สาระเรื่องบ้าน

มารู้จักกับ 5 วัสดุพื้นยอดนิยมที่ใช้ในคอนโดกัน

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่บ้าน คอนโด หอพัก ที่ทำงาน หรือที่ไหนก็ตาม ‘พื้น’ ถือเป็นส่วนที่ร่างกายของเราสัมผัสมากที่สุดแต่เพื่อนๆ สงสัยไหมครับ เวลาเราไปดูโครงการคอนโดตามที่ต่างๆ บางที่ก็ใช้พื้นเหมือนกัน บางที่ใช้อีกแบบหนึ่ง แล้วแบบไหนมันดีกว่ากันล่ะ? วันนี้ LivingPop เลยพาเพื่อนๆ มารู้จักกับพื้นแต่ละแบบที่เหมาะกับคอนโดกันครับ เพราะถ้าเราเลือกวัสดุพื้นเป็นแล้วเนี่ย จะทำให้เราใช้ชีวิตได้สบายมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งกังวลว่า พื้นจะบวม ไม้จะแตก มาดูกันดีกว่าว่าพื้นที่เราจะมาแนะนำมีอะไรบ้าง ไปกันเลยยยย

กด Like ติดตามสาระจากเพจ Living Pop

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood)

ถ้าพูดถึงพื้นไม้ ก็จะเป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นไม้จริง พื้นไม้ปาร์เกต์เริ่มค่อนข้างหายากแล้วครับ ทำให้ไม้เหล่านี้มีราคาสูง ดังนั้น ‘พื้นไม้เอ็นจิเนียร์’ จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ทดแทนพื้นไม้จริง แต่ยังคงคุณสมบัติของผิวสัมผัสของพื้นไม้จริงเอาไว้อยู่ 

Engineered wood ผิวไม้ชนิดต่างๆ

โดย Concept ของพื้น Engineered Wood คือการนำไม้จริงที่มีความหนาไม่มาก มาซ้อนๆ กันหลาย Layer ซึ่งในแต่ละ Layer วางเสี้ยนไม้ขวางสลับๆ กัน เพื่อความแข็งแรง ช่วยลดการยืดหดตัวของไม้ โดยใน Layer ล่างๆ จะเป็นไม้จริงที่ราคาไม่สูงนัก จำพวกไม้ยางพารา ไม้อัดกันน้ำ ส่วนใน Layer บนสุดความหนา 2-3 มม. จะเป็นผิวไม้จริงที่สวย ซึ่งผู้ผลิตก็ทำผิวให้เลือกมากมาย เช่น ไม้โอ๊ค ไม้สัก ไม้เมเปิ้ล ไม้แอช ไม้วอลนัท 

การซ้อน Layer ของไม้แผ่นบางจนได้ความหนาที่แข็งแรงเหมาะสม
พื้นที่ให้สัมผัสไม้จริงเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึก Homy มากๆ

และเนื่องจาก Engineered Wood เป็นไม้ที่ทำมาจากไม้จริง ฉะนั้นแม้ราคาจะถูกกว่า Solid Wood แต่ก็ยังแพงกว่าวัสดุอื่นที่ทำผิวให้เหมือนไม้เช่นกัน อย่างไรก็ตามถือว่ายังตอบโจทย์ในแง่ความสวยงาม ผิวสัมผัสของไม้จริง และความคงทนแข็งแรงได้ดีทีเดียว


พื้นลามิเนต (Laminate)

‘พื้นลามิเนต’ ถือเป็นวัสดุพื้นสุดฮิตสำหรับคอนโดมิเนียม เพราะมีคุณสมบัติหลายๆ ข้อที่ตอบโจทย์การตกแต่งและการใช้สอย เริ่มจากพื้นลามิเนตนั้นผลิตขึ้นมาจากการประกอบด้วยเศษไม้และวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ อัดเข้าด้วยกันเป็น Layer บางๆ หลายๆ ชั้น หลายคุณสมบัติ จนมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 8-12 มม. นับว่าเป็นความหนาที่ไม่มากเลยสำหรับการเป็นวัสดุพื้น ทำให้ง่ายต่อการตกแต่งและรีโนเวทต่างๆ เพราะความบางและน้ำหนักที่ไม่เยอะ จะไม่ไปกระทบกับโครงสร้างอาคาร หรือในบางกรณีก็สามารถติดตั้งทับพื้นเดิมไปเลยได้ด้วยครับ

พื้นลามิเนตลายไม้มีหลายชนิดและหลายสีมากๆ

ส่วนที่เป็นจุดเด่นสำคัญของพื้นลามิเนต ก็คงจะเป็นเรื่องของลวดลายใน Layer ชั้นบนสุด ซึ่งเกิดจากการ Print ลายลงบนกระดาษ แล้วเคลือบทับผิวหน้าเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน โดยลวดลายพื้นลามิเนตมีให้เลือกเยอะมากๆ ในท้องตลาดจากหลากหลายแบรนด์ ที่เป็นที่นิยมก็คือลายไม้ต่างๆ ด้วยเทคโนโยลีการผลิตและการแข่งขันของผู้ผลิตจึงทำให้ลายไม้ดูเหมือนจริงขึ้นไปเรื่อยๆ และในบางทีร่องลายไม้ ก็แมทช์กับลายไปอีก เรียกได้ว่าเลือกใช้ในคอนโดแล้วสวยเนียนได้ง่ายๆ เลย

เทคนิคการปู Pattern สลับก็สามารถทำได้ไม่แพ้ไม้จริงเลย 

แต่ก็จะมีข้อสังเกตเล็กน้อย สำหรับพื้นลามิเนต นอกจากข้อดีเรื่องความสวยงาม การติดตั้งก็แสนง่ายดาย ในราคาที่ไม่สูงและตัวเลือกในท้องตลาดเยอะมากๆ จะติดอยู่เรื่องเดียวก็คือ พื้นลามิเนตไม่ค่อยถูกกับน้ำและความชื้นสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้พื้นชนิดนี้กับส่วนที่มีโอกาสสัมผัสน้ำและความชื้น ที่สำคัญไม่ควรถูพื้นจนชุ่มในการดูแลรักษาความสะอาดน้า

พื้นลามิเนตโทนสีอ่อนที่เข้ากับห้องโทนสีอ่อนๆ หวาน 

พื้นกระเบื้องยาง (Vinyl Floor)

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาพูดถึง ‘พื้นกระเบื้องยาง’ เชื่อว่าหลายคนอาจจะมีภาพของวัสดุพื้นราคาถูก ปูเป็นตารางๆ ซึ่งเป็นภาพที่อาจจะไม่สวยงามนักหากคิดจะเอามาใช้ในคอนโด แต่ตอนนี้ต้องบอกเลยว่า พื้นกระเบื้องยางค่อนข้างมาแรงเลยทีเดียวในการใช้เป็นวัสดุพื้นคอนโดมิเนียม และอาจจะมีการเปรียบเทียบระหว่างพื้นกระเบื้องยางกับพื้นลามิเนตให้เห็นอยู่บ่อยๆ เพราะพื้นทั้งสองชนิดนั้น รูปลักษณ์เมื่อติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ เหมือนกันมาก จนในบางทีแทบจะแยกไม่ออกเลย

พื้นกระเบื้องยางก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน

วัสดุหลักของพื้นกระเบื้องยาง ทำจาก PVC หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ วัสดุจำพวกพลาสติก นั่นทำให้พื้นกระเบื้องยางไม่กลัวน้ำและความชื้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเอาไปใช้ในห้องน้ำนะครับ อาจแค่สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีการถูพื้นด้วยผ้าหมาดๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นจะบวม

Clip lock detail ของกระเบื้องยาง 

เรื่องสีและลวดลายของพื้นกระเบื้องยางอย่างลายไม้ ก็มีให้เลือกหลากหลายไม่แพ้พื้นลามิเนตเลย นอกจากลายไม้ ยังมีลายอื่นอีกที่น่าสนใจอีก เช่น ลายคอนกรีต ลายหิน

อีกเรื่องที่น่าสนใจของพื้นกระเบื้องยาง คือเรื่องของการติดตั้ง ที่นอกเหนือจากการติดตั้งแบบทากาวทั่วไปแล้ว ยังมีการดีไซน์การติดตั้งแบบ Clip lock คือการทำดีเทลบริเวณขอบรอยต่อแผ่นให้สามารถติดตั้งโดยไม่ใช้กาวเลย อาศัยความพอดีกันของร่องรอยต่อ ซึ่งข้อดีคือสะดวก และรวดเร็ว สำหรับพ่อบ้านที่อยากจะ DIY ก็สามารถศึกษาวิธีติดตั้งเพื่อจะปูพื้นเองได้อีกด้วย


พื้นกระเบื้อง (Tile)

‘พื้นกระเบื้อง’ เป็นวัสดุพื้นสามัญประจำบ้าน เป็นที่นิยมเพราะสามารถใช้งานได้หลากหลาย แทบจะใช้ได้กับทุกฟังก์ชัน ทั้งเป็นพื้นภายนอก พื้นภายใน ห้องนอนใช้ได้ ห้องครัวใช้ดี เป็นพื้นห้องน้ำได้ดีเยี่ยม เรื่องการดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยากอีกด้วย และคุณสมบัติที่มีสีและลวดลายที่หลากหลาย มีทั้งสีเรียบๆ ลายหิน ลายคอนกรีต หรือแม้กระทั่งลายไม้ ที่ปัจจุบันก็ทำออกมาได้สวยงามเหมือนจริงมากๆ พื้นกระเบื้องเลยเป็นวัสดุยอดนิยมตลอดกาลเลยก็ว่าได้

กระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินกับ Pattern การปูสลับๆ
คุณสมบัติเหมาะที่จะใช้ในห้องน้ำมากๆ แต่ต้องเลือกชนิดผิวหยาบเพื่อกันลื่นด้วยน้า

พื้นกระเบื้องที่เป็นที่นิยม หลักๆ จะมี 2 ชนิด

  • กระเบื้องเซรามิก (Ceramic tile) ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายก็คือกระเบื้องดินเผา ที่ผ่านการเคลือบผิวหน้า ซึ่งทำให้เกิดสี ลวดลาย และเพิ่มผิวสัมผัส เช่น ผิวมัน ผิวหยาบ ให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย
  • กระเบื้องแกรนิตโต้ (Granito tile) เป็นกระเบื้องที่มีส่วนผสมของผงหินแกรนิต ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน กระเบื้องชนิดนี้สามารถผลิตให้เนื้อของกระเบื้อง

มีสีเดียวกันทั้งแผ่น นั่นทำให้สามารถใช้ในการตกแต่งได้หลากหลาย อาจเป็นขั้นบันไดแบบโชว์สันขอบ หรือเป็นบัวพื้น และการติดตั้งก็สามารถปูได้เกือบจะชิด คุณสมบัติมีความคล้ายหินมาก


พื้นหิน (Stone)

‘พื้นหิน’ อย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นวัสดุจากธรรมชาติ สี คุณสมบัติ และลวดลายก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของหินนั้นๆ หินที่นิยมใช้ทำพื้นก็ได้แก่ หินอ่อนและหินแกรนิต การใช้หินเป็นวัสดุพื้น จะให้ความรู้สึกที่หรูหรา เนื่องจากลวดลายและพื้นผิวมาจากธรรมชาติ จึงมีความเฉพาะตัว ให้ Pattern ที่ไม่ซ้ำกัน อีกทั้งยังสามารถเลือกทำผิวหน้าได้ เช่น ทำผิวมัน ผิวด้าน กึ่งมันกึ่งด้าน ผิวพ่นไฟ

หินชนิดต่างๆ และลายของสายแร่  

ข้อดีในเรื่องของการติดตั้งพื้นหิน คือ เป็นวัสดุที่สามารถปูได้ชิดกันเลย ฉะนั้นพื้นจะสวย เนียน ไร้รอยต่อ แต่ด้วยราคาที่สูงอาจจะใช้กับส่วนที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เช่น ส่วน Lobby หรือ Living room 

Pattern ที่ค่อนข้าง Random ถือเป็นเสน่ห์ของพื้นหินจริง 

สรุปความโดดเด่นของพื้นแต่ละแบบ

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์– ผิวสัมผัสคล้ายพื้นจริง
– มีความคงทนแข็งแรง
– ลดการยืดหดตัวของไม้ได้ดี
– แต่ราคายังคงสูงอยู่
พื้นลามิเนต– บางและเบา ติดตั้งง่าย
– ลวดลายสวยงาม มีให้เลือกเยอะ
– ป้องกันรอบขีดข่วนได้ดี
– ราคาไม่สูง
พื้นกระเบื้องยาง– รูปลักษณ์คล้ายกับลามิเนตมากๆ
– ไม่กลัวน้ำและความชื้น
– มีหลายลาย ทั้งไม้ หิน คอนกรีต
– ติดตั้งง่าย สะดวก รวดเร็ว
พื้นกระเบื้อง– ใช้งานได้แทบทุกฟังก์ชัน
– การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก
– มีลวดลายให้เลือกเยอะ
– มีความแข็งแรงทนทาน
พื้นหิน– ให้ความรู้สึกหรูหรา
– มีความเฉพาะตัว ให้ Pattern ไม่ซ้ำกัน
– ปูชิดกันได้เลย ทำให้พื้นเนียน ไร้รอยต่อ
– แต่ราคาสูงกว่าพื้นอื่นๆ

จากที่ได้ไปเยี่ยมชมมาหลากหลายโครงการ พื้นลามิเนตถือเป็นพื้นยอดนิยมเลยก็ว่าได้ แต่ในหลายๆ โครงการก็ใช้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์และพื้นกระเบื้องยาง ห้องน้ำส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นกระเบื้องครับ คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะเริ่มมีความรู้เกี่ยวกับพื้นบ้างแล้ว ซึ่งเราสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกคอนโด หรือแต่งห้องได้ ใครที่กำลังตัดสินใจจะซื้อคอนโดหรือกำลังเลือกวัสดุสำหรับการแต่งห้องใหม่อยู่ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ คอนโดใครใช้พื้นอะไร มาแชร์กันได้น้าาาาา ^^


Related posts
สาระเรื่องบ้าน

ตู้เสื้อผ้าล้นจะแย่ ถึงเวลาจัดระเบียบ กับ 7 วิธีขยายตู้ เพิ่มพื้นที่ให้เสื้อผ้าใหม่

สาระเรื่องบ้าน

4 Checklist สำรวจความพร้อมก่อนสร้างบ้านหลังใหม่ด้วยตัวเอง

สาระเรื่องบ้าน

เลือก “ม่าน” อย่างไร ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง (Part 2)

สาระเรื่องบ้าน

"ระแนง" การออกแบบและตกแต่งที่มากกว่าความสวย คือฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย

Worth reading...
พาชม พฤกษาวิลล์ พหลโยธิน-รามอินทรา “ทาวน์โฮม” 
ทำเลใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย ในราคา 3 ล้านต้นๆ