fbpx
รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก : “Aspire สุขุมวิท – พระราม 4” คอนโดใกล้ BTS พระโขนง ราคาดี เหมือนย้อนไปหลายปีก่อน

ถ้าพูดถึงคอนโดโซนทำเลใจกลางเมือง ราคาเริ่มต้นอย่างต่ำก็จะอยู่ 3-4 ล้านเป็นเรื่องปกติ แถมบางทีถ้าทำเลกลางเมืองมากๆ เงิน 3 ล้านถ้าได้ก็ไปได้ทำเลในซอยด้วยซ้ำ แต่วันนี้เราจะพาไปดูคอนโดที่อยู่ติดถนนใหญ่ เส้นพระราม 4 ใกล้ BTS พระโขนง ในราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านต้นๆ ถึง 2 ล้านกลางๆ เท่านั้น กับโครงการ

“Aspire สุขุมวิท – พระราม 4”

ที่นี่จะได้ที่ตั้งที่อยู่บนถนนพระราม 4 มีระยะห่างจาก BTS พระโขนงประมาณ 600 เมตร แต่ราคาของโครงการเริ่มต้นต่ำกว่าแสนบาทต่อตารางเมตร ถือว่าราคาเทียบกับทำเลที่ได้นี่ก็เป็นจุดเด่นของโครงการนี้เลย 

โครงการนี้จะเป็นอย่างไร น่าสนแค่ไหน เดี๋ยววันนี้ LivingPop จะมาเล่าให้ฟังกันครับ


จุดเด่นโครงการ

ทำเลในเมือง 600 เมตรจาก BTS พระโขนง

ครั้งแรกของแบรนด์ Aspire
มีห้อง Vertiplex เพดานสูง

เริ่ม 2.59 ล้าน ราคาตรม.เริ่มต้น 93,000 บาท

รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท

รถไฟฟ้าสายแรกของกรุงเทพฯ หนึ่งในสายสำคัญ นำคนจากรอบนอกเข้าสู่ใจกลางเมืองโดยตรง

ก่อนจะไปพูดถึงตัวโครงการ เราขอพามาทำความรู้จักกับทำเลย่านนี้กันก่อนครับ ถ้าพูดถึงเส้นรถไฟฟ้าสายหลักของกรุงเทพฯ สายที่มี Traffic คนขึ้นเยอะที่สุด ก็หนีไม่รถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) ทั้งสายสีลมและสายสุขุมวิท กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT)

แล้วทำไมสายเหล่านี้ถึงมีคนขึ้นเยอะและเป็นสายสำคัญ? ก็เพราะว่าเส้นทางของทั้ง 3 สายนี้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีการตัดผ่านจุดสำคัญๆ ต่างๆ เยอะมาก โดยเฉพาะเส้นของรถไฟฟ้า BTS เองทั้งสายสีลมและสายสุขุมวิท นอกจากผ่านจุดสำคัญแล้ว เส้นทางยังเป็นการพาคนจากนอกเมือง เข้ามาสู่ใจกลางเมืองโดยตรง ดังนั้นเราก็จะเห็นคนใช้งานหนาแน่นมากๆ ทุกๆ วันครับ

ซึ่งรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทนี่เรียกได้ว่าเป็นสายอันดับหนึ่ง ที่มีคนขึ้นมากที่สุดเลยก็ว่าได้

เส้นทางรถไฟฟ้า BTS ที่เปิดให้บริการในปี 2542

โดยรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทในตอนแรกที่เปิดให้บริการ จะวิ่งจากแค่หมอชิต ผ่านสยามแล้วมาสุดที่อ่อนนุช แต่ในปัจจุบันรถไฟฟ้าสายนี้ได้มีการสร้างส่วนต่อขยายออกไปอีก ฝั่งหมอชิตก็สร้างต่อออกไปทางด้านสะพานใหม่-คูคต ส่วนทางฝั่งอ่อนนุช ก็มีส่วนต่อขยายออกไปทางบางนา จนปัจจุบันไปถึงสมุทรปราการ เรียกได้ว่าเป็นรถไฟฟ้า 3 จังหวัดเป็นที่เรียบร้อย คนใช้งานเยอะตลอดทั้งวันยิ่งในช่วงกลางเมือง

เส้นทางรถไฟฟ้า BTS ที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน

BTS สถานี “พระโขนง”

สถานีรถไฟฟ้า BTS ชั้นใน ที่ยังไม่ถึงส่วนต่อขยาย

ความเป็นใจกลางเมืองของย่านสุขุมวิทชั้นใน อันนี้คงไม่ต้องอธิบายมาก ทั้งความตึกต่างๆ เอย ออฟฟิศ, โรงแรม, ห้าง, คอนโด ความรถติดเอย ทุกคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว ศูนย์รวมความเจริญแบบ 300%

ทีนี้สำหรับสถานี “พระโขนง” เราจะเห็นว่าถ้าไล่สถานีมาจาก “อโศก” >> “พร้อมพงษ์” >> “ทองหล่อ” >> “เอกมัย” ถัดมาก็จะเป็นพระโขนงแล้วครับ ถือว่าเป็นเป็นสถานีที่จะเรียกว่าใกล้ใจกลางเมืองก็แปลกๆ เพราะจริงๆ ก็คืออยู่ในเมืองด้วยเหมือนกัน อยู่บนถนนสุขุมวิทช่วงก่อนข้ามคลองพระโขนงไป 

เพียงแต่อาจจะไม่ได้กลางจัดๆ แบบอโศกหรือพร้อมพงษ์ หรือที่หลายคนมักเรียกโซนนี้ว่า Mid-Sukhumvit แต่ก็อยู่ถัดมาแค่นิดเดียว เข้าถึงสะดวกมากๆ ครับ

และที่สำคัญทำเลพระโขนงตรงนี้ ยังอยู่ในช่วงรถไฟฟ้า BTS ส่วนดั้งเดิม ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2542 ด้วยครับ ข้อดีคือเวลาที่เราเข้าเมือง ตรงนี้ก็จะไม่ต้องเสียค่าส่วนต่อขยายที่คิดเงินเพิ่ม ค่าโดยสารถ้าวิ่งเข้าเมืองก็จะไม่เกิน 44 บาทครับ ซึ่งปกติถ้าเลยอ่อนนุชไปจะมีค่าส่วนต่อขยายเพิ่มอีก 15 บาทต่อเที่ยว หรือในอนาคตก็จะคิดเพิ่มตามจำนวนสถานีกันเลยทีเดียว

เลื่อนที่รูปเพื่อดูระหว่างชื่อถนนกับสถานที่ใกล้เคียงย่านพระโขนงได้ครับ

พระโขนง ทำเลที่ยังจับต้องได้

สำหรับใครที่อยากได้คอนโดทำเลติดรถไฟฟ้าในเมือง

และด้วยความยาวของ BTS สายสุขุมวิทที่ปัจจุบันวิ่งไป 3 จังหวัดแล้ว ดังนั้นแต่ละ Part แต่ละช่วงของรถไฟฟ้าสายนี้ ราคาคอนโดก็จะต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับทำเลของแต่ละโซนครับ อย่างถ้าเป็นช่วงสมุทรปราการหรือปลายสายคูคต คอนโดติด BTS ราคาก็อยู่กันหลักไม่ถึงแสนต่อตารางเมตร แต่ถ้าในเมืองจัดๆ เลย คอนโดใกล้ BTS อโศก/พร้อมพงษ์/ทองหล่อ ก็ราคาขึ้นไปถึงหลัก 2-3 แสนบาทต่อตารางเมตรครับ

แต่อย่างที่เล่าไป พระโขนงที่เป็นทำเลใกล้ใจกลางเมืองมาก แต่ทำไมคอนโดระยะเดินทาง BTS ยังมีราคาไม่ถึงแสนบาท/ตร.ม.ได้?? 

ราคามันควรจะแพงไปตั้งนานแล้วหรือเปล่า? คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS ก่อนส่วนต่อขยายส่วนใหญ่ก็ราคาแสนอัพไปแล้วทั้งนั้น ต่อให้อ่อนนุชก็ยังแสนกว่าต่อตารางเมตรเลย อันนี้ต้องย้อนอดีตกลับไปไกลเลยครับ

ต้องบอกว่าย่านพระโขนงเมื่อ 30-40 ปีก่อน ถือว่าเป็นย่านนึงที่เจริญมาก ในยุค 2520-2530 โดยประมาณ เป็นช่วงก่อนมีรถไฟฟ้าเข้าถึง หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตรงพระโขนงนี่มีทั้งโรงหนัง มีตลาดขนาดใหญ่ มีห้างสรรพสินค้ามาตั้งหลายห้างด้วยนะ อย่างไทยไดมารูก็เคยมาเปิดสาขา 2 ที่นี่

และแยกพระโขนงยังเป็นแยกที่เชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท 71 ที่เชื่อมไปรามคำแหง ซึ่งรามคำแหงก็เป็นอีกหนึ่งความเจริญของย่านกรุงเทพโซนตะวันออกเช่นเดียวกัน มีทั้งห้าง มีม.ราม มีชุมชนขนาดใหญ่ ทำให้ตรงพระโขนงนี่ก็เป็นเหมือน Interchange ที่คึกคักในยุคนั้น มีความเจริญ มีการสร้างนู่นนี้ มีแหล่งชุมชน ตึกแถวเอยอะไรเอยค่อนข้างเยอะ

แต่ต่อมา เมืองเริ่มขยาย รูปแบบการใช้ชีวิตก็ค่อยๆ เปลี่ยน หลายที่มีห้างยุคใหม่ ใหญ่กว่า แปลกใหม่กว่า ย่านพระโขนงก็ค่อยๆ เงียบเหงาลง ห้างทยอยปิดตัวไปครับ โรงหนังแบบ Standalone ที่เคยมีคนเข้า คนก็นิยมน้อยลง ถนนก็มีการตัดใหม่หลายสายมากขึ้น คนจากฝั่งรามเองก็มีทางเลือกในการเข้าเมืองหลากหลายเส้นทางมากขึ้น ในยุคหลัง ก่อนจะมีรถไฟฟ้า พระโขนงก็ซบเซาลงไป

จนกระทั่งการมาของรถไฟฟ้า BTS ช่วงปี 2542 ช่วงนี้ก็จะพอดีกับหลังจากที่วิกฤตเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ก็จะเริ่มมีการพัฒนาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้ากันในช่วงนี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นข่าวดีของฝั่งพระโขนงใช่ไหมครับ ที่รถไฟฟ้าจะมาทำให้ย่านนี้กลับมาบูมอีกครั้ง

แต่ก็ยังอีกครับ!! เรื่องก็หักมุมนิดหน่อยตรงที่ Developer เจ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างหรือคอนโด เค้าไปปักหมุดทำเลอ่อนนุชกันก่อนครับ ทำไมหล่ะ?? เพราะอย่างที่บอกไปว่าพระโขนงเค้าโตมาก่อน มีตึกแถว มีตึกรามบ้านช่องอยู่ก่อน 

เทียบกับอ่อนนุช ตรงนี้ในสมัยปี 254x-255x ยังเป็นที่โล่งอยู่เยอะ บางแปลงเป็นที่ดินเปล่า ไม่ต้องทุบอะไรให้วุ่นวายเลยแถมราคาย่านนี้ในตอนนั้นก็ยังไม่แรง และอ่อนนุชก็เป็นอีกซอยขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งชุมชนนึงเช่นกัน ดังนั้นการพัฒนาต่างๆ เค้าก็ไปเลือกเอาที่โล่งก่อน พัฒนาง่ายกว่า ทำราคาได้ 

เราก็จะเห็นในช่วง 10-20 ปีที่แล้ว อ่อนนุชโตไวมากครับ ทั้งคอนโด ทั้งห้าง เรียกได้ว่าปัจจุบันที่ว่างติดสถานีหายากแล้ว และราคาคอนโดติดสถานีก็ขึ้นไปหลักแสนกว่าต่อตารางเมตรละ ส่วนพระโขนงก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมาก

ทีนี้พอมายุค 5-6 ปีที่ผ่านมา อ่อนนุชเริ่มเต็ม แต่ Demand ของคอนโดเส้นสุขุมวิทไม่เคยหายไปครับ คนก็ยังต้องการคอนโดโซนนี้อยู่ตลอด โครงการต่างๆ ก็เริ่มขยับสถานี ทำเลที่เคยถูกมองข้ามไปอย่างพระโขนงก็ถูกกลับมาเหลียวแลอีกครั้ง เราจะเห็นในช่วงหลังมานี้ พระโขนงเริ่มมี Community Mall ใหม่ๆ มาลง เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น มีคาเฟ่ใหม่ๆ โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีมานี้ มีคอนโดมาปักหมุดที่พระโขนง-พระราม 4 เยอะมากกกก

ดังนั้นด้วยความที่ทำเลมันเคยถูกมองข้ามไปในอดีตเนี่ยแหละครับ เลยทำให้กลายมาเป็นข้อดีในวันนี้ ที่ทำให้ย่านนี้เป็นทำเลใจกลางเมืองที่ราคายังอยู่ในช่วงที่ยังจับต้องได้ ซื้ออยู่ได้จริงสำหรับ Real Demand ที่อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง

ภาพรวมราคาคอนโดย่านสุขุมวิท

เราลองมาดูราคาโดยประมาณของคอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS เส้นสุขุมวิทกันก่อนครับ อย่างที่บอกไปว่าช่วงใจกลางเมืองอย่างอโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อเลยเนี่ย ราคาเฉลี่ยส่วนใหญ่เค้าก็จะอยู่ที่หลัก 2-3 แสนบาทต่อตารางเมตรครับ

ส่วนถัดมาเอกมัย คอนโดส่วนใหญ่ตรงนี้จะอยู่ในซอยเป็นหลัก ก็จะมีราคาอยู่ในช่วงแสนกลางๆ ไปถึง 2 แสนบาทต่อตารางเมตร

แต่ถ้าถัดมาอีก 1 สถานี เป็นพระโขนง ตรงนี้เรายังจะเห็นโครงการที่ราคาไม่ถึง 1 แสนบาทต่อตารางเมตรให้เลือก (ก็คือที่นี่แหละ อ่ะ ขายตรงๆ เลย) แต่ถ้าโครงการโดยส่วนใหญ่ ราคาก็จะอยู่ในช่วงแสนต้นๆ ไม่เกินแสนกลางครับ อยู่ที่ความใกล้ไกลจากสถานี

ซึ่งราคาแสนต้น-แสนกลางนี่จะสูสีกับสถานีที่ไกลออกไปอย่างอ่อนนุช-บางจากเลยครับ เป็นทำเลที่ราคาไม่หนีกัน ส่วนราคาของที่นี่ ที่เริ่มต้นที่ 93,000 บาท/ตารางเมตร อันนี้ยิ่งค่อนข้างเป็นราคาที่ Competitive พอสมควร คือไม่ได้มาสู้กับแค่เฉพาะคอนโดในย่านเดียวกันแล้ว แต่เป็นราคาที่ชนไปถึงคอนโดใกล้รถไฟฟ้าย่านบางนา-แบริ่งเลย ด้วยราคาที่พอๆ กัน ขึ้นอยู่ที่คนซื้อจะตัดสินใจยังไงระหว่างโซนบางนาแบริ่งที่อาจจะเดินใกล้รถไฟฟ้ากว่า กับตรงนี้ที่มีระยะเดิน 600-800 เมตร แต่ได้คอนโดกลางเมืองจริงๆ

ที่ตั้งโครงการ

ติดถนนพระราม 4 ห่าง 600 เมตรจาก BTS พระโขนง

มาดูที่ตั้งโครงการกันบ้างครับ ที่นี่จุดเด่นของเค้าอย่างแรกก็จะเป็นเรื่องของทำเล โดยจะได้คอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงในระยะเดินได้ ห่างประมาณ 600 เมตร ตัวโครงการจะอยู่บนถนนใหญ่อย่างถนนพระราม 4 มีระยะห่างเข้ามาจากถนนใหญ่อีกประมาณ 200 เมตรโดยเป็นถนนของโครงการเองครับ

ซึ่งถ้าพูดถึงแต่ตัวทำเลอย่างเดียว ในทำเลนี้แน่นอนว่ามีคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้ากว่านี้ครับ แต่สิ่งที่โครงการนี้พ่วงมาด้วยคือราคาที่กระชากใจ อย่างที่บอกไปว่าเริ่มต้น 93,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาที่แทบไม่มีในทำเลแบบนี้แล้ว

พอเป็นสองข้อรวมกันระหว่างราคา+ทำเล จุดนี้ก็เลยเป็นจุดแข็งและจุดเด่นของที่นี่ครับผม

และต้องบอกว่าโครงการแนวนี้ AP ก็ไม่ได้ทำที่นี่เป็นที่แรกด้วยครับ ในช่วงก่อนหน้ากับทำเลเดียวกันนี้ ทาง AP ก็เคยเปิดโครงการ Aspire พระราม 4, Aspire สุขุมวิท 48 และ Life สุขุมวิท 48 ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้ก็จะมีลักษณะคล้ายกันคืออาจจะไม่ได้ใกล้รถไฟฟ้าที่สุด แต่ทำราคาออกมาค่อนข้างดี ซึ่งก็ประสบความสำเร็จทั้ง 3 โครงการ ปิดการขายไปได้เรียบร้อย ปัจจุบันก็ยังมีคนหาซื้อหาเช่าอยู่เรื่อยๆ เลยน่าจะเป็นตัวที่ทำให้ AP มั่นใจกับการเปิดโครงการใหม่ในรูปแบบคล้ายๆ กันครับ

และในย่านนี้ก็ค่อนข้างมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างต่างๆ ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท เริ่มจาก Summer Hills บริเวณแยกพระโขนง ที่เดินไปได้จากโครงการ

ถัดไปที่สถานีเอกมัยก็จะมี Gateway และเมเจอร์เอกมัย หรืออย่างย่านพร้อมพงษ์ ตรงนี้ก็จะเป็นอาณาจักรห้างขนาดใหญ่ของกลุ่ม The Mall ที่มีทั้ง Emporium, Emquatier และล่าสุดกำลังจะมี Emsphere มาเปิดในปีหน้า ที่จะมี Ikea สาขาในเมืองสาขาแรกมาเปิดด้วย

โดยตัวโครงการนอกจากจะอิงทำเลและความสะดวกของโซนสุขุมวิทแล้ว ด้วยความที่อยู่บนถนนพระราม 4 ตรงนี้ก็จะมีห้างอย่าง Lotus’s, Big C, K Village และสวนเพลินที่เป็น Community Mall อยู่ด้วยครับ

พระราม 4 Shortcut ของย่านนี้

ถนนเส้นขนานกับสุขุมวิท มีซอยเชื่อมกันหลายซอย ใช้เป็นทางเลือกตอนรถติดได้ และเป็นถนนเชื่อมต่อเข้าย่านอื่น

จากตัวทำเลของโครงการ แน่นอนว่าสำหรับใครที่หาคอนโดที่เดินทางไปทำงานโซนสุขุมวิท อาจจะใช้รถยนต์หรือใช้รถไฟฟ้า ที่นี่ก็จะค่อนข้างสะดวกครับ ด้วยระยะห่างจากการใช้งานรถไฟฟ้าที่ไม่ไกลมาก (แต่ถ้าไม่อยากเดิน ทางโครงการก็มีรถรับส่งให้บริการ)

แต่อีกทางที่สามารถใช้งานได้เช่นกัน ก็คือการเดินทางบนถนนพระราม 4 เส้นนี้ สามารถเชื่อมต่อกับโซนลุมพินี, สาทร, สีลม, สามย่านได้ และถ้าไม่ได้ใช้รถยนต์ ก็มีขนส่งสาธารณะอื่นๆ ให้บริการด้วยเช่นกันครับ

และพอถนนพระราม 4 เส้นนี้ค่อนข้างจะขนานกับถนนสุขุมวิท ดังนั้นซอยต่างๆ ก็จะเชื่อมต่อกันกับซอยของสุขุมวิทฝั่งเลขคู่พอสมควร อย่างที่เราทราบๆ กัน สุขุมวิทนี่เค้าก็ขึ้นชื่อเรื่องความรถติดอยู่แล้ว ดังนั้นตรงนี้ถ้าหากใช้รถยนต์ ก็จะสามารถใช้ถนนพระราม 4 เป็นทางเลี่ยง และทะลุเข้าซอยต่างๆ เพื่อไปออกสุขุมวิทแต่ละช่วงแทนได้ครับ เป็น Shortcut ประหยัดเวลาในการเดินทางด้วยรถยนต์ของย่านนี้

และนอกจากย่านสุขุมวิทที่เป็นย่านธุรกิจ บนถนนพระราม 4 เองก็มี Mega Project ขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เพิ่งเปิดใหม่, โครงการ One Bangkok ที่เป็นโปรเจค Mixed-Use ขนาดใหญ่มาก มาพร้อมอาคารสำนักงาน โรงแรม ห้าง และที่พักอาศัย บนพื้นที่รวม 104 ไร่ ติดแยกลุมพินี มูลค่าโครงการกว่าแสนล้านบาท

รวมไปถึงที่ดินโรงแรมดุสิตเองก็กำลังมีการก่อสร้างโปรเจคใหม่กับ Dusit Central Park ที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มโรงแรมดุสิตและเครือเซ็นทรัล ทำออกมาเป็น Mixed-Use เช่นเดียวกัน มีทั้งห้าง Central ใหม่ ที่พักอาศัย และโรงแรมดุสิตโฉมใหม่ น่าจะแล้วเสร็จในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ภาพรวมเมื่อสร้างเสร็จทั้งหมดก็จะทำให้ถนนพระราม 4 เป็นอีกย่านธุรกิจขนาดใหญ่ของกรุงเทพครับ ต่อจากโซนสีลมและสุขุมวิทที่ที่ดินต่างๆ ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เริ่มหมดไปแล้ว

รูปแบบโครงการ

สำหรับแบรนด์ Aspire ก็จะเป็นคอนโดในระดับราคาเริ่มต้นของทาง AP ครับ เน้นราคาไม่สูงมาก หยิบจับได้ง่าย รูปแบบของโครงการ Aspire สุขุมวิท-พระราม 4 จะทำออกมาเป็นคอนโด High Rise 38 ชั้น มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 1,323 ยูนิต และมีร้านค้าอีก 2 ยูนิตด้วยกันครับ พื้นที่โครงการมีขนาดประมาณ 4 ไร่กว่าๆ เกือบ 5 ไร่ 

ข้อมูลโครงการ

เนื้อที่โครงการ :4-3-55.8 ไร่
จำนวนห้องพักอาศัย :ห้องพักอาศัย 1,323 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต
รูปแบบโครงการ :High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร
ลิฟต์ :ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว และลิฟต์เซอร์วิส 1 ตัว
ที่จอดรถ : 34% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
ค่าส่วนกลาง :45 บาท/ตารางเมตร/เดือน
ค่ากองทุน :450 บาท/ตารางเมตร
Facility :ชั้น G
– The Linear Park
– The Drop-off
– The Oasis
– The Aspire Common
– The Co-op Society
– The Meeting
– The Work Loft
– The Chat Room

ชั้น 8
– The Workout
– The Gym
– The Ride
– The Island
– The The Aqua
– The Plunge Pool
– The Beachfront
– The Club
– The Water Lounge

ชั้นดาดฟ้า
– The Deck
– The Cloud
– The Peak
– The Flyover
แบบห้อง : ห้องแบบ Simplex
– Studio ขนาด 24 – 26.5 ตารางเมตร
– 1 Bedroom ขนาด 31 – 34 ตารางเมตร
– 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตารางเมตร
– 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 55 ตารางเมตร


ห้องแบบ Vertiplex
– รูปแบบ G ขนาด 25 ตารางเมตร
– รูปแบบ H และ I ขนาด 30 – 33 ตารางเมตร
– รูปแบบ J ขนาด 35 ตารางเมตร
– รูปแบบ K ขนาด 52 ตารางเมตร
ราคา :ห้องแบบ Simplex เริ่มต้น 2.59 ล้านบาท
ห้องแบบ Vertiplex เริ่ม 4 – 9 ล้านบาท
ราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตร : ห้อง Simplex ประมาณ 93,000 บาท/ตารางเมตร
ห้อง Vertiplex ประมาณ 129,000 บาท/ตารางเมตร
เริ่มก่อสร้าง :ประมาณไตรมาส 3 ปี 2565
คาดว่าจะแล้วเสร็จ :ประมาณไตรมาส 2 ปี 2568

ซึ่งในยุคหลังๆ เรามักจะเห็น AP เน้นทำคอนโดไซส์ขนาดใหญ่ มีจำนวนห้องเยอะหน่อย ซึ่งการดีไซน์โครงการออกมาแบบนี้ทำให้สามารถทำราคาห้องออกมาได้ดี อย่างที่เราจะเห็นหลายๆ โครงการของ AP ราคาถือว่าดีเลยถ้าเทียบกับทำเลที่ได้ ที่ค่อนข้างจะกลางเมือง 

ซึ่งโครงการ Aspire ตัวนี้ก็เช่นกัน ทาง AP เค้าก็ได้ที่ดินขนาดใหญ่บนถนนพระราม 4 มา โดยจะแบ่งเฟสการพัฒนา ซึ่งตรงนี้จะเป็นเฟสแรกบนที่ดินผืนนี้ที่แบ่งที่ดินบางส่วนมาพัฒนาก่อน แต่ถึงจะแบ่งมาบางส่วนก็มีขนาดเกือบ 5 ไร่ครับ โดยทางเข้าโครงการจะมีระยะเข้ามาจากถนนเล็กน้อยประมาณ 200 เมตรครับผม

ตัวอาคารจะมาในลักษณะรูปตัว U  มีที่จอดรถแบบปกติที่ด้านล่าง และห้องพักอาศัยด้านบนเริ่มต้นที่ชั้น 8 โดยมีให้เลือกทั้งห้องแบบ Simplex ที่ความสูงเพดานปกติ และห้องแบบ Vertiplex ที่เป็นห้องแบบเพดานสูง ห้อง Type นี้จะถูกจัดอยู่ส่วนบนของตึก

ส่วนกลางโครงการ

จัดมาให้ 3 ชั้น 5,000 ตารางเมตร คอนเซป WORK-ACTIVE-RETREAT

ทีนี้พอเป็นโครงการขนาดใหญ่ ก็จะมีข้อดีตรงที่สามารถจัดส่วนกลางออกมาได้ขนาดใหญ่ตามฮะ อย่างที่นี่ก็มีส่วนกลางมาให้หลายจุด เดี๋ยวเราพาไปไล่ดูแต่ละชั้น ซึ่งจัดมาให้ถือว่าพอใช้งานกับจำนวนยูนิตของโครงการ สิ่งที่คอนโดสมัยใหม่ควรจะมีก็จัดมาให้ อาจจะไม่ได้หวือหวามาก อย่างสระไม่ได้ Rooftop หรือมีส่วนกลางสามสิบ/สี่สิบรายการ แต่ของที่ให้มาก็เน้นใช้งานได้จริง แบบไม่ทำให้ราคาโครงการโดดสูงจนเกินไปครับ


ส่วนกลางชั้น 1

The Drop-Off

เข้ามาจากทางเข้าโครงการประมาณ 200 เมตร เราก็จะเจอกับจุด Drop Off ของโครงการก่อนครับ ตรงนี้สามารถวนรถได้สะดวก และมีจุดจอดรถผู้พิการให้ด้วย ตัว Drop Off ตรงนี้จะมีบางส่วนอยู่ใต้อาคาร ดังนั้นเวลานั่ง Taxi หรือเพื่อนมาส่ง ฝนตกก็ลงได้ไม่เปียกครับ

The Oasis

ถัดมาจะเป็นสวนต้อนรับ “The Oasis” ขนาดพอประมาณ สวนตรงนี้จะหน้าโครงการเชื่อมต่อกับ Lobby สามารถมาใช้งานพักผ่อน มีที่นั่งให้ โดยข้อดีคือเค้าตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างตึก ก็จะมีเงาตึกคอยบังแดด ทำให้สามารถมาใช้งานได้ตลอดวัน

The Aspire Common

ตรงนี้จะเป็น Lobby หลักของโครงการที่บริเวณชั้น 1 ครับ ใช้สำหรับต้อนรับแขก เป็นที่นั่งพักคอยของลูกบ้าน โดยจะเปิดรับกับวิวสวน The Oasis ที่อยู่ด้านนอก ซึ่งห้องในชั้น 1 เกือบทั้งหมดจะเป็นห้องแบบเพดานสูง ก็จะมีความโอ่โถง และรับแสงธรรมชาติเข้ามาแบบเต็มๆ

Co-Working Space

ที่ชั้น 1 ติดกับ The Aspire Common จะเป็นพื้นที่แนว Co-Working Space ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานให้เลือกหลายแบบ มีห้องหลายห้องเลยครับ เริ่มจาก The Co-op Society เป็นพื้นที่นั่งทำงานที่ลูกบ้านสามารถมานั่งทำงานไปด้วย เอาขนมมาทานเล่นไปด้วยได้

ถัดมา The Chat Room และ The Work Loft ก็จะเป็นห้องมานั่งทำงานอีก 2 ห้องที่โครงการทำเอาไว้ โดยจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และยังมีห้องประชุม The Meeting Room สำหรับใช้นั่งประชุมอีก 1 ห้อง

นอกจากนี้ ที่บริเวณชั้น 1 ก็จะมีห้อง Mail Room ก่อนเข้าโถงลิฟต์, ห้องนิติ และ Shop ร้านค้าอีก 2 ห้องด้วยกันครับ ซึ่งถัดขึ้นไปชั้น 2-7 ตรงนี้ก็จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด สามารถจอดได้ 34% ไม่รวมซ้อนคัน


ส่วนกลางชั้น 8

ถัดมาที่ชั้น 8 กันบ้างครับ ชั้นนี้ก็จะเป็นชั้น Main Facility อีกชั้นของโครงการ โดยจะมีห้องพักอาศัยอยู่ส่วนหนึ่ง ส่วนอีกฝั่งจะถูกจัดออกมาเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่จะเป็นแนว Active เป็นหลักครับ

โซนสระว่ายน้ำ

เริ่มจากสระว่ายน้ำที่เป็นไฮไลท์ของชั้นนี้ ด้วยขนาดของโครงการที่ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นสระว่ายน้ำเค้าก็เลยจะจัดฟังก์ชั่นออกมาให้หลากหลาย เหมาะกับกิจกรรมหลายอย่าง อย่างโซน The Aqua จะเป็นโซนกลัก สำหรับเน้นออกกำลังกาย ด้วยความยาวสระ 25 เมตร

ดีไซน์ของสระจะออกแบบมาให้มีเกาะตรงกลาง ชื่อ The Island เป็นพื้นที่สวนกลางสระให้ลูกบ้านมานั่งพักผ่อนได้ โดยจะมีสระว่ายน้ำล้อมรอบ

นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำอีกโซนแยกออกมาเป็น The Plunge Pool ตรงนี้จะเน้นการใช้งานแนวแช่น้ำชิวๆ ชมวิวเพลินๆ ทำเป็นที่นั่งพร้อม Jacuzzi เอาไว้ให้ครับ

โซนพักผ่อน

พื้นที่พักผ่อนของชั้นนี้ นอกจากที่ The Island ที่เป็นสวนกลางสระแล้ว บริเวณข้างสระก็จะมี The Beachfront, The Water Lounge และ The Club เป็นพื้นที่มานั่งเล่นข้างสระแบบ Semi Outdoor ครับ ตรงนี้ถ้าตึกเสร็จ น่าจะเป็นจุดนึงที่มีลมพัดตลอดทั้งวัน

โซนออกกำลังกาย

ห้องออกกำลังกายของที่นี่ก็ถือว่าจัดออกมาค่อนข้างใหญ่เลยครับ ให้มาถึง 3 ห้องด้วยกัน อย่างห้องแรกนี่ก็ไซส์ไม่เล็กเลย กับห้อง “The Workout” ห้องนี้จะเป็นห้องเน้นเครื่องเล่นแนวลู่วิ่ง สาย Cardio ส่วนห้องถัดมา “The Gym” ห้องนี้ก็จะเน้นไปทาง Bodyweight

และห้องสุดท้าย The Ride เป็นห้องสำหรับปั่นจักรยานด้วยเครื่อง Cycling ทั้ง 3 ห้องพวกเครื่องเล่นต่างๆ เขาจะทำ Partition กั้นเอาไว้ให้ด้วยนะครับ จะได้รักษาระยะห่าง และออกกำลังกายกันได้เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น และทั้ง 3 ห้องก็จะเปิดรับวิวเข้าหาสระตรงกลางครับ


ส่วนกลางชั้นดาดฟ้า

มาถึงกับส่วนกลางที่ดาดฟ้าของตึกครับ อันนี้เห็นรูปตัวอย่างโครงการก็จะเห็นว่าตรงนี้เป็นไฮไลท์อีกจุดเลย กับสะพานสีแดงที่ค่อนข้างจะโดดเด่น

โดยชั้นดาดฟ้าตรงนี้สามารถขึ้นมาได้ด้วยลิฟต์ ไม่ต้องขึ้นผ่านบันไดหนีไฟ พื้นที่ชั้นนี้เกือบทั้งหมเจะถูกจัดเป็นสวนครับ และต้องบอกว่าย่านพระราม 4 สุขุมวิทนี่ จุดเด่นในเรื่องวิวก็คือเค้าจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าเรือ ในตอนกลางวันจากโครงการก็จะเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าครับ ส่วนในเวลากลางคืน เราก็จะได้วิวท่าเรือที่เปิดไฟแทน

และรอบข้างโครงการวิวก็ยังค่อนข้างโล่ง ดังนั้นตัวโครงการก็เลยเน้นให้ชั้นดาดฟ้าตรงนี้เป็นที่มาชมวิวบางกระเจ้ายามเย็นครับ เริ่มจากโซน The Deck ที่เป็นจุดที่จะเห็นวิวฝั่งแม่น้ำได้ มีบันไดสเตปให้นั่งเล่นได้

ส่วนสะพานสีแดงจะเป็น The Flyover สะพานยกระดับผ่านสวนบนดาดฟ้าของโครงการ สามารถชมวิวได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็จะมีพื้นที่สวน The Cloud และ The Peak เป็นมุมพักผ่อนบนชั้นนี้

ส่วนกลางของโครงการก็จะมีประมาณนี้ครับ แต่ละชั้นฟังก์ชั่นและคาแรกเตอร์ในการใช้งานค่อนข้างชัดเจน

แปลนห้องกว่า 36 แบบ

มีทั้งห้องแบบ Simplex และ Vertiplex เพดานสูง

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือแปลนห้องที่มีให้เลือกหลากหลายมากครับ ทั้งทางกว้างและทางสูง รวมกันกว่า 36 แบบ  เยอะม้ากกกกก ซึ่งนอกจากห้องแบบธรรมดาแล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ Aspire ด้วย ที่ทำห้องแบบ Vertiplex เพดานสูงออกมา

โดยห้องเล็กสุดจะเริ่มต้นที่ 24 ตารางเมตร เป็นห้องแบบ Studio นอกจากนี้ก็จะมีห้อง 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus ไปจนจบที่ 2 Bedroom ขนาด 55 ตารางเมตร

ส่วนห้องแบบ Vertiplex ของโครงการจะเริ่มต้นที่ 25 ตารางเมตร ไปจนจบที่ 52 ตารางเมตร ซึ่งห้องเพดานสูงพื้นที่ใช้สอยยังไม่นับรวมด้านบนอีกนะครับ ดังนั้นอย่างห้องใหญ่สุด 52 ตารางเมตร พอรวมชั้นบนก็น่าจะได้อีก 20 กว่าตารางเมตรด้วยเช่นกัน

ดังนั้นตัวแปลนห้องของที่นี่เค้าก็จะตอบโจทย์ค่อนข้างหลากหลายกลุ่มเลยครับ ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ อยากได้คอนโดในเมืองที่ราคาไม่แรง ไปจนถึงกลุ่มแนวครอบครัว ที่มองหาคอนโดที่ฟังก์ชั่นให้คนในครอบครัวหรือเผื่อขยับขยายในอนาคต ต้องการพื้นที่ แต่บ้านทาวน์โฮมก็อาจจะไกลไป ห้อง Vertiplex ของที่นี่ก็ตอบโจทย์เช่นเดียวกัน

ห้อง Vertiplex

ครั้งแรกของ Aspire ที่มีห้องเพดานสูง 4.4 เมตร สำหรับคนชอบห้องสไตล์ Loft

มาดูห้องตัวอย่างกันบ้างครับ พามาดูของใหม่ของโครงการกันก่อน กับห้อง Vertiplex ที่เป็นห้องแบบเพดานสูง 4.4 เมตร ห้องเพดานสูงที่นี่เค้าจะมีพื้นที่เริ่มต้นตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป ไปจนถึง 2 Bedroom ขนาด 52 ตารางเมตร ซึ่งพื้นนี้ที่ระบุ ยังไม่ได้รวมพื้นที่ชั้นลอยด้านบนนะครับ ซึ่งมีพื้นที่อีกประมาณ 10-12 ตารางเมตร หรือถ้าห้องใหญ่ขึ้น ก็จะมีพื้นที่ด้านบนใหญ่ขึ้นตามอีก

จุดเด่นห้องห้องแบบเพดานสูง คือจะได้พื้นที่ห้องที่ดูโปรง และได้พื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างเยอะครับ สามารถจัดผังออกมาได้เป็นสัดส่วน อย่างห้องนอนส่วนใหญ่ก็จะถูกยกไปไว้ที่ด้านบนชั้น 2 มีความเป็นส่วนตัวขึ้น ส่วนด้านล่างก็จะเป็นโซนห้องน้ำ ครัว และพื้นที่นั่งเล่น

ซึ่งห้องตัวอย่าง Vertiplex ที่โครงการทำไว้ จะเป็นห้องขนาด 33 ตารางเมตรครับ แปลนนี้จะเป็นแปลนที่ถูกออกแบบตีโจทย์ใหม่ ปกติเราจะเห็นห้องเพดานสูงหรือห้อง Vertiplex เอาโซนห้องนอนมาไว้ด้านใน ด้านล่างเป็นครัวและห้องน้ำใช่ไหมครับ แล้วห้องนั่งเล่นเป็นโซนเพดานสูงอยู่ติดริมหน้าต่าง

แต่ที่นี่จะกลับกันครับ เค้าเอาห้องนั่งเล่นที่เป็นส่วนเพดานสูงมาไว้ตรงกลาง และเอาโซนห้องนอนชั้น 2 ไปไว้ติดหน้าต่างแทน

ไม่ค่อยเห็นแปลนแบบนี้ใช่ไหมฮะ!! เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างน่าสนใจเหมือนกัน จากการที่ห้องขนาดพื้นที่ด้านล่าง 33 ตารางเมตร ถือว่าเป็นแปลนที่กว้างเลยครับสำหรับห้องเพดานสูง

ทีนี้ถ้าเป็นแปลนแบบเดิม ที่เข้ามาเจอครัวกับห้องน้ำ แล้วด้านบนเป็นห้องนอน พื้นที่ที่เหลือ ส่วนใหญ่ก็จะถูกจัดออกมาเป็นพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่กลางห้องขนาดใหญ่ที่เป็นโซนเพดานสูง แต่ก็จะมีพื้นที่บางส่วนถูกเหลือทิ้งไปในห้องนั่งเล่นที่กว้างเกินไปสำหรับแปลน 33 ตารางเมตร อันนี้ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะฮะ ก็จะได้ในเรื่องของความดูโอ่โถง ความแกรนด์ของห้องที่ห้องนั่งเล่นเพดานสูงขนาดกว้างมาก

แต่ห้องนี้ พอกลับแปลนกัน เข้ามาเจอครัว เจอห้องน้ำ และเจอห้องนั่งเล่นที่เป็นเพดานสูงก่อน แล้วเอาห้องนอนชั้น 2 ไปไว้ติดระเบียง ตรงนี้ชั้นล่างใต้ห้องนอนก็จะได้พื้นที่ Free Space ขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องโดนห้องครัวหรือห้องน้ำมาแบ่งพื้นที่ไป

ทำให้ห้องนี้กลายเป็น 1 Bedroom Plus ที่ส่วนของห้อง Plus ด้านล่างขนาดเท่ากับห้องนอนชั้นบนแบบเป๊ะๆ จะว่าเป็น 2 ห้องนอนก็ได้ 

ทีมงานเลยมองว่าแปลนนี้เป็นแปลนที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองเรื่องความคุ้มค่าของการใช้พื้นที่ห้อง นอกจากแค่เอาความเท่ของห้องเพดานสูงครับ เป็นการ Trade off กันไป อาจจะดูไม่โปร่งเท่าห้องนั่งเล่นแบบติดหน้าต่าง แต่ได้แปลนห้องที่จัดออกมาเป็นอีกห้องเอนกประสงค์ขนาดใหญ่เลย น่าจะเหมาะกับคนต้องการพื้นที่ใหญ่, มองห้องสำหรับครอบครัว หรือซื้อเผื่ออนาคต

เดี๋ยวเราลองมาดูกันครับว่าแปลนห้องนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง


ห้องตัวอย่าง Vertiplex 33 ตารางเมตร

เข้ามาในห้อง เราก็จะเจอกับครัวก่อนครับ ตรงนี้เป็นเพดานสูงเลย เชื่อมต่อกับโซนห้องนั่งเล่น เลยจะไม่ทำให้ห้องนั่งเล่นรู้สึกเป็นแค่หลุมเล็กๆ ก็จะรู้สึกว่าห้องโปร่งตั้งแต่เข้าห้องมาครับ

รายละเอียดชุดครัวและห้องน้ำขอเขียนรวมทีเดียวที่ด้านล่าง เนื่องจากครัวของห้องในโครงการจะเหมือนกันครับ

อีกฝั่งของครัวจะเป็นพื้นที่เตรียมเอาไว้สำหรับบิ้วท์ตู้รองเท้าได้ และพื้นที่ยังกว้างพอให้วางเก้าอี้มานั่งใส่รองเท้าได้อีกนะ หรือใครจะบิ้วท์เป็นตู้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน ห้องน้ำที่ได้ก็จะมีขนาดตามมาตรฐานครับผม ตรงนี้ในห้องน้ำจะไม่ได้เป็นเพดานสูงนะ 

มาถึงไฮไลท์ของห้อง กับโซนนั่งเล่นครับ ตรงนี้จะเป็นพื้นที่เพดานสูงเชื่อมต่อกับครัว ฝั่งนึงจะเป็นบันไดสำหรับขึ้นชั้น 2

ตัวห้องนี้จะใช้ฟังก์ชั่นรวมกันเลย ระหว่างนั่งดูทีวีกับรับประทานอาหาร พื้นที่ค่อนข้างกว้างครับ สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้ ระยะดูทีวีก็ค่อนข้างโอเค 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วห้องนั่งเล่นมาอยู่ตรงกลางแบบนี้ จะอึดอัดกว่าห้องนั่งเล่นเพดานสูงที่อยู่ติดหน้าต่างไหม?? ตอนแรกก่อนมารีวิวก็แอบสงสัยเหมือนกัน แต่พอมาดูของจริง ก็ต้องบอกว่าพอเจอความเพดานสูง ยังไงมันก็ไม่อึดอัดครับ แถมช่องแสงธรรมชาติของห้องนี้ก็ยังส่องเข้ามาทั้งด้านบนและด้านล่าง ก็ยังให้ความรู้สึกโปร่งอยู่ แต่เท่ากับห้องที่โซนนั่งเล่นติดหน้าต่างไหม ก็ต้องยอมรับครับว่าแบบนั้นมันก็โปร่งกว่าแหละ อันนี้ส่วนตัวคิดว่าความโปร่งอยู่ที่ประมาณ 70% ของห้องติดหน้าต่าง แต่อย่างที่บอกว่าสิ่งที่ได้เติมเข้ามาคือห้อง Plus ขนาดใหญ่อีกห้องนึงเลย

และนี่ก็คือห้อง Plus ที่เราพูดถึงครับ บริเวณด้านล่าง ตรงนี้ห้องตัวอย่างทำออกมาเป็นห้องแนวศิลปะ แต่จริงๆ จะทำออกมาเป็นห้องนอน ห้องทำงาน ห้องงานอดิเรก ห้องนี้ก็ค่อนข้างยืดหยุ่นครับ ซึ่งถ้าทำเป็นห้องนอน ก็สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้เลย และมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าอีก ขนาดเท่าห้องนอนใหญ่ด้านบน อ่อ ใต้บันไดเค้ามีพื้นที่ห้องเก็บของมาให้ด้วยครับ

ที่นี่ให้หน้าต่างมาค่อนข้างกว้างด้วยครับ ทำให้ห้องนี้ได้รับแสงธรรมชาติแบบเต็มๆ เลย ทั้งจากหน้าต่างและระเบียง ตัวระเบียงขนาดให้มาพอใช้งาน ไม่กว้างมากครับ ส่วนเครื่องซักผ้าดีไซน์มาให้วางที่ครัวแล้ว

ขึ้นมาที่ชั้น 2 กันบ้างครับ พอห้องนอนมาติดหน้าต่างแบบนี้ ข้อดีก็คือจะได้แสงธรรมชาติด้วยเช่นกัน ก็เป็นห้องที่มีวิว 2 ฝั่งเลย มองไปข้างนอก กับอีกฝั่งมองลงมาในห้อง ตรงนี้ทางโครงการจะกั้นเป็นราวกันตกให้นะครับ แต่ถ้าใครกลัวเปลืองแอร์ก็สามารถกั้นกระจกปิดได้

ในห้องนี้จะมีมุมนึงที่จัดมาเป็นพื้นที่สำหรับบิ้วท์ตู้เสื้อผ้าได้พอดีเลย

และอีกจุดที่เป็นของแปลกของห้องนี้ครับ นั่นก็คือพื้นที่พิเศษบนห้องน้ำ!! ตรงนี้เป็นเหมือนพื้นที่แถมของห้องนี้ฮะ คือพื้นที่เหนือห้องน้ำปกติ ถ้าทางโครงการจะทำปิดไปเลยก็ได้ใช่ไหมครับ แต่ก็น่าจะเสียดายพื้นที่ถ้าจะปิดไปเฉยๆ ทางโครงการเลยทำพื้นที่ตรงนี้ ให้เป็นห้องเล็กๆ อีกห้องนึง 

แล้วจะขึ้นไปยังไง?? ก็ปีนบันไดขึ้นไปแบบนี้เลยสิครับ 55555 (แอบเสียวๆ ตอนปีนนิดนึง แต่มันแข็งแรงครับ) ตัวบันไดนี้ไม่ได้เป็นกิมมิกหรือของตกแต่งนะครับ ห้องจริงก็จะได้แบบนี้เลย สามารถดึงบันไดเข้าออกได้ เป็นโซนพื้นที่ที่อาจจะใช้เป็นมุมส่วนตัว มุมวางเก็บของ หรือมุมที่ไม่ได้ขึ้นมาบ่อย เป็น Space เพิ่มเติมของห้องนี้ครับ


แบบแปลนห้อง Vertiplex แบบอื่นๆ

สำหรับใครที่อยากได้ห้องนั่งเล่นติดหน้าต่าง ห้องนอนอยู่ด้านใน ที่นี่ก็ยังมีห้อง Vertiplex แบบธรรมดาให้เลือกนะครับ อย่างห้อง 25 ตารางเมตร แปลนก็จะออกมาในแนวห้อง Loft ทั่วไปเลย หรืออย่างห้อง 35 ตารางเมตร ที่เป็นห้องหน้ากว้าง ก็จะได้ห้องนั่งเล่นติดหน้าต่างด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ก็ยังมีให้เลือกอีกหลายขนาดไปจนถึง 52 ตารางเมตรครับผม อันนี้ก็จะได้พื้นที่ใหญ่มาก เพราะอย่าลืมว่าที่พูดกันทั้งหมดนี่ยังไม่รวมพื้นที่ชั้นลอยเลยนะ!

ห้อง Simplex

ห้องเพดานสูง 2.5 เมตร มีฟังก์ชั่นแปลนห้องให้เลือกหลายแบบ ราคาดี

ส่วนใครที่ไม่ได้อยากได้ห้องเพดานสูง หรือเน้นห้องราคาน่ารักๆ ด้วยความที่ห้อง Vertiplex จะถูกจัดอยู่ในโซนชั้นบนทั้งหมด ดังนั้นราคาต่อตารางเมตรเลยอาจจะสูงกว่าชั้นล่างๆ ซึ่งห้องแบบ Simplex ของที่นี่ก็จะเด่นในเรื่องของราคาเลยครับ ที่มีให้เลือกเริ่มต้นตั้งแต่ 2 ล้านกลางๆ

โดยแปลนห้องของห้อง Simplex ที่เพดานสูง 2.5 เมตร ส่วนใหญ่จะออกมาในแนวตอนลึกครับ เริ่มต้นตั้งแต่ Studio 24 ตารางเมตร แต่แปลนห้องที่ทางโครงการจัดให้ดูเป็นห้องตัวอย่าง จะเป็นห้องไซส์ 31 ตารางเมตรครับผม


ห้องตัวอย่าง Simplex 31 ตารางเมตร

ห้องตัวอย่างที่ทำไว้ จะเป็นขนาด 31 ตารางเมตรที่รูปแบบห้องเข้าใจไม่ยากครับ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลักๆ คือเข้ามาเจอ Transition Zone ที่เป็นโซนแรกของห้อง, ถัดไปเป็น Free Space Zone สำหรับนั่งเล่น และ Recharged Zone ด้านในสำหรับพักผ่อน เดี๋ยวเรามาดูไปทีละส่วนครับ

เข้ามาในห้องจะเจอกับ Transition Zone ที่เป็นเหมือนโซนต้อนรับ ปรับอารมณ์จากข้างนอก กลับมาในห้องของเรา ตรงนี้จะใช้เป็นพื้นที่ครัวด้วยครับ

ซึ่งชุดครัวที่ให้ จะได้ตามในรูปเลย มีชุดเตาและ Hood ดูดควันแบบปล่อยออกภายนอกของ TEKA หน้าเคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ แอบมีลูกเล่นเล็กๆ ตรงที่ซิงค์ล้างจานมีแผ่นปิดให้ด้วยครับ ถ้าของเยอะก็สามารถปิดเพื่อเพิ่มพื้นที่ตอนทำอาหารได้

ตัวครัวมี Backsplash กันน้ำมันกระเด็นเวลาทำอาหารมาให้ด้วยครับ

ด้านหลังของครัวมีพื้นที่มาให้เยอะพอสมควร สามารถวางตู้และชั้นวางต่างๆ ได้ ซึ่งห้องตัวอย่างตรงนี้วางทั้งชั้นวางของและโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารด้วยเลย พื้นที่กว้างพอทำได้ครับ

ถัดมาเป็นโซนห้องนั่งเล่น หรือ Free Space Zone ไฮไลท์ของห้องนี้อยู่ที่ระยะดูทีวีที่ให้มาเค้ากว้างมากครับ และมีพื้นที่ทำชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ ที่หมายถึงใหญ่จริงๆ สำหรับห้องไซส์นี้จะวางทีวี 50 นิ้ว หรือไปถึง 100 นิ้วก็วางได้ (ถ้ามีผลิต) หรือใครจะติดเป็นโปรเจคเตอร์ก็ทำได้เช่นกัน 

โซฟาที่วางก็สามารถวางแบบ 2-3 ที่นั่งได้สบายๆ ครับ และมีพื้นที่วางชุดโต๊ะกลางได้ หรือใครจะนั่งพื้นแล้วพิงโซฟาดูทีวี ก็มีพื้นที่พอ

ด้านข้างของห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องน้ำครับ ภายในห้องน้ำจะได้ชุดสุขภัณฑ์และของตามที่เห็นเลย (ยกเว้นพรอปตกแต่งนะ) โดยสุขภัณฑ์ต่างๆ จะเป็นของ Cotto ครับ มีฉากกั้นส่วนเปียกส่วนแห้งติดตั้งมาให้

จุดที่ห้องน้ำที่นี่คิดเผื่อมาให้แล้ว ไม่ต้องทำเพิ่มก็มีหลายจุดครับ อย่างใต้ซิงค์ล้างหน้า ก็บิ้วท์ตู้เก็บของมาให้เลย ให้เก็บของได้ บริเวณหลังอ่างล้างมือและชักโครกก็จะบิ้วท์เป็นชั้นวางของต่างๆ ให้อีกหนึ่งจุด และตัวบานกระจกที่ให้มา ก็จะเป็นตู้เก็บของในตัว เก็บพวกครีมต่างๆ และของใช้ในห้องน้ำไว้ในนี้ได้ ตรงนี้ดีครับ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม

ห้องนอนของแปลนนี้ก็จะชูจุดเด่นที่มีพื้นที่ Walk-in Closet แบบจริงจัง สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ๆ ได้เลยแบบเต็มที่

โดยห้องนอนจะกั้นด้วยบานสไลด์จากห้องนั่งเล่นครับ ขนาดห้องนอนก็ถือว่าค่อนข้างใหญ่ สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ โดยที่ยังมีพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงหัวเตียงฝั่งนึง แล้ววางโต๊ะทำงานอีกฝั่งนึงได้อีก หรือใครจะใส่เตียง 6 ฟุตก็ยังมีพื้นที่เหลือ

ส่วนปลายเตียงจะเป็นทางเดินเพื่อไปเตียงอีกฝั่งนึงครับ อาจจะวางตู้หรือชั้นไม่ได้แล้ว หน้าต่างที่ได้ของห้องนี้ก็ให้บานขนาดถือว่าใหญ่เช่นกันครับ ไม่ได้มาเล็กๆ จิ๋วๆ แบบลด spec ตรงนี้ต้องขอชม

พื้นที่ Walkin Closet ตรงนี้โครงการจะไม่ได้ให้ตู้เสื้อผ้ามาด้วยนะครับ เพราะโครงการขายแบบ Fully Fitted แต่ก็ทำพื้นที่มารองรับ ต้องบอกว่าถือว่ากว้างเลย ใครเสื้อผ้าเยอะจะทำเป็นตู้ตลอดแนวเลยก็ได้ เก็บได้แบบเหลือๆ แน่นอน

แต่ใครจะแบ่งพื้นที่มาทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งส่วนนึงก็ทำได้เช่นกัน ก็ยังได้พื้นที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่อยู่

ถัดจาก Walkin Closet ก็จะเป็นพื้นที่ระเบียงครับ ขนาดไม่ใหญ่มากเช่นเดียวกับห้องที่แล้ว เน้นใช้งาน ตรงนี้ตากผ้าเสร็จก็เอามาแขวนในตู้ได้เลย พื้นที่อยู่ติดกัน


แบบแปลนห้อง Simplex แบบอื่นๆ

นอกจากนี้ห้อง Simplex ก็มีแบบอื่นๆ ให้เลือกเยอะเลยครับ คือที่นี่เค้าจะไม่ได้ต่างกันแค่ขนาดนะครับ บางทีขนาดใกล้ๆ กันเนี่ย ฟังก์ชั่นห้องไม่เหมือนกันก็มี ทางโครงการพยายามดีไซน์แปลนห้องออกมาให้ตอบโจทย์ Lifestyle คนหลายๆ แบบ 

อย่างแปลนห้อง 34 ตารางเมตรห้องนี้ เป็นอีกห้องที่พลิกฟังก์ชั่น สำหรับใครที่อยากได้ห้องนั่งเล่นติดหน้าต่าง เลยเอาห้องนอนมาไว้ตรงกลางห้องแทน

หรือใครอยากได้ห้องไซส์ Compact หน่อย ห้อง Studio ที่นี่ก็มีครับ เป็นห้องแปลนลึกที่จัดพื้นที่ขยับไปมาได้ เป็นห้องครัวติดระเบียง ที่โซนห้องนอนมีพื้นที่ริมหน้าต่างที่วางโต๊ะทำงานได้ แต่ถ้าไม่วางโต๊ะ จะเลื่อนเตียงไปฝั่งหน้าต่างแล้วให้พื้นที่ Living ตรงกลางกว้างแทนก็ทำได้

สำหรับใครที่อยากได้ห้องพื้นที่เยอะๆ แต่ไม่อยากได้ห้องแบบ Vertiplex ก็ยังมีห้อง 2 Bedroom แบบปกติให้เลือก ห้องนี้จะได้ 2 ห้องน้ำเลยครับ เหมาะกับครอบครัวหลายคน

ราคาดีงามพระราม 4

“โครงการทำเลพระโขนง-พระราม 4 ที่ราคาเหมือนบางนา”

จุดเด่นของที่นี่เลยคือราคาที่เหมือนย้อนกลับไปหลายปีก่อนครับ คือทำราคาออกมาค่อนข้างน่าสนใจเลย ด้วยทำเลของพระโขนงเองก็ถือว่าเป็นหนึ่งในทำเลที่ราคายังไม่แรงมากอยู่แล้ว แต่ที่นี่ทำราคาให้น่าสนใจขึ้นไปอีกและถูกกว่าเพื่อนบ้านในทำเลเดียวกันพอสมควร แลกกับอาจจะเดินจากรถไฟฟ้ามากกว่านิดนึง ซึ่งถ้ามองเรื่องของความคุ้มค่า ที่นี่ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ค่อนข้างดีครับ

นอกจากนี้ตัวราคาพอเป็นหลักประมาณนี้ตัวเปรียบเทียบก็จะไม่ใช่แค่ในย่านพระราม 4 พระโขนงด้วยกันแล้ว แต่ไปถึงสถานีที่ถัดๆ ออกไปด้วยเช่นเดียวกัน ที่ราคาคอนโดติดรถไฟฟ้าอยู่ในหลักประมาณบวกลบ 1 แสนบาทต่อตารางเมตร


Simplex

  • เริ่มต้น 93,000 บาท/ตารางเมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท

ใครที่มองคอนโดราคาไม่แรง ห้อง Simplex ก็จะตอบโจทย์ครับ กับราคาเริ่มต้นต่ำแสนต่อตารางเมตร อย่างถ้ามองห้องไซส์ 30 ตารางเมตรนิดๆ ที่นี่ก็ยังมีราคาประมาณ 3 ล้านหน่อยๆ ให้เห็นครับ ก็น่าจะเป็นไซส์ที่หลายคนมองหา กับราคาที่อยู่ใน range ราคาในใจของใครหลายๆ คน ซึ่งราคาของที่นี่ก็จะอยู่ที่ตำแหน่งห้องและก็ชั้นของห้องที่เลือกครับ 


Vertiplex

  • Vertiplex เริ่มต้น 129,000 บาท/ตารางเมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท

ส่วนใครที่ชอบห้องเพดานสูง ห้อง Vertiplex ก็จะเป็นอีกตัวเลือกของโครงการนี้ครับ กับราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านสำหรับห้องขนาด 25 ตารางเมตร ซึ่งเมื่อรวมพื้นที่ชั้นบน จะเฉลี่ยออกมาเริ่มต้นที่ 129,000 บาท/ตารางเมตร อาจจะสูงกว่าห้อง Simplex นิดนึง ส่วนนึงมาจากการที่ห้อง Vertiplex จะถูกจัดอยู่ในชั้นสูงของโครงการทั้งหมดครับผม แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นห้องแบบเพดานสูง 2 ชั้นที่ราคาถือว่าดีที่สุดบนถนนพระราม 4 อยู่ดีครับ

*ราคาอัปเดทเดือนตุลาคม 65

สรุป

คอนโดทำเลกลางเมืองจริงๆ กับราคาที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ

จุดเด่นของโครงการนี้ค่อนข้างจะชัดเจนครับ เป็นแพคคู่กันระหว่างราคากับทำเล คือถ้าจะหาคอนโดที่ทำเลดีกว่านี้ ติดรถไฟฟ้ากว่านี้ก็มีนะ หรือจะหาราคาดีกว่านี้ก็เลือกคอนโดสถานีไกลๆ ออกไปได้ แต่ที่นี่พยายาม Balance ระหว่าง 2 ข้อ ให้ได้คอนโดที่อยู่ในเมือง ระยะเดินอาจจะเพิ่มนิดนึง แต่ราคาแบบย้อนกลับไปหลายปีที่แล้ว

ด้วยราคาเริ่มต้นไม่ถึงแสนบาทต่อตารางเมตร หรือถ้าห้องชั้นบนขึ้นไปหน่อยก็อยู่ที่แค่ประมาณแสน ราคานี้กับคอนโดเดินไปรถไฟฟ้าได้สถานีพระโขนงที่ก็ถือว่าค่อนข้างเป็นชั้นใน ก็ต้องยอมรับว่าทำราคาออกมาได้ดีจริงๆ ครับ

ก็น่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับใครที่มองหาคอนโดในเมือง เน้นความคุ้มค่า หรืออาจจะเริ่มต้นทำงานไม่นาน แล้วเริ่มอยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในราคาที่ไม่แพงมาก เริ่มต้นช่วง 2-3 ล้านบาท

ซึ่งงบเท่านี้ แน่นอนว่าตัวโครงการนี้เป็นคอนโด Highrise ที่ถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว แต่นอกจากนี้ราคาเค้าก็ยังจะไปใกล้เคียงกับคอนโดละแวกถัดออกไปอย่างย่านอุดมสุข-บางนา-แบริ่งด้วยครับ ซึ่งตรงนี้ก็อยู่ที่การตัดสินใจแล้วว่าชอบแบบไหนมากกว่าระหว่างเดินใกล้กว่าแต่อยู่ไกลกว่า หรืออยู่ใกล้กว่าแต่เดินเพิ่มขึ้นหน่อยครับ

ในแง่ของการเดินทาง สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดจะเป็น BTS พระโขนง มีระยะ 600 เมตรจากตัวโครงการ บวก 200 เมตรที่เป็นถนนเข้าโครงการครับ ทีมงานลองเดินไปกลับแล้วก็ถือว่ายังอยู่ในระยะที่เดินได้ ถนนใหญ่ตลอดทาง มีฟุตบาท แต่ก็ต้องยอมรับอาจจะเดินเยอะนิดนึง ซึ่งโครงการก็มีตัวเลือกในการเดินทางเป็น Shuttle Service รับส่งระหว่างโครงการกับรถไฟฟ้าให้ครับ นอกจากนี้ก็จะมีพี่วินสามารถเรียกได้

ส่วนใครที่ใช้รถ อย่างที่ทราบกันว่าสุขุมวิทอ่ะเนอะ ก็จะมีความรถติดรถเยอะ ตามเรื่องตามราวของเค้าอยู่ แต่ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 ก็จะมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มมาพอสมควร ไม่ว่าจะใช้ซอยทะลุออกสุขุมวิท, ใช้ทางไปขึ้นทางด่วนท่าเรือคลองเตย หรือใช้ถนนพระราม 4 ในการไปย่านอื่นๆ ได้ และด้วยความที่ติดถนนใหญ่ ดังนั้นขนส่งสาธารณะต่างๆ ก็จะค่อนข้างเยอะครับ ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่

ทีนี้พอเน้นราคาแล้ว อย่างอื่นถูกตัดออกไปหมดเลยหรือเปล่า?? ก็ต้องบอกว่าไม่ครับ ถึงแม้ว่าที่นี่ AP จะเลือกใช้แบรนด์ Aspire ที่เป็นแบรนด์ระดับเริ่มต้น แต่ก็พยายามใส่ส่วนกลางมาให้ใน 3 ชั้นหลัก รวม 5,000 ตารางเมตร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หวือหวาเท่าแบรนด์รุ่นพี่อย่าง Life แต่ก็ให้มาโอเคกับการใช้งาน โดยที่ไม่ทำให้โครงการราคาสูงจนเกินไปครับ

จุดเด่นอีกอย่าง เรียกว่าเป็นจุดเด่นของ AP เลยก็ได้ คือแปลนคอนโดทำออกมาหลากหลาย และมีฟังก์ชั่นใหม่ๆ ตลอดครับ อย่างที่นี่มีให้เลือกไป 36 แบบแล้ว ทั้งแบบห้องเพดานธรรมดา และห้อง Vertiplex เพดานสูง ข้อสังเกตคือแปลนส่วนใหญ่มาในแนวหน้าลึกเยอะหน่อย แต่ก็มีฟังก์ชั่นให้เลือกหลายแบบครับ เริ่มตั้งแต่ห้อง Studio ขนาด 24 ตารางเมตร ไปจนถึง 2 ห้องนอน

ซึ่งถ้าใครเน้นห้องที่ราคาหยิบจับได้ง่าย ห้อง Simplex นี่เค้าก็จะเริ่มต้นอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท ใครงบ 2-3 ล้านแล้วอยากได้คอนโดในเมือง ที่นี่ก็จะตอบโจทย์ครบ 

ส่วนใครที่อาจจะอยู่หลายคน เริ่มเป็นไซส์ครอบครัว มองเผื่ออนาคต หรือต้องการพื้นที่เยอะ ที่นี่ก็จะมีห้องให้เลือก 2 ช้อยส์คือห้องแบบ 2 Bedroom และห้องแบบ Vertiplex เพดานสูงที่ห้องมีพื้นที่ชั้นลอยเพิ่มครับ

สำหรับห้อง Vertiplex นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกของ Aspire เลยที่ทำห้องเพดานสูง 4.4 เมตร เริ่มต้นตั้งแต่ 25 ตารางเมตร ไม่รวมพื้นที่ชั้นลอย แปลนที่ทีมงานมองว่าน่าสนใจในความไม่เหมือนใคร คือแปลน 33 ตารางเมตร ที่โครงการจัดออกมาเป็นห้องตัวอย่างนี่หละครับ

คือปกติเราจะเห็นห้อง Loft เพดานสูง เอาโซนนั่งเล่นไปติดหน้าต่าง แต่ห้องนี้กลับกัน ตีโจทย์จากคนที่มองโครงการนี้น่าจะมองที่ความคุ้มค่าของพื้นที่เป็นเหตุผลนึงในการซื้อ เลยจัดแปลนพื้นที่ 33 ตารางเมตรให้เป็นห้อง 1 Bedroom ที่มีห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างใหญ่เท่าห้องนอนหลักอีกห้อง กลายเป็นเหมือนห้อง 2 Bedroom เลย แลกกับการย้ายห้องนั่งเล่นมาไว้ตรงกลาง เป็นการตีโจทย์ห้อง Loft ที่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย ความโอ่โถงอย่างเดียว แต่เอาเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ามาคิดด้วย

พูดถึงจุดเด่นของโครงการไปเยอะแล้ว เดี๋ยวหาว่าอวยอย่างเดียว ก็จะมีข้อสังเกตเล็กน้อยครับ คือตึกที่นี่เป็นตัว U ครับ ดังนั้นถ้าใครซีเรียสเรื่องของวิว มันจะมีห้องบางส่วนที่หันเข้าหากันเองนะ อาจจะต้องเลือกเป็นวิวด้านนอกแทนครับผม ซึ่งถ้าใครไม่ซีเรียสห้องด้านในก็จะราคาเบากว่าฮะ

ถัดมาตัวพื้นที่ดินที่ทาง AP ได้มา มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แบ่งเป็นอีกเฟสนึงในอนาคตที่ด้านหน้า ดังนั้นในทิศด้านหน้าโครงการในอนาคตก็จะมีตึกขึ้นมาอีกตึกนึงครับ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะมาในลักษณะไหน ใครเลือกห้องก็อาจจะต้องยอมรับในจุดนี้ก่อน


ก็ประมาณนี้ครับ สำหรับโครงการ Aspire สุขุมวิท – พระราม 4 สำหรับใครที่มองหาคอนโดราคาไม่แรง ราคาเริ่มต้นช่วง 2-3 ล้าน แต่อยากได้ใกล้เมือง ที่นี่ถือว่าน่าสนใจเลย ไม่ต้องไปอยู่ในซอยหรือห่างรถไฟฟ้าเป็นกิโล หรือใครที่กำลังดูคอนโดโซนรอบนอกอยู่ ที่นี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ลองมาดูเทียบกันได้ครับ

Related posts
รีวิวเจาะลึก

รีวิวเจาะลึก ศุภาลัย ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย : คอนโดห้องกว้าง ส่วนกลาง Rooftop 330ม.จากรถไฟฟ้า ในราคาเริ่ม 1.99 ล้าน

รีวิวเจาะลึก