fbpx
ข่าวประชาสัมพันธ์

10 เทรนด์สังคมไทยหลังวิกฤต COVID-19 จาก FutureTales Lab by MQDC

การระบาดของโรค COVID-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดผลกระทบในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมไปถึงวิถีการดำรงชีวิตของคนในสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างมาก คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือ การดำเนินชีวิตของคนในสังคม หลังพ้นวิกฤติครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร “ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ” (FutureTales Lab by MQDC)  หรือ ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ภายใต้ MQDC พาร่วมหาคำตอบ ผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบและรวบรวมข้อมูลของสังคมในอนาคตมาเป็น 10 เทรนด์ที่น่าสนใจ เพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือในทุกการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 


“ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ” คืออะไร ?

ก่อนที่จะไปดูทั้ง 10 เทรนด์กัน อยากจะให้ทำความรู้จักกับ “ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ” กันก่อน เพราะบางคนต้องไม่เคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนเลยแน่ๆ “ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ” คือศูนย์วิจัยเอกชนแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ทำการศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูล เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับมนุษยชาติ เน้นการวิจัยใน 8 เรื่องสำคัญได้แก่

  • อนาคตของการอยู่อาศัย (Future of Living)
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมหุ่นยนต์ (Technology & Robotics)
  • อนาคตของการรักษาสุขภาพ (Future of Healthcare)
  • อนาคตแห่งการเรียนรู้ (Future of Learning)
  • วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมโลก (Climate Crisis)
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
  • อนาคตการใช้พลังงาน (Global Energy)
  • การใช้ชีวิตในอวกาศ (Space Exploration) 

นักวิจัยของฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ มุ่งวิเคราะห์ข้อมูล สำรวจและคาดการณ์อนาคต พร้อมสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือกับนักอนาคตศาสตร์ระดับประเทศและนานาชาติทั้ งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมไปถึงชุมชนต่างๆ ศูนย์ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ ตั้งอยู่ที่โครงการทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ โดยจะเป็นศูนย์หลักในการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกและแนวคิดใหม่ๆ ในด้านต่างๆ เช่น การออกแบบ นโยบายนักวิจัย และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น หากสนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.futuretaleslab.com


10 เทรนด์ที่จะเปลี่ยนไปหลังวิกฤต COVID-19

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ โดย MQDC ได้หยิบยกประเด็นสำคัญ นำมาวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือ Web of Impact แสดงให้เห็นถึงผลกระทบสังคมในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น หลังพ้นวิกฤติ COVID-19 ซึ่งสามารถสรุปเป็น 10 เทรนด์ที่สังคมไทยควรจะตั้งรับ ทั้งในแง่มุมพฤติกรรมการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย การใช้เทคโนโลยี การเดินทาง และการดูแลสุขภาพ ตลอดจนแนวโน้มของนโยบายภาพใหญ่ของรัฐบาล ดังนี้

1. Social Structure

หรือโครงการสร้างของสังคมใหม่ๆ ที่จะมีการออกกฎหมายที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก เป็นกฎหมายเดียวกันที่ช่วยในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัย รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยี IOT Infrastructure และระบบต่างๆ ทำให้คนสนใจมากยิ่งขึ้น ผู้คนจะเริ่มให้ความสำคัญต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่มากกว่าเดิม โดยจะยอมให้ข้อมูลส่วนตัว (privacy) เพื่อที่จะปกป้องสุขภาพ ทรัพย์สินของตัวเองและครอบครัวมากยิ่งขึ้น  


2.Resilience & Agile by Force

แม้ว่าในอนาคตหลังวิกฤติ COVID-19 ความเชื่อมั่นและความเชื่อใจในระดับบุคคลจะลดน้อยลง แต่ความร่วมมือระหว่างองค์กรและอุตสาหกรรมจะมีมากขึ้น ซึ่งภาครัฐจะใช้เวลาปรับตัวมากที่สุด และจะถูกปรับเปลี่ยนมากขึ้น เช่น กฎหมายพื้นฐาน การประชุมอย่างถูกกฎหมายผ่านทางออนไลน์ เป็นต้น วิกฤติครั้งนี้อาจเป็นการล้างไพ่ทางเศรษฐกิจในทางบวก คือรัฐและองค์กรธุรกิจสามารถใช้โอกาสนี้ในการจัดการเรียนผ่านออนไลน์ฟรีให้กับแรงงาน หรือการกำหนดระเบียบการทำงานที่ลดการใช้ทรัพยากรได้มากขึ้น


3.Global Emotional Crisis & Touchless Society

คือวิกฤติทางอารมณ์ของคนเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้แบบเดิมๆ นำไปสู่การสูญเสียสมดุลทางความคิดและอารมณ์ อาทิ เด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมา จากเดิมมีวิธีการทักทายแบบจับมือหรือกอด แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ทำให้ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพจึงมีระยะห่างกันออกไปเรื่อยๆ ส่งผลต่ออารมณ์ในแง่ของความใส่ใจ และความห่วงใยในอนาคต อย่างวัยทำงานที่นิยม Co–working Space ก็อาจจะปรับพื้นที่ในรูปแบบ Sharing Space With Boundary หรือ มีการแบ่งแยกพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น และการออกแบบพื้นที่บริการแบบไม่ต้องสัมผัส แต่ใช้ Voice Recognition หรือ AR แทน


4.Public Space / Indoor Technology with Health Factor

จากความไม่เชื่อมั่นและความวิตกกังวลในความไม่ปลอดภัยเวลาที่ต้องออกไปยังพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องในด้านนี้ อาทิ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ต้องมีการวางแผนรับมือ และสร้างเครื่องมือต่างๆ เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การวางระบบฆ่าเชื้อสำคัญเหมือนการวางระบบแอร์ น้ำ ไฟ มีการกำหนดมาตรฐานระบบ Clean Air Quality ในอาคาร


5.Prioritizing Space Over Convenience

คือวิถีความคิดของผู้บริโภคในแง่การซื้อที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนไป เพราะที่ผ่านมาทุกอย่างจะรวมตัวกันอยู่กลางเมือง โดยยึดเอาแนวเส้นการเดินทางที่ใกล้รถไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการทำงานในอนาคต สามารถทำงานที่บ้านได้ อาจจะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ทำงานทุกวัน จึงอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย ไม่จำเป็นต่ออยู่ในเมือง หรืออาศัยในคอนโดมิเนียมขนาดเล็กและขนาดกลางอีกต่อไป แต่อาจปรับเปลี่ยนเป็นบ้านนอกเมือง แต่มีพื้นที่มากขึ้น มีสวน มีที่จอดรถ หรือการปรับเปลี่ยนบ้านพักตากอากาศ (vacation home) มาใช้อาศัยประจำแทน


6.Everything At Home

หรือที่เรียกว่าเศรษฐกิจติดบ้าน อันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป เริ่มเคยชินกับการอาศัยอยู่ในบ้าน ทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ภายในที่พักอาศัยของตนเอง ส่งผลต่อความต้องการที่พักอาศัยที่อาจจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่สามารถอาศัยในพื้นที่ที่มีขนาดเล็กได้ แต่ขณะนี้อาจจะไม่เพียงพอ และต้องการมีพื้นที่ที่สามารถทำอะไรได้หลายหลากมากยิ่งขึ้น อย่าง คอนโดมิเนียม ก็ต้องมีพื้นที่สำหรับการทำอาหาร พื้นที่ทำงานและออกกำลังกายได้


7.Proactive Healthcare Platform

จากเหตุการณ์โรคระบาด COVID-19 ทำให้แพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพและการป้องกันความเจ็บป่วยนั้นมีความสำคัญ และเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องจัดการให้ดี โดยเฉพาะบริการด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต


8.Last Mile & Next Hour Logistic

ด้วยพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง จะทำให้ระบบการขนส่งระยะสั้นแบบ 1 กิโลเมตร และการจัดส่งแบบรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง จะเป็นที่ต้องการ และมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น 


9.Wearable Device – Prioritizing Health & Safety Over Privacy

คือการเติบโตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ ซึ่งผู้บริโภคจะยอมให้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อแลกกับความปลอดภัยที่มีมากยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันที่เจาะลึกถึงข้อมูลมากยิ่งขึ้น สามารถดูได้ว่า ณ วันนี้ สถานที่ที่เราอยู่ ณ ตรงนี้ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นประเด็นในเรื่องของความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว


10.Super Food & Food Supply Chain Transparency To Personal Food Supply

โดยส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะรับประทานอาหารเพื่อความอร่อย แต่หลังจากนี้ผู้บริโภคจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ต้องการความมั่นใจมากขึ้นว่าสินค้าที่จะนำมาปรุงอาหารมีมาตรฐาน ปลอดภัย และสะอาด รวมถึงผู้บริโภคบางส่วนเองเริ่มมีการทำฟาร์มขนาดเล็กในเมืองมากยิ่งขึ้น 


ทั้งหมดนี้ก็คือ 10 เทรนด์สังคมในอนาคตที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปหลังพ้นวิกฤติ COVID-19 ซึ่ง “ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ” เชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมทุกภาคส่วน ในการเตรียมรับมือและพร้อมที่จะปรับตัวกับ The Next Normal หรือ ความปกติในรูปแบบใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังพ้นวิกฤติครั้งนี้


Related posts
ข่าวประชาสัมพันธ์

“แอสเซทไวส์” ชวนเหล่าคนดังร่วมสำรวจกรุงเทพฯ อีก 30 ปีข้างหน้าในเทศกาล Bangkok Design Week 2024

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดแล้วยิ่งใหญ่! ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ โครงการมิกซ์ยูสโมเดลใหม่แห่งภาคกลางตอนบน

ข่าวประชาสัมพันธ์

SC Asset จับมือพันธมิตรนักสร้างสรรค์ ร่วมแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ในงาน Bangkok Design Week2024

ข่าวประชาสัมพันธ์

“แอสเซทไวส์” จับมือ “Bottomless” เปิดคาเฟ่สุดฮิพในคอนโด “มารูน รัชดา 32” มิติใหม่ของการดื่มกาแฟ