่อมพาดผ่านกลางโถง Double Volume สูง 7.4 เมตรของตัวบ้าน ซึ่งโถงนี้จะยาวตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้านเลย เป็นบ้านที่มีโถงอลังการมากครับ ซึ่งตัวสะพานนี้ก็จะมาเชื่อมปีกบนของตัวบ้านเข้าด้วยกัน แต่ยังให้ความเป็นส่วนตัวกับแต่ละปีกของบ้านอยู่ ด้วยโถงที่กั้นกลาง ตัวสะพานตรงนี้เป็นจุดไฮไลต์ที่มีในเกือบทุกแบบบ้านของซีรีส์นี้ครับ (ยกเว้นแค่ไทป์เริ่มต้น)
ในด้านงานดีไซน์ บ้านนี้จะได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสในยุคก่อน ออกมาเป็นสไตล์ “Modern French” มีความสง่างามและคลาสสิกแบบ Timeless มี Detail ในการออกแบบและสัดส่วนในสไตล์คลาสสิก, เน้นความสมมาตรในการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ, มีการใช้เส้นในแนวตั้ง ทั้งจากเสา หรือช่องเปิดต่างๆ เพิ่มความสง่างามและดูหนักแน่นในงานดีไซน์
รวมไปถึงมีการดึงเอาเอกลักษณ์งาน Decorate ในแบบของฝรั่งเศสเข้ามาผสมผสานกับการเลือก Material ต่างๆ ของตัวบ้านให้มีความเรียบหรู จนออกมาเป็นดีไซน์ของบ้านซีรีส์ใหม่ แบบที่เราเห็นนี้ครับ
และจุดที่เด่นที่สุดก็หนีไม่พ้น Grand Entrance สไตล์ Classical ของตัวบ้าน ที่เน้นงานสถาปัตยกรรมที่ให้ความโอ่อ่า โดดเด่น เล่นกับลวดลายงานฉลุ ที่จะเพิ่มมิติให้กับตัวบ้านเมื่อมีแสงและเงาตกกระทบ เป็นจุดที่บ่งบอกความไม่ธรรมดาและเป็นส่วนที่สร้างความประทับใจแรกของตัวบ้านนี้เลย
จุดเด่นของบ้าน

พูดถึงงานดีไซน์กันไปแล้ว มาดูจุดเด่นภายในของตัวบ้านกันบ้างครับ อย่างที่ทราบกัน Grand Bangkok Boulevard เป็นบ้านในกลุ่มระดับท็อปๆ ของทาง SC ดังนั้นเปิดแบบบ้านใหม่ทั้งที ฟังก์ชันของตัวบ้านก็จัดเต็มเช่นเคยครับ ซึ่ง SC เองก็ถนัดทำบ้านในกลุ่มนี้มากๆ และรู้ insight ของลูกค้าในกลุ่มนี้แบบเชี่ยวชาญเลย เลยออกมาเป็นแบบบ้านซีรีส์ใหม่ ที่มีการปรับการใช้งานให้ตอบโจทย์มากขึ้นในหลายๆ ด้าน แบบที่เล่าไปในตอนแรกครับ แบบบ้านมีให้เลือกตั้งแต่ 479 – 772 ตร.ม.
ซึ่งอย่างแรกที่จะเห็นเลยคือบ้านลึกขึ้นครับ เพิ่มเป็นลึก 18 เมตร แต่ยังคงสไตล์หน้ากว้างและดูภูมิฐานอยู่เช่นกัน มาพร้อมกับโถง Double Volume กลางบ้านบวกกับการวางโถง Double Volume ตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงหลังบ้าน ทำให้เป็นบ้านที่มีโถงใหญ่อลังการมาก มาพร้อมกับสะพานกลางบ้านที่แบ่งโซนการใช้งานให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น
ฟังก์ชันต่างๆ มาครบไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางบ้านในไทป์ใหญ่สุด, พื้นที่ Living แยกหน้าตัวบ้านสำหรับรับแขก, Double Master Bedroom ที่ได้พื้นที่ห้องใหญ่ระดับ Penthouse, มีพื้นที่รองรับการติดตั้งลิฟต์ภายในบ้าน, มีดีเทลส่วนพื้นที่เก็บของมากขึ้น ไม่ว่าจะทำเป็นห้องรองเท้าหรือห้องต่างๆ พร้อมทางลาดสำหรับเข็นรถเข็นเข้าบ้านในทุกแบบบ้านครับ
เดี๋ยวเราค่อยๆ พาไปดูจุดเด่นของบ้านทีละด้านกันครับ
Grand Double Volume Library Hall
โถงต้อนรับแรกของบ้าน ที่มากับเพดานสูง 7.4 เมตร

เริ่มจากโซนแรก ที่เป็นพื้นที่ต้อนรับของบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจาก Grand Entrance จะเจอกับโซน Grand Double Volume Library Hall ครับ เป็นโซนเพดานสูงที่มีในทุกแบบบ้าน พื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มาพร้อมกับความสูงเพดาน 7.4 เมตร ที่มองไปเห็นสุดที่ส่วนของด้านหลังบ้านเลย
สามารถใช้เป็นได้ทั้งพื้นที่ต้อนรับ, พื้นที่ตั้งโชว์ผลงานต่างๆ, วาง Grand Piano หรือทำเป็นมุมนั่งพักคอยก่อนออกจากตัวบ้านได้ โดยที่โซนนี้จะวางพื้นที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่นแรกที่อยู่หน้าตัวบ้าน ดังนั้นถ้าจะแบ่งโซนหน้าบ้านเป็นพื้นที่สำหรับรับแขก และพื้นที่ด้านในเป็นพื้นที่ส่วนตัว บ้านนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน
Grand Double Volume Social Suite
โถงเพดานสูงโถงที่สอง ที่เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว

ยังอยู่กับโซนพื้นที่โถงกลางบ้านครับ อย่างที่บอกว่าโถงนี้มีขนาดใหญ่มาก และยาวเข้ามาถึงโซนด้านในเลย เพดานสูง 7.4 เมตรเช่นกัน ซึ่งโซนด้านในตรงนี้โครงการจะตั้งชื่อว่าเป็น “Grand Double Volume Social Suite” คือเป็นโซนที่เน้นพื้นที่ของครอบครัวมากขึ้น
คั่นกลางแบ่งโซนพื้นที่จากสะพานที่อยู่กึ่งกลางบ้านครับ โดยที่โซน Social Suite ด้านหลังตรงนี้ ก็จะเป็นพื้นที่ Open Space ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อทั้งพื้นที่ Living + Dining + Pantry เข้าไว้ด้วยกันเลยครับ ให้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมของครอบครัว และในความที่เป็นพื้นที่แบบ Open Space ทำให้สามารถปรับ เลือกที่จะจัดพื้นที่แต่ละส่วนออกมาได้ Flexible มาก จะเปลี่ยนโซนนี้ให้กลายเป็นพื้นที่ Grand Dining ขนาดใหญ่ รองรับโต๊ะขนาด 10-15 ที่นั่งเลย ก็ทำได้เช่นกัน
พื้นที่ Living ริมสระ
ห้องพักผ่อนบรรยากาศริมน้ำ ใช้งานได้หลากหลาย

ขอพามาดูจุดเด่นของบ้านไทป์ใหญ่สุดกันบ้างครับ บ้านไทป์นี้จะมาพร้อมกับสระว่ายน้ำที่อยู่บริเวณ Courtyard ปีกซ้ายของตัวบ้าน ดังนั้นบ้านเลยจะมีการออกแบบให้พื้นที่ Living โซนต่างๆ ของบ้าน รับวิวเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำตรงนี้ ทั้งจากห้อง Living ฝั่งด้านหน้าและด้านหลังของตัวบ้านครับ
“Poolside Double Living”
เริ่มจากฝั่งแรกที่หน้าบ้าน ตรงนี้จะเป็น Living Room หลักของตัวบ้านที่สามารถเป็นห้องรับแขกได้ แต่ความพิเศษของห้องนี้อยู่ที่ขนาดความใหญ่ของพื้นที่ ที่ใหญ่และแบ่งฟังก์ชันแยกออกมาเป็นห้อง Living 2 ห้องติดกันได้ครับ
นึกภาพว่าโซนแรกสำหรับรับแขก และด้านในเป็นโซน Living ที่ใช้งานกันในครอบครัว แบบนี้ก็สามารถทำได้ครับ หรือจะจัดเป็นห้อง Living ขนาดใหญ่ รับวิวสระแนวยาวเลย ก็ได้เช่นกัน
“Movement & Mindfulness Studio”
อีกห้องที่อยู่ด้านหลัง ตรงนี้เป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายครับ ก็จะตาม Concept ของบ้านเลย ที่จะเน้นมีพื้นที่ ที่ตอบโจทย์ Lifestyle ที่แตกต่างได้มากขึ้น อย่างห้องนี้จะทำเป็นห้องสำหรับกิจกรรม Wellness อย่าง Studio ออกกำลังกายติดสระว่ายน้ำ หรือจะใช้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้น 1 ก็เป็นห้องที่วิวดีมาก
แต่อีกความพิเศษของบ้านไทป์ใหญ่สุดคือ “มีพื้นที่รองรับการติดตั้งลิฟต์ในบ้าน” ครับ ดังนั้นต่อให้ผู้สูงอายุของบ้านนี้จะอยู่ชั้นบน ก็ยังสะดวกเช่นกัน การใช้งานห้องนี้เลยจะยืดหยุ่นมาก เป็นได้ทั้งห้องนอน, ห้องทำงาน, ห้อง Private Gym, ห้องสำหรับเด็กๆ หรือเป็นอีกหนึ่งโซน Living ก็ได้เช่นกัน
Reliée Gallery
ทางเชื่อมใจกลางบ้าน ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัว

ขึ้นมาที่ชั้นบนกันบ้างครับ ชั้นนี้ก็จะพบกับโซน Reliée Gallery เป็นอันดับแรก หรือส่วนที่เป็นทางเชื่อมทั้งสองปีกของตัวบ้านเข้าด้วยกันนั่นเอง แบบบ้านเกือบทุกไทป์ก็จะมีไฮไลต์เป็นตัวสะพานใจกลางบ้านนี้ครับ มองจากข้างบนลงไปก็จะเห็นทั้ง Library Hall และ Social Suite ซึ่งนอกจากความแกรนด์และความที่ทำให้บ้านดูแตกต่างด้วยสะพานทางเดินกลางบ้านแล้ว ข้อดีในด้านการใช้งาน คือโถงตรงนี้จะให้ความเป็นส่วนตัวของห้องนอนแต่ละฝั่งครับ
อย่างฝั่ง Penthouse Master Suite ตรงนี้ก็จะได้ห้องใหญ่แบบไม่ติดใครในบ้านเลย ส่วนฝั่ง Private Family Wing ก็จะแยกตัวไปอยู่อีกโซนรวมกัน นอกจากจะมีห้อง Master Bedroom อีกห้องแล้ว ก็ยังมีห้องนอนรองห้องที่ 3 และ 4 ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบในตัว ทั้งห้องน้ำและ walk-in closet โดยสองห้องนี้มีขนาดพอๆ กันเลย รวมทั้งมีพื้นที่ Family Area พร้อม Secondary Pantry อยู่ในโซนนี้ด้วยครับ
Penthouse Master Suite
ห้องนอน Master ขนาดใหญ่ พื้นที่ระดับ Penthouse แบบเหมาฝั่ง

อีกหนึ่งไฮไลต์ของบ้านไทป์ใหญ่สุด คือความอลังการของห้อง “Penthouse Master Suite” ครับ ที่ห้องนี้ได้พื้นที่เหมือนเป็น Penthouse ห้องนึงเลยจริงๆ มากับฟังก์ชันที่เป็นมากกว่าแค่ห้องนอน Master ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นขนาดโซนห้องนอนที่ใหญ่พิเศษ รับวิวสระว่ายน้ำ มาพร้อมกับพื้นที่ Living Room/Relax Area ในตัว ทำเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวได้
หรือจะโซน Walk-in Closet ที่ไม่ใช่แค่กว้างครับ แต่มีพื้นที่มากพอให้ทำห้องนี้เป็น His & Her Walk-in Closet แบ่งพื้นที่อย่างเท่าเทียมกันให้กับเจ้าของห้องทั้งสองได้ ในด้านห้องน้ำก็มากับพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นกัน มี Pocket Garden ให้บรรยากาศการแช่น้ำในห้องนี้ผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติครับ
ซึ่งห้องนอนนี้ ก็จะกินพื้นที่ปีกนึงของตัวบ้านแยกต่างหากออกมาเลย คั่นด้วยโถงกลาง ทำให้ได้ความสงบและแยกตัวออกมาเป็นอิสระจากห้องนอนอื่นๆ ครับ
Private Family Wing
อีกปีกของตัวบ้าน รองรับทุกคนในครอบครัว

ส่วนไทป์อื่นๆ ก็มาพร้อมฟังก์ชัน Double Master Bedroom เช่นกันครับ ดังนั้นบ้านของ Grand Bangkok Boulevard ซีรีส์นี้ ไม่ว่าจะเป็นไทป์ไหน ก็เรียกได้ว่ารองรับการอยู่แบบหลาย Generation ทั้งหมดเลย
ฟังก์ชันของห้อง Master Bedroom ทั้งคู่ก็จะใกล้เคียงกันครับ มาพร้อมกับโซน Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และได้อ่างอาบน้ำในห้องนอน Master ทั้งสองห้อง และทุกไทป์มาพร้อมกับ “Secondary Pantry” ที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน ที่เป็น Family Area ให้คนในครอบครัวได้มาพบปะ และเพิ่มความสะดวก ไม่ต้องลงไปถึงโซนครัวที่ชั้นล่างในเวลากลางคืนครับ
4 แบบบ้านในซีรีส์

สำหรับ Reliée ถือว่าเป็นซีรีส์บ้านไซส์ใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ แบบบ้านเริ่มต้นตั้งแต่ 473 – 767 ตร.ม. มีให้เลือกดังนี้
- Zéphyrine : 479 ตร.ม.
4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน 1 โถง Double Volume
- Ondine : 576 ตร.ม.
4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน 2 โถง Double Volume
- Sylvie : 667 ตร.ม.
5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน 2 โถง Double Volume
- Aurélia : 767 ตร.ม.
5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน 2 โถง Double Volume
พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว และมีพื้นที่รองรับการติดตั้งลิฟต์ภายในบ้าน
Niveaux : Modern French Haussmannian
บ้านเล่นระดับ ที่ได้พื้นที่สูงโปร่งเป็นพิเศษจากการจัดวางฟังก์ชันที่แตกต่าง

ถัดมา เราขอพาไปดูบ้านอีกซีรีส์ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันกับ “Niveaux” (นี-โว) ชื่อนี้เป็นคำภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ระดับ” หรือ “ชั้น” ครับ
ความพิเศษของบ้านซีรีส์ Niveaux เลยจะเป็นบ้านที่มีการเล่นระดับในพื้นที่ชั้น 2 ทำให้ฟังก์ชันของบ้านแตกต่าง ได้พื้นที่ Living เพดานสูงกว่า 4.25 เมตรครับ เป็นลูกเล่นการจัด Space ของแบบบ้าน ที่ทำให้บ้านดูโปร่งและมีพื้นที่มากขึ้น
ในด้านงานดีไซน์ของตัวบ้าน ก็ยังคงเป็นบ้านที่มีกลิ่นอายความเป็น Modern French เช่นกัน แต่จะเป็นสไตล์ Haussmannian ที่เป็นงานสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสในยุค 18xx ครับ จุดเริ่มต้นของงานสถาปัตยกรรมนี้ เกิดจากการปรับปรุงผังเมืองของปารีสในยุคนั้น ที่จะให้แต่ละอาคารมีลักษณะหน้าตาที่ไปในทิศทางเดียวกัน เกิดเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่ส่งต่องานออกแบบที่มีความคลาสสิกมาถึงยุคปัจจุบัน โดยอาคารในปารีสส่วนใหญ่ก็ยังเป็นงานดีไซน์ที่มาจากยุคนี้
แบบบ้าน Niveaux เลยเป็นการดึงเอาเสน่ห์และความคลาสสิกของอาคารสไตล์ฝรั่งเศสมาตีความใหม่ อยู่ในงานออกแบบของบ้านหลังนี้ครับ จุดเด่นด้านงานดีไซน์ของบ้านมีหลายส่วนครับ อย่างเช่น
Grand Central Entrance ซุ้มทางเข้าบ้านดูโอ่อ่า, Classical Symmetry & Balance การจัดองค์ประกอบงานดีไซน์บ้าน ให้แต่ละส่วนดูสมมาตร ตามสไตล์สถาปัตยกรรมคลาสสิก, Contemporary Bay Window เอกลักษณ์เด่นของบ้าน ที่เพิ่มแสงภายใน และโดดเด่นด้วยกรอบสีโลหะ, ใช้หินธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ
รวมไปถึง Detail ต่างๆ ของตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นซุ้มหน้าต่าง, เส้นสายเชิงชายที่มีรายละเอียดแบบคลาสสิกของตัวบ้าน และการใช้งานโลหะในจุดต่างๆ อย่างราวกันตกของระเบียง ที่จะมีเส้นสายตามแบบฉบับสไตล์ Haussmannian
จุดเด่นของบ้าน

มาพูดถึงจุดเด่นด้านการใช้สอยกันบ้างครับ สำหรับบ้านซีรีส์ Niveaux ที่แปลว่าระดับหรือชั้น จุดเด่นแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็จะเป็นบริเวณ Sunken Living ที่เป็นห้องนั่งเล่นเล่นระดับได้เพดานสูง 4.25 เมตร สูงกว่าบ้านปกติทั่วไปมากๆ ครับ
มาพร้อมกับหน้าต่าง Bay Window ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวบ้าน ช่วยเพิ่มช่องแสงและความโปร่ง และนอกจากนี้แบบบ้านทุกไทป์ ก็จะมาพร้อมโถง Double Volume สูง 7.4 เมตร ให้พื้นที่ Living ของชั้น 2 เชื่อมต่อบ้านชั้น 1 และได้ความแกรนด์ เป็น First Impression แรก เมื่อเข้าสู่ตัวบ้านด้วยครับ
ทุกแบบบ้านของซีรีส์ Niveaux จะเป็นบ้านไซส์ใหญ่ทั้งหมด และเช่นกันบ้านซีรีส์นี้ก็จะมีการเพิ่มระยะความลึกของตัวบ้านด้วย (ลึก 16 เมตร) ดังนั้นก็จะได้พื้นที่ใช้สอยแบบกว้างๆ เลย และจัดฟังก์ชันออกมาได้ลงตัวครับ ทุกไทป์มาพร้อม Double Living Area มีห้องนั่งเล่น 2 จุดที่ชั้น 1 สามารถแบ่งห้องนึงเป็นห้องรับแขกแยกได้ ส่วนโซนที่เป็นพื้นที่ Private ในตัวบ้าน ก็จะออกแบบให้เชื่อมต่อกันระหว่าง Living, Dining และ Pantry ให้แต่ละกิจกรรมในครอบครัวเชื่อมต่อกันครับ
สำหรับครอบครัวไหนที่มีผู้สูงอายุ บ้านนี้ก็มีห้องนอนที่ชั้นล่างให้ และที่ชั้นบนก็ยังมีห้องนอนขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว จุดเด่นเลยคือบ้านทุกไทป์จะได้ Double Master Bedroom ด้วย รองรับการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่
ในด้านพื้นที่เก็บของ บ้านซีรีส์นี้ก็มากับห้องเก็บของที่มากขึ้นเช่นกัน ทั้งชั้นบนและชั้นล่างของตัวบ้าน มาพร้อมห้องเก็บรองเท้าขนาดใหญ่ที่ทางเข้าฝั่งโรงรถ พร้อมทางขึ้นแบบ slope สำหรับรถเข็นในทุกแบบบ้านครับ
เดี๋ยวเราพาไปดูจุดเด่นของบ้านในแต่ละด้านกันครับ
บ้านเล่นระดับ
สร้างพื้นที่ที่แตกต่าง จากการจัดวางใหม่ให้ชั้น 2 มีโซนเพดานสูง

จุดเด่นแรก คือความ “เล่นระดับ” ของตัวบ้านครับ จุดนี้พื้นที่บริเวณชั้น 2 จะแบ่งโซนเป็น Sunken Living ที่ระดับจะอยู่ต่ำกว่าชั้น 2 ปกติเล็กน้อย ทำให้เป็นโซนที่ได้เพดานสูงกว่าปกติ ระยะพื้นถึงเพดานกว่า 4.25 เมตรเลย (เท่ากับว่าระยะห้องนี้สูงพอๆ กับคอนโดห้อง Loft เพดานสูงที่มี 2 ชั้นเลยนะครับ!)
แล้วแบบนี้ แปลว่าพื้นที่บ้านชั้นล่าง จะเตี้ยลงกว่าปกติหรือเปล่า??
ก็ต้องบอกว่า แบบบ้านมีการดีไซน์เผื่อมาแล้วครับ โดยให้จุดที่มีการ Drop พื้นชั้นบนลงมา จะตรงกับส่วนที่เป็นที่จอดรถพอดี ดังนั้นก็เรียกได้ว่าแทบไม่มีผลกับการใช้งานพื้นที่บ้านชั้นล่างเลยครับ ส่วนที่จอดรถก็ยังสามารถจอดรถที่มีความสูง อย่างรถประเภท SUV หรือรถตู้อย่าง Alphard ได้ตามปกติครับ
Grand Entrance Double Volume
โถงต้อนรับโอ่อ่าสูง 7.4 เมตร ต้อนรับการกลับบ้านอย่างภูมิฐาน

จุดเด่นถัดมาที่มีในทุกแบบบ้าน ก็คือโถง Entry Hall ที่จะเป็นเพดานสูงแบบ Double Volume ครับ รับกับ Grand Entrance หน้าบ้านที่มีขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศตอนเข้าบ้านโอ่อ่า สง่างาม ต้อนรับการกลับบ้านอย่างภูมิฐาน พื้นที่ตรงนี้สามารถจัดโซนออกมาเป็นที่โชว์รางวัลหรือผลงานต่างๆ, พื้นที่นั่งพักคอยเล็กๆ ก่อนออกจากบ้าน หรือวาง Grand Piano ก็ได้เช่นกันครับ หรือในมุมของการตกแต่ง พื้นที่ของบ้านตรงนี้ก็สามารถสร้าง impression ให้กับตัวบ้านได้หลากหลายเลยครับ ไม่ว่าจะติดโคม Chandeliers หรือวาง Sculpture ต่างๆ
แต่นอกจาก Grand Entrance ที่เป็นทางเข้าหลักของตัวบ้านแล้ว บริเวณทางเข้ารองจากโรงรถ ทาง SC ก็ได้มีการ Research และพบว่าลูกบ้านจำนวนไม่น้อย ก็ใช้ทางเข้านี้เช่นกัน ดังนั้นโครงการเลยมีการออกแบบให้มีพื้นที่ห้องเก็บรองเท้า และห้อง Storage ต่างๆ ให้อยู่ใกล้กับประตูฝั่งนี้ด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีทางลาดสำหรับเข้าบ้าน รองรับทั้งผู้สูงอายุหรือใช้งานรถเข็นต่างๆ นำของเข้าบ้านครับ
Double Living Area
แยกพื้นที่รับแขก กับโซน Private Living สำหรับในครอบครัว

จุดเด่นถัดมา คือบ้านทุกไทป์ที่ชั้น 1 จะได้ “Double Living Area” ครับ คือมีห้องนั่งเล่นอยู่ 2 จุดในตัวบ้านเลย จุดแรกจะวาง Grand Living Area ไว้ใกล้กับโถง Entry Hall ให้สามารถใช้เป็นห้องรับแขก แยกจากส่วนพื้นที่อยู่อาศัยส่วนตัวที่อยู่ด้านในได้ โดยที่เข้ามาด้านในของบ้าน ก็ยังมีพื้นที่ Living Area อีกหนึ่งจุดที่สามารถทำเป็นห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัวได้ โดยที่พื้นที่โซนนี้จะเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆ ของคนในครอบครัวทั้งหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Dining Area และโซน Pantry เป็นพื้นที่ให้สมาชิกในครอบครัวได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน
แต่ถ้าครอบครัวไหนไม่ได้มีแขกมาบ่อยๆ จะเปลี่ยนพื้นที่ Grand Living Area ที่หน้าบ้านเป็นห้องต่างๆ เช่นห้องทำงาน ก็ได้เช่นกัน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ก็จะอยู่ติดกับ Terrace ที่เป็น Courtyard ใจกลางบ้านด้วย สามารถจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนแบบ Outdoor, จัดเป็นพื้นที่สวน หรือทำเป็น glasshouse ได้ครับ
Double Master Bedroom
มีพื้นที่ส่วนตัวให้กับทุกคนในบ้าน รองรับครอบครัวใหญ่

มาถึงในส่วนด้านบน พื้นที่ของบ้านซีรีส์นี้ ก็จะถูกออกแบบมาให้แต่ละคนในครอบครัว ได้มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองครับ เริ่มจากห้องนอนทุกห้อง จะมีขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวทั้งหมด และรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยการออกแบบให้มี Double Master Bedroom ในทุกแบบบ้านครับ เป็นบ้านที่อยู่ได้ทั้งรุ่นพ่อแม่และรุ่นลูกที่โตขึ้นมาแล้วครับ
ฟังก์ชันของห้อง Master Bedroom ทั้ง 2 นี้ก็เรียกได้ว่าถอดแบบกันมาแทบจะเป๊ะๆ เลยก็ว่าได้ ได้พื้นที่ห้องนอนกว้าง มีโซน Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และมาพร้อมห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำทั้งคู่
Sunken Living with Bay Window
ห้อง Living ชั้น 2 เปิดรับวิว โปร่งด้วยเพดานสูง 4.25 เมตร

ปิดท้ายด้วยส่วน Family Area ที่อยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้านครับ พื้นที่ตรงนี้เป็น Sunken Living อย่างที่เล่าไปในตอนพูดถึงเรื่องฟังก์ชันบ้าน แต่อยากจะขอพูดถึงตรงนี้ละเอียดอีกนิดนึง พื้นที่ตรงนี้ออกแบบมาให้เป็นทั้งพื้นที่ให้คนในครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน และเป็นโซน Secondary Pantry ให้ตอนกลางคืนไม่ต้องเดินลงไปถึงครัวที่ชั้นล่างได้ครับ
จุดเด่นอีกข้อ นอกจากเพดานของห้องนี้ที่จะสูง 4.25 เมตรแล้ว ตรงนี้ยังเชื่อมต่อกับ Bay Window ที่ตัวห้องจะยื่นออกมาจากตัวบ้าน พร้อมช่องแสงขนาดใหญ่ที่เป็นกระจกโค้งเข้ามุมด้วยครับ ทำให้ได้วิวและแสงธรรมชาติเข้ามาในตัวห้องนี้แบบเต็มๆ เลย ได้ความโปร่งเพิ่มเติมจากที่เพดานก็สูงอยู่แล้ว
3 แบบบ้านในซีรีส์

สำหรับแบบบ้านในซีรีส์ Niveaux ก็เรียกได้ว่าเป็นบ้านหรูขนาดใหญ่ทั้งหมดเลยครับ มีพื้นที่ใช้สอยให้เลือกตั้งแต่ 420 ตร.ม. ไปจนถึง 597 ตร.ม. ใน 3 แบบบ้าน
- Amélie : 420 ตร.ม.
4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน
- Élodie : 513 ตร.ม.
4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน - Valérie : 597 ตร.ม.
5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน
รู้จักตัวบ้านกันไปแล้ว เราขอพาไปดูกันบ้างครับ ว่าแบบบ้านซีรีส์ใหม่ของ Grand Bangkok Boulevard ทั้ง 2 ซีรีส์นี้ มีให้เลือกในทำเลไหนบ้าง
แบบบ้านซีรีส์ใหม่ มีให้เลือกในทำเลไหนบ้าง?
5 โครงการ ในโซนแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์, โซนรามอินทรา, โซนเพชรเกษม-วงแหวนฯ และโซนบางนา

ต้องบอกว่ารอบนี้ทาง SC เปิดตัวแบบบ้านใหม่ของ Grand Bangkok Boulevard ทีเดียว 5 โครงการเลยครับ มีทั้งในโซนแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์, โซนรามอินทรา, โซนเพชรเกษม-วงแหวนฯ และโซนบางนา ทุกทำเลถือว่าเดินทางสะดวกเลยครับ ใกล้ถนนสายหลักของย่าน ใกล้ทางด่วน และทุกโครงการอยู่ไม่ไกลเกิน 3 กม. จากโรงเรียนนานาชาติครับ
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สเตต บางนา
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.15
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด เพชรเกษม – กาญจนา
Grand Bangkok Boulevard รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์

โครงการนี้จะตั้งอยู่บนทำเล Residential ดั้งเดิมอย่างรามอินทรา ที่ไม่ต้องเข้าซอยลึกครับ อยู่บนถนนสวนสยาม ใกล้กับสวนสยามเลย ซึ่งทำเลตรงนี้ก็จะใกล้กับทั้ง Fashion Island, The Promenade และใกล้จุดตัดของถนนสายสำคัญหลายสายครับ เช่น วงแหวนกาญจนาภิเษก และถนนรัชดา-รามอินทรา ที่เชื่อมไปเกษตร-นวมินทร์ได้
และนอกจากนี้ ที่นี่ยังถือว่าเป็นบ้านที่ใกล้รถไฟฟ้ามากโครงการนึงเลย อยู่ในระยะแค่ประมาณ 1 กิโลนิดๆ จากสถานีนพรัตน์ครับ
- 900 ม. : ถนนรามอินทรา
- 900 ม. : รพ.นพรัตน์ และใกล้ 6 รพ.ในย่าน
- 1.1 กม. : รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีนพรัตน์
- 2.8 กม. : Heathfield International School
สำหรับการออกแบบจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมือง Florence ประเทศอิตาลี ดีไซน์มาเป็นบ้านขนาดใหญ่ 2 ชั้น สไตล์ Modern Classic อย่างตัว Clubhouse เขาใส่จุดเด่นของวิหารฟลอเรนซ์เข้าไป ทั้งโดมขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนหัวใจของอาคาร รวมไปถึงหลังคาแปดเหลี่ยม และเส้นสายที่ใช้ก็มีทั้งเส้นโค้งและเส้นตรง มีความคม ทำให้ตัวอาคารดูสวยเนี้ยบ แต่ยังมีความคลาสสิกอยู่ครับ
แบบบ้าน : Reliée และ Niveaux
ราคา : 40 – 80 ลบ.*
พื้นที่โครงการ : 47-0-2.1 ไร่
จำนวนบ้าน : 70 หลัง
รายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการนี้ : https://m.scasset.com/100rV
Grand Bangkok Boulevard แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์

มาต่อกันที่ “Grand Bangkok Boulevard แจ้งวัฒนะ – ราชพฤกษ์” ครับ จุดเด่นของโครงการนี้คือติดถนนชัยพฤกษ์เลยครับ แบบที่ไม่ต้องเข้าซอย เรียกได้ว่าใครผ่านถนนเส้นนี้ก็ต้องเห็นทางเข้าโครงการที่เป็นสไตล์ยุโรปคลาสสิกครับ
ซึ่งถนนชัยพฤกษ์ก็จะเป็นถนนที่เชื่อมต่อทั้งราชพฤกษ์ที่เป็นแหล่ง Lifestyle ขนาดใหญ่ และตรงสู่แจ้งวัฒนะที่เป็นแหล่งงานได้ ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้สะพานพระราม 4 ครับ และเป็นทำเลที่มีตัวเลือกเข้าเมืองได้หลายทาง ไม่ว่าจะวิ่งราชพฤกษ์ลงไปทางปิ่นเกล้าเชื่อมสาทร หรือออกแจ้งวัฒนะไปศูนย์ราชการฯ หรือขึ้นทางด่วนศรีรัชครับ
- ติดถนนใหญ่ : ถนนชัยพฤกษ์
- 5 นาที : รร.นานาชาติ SISB นนทบุรี
- 5 นาที : รร.นานาชาติ DBS
- 5 นาที : Robinson Lifestyle และ The Crystal ชัยพฤกษ์
- 5 นาที : รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีแยกปากเกร็ด
โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Palacio de Cibeles เป็นอาคารสีขาวขนาดใหญ่สไตล์ Neo-Classic ตอนนี้เขาใช้เป็นศาลาว่าการเมืองมาดริดด้วย ซึ่งที่นี่เขานำมาตีความใหม่ให้ดูทันสมัยและมีลูกเล่นมากขึ้น มีการลดทอนพวกคิ้วบัวออก แต่หอคอยตรงกลางยังเป็นจุดนำสายตาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใช้สีดำมาทำให้ดูเด่นมากขึ้นไปอีก มองแค่ภายนอกก็รู้สึกสวยจนอยากจะเข้าไปด้านในแล้วครับ
ที่นี่จำนวนยูนิตบ้านไม่เยอะ มีประมาณ 64 ยูนิตเท่านั้นเอง แต่จะเน้นไปที่ขนาดของบ้าน ดูกว้างขวางและโอ่อ่าครับ
แบบบ้าน : Reliée
ราคา : 40 – 80 ลบ.*
พื้นที่โครงการ : 40-1-6.6 ไร่
จำนวนบ้าน : 64 หลัง
รายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการนี้ : https://m.scasset.com/100r-
Grand Bangkok Boulevard สเตต บางนา

สำหรับ “Grand Bangkok Boulevard สเตต บางนา” ก็ถือว่าเป็นอีกโครงการที่ทำเลใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกย่านบางนาเลยครับ อยู่บนถนนเลียบวงแหวนกาญจนาฯ ช่วงที่ใกล้กับแยกตัดกับถนนบางนา-ตราดครับ ดังนั้นก็จะเป็นบ้านที่ใกล้ทั้ง Mega Bangna และใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน รวมถึงมีทางเลือกในการเข้า-ออกเมืองที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเข้าเมืองจากเส้นทางหลักอย่างบางนา-ตราดเชื่อมสุขุมวิท หรือขึ้นบูรพาวิถีเชื่อมทางด่วนสายในเมือง
ซึ่งย่านบางนา-สุขุมวิทตอนปลาย ย่านนี้ก็ถือว่าค่อนข้างเติบโตแบบก้าวกระโดดมากในหลายปีที่ผ่านมาครับ มี Mega Project ต่างๆ มาเปิดเพียบอย่าง Bangkok Mall, Mega City, The Forestias, Cloud 11 และอีกหลายโปรเจกต์ครับ
- 2.2 กม. : รร.นานาชาติดัลลิส
- 2.4 กม. : ถนนบางนา–ตราด
- 3.8 กม. : Mega Bangna
- 5 กม. : จุดขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี
ที่นี่ออกแบบมาในสไตล์ American Timeless ที่ดีไซน์มีองค์ประกอบต่างๆ ให้ความสวยงามแบบคลาสสิก โดดเด่นตั้งแต่ซุ้มทางเข้าและอาคาร Clubhouse ขนาดใหญ่ที่วางต้อนรับอยู่หน้าโครงการเลยครับ และความพิเศษของโครงการนี้คือเป็นหมู่บ้านที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมากๆ ตัวโครงการมีบ้านแค่ 34 ยูนิต ได้ความ Private ทั้งพื้นที่ในตัวบ้านและพื้นที่ส่วนกลางเลยครับ
แบบบ้าน : Niveaux
ราคา : 29.9 – 60 ลบ.*
พื้นที่โครงการ : 15-2-21.7 ไร่
จำนวนบ้าน : 34 หลัง
รายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการนี้ : https://m.scasset.com/100sW
Grand Bangkok Boulevard บางนา กม.15

อีกหนึ่งโครงการในย่านบางนา “Grand Bangkok Boulevard บางนา กม.15” โครงการนี้ เป็นบ้านเดี่ยวที่ได้ทำเลอยู่ติดกับถนนใหญ่ “บางนา-ตราด” เลยครับ เป็นบ้านที่เดินทางสะดวก ทั้งจากเส้น “บางนา-ตราด” เองที่เข้าออกเมืองง่าย ใกล้หลายแหล่งงานใหญ่ ทั้งโซนอุตสาหกรรมของฝั่งสมุทรปราการ หรือเข้าเมืองด้วยทางด่วนบูรพาวิถี
นอกจากนี้ที่ตั้งยังถือว่าใกล้ทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิมากครับ เป็นบ้านที่สะดวกทั้งสำหรับการเดินทาง หรือใครที่ทำงานอยู่ในสนามบินครับ รอบข้างมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง Central Village, Mega Bangna, Market Village และถือว่าเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีหลายสนามกอล์ฟเลยครับ
- ติดถนน : บางนา-ตราด
- 50 ม. : Rest Park สุวรรณภูมิ
- 3 กม. : รร.ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก และทางด่วนบูรพาวิถี
- 6 กม. : Mega Bangna
- 15 กม. : สนามบินสุวรรณภูมิ
สำหรับโครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Palace of the Grand Master ประเทศกรีซ ดีไซน์ก็จะมาในสไตล์โกธิค โดยใช้ซุ้มโค้งมาเป็นองค์ประกอบหลักครับ อย่างตัว Clubhouse เอง ตัวทางเข้าทำเป็นซุ้มโค้งสูงยาวเข้าไปด้านใน ดูมีมิติ และไม่ว่าจะทางเดินหรือหน้าต่างล้วนแล้วแต่มีรูปร่างของซุ้มโค้งด้วยกันทั้งหมด ดูเรียบง่าย มีเอกลักษณ์ของ Architect สไตล์ยุโรป
แบบบ้าน : Niveaux
ราคา : 29.9 – 60 ลบ.*
พื้นที่โครงการ : 35-0-2.7 ไร่
จำนวนบ้าน : 73 หลัง
รายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการนี้ : https://m.scasset.com/100t0
Grand Bangkok Boulevard เพชรเกษม – กาญจนา

มาถึงโครงการสุดท้าย “Grand Bangkok Boulevard เพชรเกษม – กาญจนา” สำหรับใครที่มองหาบ้านโซนฝั่งธน โครงการนี้ก็ถือว่าตั้งอยู่ในทำเลที่น่าสนใจครับ ใกล้กับถนนกาญจนาภิเษกเพียงแค่ 500 เมตร อยู่ใกล้กับทั้งถนนเพชรเกษมที่มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และใกล้ถนนพรานนก-สาย 4 เดินทางเชื่อมต่อในย่านสะดวก และเป็นทำเลที่ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกครับ
ในระยะไม่เกิน 3 กิโลเมตรมีทั้งโรงเรียนนานาชาติ, รถไฟฟ้า, และห้างใหญ่ของย่านอย่าง The Mall บางแค ซึ่งในอนาคตเส้นวงแหวนกาญจนาฯ เตรียมมีทางด่วนสายใหม่ ที่เชื่อมต่อกับทางด่วนพระราม 2 ไปจนถึงฝั่งบางบัวทองด้วยครับ
- 500 ม. : ถนนกาญจนาภิเษก
- 1 กม. : รร.นานาชาติ SISB ธนบุรี
- 2.9 กม. : เดอะมอลล์ บางแค
- 3.2 กม. : รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีหลักสอง
ที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหาวิหารนักบุญสเตฟาน เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรียครับ ดีไซน์มาในศิลปะสไตล์โกธิค ซึ่งตัว Clubhouse ใช้ Facade ที่เน้นเส้นตรงตั้งแต่พื้นจรดหลังคา มีการจัด Lighting ให้ตัว Facade ดูมีมิติมากขึ้น ให้อารมณ์เหมือนมาพักผ่อนที่รีสอร์ต พร้อมสวนมีน้ำพุขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยมุมพักผ่อนหย่อนใจครับ
แบบบ้าน : Niveaux
ราคา : เริ่มต้น 30 ลบ.*
พื้นที่โครงการ : ประมาณ 41 ไร่
จำนวนบ้าน : 62 หลัง
รายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการนี้ : https://m.scasset.com/100uT

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็นข้อมูลของบ้าน Grand Bangkok Boulevard ทั้ง 2 ซีรีส์ใหม่ ที่เราเอามาฝากกันครับ พบกับบ้านทั้ง 2 ซีรีส์ใหม่นี้ได้ที่
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สเตต บางนา
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.15
- แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด เพชรเกษม – กาญจนา
เริ่มต้น 30-80 ล้านบาท พร้อมเปิดให้ชมบ้านซีรีส์ใหม่แล้ว ใน 10-11 ตุลาคมที่จะถึงนี้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม/ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษและนัดหมายเข้าชมโครงการ : https://m.scasset.com/100kF

